"หนึ่งเดียวในดวงใจ 2018" รักมาก ไม่นอกใจ!

bogiebego

bogiebego

ดู Profile

สวัสดีสาวๆทุกคนค่ะ กระทู้นี้จะมาแชร์สกินแคร์ลูกรักกกกกก

ที่เรายกให้เป็น "หนึ่งเดียวในดวงใจ 2018"

เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึง หนึ่งเดียวในดวงใจของเรา คงเป็นไอเท็มที่   

ขาดไม่ได้   ไอเท็มยืนหนึ่ง   ไอเท็มประจำกาย
"ถ้าให้เลือกใช้ได้ตัวเดียว... ก็คงเลือกตัวนี้"


หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี เพราะชื่อเสียงเรียงนามค่อนข้างโด่งดัง

นั่นก็คืออออ แบรนด์ Hi-End จากแดนกินจิ

  S u l w h a s o o  ❤ 


ตัวที่เป็นพระเอกในใจเรา และเป็น

Best seller ตลอดกาลก็คืออออ...

First Care Activating Serum EX

วันนี้จะพาไปทำความรู้จักแบรนด์ Sulwhasoo และผลิตภัณฑ์ตัวนี้กันค่ะ

ขอเกริ่นก่อนนิดนึงว่า...เราเคยตั้งกระทู้แนะนำไอเท็มเด็ดที่ใช้แล้วดีจริง

เหมาะกับการรักษารอยสิว รอยดำ รอยแดงต่างๆ

หลังจากปล่อยกระทู้นี้ไป มีสาวๆแอดเพื่อนมาเยอะ ทั้งใน IG และ Facebook

หลายคนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งคำถามยอดฮิตคือ..

ทั้งหมดที่แนะนำในกระทู้  ควรเริ่มใช้ตัวไหนก่อนดี?


และเรามักจะแนะนำ First Care Activating Serum EX เป็นตัวแรกเสมอ

เพื่อฟื้นฟูให้ผิวแข็งแรง แล้วค่อยตามด้วยไอเท็มอื่นๆนั้นเองค่ะ

ไม่ได้เป็นหน้าม้านะคะ ไม่ได้ค่าคอมด้วย ฮ่าๆ 

แต่ใช้แล้วดี เลยอยากให้คนอื่นใช้ด้วยยยย


ปล.กระทู้ที่กล่าวถึงค่ะ  https://www.jeban.com/topic/260856

พูดถึงแบรนด์ Sulwhasoo กันก่อนเลยค่ะ

 แบรนด์นี้อ่านว่า โซล-วา-ซู หรือจะเรียกว่า ซัน-วา-ซู แบบไทยๆก็ได้

เป็นแบรนด์ Hi-End ของประเทศเกาหลี โดดเด่นและเป็นที่รู้จัก

จากการนำ "โสม" มาเป็นส่วนผสมและสร้างกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์


ซึ่งผู้ก่อตั้งได้นำ "โสม" วัตถุดิบอันล้ำค่าในย่านบ้านเกิด (นัมมุน, แคซอง)

ซึ่งเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามี "โสมที่มีคุณภาพดีที่สุดในเกาหลี" มาพัฒนาจนก่อตั้ง

บริษัทฯ เพื่อจำหน่ายครีมโสมเป็นครั้งแรก และเป็นบริษัทฯแรก

ที่นำสาร Saponin ในโสม มาสกัดเพื่อใช้ในเครื่องอางนั้นเองค่ะ 

สำหรับ First Care Activating Serum EX เป็นพรีเซรั่มเข้มข้น

ใช้บำรุงผิวหน้าหลังทำความสะอาด โดยใช้เป็นตัวแรกก่อนลงสกินแคร์ตัวอื่นๆ

ช่วยแก้ไขปัญหาผิวแห้งกร้าน ริ้วรอยแห่งวัย ผิวหมองคล้ำ ขาดความกระชับ

พร้อมฟื้นบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น แลดูอ่อนเยาว์ เรียกง่ายๆคือช่วยเติมชีวิตชีวาให้ผิว

ปลุกผิวให้พร้อมรับการบำรุงขั้นต่อไป  และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ

สกินแคร์ตัวอื่นๆที่เราใช้อยู่ด้วยค่ะ ซึ่งตัวนี้เป็นสินค้าขายดีตลอดกาล

ของแบรนด์นี้ด้วย ซึ่งส่วนผสมและกรรมวิธีในการผลิตเซรั่มขวดนี้ 

บอกเลยว่า ไม่ธรรมดานะ!

หัวใจของ Sulwhasoo JAUM Balancing Complex™ 

Jaumdan (จา-อึม-ดัน) ช่วยสร้างสมดุลแก่ผิว เพื่อผิวเปล่งประกายจากภายใน

อย่างแท้จริง Jaeumdan เป็นส่วนผสมหลักตามแบบฉบับดั้งเดิมของ Sulwhasoo

ซึ่งประกอบไปด้วยสมุนไพรเกาหลีที่ทางแบรนด์คัดมาแล้วว่า ดีต่อผิว! 5 ชนิด ได้แก่


รากโบตั๋นจีน (Peony Flower’s Root) อุดมไปด้วย Tannin 

และ Paeoniflorin ช่วยลดการอักเสบหรือระคายเคืองผิว

บัวหลวงอินเดีย (Mature Lotus Seed) ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นสุขภาพดี 

โซโลมอนส์ ซีล (Solomon’s Seal) ช่วยบำรุงรักษาผิวที่แห้งกร้าน

และยังเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวพรรณ

ดอกลิลลี่ขาว (White Lily) ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส 

รากโกฐขี้แมว (Rehmania) ช่วยลดปัญหาผิวหมองคล้ำ


ซึ่งใช้เวลา 18 ชั่วโมงในการเคี่ยว เพื่อให้ได้มาซึ่ง"เซรั่มที่บริสุทธิ์"

จุดเริ่มต้นของความงามแบบครบวงจร

นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังใช้ เทคโนโลยี PREXtract  Process™

เพิ่มประสิทธิภาพ JAUM Balancing Complex™ 

คือ เทคโนโลยีที่นำสารสกัดของสมุนไพรทั้ง 5 ชนิด มาผ่านกระบวนการ

ในการใช้แรงดันอากาศที่มากถึง 1,000 เท่า เพื่อคงประสิทธิภาพ

และ เพิ่มการซึมซับให้ดียิ่งขึ้นค่ะ


Sulwhasoo ได้วางจำหน่าย First Care Activating Serum

ซึ่งกลายเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ในฐานะเซรั่มตัวแรก

ที่สกัดจากสมุนไพรเกาหลี และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายมาเป็น

First Care Activating Serum EX ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของ

Sulwhasoo แข็งแกร่ง และน่าเชื่อถือมาจนถึงปัจจุบัน

Packaging การออกแบบมีเรื่องราวซ่อนอยู่

Sulwhasoo ออกแบบรูปทรงผลิตภัณฑ์แบบเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน

ใช้ความสวยงามจากความโค้งเว้า ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจจาก เครื่องปั่นดินเผา

คลาสสิกสีขาวจากยุคโชซอน เป็นการสืบสานความงามต้นตำรับดั้งเดิมให้คงอยู่


สีที่ใช้จนเป็นเอกลักษณ์ของโซลวาซู คือ สีส้มและน้ำตาล

สีส้มเป็นความสว่างสดใสแต่สงบ และทรงพลังเปรียบเหมือน พลังงานอันสดใส

สีน้ำตาลเป็นสัญลักษณ์ของโลกซึ่งเป็นส่วนสำคัญของชีวิต และ สมุนไพรเกาหลี

 แบรนด์นี้เค้าใส่ใจตั้งแต่กล่องเลยค่ะ เนื้อกล่องจะเป็นเนื้อด้านลื่นๆ

คล้ายกำมะหยี่หน่อยๆ บอกไม่ถูกแฮะ แต่แค่ลูบกล่อง ก็รู้แล้วว่า

ต่างกับกล่องครีมที่แบรนด์อื่นๆใช้ค่ะ ถ้าซื้อในเคาเตอร์ราคาแพงกว่าทั่วไป

แต่มั่นใจได้เรื่องของแท้ ถ้าซื้อร้านหิ้วต้องดูให้ดีนะคะ

ของปลอมมีเยอะมาก (เคาเตอร์ประมาณ 2,500-2,800 THB)

เปิดกล่องมาก็จะเจอ ฉลากแผ่นน้อย เป็นภาษาเกาหลีและอังกฤษค่ะ 

เดี๋ยวนี้เค้าปลอมกันยันฉลากแล้วนะคะ ถึงจะมีฉลากเล่มน้อยอยู่

ก็ไม่ช่วยยืนยันว่าเป็นของแท้ ไม่เซียนจริงแยกไม่ออกแน่นอนค่ะ

อุดหนุนของแท้จากเคาเตอร์ จะได้ไม่มานั่งกลุ้มใจที่หลังด้วยน้า ☺ 

พอได้อ่านเรื่องราว การออกแบบของ Sulwhasoo แล้วมองการออกแบบขวดนี้

รวมถึงเนื้อสัมผัสของขวดที่ เป็นเนื้อด้าน ออกลื่นหน่อยๆ คล้ายกำมะหยี่

สัมผัสได้เลยว่ามันเหมือน "เครื่องปั้นดินเผา" ตามที่เค้าบอกจริงๆ

ต่างแค่...ไม่ได้อยู่ในยุคโชซอน แต่อยู่ในยุค 2018 จ้าาาาาา

เรียบง่ายแต่หรูของจริง! ขวดไม่ก๋องแก๋งเลย ดูพรีเมียม์มาก สะสมขวด วนไปค่ะ!!


ที่สำคัญขวดเป็นแบบปั้ม ช่วยถนอมและคงประสิทธิภาพของเซรั่ม

ป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไปในขวดมากเกินไป ใช้สะดวก ไม่เลอะเทอะค่ะ ✩

สำหรับเนื้อผลิตภัณฑ์ เป็นเซรั่มใส สีน้ำตาลเข้ม

ไม่ข้นหนืด และไม่เหลวจนเป็นน้ำ สิ่งแรกที่สัมผัสได้ตั้งแต่เปิดฝาคือ

กลิ่นโสม กลิ่นสมุนไพร หอมมมมสดชื่นนนนน แตะจมูกตั้งแต่กดปั้มแรก

เราชอบกลิ่นนี้มาก ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้จริง เป็นกลิ่นเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้ค่ะ


เนื้อสัมผัสแบบนี้ คนที่เป็นสิวง่าย โดยเฉพาะสิวอุดตันอาจจะชอบ

เพราะเนื้อเซรั่มบางเบาไม่อุดตันผิว ไม่รู้สึกหนักผิวหลังทา เพราะหากทาครีมบำรุง

ที่มีความข้นหนืดมากเกินไป อาจอุดตันผิว ก่อให้เกิดสิวอุดตันได้ค่ะ

หลังทาเซรั่มลงบนผิว เซรั่มซึมลงผิวได้ไวมากกกก

ไม่ทิ้งความหนืด ไร้ความมันใดๆ แต่กลับรู้สึกสดชื่นทันที

อาจเป็นเพราะกลิ่นโสมที่ทำให้รู้สึกสดชื่นด้วยค่ะ



ตัวนี้ใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น สามารถทาตอนกลางวันได้สบาย เพราะไม่ทำให้มันเพิ่ม

กลับช่วยลดความมันของผิวเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องค่ะ เพราะฉะนั้นใครผิวมันมากๆ

ใช้ได้หายห่วง ประสบการณ์ตรงจากคนผิวมันขั้นสุดแบบเราค่ะ 

วิธีการใช้ของเรา กดเซรั่มลงบนมือ จากนั้นวอร์มเซรั่มนิดหน่อย

หนุนให้แตกตัวประมาณ 2-3 รอบ (ตามภาพนะคะ)

การวอร์มครีมหรือเซรั่มก่อนทา จะทำให้ครีมมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับผิวหน้า

ทำให้ดูดซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย และออกฤทธิ์ดียิ่งขึ้น เนื่องจากมือของเรามีความร้อนอยู่ค่ะ


เหตุผลส่วนตัวอีกอย่างสำหรับเรา คือ การวอร์มเซรั่มที่มือสักหน่อย

ช่วยให้เซรั่มกระจายทั่วมือค่ะ เวลาประกบลงบนผิวหน้า เซรั่มก็จะกระจายได้ทั่วหน้า

รู้สึกสบายผิวกว่าวิธีการทาปาดๆวนๆค่ะ อีกอย่างเรากลัวอุดตันด้วย

กลัวสิวมากกว่ากลัวผี! เพราะเคยโบกๆแล้วไม่เวิร์ค แทนที่จะดีขึ้นกลับอุดตันซะงั้น

คราวนี้เป็นวิธีการลงเซรั่มของเรา ไม่ได้บอกว่ามันถูกต้องที่สุดน้าาาา

หลายคนอาจจะมีวิธีของตัวเองอยู่แล้ว แต่เราลองแบบนี้แล้วเวิร์คค่ะ

หลังจากวอร์มเซรั่มแล้ว ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้าง ประกบเซรั่มลงบนผิว

โดยเริ่มจากบริเวณหน้าแก้มก่อน กดเบาๆ ไล่จากข้างจมูกออกไปถึงกรอบหน้า

จากนั้นจากหัวคิ้วขึ้นไปถึงหน้าผาก ตามด้วยคางค่ะ (ตามลูกศรในภาพ)


หลังจากกดเบาๆจนเซรั่มหมดที่ฝ่ามือแล้ว เราใช้นิ้วกลางและนิ้วนางเปล่าๆ

ลูบเบาๆ ตามแนวขน ประมาณ 5-6 วินาทีค่ะ ช่วยระบบการไหลเวียนค่ะ

ลูบขึ้นตามลูกศร หน้าจะได้ไม่เหี่ยวย่น สู้กับแรงโน้มถ่วงโลกค่ะทุกค๊นนนน!

จบด้วยการอังด้วยฝ่ามือให้ทั่ว เพิ่มความอุ่นให้ผิวหน้าอีกนิดนึง


(ย้ำว่าทำอย่างเบามือ แค่กด ไม่ต้องตบนะคะ)

เราจะเลี่ยงการปาดครีมหรือเซรั่มลงบนผิวโดยตรงค่ะ อย่างที่บอกไปว่า

เราเป็นคนผิวอุดตันง่ายมาก  เคยทาวนๆปาดๆแล้วสิวขึ้น

ซึ่งเราใช้วิธีนี้กับสกินแคร์ทุกตัวที่ใช้ การวอร์มสกินแคร์แต่ละตัวนั้น

ก็ใช้เวลาแตกต่างกันนะคะ อยู่ที่ความหนัก ความหนืดของเนื้อครีมด้วยค่ะ


การใช้มือประกบ หรืออังที่ผิวหน้าหลังบำรุง ผิวหน้าจะอุ่นหน่อยๆ

ช่วยให้สกินแคร์ซึมได้ดีขึ้น ตรงนี้เราฟินนะ กลายเป็นเสพติดวิธีนี้ไปแล้วค่าาา

ผลลัพธ์ที่สัมผัสได้ จากผู้ใช้จริงอย่างต่อเนื่อง


ข้อแรกที่ทำให้หลงรักคือ ใช้แล้วผิวแข็งแรง เป็นสิวยาก

ผิวเราแน่นขึ้น รู้สึกได้ว่าแข็งแรง และไม่แพ้ง่ายเหมือนก่อน

รูขุมขนกระชับขึ้น ผิวอิ่มน้ำ หน้ามันน้อยลงค่ะ ช่วงที่สิวเห่อจากการแพ้ครีม

 เราหยุดใช้ครีมอื่น ใช้แค่ตัวนี้ตัวเดียว 7 วันติด 

จากนั้นนั้นถึงเริ่มเพิ่มสกินแคร์ตัวอื่นๆ ตามลำดับค่ะ 


ผิวเริ่มดีขึ้นหลังใช้ติดต่อกันนะคะ ไม่ใช่แค่ 3-7 วัน

เราใช้ตัวนี้เกือบปีแล้ว ยังคิดอยู่ว่าทำไมเพิ่งลองใช้

เจอกันช้าไปหน่อยแฮะ! วันไหนที่ขี้เกียจมากๆ เราทาตัวนี้แค่ตัวเดียว

ส่วนตัวคิดว่าขวดนี้ เป็นมากกว่าพรีเซรั่ม ที่เสริมสกินแคร์ตัวอื่น

เพราะเค้ามีคุณสมบัติดีๆในตัวเยอะมาก 

จนต้องยกให้เป็นที่หนึ่งในดวงใจน้อยๆของเราเลยค่ะ

ซูมผิวกันค่ะ!! เรามีปัญหาเรื่องกระ เป็นกระที่เกิดจากแสงแดดค่ะ 

กระจายอยู่ทั่วแก้มแบบจางๆ และสีผิวบางจุดไม่เสมอกัน มีรอยสิวอยู่บ้าง

แต่เรารักผิวของเราตอนนี้ แข็งแรงและไม่แพ้ง่ายเหมือนเคย

ผิวละเอียดขึ้น เด้งฟู ไม่โทรม และแต่งหน้าติดมากขึ้นค่ะ 


บอกก่อนเลยว่า..เราไม่ได้ใช้ตัวนี้ตัวเดียวนะคะ

หลังลง first care เราใช้สกินแคร์อย่างอื่นเพิ่มอีก 2 ตัว

ทุกตัวทำงานด้วยกันอย่างสามัคคี รักกันดีไม่ตีกันเล้ยย 

ใช้ first care เป็นหลักและลงเป็นตัวแรก เราว่าตัวนี้ช่วยให้ตัวอื่นทำงานได้ดีขึ้นจริง

มีช่วงนึงที่เซรั่มหมด ของขาดไปแป๊ปนึง รู้สึกเลยว่าผิวไม่โอเคเท่าตอนที่ใช้

และตัวอื่นๆก็ทำงานอย่างช้าๆ สู้ตอนมีไม่ด้ายยยย!!

 " จากที่ไม่เคยรักผิวตัวเองเลย ก็กลายเป็นหลงรักซะแล้ว "

จะว่าอวยไหม..ก็มีบ้างงงงง แต่อวยแบบมีหลักการณ์น้าาาา


เพราะเราเคยแพ้หนักมาก เรียกได้ว่าพัง และได้ตัวนี้ช่วยเอาไว้

 ใครไม่เชื่อตามดูรูปในกระทู้เก่าได้เล้ยยยย 


ทั้งหมดในกระทู้นี้ คือเหตุผลที่ทำให้รักกกกกกก

Sulwhasoo first care activating serum และยกให้เป็น

"หนึ่งเดียวในดวงใจ 2018" และคิดว่าปี 2019..20..21 ก็จะยังใช้อยู่ค่ะ

จะเปลี่ยนตัวอื่นพอได้นะ แต่ตัวนี้ไม่เปลี่ยนแน่ๆ รักมาก ไม่นอกใจ!

**ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของผิวแต่ละบุคคลด้วยนะคะ**

อย่าลืมทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้ด้วยน้า


ปาหัวใจให้ทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้เช่นเคยค่ะ 

แล้วพบกันใหม่ ในกระทู้ถัดไปจ้า ^_^



อ้างอิงข้อมูล : https://www.sulwhasoo.com/th/th/

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย