HOWTO : แต่งหน้ารับปริญญาเอง ลงผิวน้อยๆแต่ติดทนน๊านนนาน l Lenalena Makeup l

l_lenalena

l_lenalena

ดู Profile

ฮาโหลลสวัสดีค่า วันนี้ลีน่ามากับลุครับปริญญานั่นเองง ที่ทำลุคนี้เพราะว่าปีนี้ลีน่าก็ต้องรับปริญญาค่ะ เลยคิดลุคแต่งหน้าให้ตัวเองสักหน่อยไม่อยากจ้างช่างเพราะว่างก 55555

BEFORE

AFTER

About This Look!

โดยลีน่าอยากให้ลุคมันทนแต่ว่าพยายามลงเรื่องผิวให้น้อยที่สุดเพราะรู้สึกว่าถ้าเราไปอยู่ที่ร้อนมากๆๆแล้วใส่ชุดครุยอีกเหงื่อมันต้องเยิ้ม เมคอัพต้องเละแน่นอน อ่ะไม่พูดเยอะและ ไปดูกันดีกว่าค่า

1. ลงเบส Covermark - Connecting base venusdeco SPF38 Pa+++ ที่ใช้เป็นตัวนี้เพราะว่าเนื้อลิควิดบางเบามีกันแดดและสามารถปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นได้ แถมยังควบคุมความมันบนใบหน้าทำให้เครื่องสำอางติดทนนานตลอดวันได้ดี คือตัวเดียวจบครบทั้งกันแดดแล้วเบสเลยเอามาใช้จะได้ไม่ต้องลงหลายเลเยอร์

2.ความนอนน้อยของน้องมันขึ้นอยู่ที่ตาจ้า เรามากำจัดรอยคล้ำใต้ตาด้วย Corrector สีส้มๆหวานๆ เพราะสีส้มนั้นนจะไปลบความม่วงความช้ำของใต้ตาเราได้

2. ความนอนน้อยของน้องมันขึ้นอยู่ที่ตาจ้า เรามากำจัดรอยคล้ำใต้ตาด้วย Corrector สีส้มๆหวานๆ เพราะสีส้มนั้นนจะไปลบความม่วงความช้ำของใต้ตาเราได้

3. หลังจากลงน้องส้มเสร็จเราใช้คอนซีลเลอร์ลูกรักที่กลบมิดทุกรอยในโลกมาปาดบริเวณที่เราต้องการปกปิด เช่น ใต้ตา ข้างจมูก รอยสิวต่างๆและจุดไฮไลท์ และเกลี่ยด้วยแปรงลงรองพื้นเพราะถ้าใช้นิ้วมันจะไม่เนียนจะเป็นปื้นๆ แต่ถ้าใช้แปรงมันจะสมูทขึ้นแล้วผิวจะเรียบเนียนสวยเลยย

4. ต่อมาจะลงเป็นครีมบลัชสีชมพูนมๆน่ารัก ที่ต้องใช้ครีมบลัชเพราะว่านางทนกว่าแบบฝุ่นมากกก แบบฝุ่นคือแค่หน้ามันขึ้นเหงื่อไหลน้องก็สลายหายไปแล้วว แนะนำให้ลงแบบหนักมือหน่อยน้าเพราะเวลาเซตแป้งสีจะจางลงอีกจ้า

5. ต่อมาคือลงคอนทัวร์แบบครีม เหตุผลเดียวกับลงครีมบลัชเลยจ้า เพราะว่านางทนนั่นเองงง แต้มๆไปบริเวณ กรอบหน้า สันจมูก แล้วเบลนด้วยแปรงลงรองพื้นเลยค่า เพื่อความธรรมชาติ

6. ต่อมาจะมาลงรองพื้นชนิดแป้งที่เป็นตัวเองของงานผิวครั้งนี้เลยถ้าไม่มีนางคือจบจ้า วันนี้ใช้เป็นตัว Covermark Moisture Veil LX หลายคนคงรู้แล้วแหละว่า Covermark เค้าดังเรื่องความปกปิดมากๆ วันนี้เลยจะใช้ตัวนี้พราะนอกจากจะเป็นรองพื้นแล้วยังมาในรูปแบบของแป้งเหมือนเป็น 2 in 1 เลย แล้วหน้าของเราก็จะไม่หนักด้วย ตอนลงผิวไปเนื้อแป้งเนียนละเอียดกลืนไปกับผิวไม่มีปัญหารองพื้นแครกแตกระหว่างวันแน่นอนคอนเฟริมจ้า ถ้าใครชอบความผิวแต่ยังปกปิดตัวนี้ตอบโจทย์ค่าไม่ผิดหวังแน่นอนเพราะลองแล้วไม่เหมือนบางยี่ห้อที่เคยใช้มาแป้งจะชอบหลุดระหว่างวัน บางทีสีของแป้งก็ดรอปทำให้หน้าดูคล้ำมากกก

โดยวิธีการลงแป้งของลีน่าจะใช้แปรงปัดแป้งปัดๆให้ทั่วหน้าก่อนจะให้ความรู้สึกบางเบา แล้วค่อยเอาตัวพัฟมากดๆเน้นส่วนรอยที่ต้องการปกปิดและส่วนทีโซนที่จะเกิดความมันได้ง่ายเช่น ใต้ตา หน้าผาก สันจมูก

7. หลังจากลงแป้งแล้วเราก็มาเขียนคิ้วกันต่ออ ให้ใช้แบบดินสอเขียนโครงก่อนแล้วเขียนเน้นช่วงหางคิ้วให้ชัดให้คมก่อนน้าเพราะเวลาเหงื่อออกหางคิ้วเราจะไปก่อนเลย เสร็จแล้วก็ใช้ที่เขียนคิ้วประเภทน้ำหรือคูชั่นมาทาทับอีกทีเพราะที่เขียนคิ้วแบบน้ำนสงจะทนเหงื่อได้ดีกว่าแบบแท่งปกติค่า เขียนตามทรงคิ้วของตัวเองเลยนะคะ

8. มาแต่งตากันจ้า วันนี้จะใช้เป็นพาเลทแต่งตาของ Becca Ombre Rouge Eye Palette เพราะสีทุกสีในพาเลทนี้ใช้ได้ทุกสีเลย สีสุภาพมากๆไม่เยอะไม่น้อยเกินไป เชื่อว่ามือใหม่ก็แต่งได้จ้า สีคุมไม่ยากเลย

- ใช้สีน้ำตาลส้มคัดเบ้าให้ทั่วเปลือกตา

- ใช้สีน้ำตาลที่เข้มที่สุดคัดเบ้าเฉพาะช่วงหางตาเพื่อเพิ่มมิติให้กับดวงตา

- ใช้สีชมพูมุกทาทั่วบริเวณกลางเปลือกตา

- และใช้สีน้ำตาล 2 สีผสมกันแล้วทาบริเวณใต้ตาเพื่อเพิ่มความคมให้กับดวงตา

- ต่อมาเราจะมาเพิ่มความวิ้งวับให้กับเปลือกตามากขึ้น จะใช้อายแชโดจากพาเลท Violet Voss X Nicol Concilio ใช้สี Glorious สีชมพูเปลือบทองเล่นแสงสวยมากก

- เสร็จแล้วก็แต้มความวิ้งให้หัวตากับใต้ตาด้วยสี ZoZo สีครีมๆทองๆนัวมากกสีนี้

9. เขียนอายไลน์ให้ โดยจะเขียนแค่เส้นบางๆ ชิดติดโคนขนตาไม่ต้องมีปลายวิงค์ออกไปเลยนะคะ เขียนเพื่อให้ตาดูชัดดูคมขึ้นเฉยๆไม่เน้นแฟชั่นเท่าไหร่จ้า อายไลน์เนอร์แนะนำเลยว่าให้ใช้อายไลน์เนอร์คู่ใจที่คิดว่ายังไง๊ยังไงก็ไม่มีทางไหลเยิ้มแน่นอนนะ ไม่งั้นเวลาถ่ายรูปมาจะพังเด้อ

10. ต่อมาปัดมาสคาร่ากันเลยค่า โดยจะปัดทั้งขนตาบนขนตาล่างเลย เวลาปัดขนตาล่างระวังกันนิดนึงน้าเดี๋ยวเลอะแล้วแก้ยากจ้า อีกอย่างที่ต้องจำเหมือนอายไลน์เนอร์เลยค่าใช้มาสคาร่าที่เราเชื่อใจว่าจะไม่ไหลเยิ้มเอาแบบกันน้ำกันเหงื่อ

11. ติดขนตาปลอมแบบธรรมชาติมากๆเป็นขนมิ้งค์เบาๆ ถ้ามหาลัยไหนไม่อนุญาติให้ติดก็ข้ามไปเลยได้นะค้า

12. ปัดแก้มด้วยสีที่เข้มกว่าช่วงข้างแก้มและปีดสีที่อ่อนกว่าช่วงหน้าแก้มเพื่อดูลงอายุหน่อยอะไรหน่อยย เป็นบัญฑิตไม่ต้องหน้าแก่เน้อ55555 ที่ปัด 2 สี เพราะจะทำให้แก้มเราดูมีมิติไม่แบน ถ่ายรูปออกมาจะได้สวยๆน้า

13. ลงไฮไลท์ในจุดกระทบแสง โดยไฮไลท์ที่ใช้วันนี้จะใช้แบบไม่เว่อร์มาก เพราะถ้าถ่ายรูปมาหน้าเราจะดูมันจะโทรมไม่นวลนี เสร็จแล้วก็ลงบรอนเซอร์ที่กรอบหน้าเพื่อหลอกว่าเอ้อออหน้าเล็กจึ๋งนึง

14. เพิ่มความวิ้งค์ๆดอลลี่อายให้ใต้ตาหน่อย จะหลอกคอื่นว่าเราตากลมโตตาหวานมาจากท้องแม่

15. ลงลิปสีชมพูเนื้อแมทสีชมพูหวานๆสวยๆ ที่ใช้ Kylie เพราะนางทนจริง ทนมากกกกเวลาเราไปรับปริญญาเราก็คงไม่มีเวลาที่จะมานั่งเติมปาก เลยเลือกใช้ของนางนี่แหละ 

Kylie cosmetic matte liquid lipstick – Angel

     ก็เสร็จกันไปแล้วนะคะสำหรับลุคแต่งหน้ารับปริญญาง่ายๆที่ขั้นตอนไม่เยอะจนวุ่นวายเพื่อนสามารถแต่ตามกันได้เองเลย 


    ส่วนประสิทธิภาพนั้นไม่ต้องห่วงเลยค่าผิวหน้าอยู่คงทนมากๆ ลีน่าแต่งหน้าลุคนี้ไปถ่ายนอกรอบเจอแดดร้อนๆเหงื่อไหลหน้าก็ยังเป๊ะอยู่ ขนาดพอซับหน้าไปยังรู้สึกว่ายิ่งเหงื่อออกหน้ายิ่งผ่องผิวยิ่งสวยไม่ต้องเติมหน้าระหว่างวัน ดีงามมากกก 


สำหรับวันนี้ลีน่าไปก่อนนะคะ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆนะคะ สวัสดีค่า

Finished Look!!

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย