] REVIEW [  ฟื้นผมเสียทำสี ให้กลับมานุ่มสลวยได้อีกครั้ง! (ทำเองได้ง่าย ๆ เพียงแค่สระผม)

its.tsunisa

its.tsunisa

ดู Profile

รู้จักย้อม ก็ต้องรู้จักบำรุง

๕๕๕๕๕๕


ตองเองค่ะ ตองเป็นคนที่ชอบย้อมผมมากๆ

และเป็นคนที่เติมสีบ่อยมาก ส่วนมากก็ซื้อ ครีม / โฟม ย้อมผมมาทำเอง

ไม่ได้เป็นสูตรไม่มีแอมโมเนีย เค้าซื้อตามร้านทั่วไปนี่แหละ


หลังจากที่ย้อมติดต่อกันบ่อยๆ หลายครั้ง

หนังศีรษะก็เริ่มออกอาการ ทั้งมันง่าย และมีกลิ่นง่าย

ผมก็เริ่มแห้ง ไม่มีน้ำหนัก ฟูมากกว่าเดิมไปอีก


ถ้าให้ย้อนไป ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ตองเปลี่ยนและเติมสีเรื่อยๆ

ซึ่งโทนสีตองที่ตองทำจะไม่ได้โดดมาก เพราะเป็นคนชอบโทนสีหม่นเทา และหม่นเขียว

ในรูปคือ สีที่ไล่มาเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นปี ถึง ปัจจุบัน ความนิสัยเสียคือ พอสว่าง ก็ไปย้อมเป็นเข้ม

แล้วก็กลับมาดึงให้สว่างอีก ๕๕๕๕๕ ทั้งสีมันหลุดเอง และไปดึงให้สีสว่างขึ้นเอง


แต่วิธีบำรุงที่ง่ายที่สุด ก็คือ แชมพู และ ครีมบำรุงผมนั่นเอง

วันนี้เค้าเลยเอารีวิวมาฝากคร่าาาาา

ใช่ค่ะ Aesop ค่ะ

ถึงขวดเค้าจะเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ค่ะ อีกขวดเราไม่ได้มีไว้โชว์ค่ะ

คิคิ สาจ๋าาา .. ไปต่อกันจ่ะ


ในมือเค้าคือ แชมพู และ มาร์กนั่นเอง


เรามีลูกรักเป็น Aesop ไปแล้ว เราต้องป้ายยาตัวเองต่อไปค่ะ


ซึ่งแบรนด์เอ สอปนั้น สตอรี่ก็เริ่มมาจากงานผมนั่นเอง

ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เอ สอป เป็นช่างทำผม และมีชื่อเสียงเริ่มมากจาก

แชมพูสูตรผสม Essential oil ที่นอกจากจะช่วยบำรุงแล้ว

ยังแก้ปัญหากลิ่นสารเคมีจากผลิตภัณฑ์ที่เคยใช้


เพราะฉะนั้น Hair Care ของทางแบรนด์

ต้องเด็ดแน่นอน มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ


สภาพผมก่อนใช้

หนังศรีษะบอบบาง และมีความมัน เพราะไม่ได้สระมา 2 วัน ๕๕๕

เวลาไม่ได้หนีบ ผมก็จะฟูฟ่อง หลังหนีบ ปกติก็จะแข็งทื่อค่ะ คือสางแล้วนิ้วติด

หรือสะบัดแล้วไม่ไป ๕๕๕ มาทั้งแผง ประมาณนั้นเลย 


ซึ่งในไลน์ Hair Care นั้นเค้าก็มีหลายสูตรเลยนะคะ


วันนี้เค้าจะมารีวิว แชมพู และ มาร์ก

สำหรับผมทำสี ( Colour Protection )

ให้ดูน๊าาาา


มาเริ่มสระผมกันได้เลยคร่า

Colour Protection Shampoo

500ml | 1,700.-


ความเด็ดของแชมพู แบรนด์ เอสอปนั้น


เค้าเป็นสูตรฟองน้อย ปราศจากซิลิโคน

ใช้ส่วนผสมซัลเฟตจากธรรมชาติ ทำให้มีสารเคมี น้อยนั่นเอง


เพราะบางครั้งแชมพูที่เราใช้ทั่วไป เค้ามีฟองเยอะ

บางครั้งเป็นเพราะเค้ามีสารเคมีประเภทซักฟอกอยู่ หากสะสมมากๆ ก็ไม่ดีน๊าาาา


สำหรับตัวขวด ทั้งแชมพู และมาร์กนั้น

ส่วนตัวตองชอบแพคเกจจิ้งของแบรนด์ Aesop อยู่แล้ว มีความแล็ปมาก

ดีงามมาก ขวดสีน้ำตาล ให้ฟิลเหมือนตัวขวดเซรั่มทาหน้าเลย ชอบ

ไม่ต้องกลัวตกแตกในห้องน้ำนะคะ หัวปั้มปั้มได้ง่าย

ได้ปริมาณที่เหมาะ ต่อการปั้ม 1 ปั้ม


สำหรับตัวเนื้อแชมพู เพราะ เค้ามีชื่อเสียงมาจาก

แชมพูที่มีส่วนผสมของ Essencial Oil

ทำให้ไม่กระทบต่อระดับน้ำมันที่ปกป้องเส้นผม

ทำให้ผมยังนุ่ม และเงา

เนื้อแชมพูใส ออกสีเหลือง มีความหนืดและมัน

เพราะมีส่วนผสมของ Essencial Oil นั่นเอง


ที่สำคัญคือ

กลิ่นหอมอโรม่ามากจ้าาา ดีงามมมมม ร๊ากกกก

ชอบเนื้อสัมผัสมากๆ

ความรู้สึกเหมือนเอา เนื้อเซรั่มออยล์ แบบเข้มข้นมาสระผม


อันนี้คือ

ความหนืดของเค้านะคะ จะเห็นได้เลยว่ามีความหนืดพอสมควร

ไม่ได้สระมาหลายวัน หนังศรีษะก็จะมันมว๊ากๆ นิดนึง ๕๕๕

ตอนที่ลงแชมพูไป ตอนแรกก็จะมีฟองหน่อยๆ  แต่พอนวดไปเรื่อยๆ ฟองก็หายไปเลยจ้าาาา

วิธีใช้ *


ก่อนสระผม ก็ใช้หวีแปรงผม แล้วก็เริ่มล้างด้วยน้ำก่อน เป็นไปได้ ก็ใช้น้ำค่อยๆ ไล่ให้ทั่วหัว

ประมาณ 1 - 2 นาทีก่อน เพื่อชะล้างสิ่งสกปรก ออกไปก่อนนะคะ


เค้าจะกดทีละปั้ม ก่อนค่ะ นวดบนฝ่ามือ แล้วค่อยๆ ฟอกโดยใช้แค่ปลายนิ้ว ไม่เกา

ค่อยๆ นวดให้ทั่วหนังศีรษะ เน้นทำความสะอาดหนังศรีษะ


ส่วนของปลายผม ตอนล้างน้ำออก น้ำก็จะชะล้างออกไปเอง

ถ้าไม่ยุ่งกับปลายผมมากๆ จะทำให้ผมเรา ไม่ แห้งมากเกินไปด้วยค่ะ


ล้างออกได้ง่าย หนังศรีษะเบาขึ้นมากกกกก

สดชื่น ไม่รู้สึกเหนียวหรือเหนอะเลย


แล้วไปต่อกันที่มาร์กกันเลย

 Rose Hair & Scalp Moisturising Masque

500ml | 3,600.-

( 120ml : 1,200.- )


ถึงราคาสูง แต่อย่าตกใจไปค่ะ

ความคุ้มค่าเกินราคาแน่นอน เพราะเค้าจะอยู่กับเราไปอีกนานนนนนนนนน


ใช้สำหรับช่วงที่ต้องการ การบำรุง หรือสัปดาห์ละครั้งก็พอ


ถ้าเพิ่งไปย้อมมา เหมือนเค้า ที่เพิ่งย้อมผมใหม่มาไม่กี่วันนี้

เค้าก็นวดทั้งหัว 1 ครั้ง อีกวันก็ เน้นแค่ปลายผมพอ

ต่อไป ก็สัปดาห์หน้าได้เลยจ้า


เค้าเป็นมาร์ก ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ และมีน้ำมันพฤกษาสกัดนานาชนิด !!!!

เค้าจะช่วยบำรุง เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และยังช่วยลดปัญหาเส้นผมแห้ง กรอบ

ตัวขวดเหมือนกับแชมพูเลยค่ะ ฉลากอธิบายเอาไว้ครบ ไม่งงแน่นวล


เนื้อสัมผัสเหมือนตัวครีมมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กลิ่นก็เหมือนมากกกกกกกกเช่นกัน


เป็นเนื้อครีมแบบเข้มข้น สีเหลืองอ่อน เนื้อละเอียดและเข้มข้นค่ะ

กลิ่นหอมอ่อนๆ แบบนัวๆ

 * วิธีใช้ *


เค้าแนะนำเอาไว้ คือ ให้ค่อยๆ ไล่น้ำออกจากผมจนหมาด

หรือซับผมให้แห้งจนหมาด ก็ดีค่ะ เค้าก็ใช้หวีแปรง


ปริมาณก็แล้วแต่ความยาว / หนาผมได้เลยค่ะ แต่ให้ทั่วผมค่ะ

สำหรับผมสั้นและบางแบบเค้า ปั้มนึงก็เอาอยู่แล้วจ่ะ 


หลังจากชโลม ให้เหมือนมาร์กผมเลยนะ จนทั่วแล้ว

ค่อยๆ ใช้หวีแบบแปรง หวีตั้งแต่กลางถึงปลาย ให้เนื้อมาร์กทั่ว


คุณคะ ผมที่เคยกระชากแปรงนั้น จะหัวโยกนั้น

ได้หายไปเลยค่ะ หวีง่าย หวีลื่น เหมือนผมไม่เคยเสีย

นวดหนังศรีษะ เคลิ้มไปเลย ถ้านวดดี ใช่ค่ะ นวดเองนี่แหละ ๕๕๕๕


นอกจากกลิ่นของแชมพูและมาร์กจะช่วย Relax ได้แล้ว การนวดที่ดี

จะช่วยลดความเครียดในแต่ละวันได้ดีเลยน๊าาาาา


มาร์กทิ้งเอาไว้ 20 - 30 นาที

ความนุ่มเกินคาด เค้าจะเกิดขึ้นหลังจากนั้นค่ะ !!!!!!


ล้างออกได้ง่ายมาก ผมนุ่มตั้งแต่ล้าง ไม่รู้สึกว่าผมแห้งเลย

หลังจากที่ล้างน้ำจนสะอาดแล้ว หนังศรีษะก็สบายมากๆจริงๆน๊า อยากให้ลอง


<3

ชั้นรักเค้าาาาาาาาาา


คุณคะ ล้างแล้ว  ไดร์แล้ว หนีบแล้ว ผมตองจะไม่ทื่อ อีกต่อไป !!!!!!!

ตื้นตันมากๆ ที่เวลาสะบัดผมแล้ว ผมจะไม่มาทั้งแผง อีกต่อไป!!!

ความรู้สึกหลังใช้


ส่วนตัวแล้ว ความสบายหัว เห็นได้ชัดมากกกกกกกก เบอร์แรงมากกก

ผมมีน้ำหนักมากขึ้น และไม่ฟีบเหมือนก่อนหน้านี้ค่ะ


ตัวมาร์กคือ ที่สุด เรียกได้ว่าเป็นสูตรเร่งรัด ก็ว่าได้ค่ะ 

เพราะเค้าช่วยเน้นเรื่องบำรุงและความชุ่มชื้นให้ทั้งผม และหนังศรีษะ!!! 


กลิ่นหอมเบาๆ และหนังศรีษะมันช้ากว่าปกติมากๆ 

เพราะตองไม่ได้ทำงานในห้องแอร์ตลอดเวลา ปกติแล้ว

พอตกเย็นหัวก็เริ่มมันแล้วค่ะ แต่ตอนนี้ไม่เลย หมดวันหัวก็ยังไม่มันเหมือนปกติ


ส่วนตัวเลยชอบมากกกกก คุ้มค่าทุกมิลลิลิตร ที่สุด !!


เปรียบเทียบให้ดูกันเลยน๊าาา


หนังศรีษะหายมันแน่นอน !!!!!

ผมดูมีน้ำหนักมากกว่าเดิม ไม่ดูแห้ง ทื่อ


คุณเห็นไลน์ผมที่หย่อนนั้นมั้ย ?

ใช่ค่ะ ผมตองมีน้ำหนักค่ะ ๕๕๕๕๕


รักผมตอนนี้มากกกกก รักตอนสระมากกว่าาาาาาาาาา

รักกลิ่นแบบนี้ และเค้าไม่ได้มีดีแค่กลิ่นอีกด้วยน๊าาา


ปิดท้ายด้วยรูปผมเอง เพราะ ผมสวย ผมพริ้ว ผมมีน้ำหนัก

แวะมาป้ายยาแล้ว เค้าไปน๊าาาาาาา ~


เจอกันใหม่ รีวิว หน้านะคะ

xoxo

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย