พาไปดู Laser กำจัดขนด้วย Gentle Yag ที่ SLC clinic

13 2
การมีหนวด เครา และขนบนใบหน้าเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากสำหรับมนุษย์พันธ์ุขนอย่างบูม เพราะเจ้าเส้นขนเหล่านี้มันเติบโตตลอดเวลา ทำให้ในทุกเช้าต้องเสียเวลาโกน ยิ่งวันไหนรีบๆ เผลอไปบาดผิว (เลือดอาบไปอี๊กกก?) แถมการโกนยังเป็นการกำจัดขนชั่วคราวในนระยะสั้นๆ เท่านั้น บูมจึงตัดสินใจลองกำจัดขนด้วยการใช้ Laser

หลักการทำงานของ Laser กำจัดขน

แสงเลเซอร์ในความยาวของช่วงคลื่นที่เหมาะสมสำหรับการกำจัดขนจะอยู่ที่ประมาณ 600 – 1100 nm/นาโนเมตร เมื่อไปจับกับ "เมลานิน" ที่อยู่ในรากขน จะทำให้เกิดความร้อนเพื่อไปทำลายรากขน เมื่อรากขนถูกทำลาย เส้นขนก็จะไม่ถูกผลิตขึ้นมาใหม่ในชั่วระยะหนึ่งหรือถาวรนั่นเองครับ

Laser กำจัดขนมีกี่ประเภท ?

เท่าที่บูมลองหาข้อมูลก็มีอยู่ 4 ชนิดหลัก ๆ แบ่งตามความยาวคลื่นและชนิดของสื่อกลาง ได้แก่
  1. Ruby (694 nm) 
  2. Alexandrite (755 nm) 
  3. Diode (800 nm) 
  4. Gentle Yag (1064 nm)
ซึ่งความยาวคลื่นที่ต่ำจะทะลุทะลวงได้น้อย แต่จะถูกดูดซับโดยเมลานินได้ดี ในขณะที่ความยาวคลื่นที่สูงจะมีอำนาจในการทะลุทะลวงที่สูงแต่ก็จะถูกดูดซับโดยเมลานินได้น้อยกว่า ด้วยความที่สีผิวของคนในแถบเอเชีย ค่อนข้างเข้มกว่าคนในแถบยุโรป (มีปริมาณเมลานินในผิวที่มากกว่า)นี่ ทำให้เลเซอร์ชนิด Ruby และ Alexandrite นั้นไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทยหรือในแถบเอเชีย  เพราะอาจทำให้เกิดอาการ Burn หรือไหม้ได้ง่าย

แล้ว Laser ประเภทไหนดีที่สุด ?

เมื่อตัด Ruby และ Alexandrite ออกไปแล้ว ก็จะเหลือแค่ Diode กับ Gentle Yag ซึ่งในความเข้าใจของบูม Laser ทั้ง 2 ประเภทนี้ก็มีความเหมาะสมที่แตกต่างกันในแต่ละบริเวณดังนี้ :

  1. Diode Laser (800 nm) หรือ Soprano XL มีประสิทธิภาพในการขจัดขนได้ดีกว่า Gentle Yag เพราะความยาวคลื่นที่ต่ำกว่า สามารถจับกับเมลานินในเส้นขนได้ดีกว่า แต่เจ้า Diode Laser ต้องใช้เจลเย็นในการลดความร้อนระหว่างทำ จึงอาจไม่เหมาะนักกับการทำที่ผิวหน้าหรือในบริเวณเล็ก ๆ ที่ต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ เหมาะเอาไว้ทำพวกแขน ขา หรือบริเวณกว้าง ๆ 
  2. Gentle Yag จากช่วงความยาวคลื่น แม้จะแลดูด้อยกว่าเล็กน้อยในเรื่องความสามารถในการขจัดขน แต่ด้วยลักษณะหัวยิงของเครื่องที่ปรับพลังงานให้สามารถเก็บรายละเอียดของเส้นขนในจุดเล็ก ๆ ได้ทำให้ Gentle Yag เหมาะสำหรับการเก็บรายละเอียดในจุดเล็ก ๆ อย่างใบหน้า หรือรักแร้ (แต่จะทำส่วนอื่นอย่างแขนและขาก็สามรถทำได้ครับ)

Laser กำจัดขนเจ็บไหม ?

ต้องออกตัวก่อนว่านี่ไม่ใช่การทำ Laser กำจัดขนครั้งแรก บูมเคยทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วราวๆ 8 ครั้ง ในช่วง 5-6 ปีที่แล้ว ซึ่งบูมเคยลองทั้งแบบทายาชา และไม่ทายาชา ก่อนยิงเลเซอร์ ต้องสารภาพตรงๆ ว่าการทายาชาแทบจะไม่ได้ช่วยอะไร ยังคงเจ็บเหมือนเดิม แม้อาจจะเบาเทาลงไปเล็กน้อยก็ตาม(ในกรณีขนเส้นหนาๆ แบบบูม) แถมยังเสียเวลาให้ยาชาออกฤทธิ์อีกอีกราวๆ 40นาที - 1ชม.  แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่น
  • ความหนาของเส้นขน
  • Threshold of pain : หรือความสามารถในการอดทนต่อความเจ็บปวดของแต่ละคน ที่ไม่เท่ากัน
  • ประสบการณ์ของผู้ยิง
  • การปรับระดับพลังงานให้เหมาะสม ในแต่ละบริเวณ

ทำไมถึงต้องทำซ้ำ ?

เส้นขนมีระยะในการเจริญเติบโตอยู่ 3 ช่วงใหญ่ ๆ นั่นคือ
  1. Anagen :ช่องแรก คือที่ช่วงที่รากขนยังทำการสร้างเส้นขนอยู่และมีปริมาณเมลานินสูงสุด 
  2. Catagen : ช่วงต่อมา คือรากผมเริ่มหยุดการสร้างเส้นขน 
  3. Telegen : ช่วงสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วงที่เส้นขนเตรียมจะหลุดออกและกำลังจะเริ่มร้างรากขนเพื่อผลิตขนเส้นใหม่
ซึ่งระยะที่เลเซอร์จะทำหน้าที่ในการกำจัดขนได้ดีที่สุดก็คือช่วง Anagen ทว่าพื้นที่อย่างเช่น "ขา" ของคนเรา จะมีเส้นขนที่อยู่ในช่วงของ Anagen อยู่ที่ประมาณ 20 เท่่านั้น ดังนั้นการกลับมาทำซ้ำอย่างต่ำ 4 - 5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างประมาณ 1 เดือนในแต่ละครั้ง ก็จะสามารถขจัดเส้นขนได้มากกว่า 75 % ขึ้นไป


การเตรียมตัวก่อนและหลังไปทำเลเซอร์ขจัดขน

ก่อนทำ
  • ห้ามถอนขน แว๊กซ์ขน ให้โกนได้ยอ่างเดียว
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์มีฤิทธิ์ในการผลัดลอกเซลล์ผิวอย่างน้อยสัก 1 - 2 สัปดาห์ จะช่วยให้ผิวระคายเคืองได้น้อยลง
หลังทำ
  • ประคบเย็นด้วยผ้าเย็นหรือถุงน้ำแข็งเพื่อลดความร้อนของผิวหลังจากทำเลเซอร์
  • สามารถทายา Triamcinolone Acetonide เพื่อลดรอยและการอักเสบแดงได้
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤิทธิ์ในการผลัดเซลล์ผิว อย่าง Vitamin C หรือกรด AHA และ BHA สักระยะ(ประมาณ 1 สัปดาห์)
  • ทายากันแดดเป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงการทำให้ผิวระคายเคือง หรือการถอนขนเพื่อลดโอกาสการเกิดรูขุมขนอักเสบ หรือตุ่มหนองขาว ๆ บริเวณรูขุมขน

เมื่อพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลย....

ในครั้งนี้บูมทำเลเซอร์กำจัดขนทั่วใบหน้า และลำคอ ยกเว้นบริเวณหนวดไว้(ใจยังไม่กล้าพอ?) โดยไม่ทายาชา ซึ่งคุณหมอดาก็น่ารักมาก ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี ซึ่งก่อนเริ่มจะต้องทำความสะอาดใบหน้า
จากนั้นผู้ช่วยก็จะโกนขนที่รกรุงรัง บริวเวณที่จะทำออก เพื่อให้ความยาวของเส้นขนเหมาะสม ในการยิงเลเซอร์
จากนั้นคุณหมอจะตั้งค่าพลังงาน ปิดตาและเริ่มเป่าลมเย็นๆ บริเวณที่จะยิง เพื่อบรรเทาความเจ็บขณะทำ จากนั้นก็เข้าสู่ช่วงเวลาหรรษา ระหว่างยิงความรู้สึกจะเหมือนโดนหนังยางดีด ซึ่งเส้นขนที่อยู่ในระยะที่เหมาะสม และได้รับพลังงานอย่างเหมาะสม ก็จะหลุดออกมาระหว่างทำ รวมถึงมีความร้อนบริเวณที่ยิง (ซึ่งเป็นเรื่องปกติ) ตามมาด้วยกลิ่นไหม้ประหนึ่งอยู่ในร้านหมูกระทะยังไงอย่างงั้น ?
โดยรวมก็ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 5 - 10 นาที ซึ่งถ้าถามว่าเจ็บไหม ต้องบอกว่าเจ็บแต่อยู่ในระดับที่ยังรับได้ ไม่ถึงกับนอนจิกขา (คุณหมอแอบเป็นห่วง ถามตลอดว่าไหวไหม? เห็นบูมนอนนิ่งไม่ขยับ)
หลังทำเสร็จผิวแดงเล็กน้อย จะมีขนบางเส้นที่กระเด้งหลุดออกมาให้เห็นเลย แต่ก็จะมีส่วนที่ไม่หลุดออกไปเหมือนกัน ในช่วงสัปดาห์แรกบูมก็จะยังไม่โกนขนบริเวณที่ทำเลเซอร์ เพราะไม่อยากทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองเพิ่มขึ้น

หลังยิงเลเซอร์ 1 สัปดาห์

จะสังเกตุว่าเส้นขนบางส่วนหลุดออกไปแล้ว แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังดื้อด้านไม่ยอมจากไปไหน โดยในครั้งนี้บูมไม่พบอาการผิดปกติ เช่น บวม เบิร์น หรือมีตุ่มใสๆ ขึ้นบริเวณที่ยิง ส่วนอาการแดงหลังจากยิงเลเซอร์ ประมาณ 3-4 ชั่วโมงก็หายไปครับ


สรุป

โดยรวมก็ถือว่าผลออกมาค่อนข้างดี ไม่มีอาการเบิร์นหรือบวมใดๆ ส่วนขนที่ยังไม่หลุดคาดว่าน่าจะทะยอยหลุดไปใน 1-2 สัปดาห์หลังจากยิงเลเซอร์ และคงต้องทำซ้ำอีกราวๆ 6-7 ครั้ง เพื่อให้เส้นขนบนใบหน้าลดลงเสมอกันทั่วใบหน้า(ขอเวลาทำใจและ เก็บเงินวนไปจ้า?) 


Wanviset

Wanviset

✨ สวัสดีฮะ ชื่อบูม นะครับ ✨
สกินแคร์คือหนึ่งในความสุขเล็กๆ ของเราและด้วยความอยากรู้อยากลอง ชอบแชร์ทำให้เราลองเขียนบล็อกเล็กๆ ขึ้นมาฝากเพื่อนๆ ติดตามผลงานของเราด้วยน้า

FULL PROFILE