[How​ to] แต่งหน้ารับปริญญาโทนส้ม​สายเกา​ เน้นคุมมัน​ ติดทน​ ไม่เยิ้ม

ladysomkaew

ladysomkaew

ดู Profile

สวัสดีค่ะ​กลับมาพบกับส้มอีกแล้วค่ะ​ หลายมหาลัยตอนนี้อยู่ในช่วงรับปริญญา​กันอยู่​ ต้องมีการเตรียมตัวเสียตังค์​หลายอย่าง​ ไม่ว่าจะเป็​นค่าตัดชุด​ แต่งหน้า​ ทำผม​ รวมถึงดอกไม้และของขวัญ​ต่างๆ​ หมดไปหลายแสน​ ถึงส้มจะไม่ได้รับปริญญา​ในช่วงนี้​ แต่ส้มจะมาสอนแต่งหน้ารับปริญญา​ ที่เน้นคุมมัน​ ติดทน​ และไม่เยิ้ม​ เพราะต้องเดินตากแดดเป็นเวลานาน​ ไม่งั้นเครื่องสำอางไหลเยิ้มไม่น่าดูเลยจ้า​ อยากรู้ว่าส้มจะแต่งออกมาเป็นแบบไหน​ ถ้าไม่รอช้า​ เราจะพาไปดูขั้นตอนการแต่งกันเลย

​1.Skincare​

ขั้นตอนแรกเริ่มจากการลงสกินแคร์กันก่อน​ ส้มจะลงเซรั่ม​ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส​ จากนั้นส้มใช้เจลว่านหางจระเข้​ ตบเบาๆ​ บนใบหน้า​ ย้ำตบเบาๆ​ นะคะ​ เพราะเจลว่านหางจระเข้​สามารถทาก่อนแต่งหน้าช่วยให้เมคอัพติดทนนาน​อีกด้วยค่ะ

​2. Sunscreen​

จากนั้นลงครีมกันแดด​ เพราะครีมกันแดดสำคัญกับผิวเรามาก​ ยิ่งเดินกลางแจ้งบ่อย​ ยิ่งต้องทาครีมกันแดดทุกครั้ง​ ส้มเลือกเป็นครีมกันแดดซับมันล็อคเมคอัพไม่ให้ไหลเยิ้ม​ จะเดินตากแดด​ กลางแจ้งทั้งที​ หน้าไม่มีเยิ้ม​ เพิ่มความมั่นใจได้เลยค่ะ

​3. Makeup Base

หลังจากลงบำรุงและกันแดดเรียบร้อยแล้ว​ มาเริ่มขั้นตอนการแต่งหน้ากันเถอะ​ ส้มจะเริ่มด้วยลงเบสเขียวกันก่อน​ เพราะเบสเมคอัพเสมือนไพร์เมอร์​ ช่วยปรับผิว​ ซ่อมแซมผิวให้ขาวกระจ่างใส​ กลบรูขุมขน​ และยังล็อคเครื่องสำอางให้ติดทนนาน​ งานสำคัญๆแบบนี้ห้ามลืมลงเบสเด็ดขาด

​4. Foundation 

การลงรองพื้น​ ควรเลือกรองพื้นที่มีคุณสมบัติ​ในการปกปิดขั้นสูงสุด​ ติดทน​ ไม่เยิ้ม​ เพราะฉะนั้น​ส้มจะใช้รองพื้นซองแดง​ ใช้คู่กับฟองน้ำไข่ชุบน้ำหมาดๆ​ เพราะรองพื้นตัวนี้ช่วยให้ปกปิดทุกปัญหารอยต่างๆ​ กลบมิดจุดด่างดำได้ดีเยี่ยม​ ติดทน​ คุมมัน​ กันน้ำได้ด้วย​ เหมาะกับวันสำคัญๆ​ ที่ต้องการปกปิดเป็นพิเศษ​

​5. Concealer 

คอนซีลเลอร์​เป็นตัวช่วยให้ปกปิดริ้วรอยต่างๆ​ ให้เนียนกริบมากขึ้น​ ต่อให้นอนน้อยแค่ไหน​ แค่ใช้รองพื้นสูตรปกปิดขั้นสูงยังไม่พอ​ ต้องใช้คอนซีลเลอร์​ด้วย​ ส้มเลือกคอนซีลเลอร์​แบบ​ 2in1 ที่มีทั้งคอร์เรกเตอร์และคอน​ซี​ลเลอร์​ในแท่งเดียว​ ส้มเอาด้านสีชมพูที่เป็นคอร์เรกเตอร์มาทาบริเวณใต้ตาช่วยให้ตาดูไบรท์ขึ้น​ และใช้ด้านคอน​ซี​ลเลอร์​มาป้ายทั้งใต้ตา​ รอยสิว​ รอยดำรอยแดงต่างๆ​ จากนั้นส้มใช้นิ้วเกลี่ย​ แต่ควรระวังอย่าให้เป็นปื้น​ ไม่งั้นจะโป๊ะแตก

​6.Contour​ Stick

วันสำคัญ​ๆทั้งที​ โครงหน้าต้องเป๊ะ​ ส้มจะลงคอนทัวร์สติ๊กก่อน​ เหมือนเป็นการร่างโครงหน้า​ ร่างบริเวณโหนกแก้ม​ กราม​ กรอบหน้า​ ข้างสันจมูก​ และเบ้าตา​ และใช้ด้านไฮไลท์ร่างบริเวณสันจมูก​ โหนกแก้ม​ และริมฝีปาก​ จากนั้นใช้มือหรือฟองน้ำเกลี่ยให้หน้าดูมีมิติ

​7.​ Blush Cream 

งานแก้มที่ต้องการติดทน​ ส้มจะทาบลัชครีมก่อน​ เพราะบลัชครีมจะติดทนกว่าแบบฝุ่น​ งานรับปริญญา​ทั้งทีขอให้ติดทนไว้ก่อน​ งานแก้มแค่ลงแบบฝุ่นไม่พอ​ ต้องลงแบบครีมด้วย​ นอกจากนี้ยังทำให้พวงแก้มดูเปล่งปลั่ง​ สุขภาพดี​แบบโกลว์ๆ​สไต์สายเกา

​8.​ ​Powder

ต่อมาเราจะมาลงแป้งกันเถอะ​ ส้มเลือกเป็นแป้งโปร่งแสงคุมมัน​ ใช้คู่กับแปรง​ ทาให้ทั่วใบหน้า​ เป็นแป้งที่ใช้แล้วดี​ ส้มชอบตรงที่ใช้งานสะดวก​ คุมมันดีมาก​ และนานทั้งวัน​ ดีงามขนาดนี้ยัง​ dupe กับ​ Laura Mercier​ ได้เลยค่ะ​ 

​9.​ Eyebrow

เขียนคิ้วควรเลือกเป็นดินสอเขียนคิ้วมากกว่าที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น​ และเลือกสีที่ใกล้เคียงกับสีผมมากที่สุด​ ส้มเลือกดินสอเขียนคิ้วโทนสีสุภาพและธรรมชาติ​ ส้มใช้สี​เบอร์​ #3​ Brown เป็นสีน้ำตาลที่ไม่เข้มเกินไปและไม่อ่อนจนเกินไป​ เนื้อนุ่ม​ เขียนง่าย​ ส้มเอาด้านแปรงมาหวีขนคิ้ว​ หวีให้เส้นตั้งขึ้น​ และใช้ดินสอร่างบริเวณหางคิ้วตามรูปคิ้วของตัวเอง​ และเขียนโดยเน้นบริเวณหางคิ้วจนถึงช่วงกลางคิ้ว​ 

​10. Contour and Hilight 

จากนั้นทำการเฉดดิ้งกรอบหน้าอีกครั้งด้วยคอนทัวร์แบบฝุ่น​ ช่วยให้หน้าดูมีมิติมากขึ้นจากเดิม​ ใช้ช่องคอนทัวร์​ ปัดบริเวณกรอบหน้า​ โหนกแก้ม​ กราม​ ข้างสันจมูก​ และกระบอกตา​ 
และใช้ช่องสีขาวมุก มาไฮไลท์บริเวณสันจมูก​ โหนกแก้ม​ และริมฝีปาก​ ให้หน้าดูพุ่งมากขึ้น

​11. Eyeshadow​

มาถึงขั้นตอนการแต่งตากันแล้ว​ ส้มเลือกเป็นพาเลตนี้นะคะ​ เริ่มที่ใช้สีน้ำตาลอ่อนสุดในพาเลตทาให้ทั่วเปลือกตาก่อนค่ะ
ใช้สีน้ำตาลอมแดงทาบริเวณชั้นพับตา​ โดยเว้นบริเวณกลางตาไว้
ใช้สีส้มอมแดงมาคัดเบ้าไปจนถึงหางตาล่าง
ใช้นิ้วมือแตะสีชมพูอมส้มเนื้อชิมเมอร์เอามาทาบริเวณกลางตา
ใช้แปรงตัดเฉียงจิ้มสีน้ำตาลเข้ม​ เอามาทาให้ชิดขอบตาเป็นอายไลเนอร์​บางๆ​ และทาบริเวณหางตาบนจนถึงหางตาล่าง
ใช้สีส้มชิมเมอร์อ่อนๆ​ มาทำเป็นดอลลี่อายให้ตาดูกลมโตแบ๊วๆ

12.​ Eyeliner 

อายไลเนอร์​ไม่ควรเลือกเป็นเนื้อดินสอ​ เพราะมันจะเลืองลาง​ กับเนื้อเจลที่ทำให้ไหลเยิ้มเป็นแพนด้า​ ควรเลือกเป็นแบบเมจิกหรือแบบลิควิค ที่สำคัญต้องกันน้ำและไม่แพนด้าด้วย​ ส้มจะกรีดให้ชิดขอบตามากที่สุดและมีวิงหางตาเล็กน้อยก็พอ

13. Mascara 

ต่อไปจะมาดัดขนตาและปัดมาสคาร่า​ ดัดตั้งแต่โคน​ กลางและปลาย​ โดยเน้นให้งอนมากที่สุด​ ปัดมาสคาร่าเน้นหนาๆและยาวๆ​ ปัดแบบหลายรอบ​ เพื่อให้ขนตาดูหนายาวราวกับติดขนตาปลอม​ ควรเลือกเป็นมาสคาร่าที่กันน้ำและไม่เป็นแพนด้า​ เช่นเดียวกันกับอายไลเนอร์​ แต่ถ้าเพื่อนๆ​ อยากได้แบบปัดครั้งเดียว​ แนะนำเป็นมาสคาร่ารุ่นขนตาปลอมแท่งสีม่วงแบรนด์เดียวกันกับตัวนี้เลยจ้า​ 

​14.​ Cheek

ใช้บลัชออนแบบฝุ่นโทนสีชมพูตุ่นๆ​ อย่างสี​ 01​ Honeymoon​ มาปัดบริเวณตั้งแต่โหนกแก้มจนถึงหน้าแก้ม​ เพื่อให้พวงแก้มดูมีสีสันอีกนิดๆๆๆๆ​ แต่ส้มจะไม่ใช้บลัชสีที่เข้มๆ​ สดๆ​ แทนที่จะเป็นธรรมชาติกลายเป็นเล่นงิ้วไปเลย​ ตามีสีสดอยู่แล้วด้วย

​15.​ Lips

ขั้นตอนสุดท้ายคือการทาลิป​ ไม่ควรใช้ลิปกลอสเหนียวๆ​ เพราะมีคุณสมบัติติดทนน้อยมาก​ และเหนอะปากด้วย​ ควรเลือกลิปสติกเนื้อครีมมี่แมท​ ส้ม​เอา​ cute press ทาให้ทั่วปาก​ สีที่ใช้คือ​ สี​เบอร์​ 03​ และใช้​ Mille สี​ Cordia​ ทาข้างในปาก​และเม้มปาก​ ถ้าต้องการให้ลิปสติกติดทนมากขึ้น​ แนะนำให้ใช้ทิชชู่เม้มปากและทาซ้ำอีกรอบ

Finished Look!!

BEFORE

AFTER

About This Look!

ลุคนี้จะเน้นความติดทนเป็นพิเศษ​ เพราะต้องเดินกลางแจ้งทั้งวัน​ ที่ต้องเจอทั้งแดด​ อากาศร้อน​ จะเหงื่อออกแค่ไหนเมคอัพก็ไม่ไหล​ ไม่เยิ้ม​ บวกกับโทนสีสดใสสายเกา​ สวยท้าแดดไม่ต้องกลัวหลุดระหว่างวัน

เป็นอย่างไรบ้างค่ะกับฟินิชลุค​ของส้มออกมาจะมีความโกลว์ๆ​ กับโทนสีส้มสดใส​ ท้าแดดร้อน​ กลางแจ้ง​ จะร้อนแค่ไหนก็ไม่กลัวเยิ้ม​ เดินนานแค่ไหนก็มั่น​ ถ้าเลือกไอเทมดีๆ​ แบบที่ส้มใช้อยู่และใช้จริง​ ที่สำคัญไอเทมแต่ละชิ้นราคาไม่แพง​ เพื่อนๆ​ สามารถหาซื้อได้​ โดยไม่ต้องง้อเคาน์เตอร์​แบรนด์​และช่างให้เสียตังค์เป็นหลายๆบาท​ ทีาสำคัญประหยัดกว่าอีกด้วย​ และบทความนี้ขอจบเพียงเท่านี้​ ส้มขอแสดงความยินดีกับเพื่อนๆ​น้องๆทุกคนที่กำลังจะรับปริญญา​ช่วงนี้ด้วยนะคะ​ ส้มไปแล้ว​ บ๊าย​ บายจ้าา

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย