สังเกตให้ดี คุณกำลังมีอาการผิวติดสารอันตรายอยู่หรือเปล่า #ดึงสติก่อนซื้อ

aimmellow

aimmellow

ดู Profile

ความน่ากลัวของสารอันตรายของครีมในเน็ต ไม่ได้มีแค่ใช้แล้วหน้าพัง หน้าแพ้ สิวเห่อ... แต่รู้มั้ยว่าสารบางชนิด สารมารถซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนัง ลึกเข้าไปในกระแสเลือด แล่นเข้าสู่หัวใจ และถูกกระจายไปที่อวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายได้เลยนะ

โอ้มายก้อดดดดด ได้ยินแบบนี้แล้วสตันท์ไป 3 วินาที

แต่เดี๋ยวนี้ผลิตภัณฑ์ออกใหม่มันก็เยอะ ใครๆ ก็ช็อปออนไลน์ ทำให้อัตราเสี่ยงพลาดไปใช้เครื่องสำอางหรือครีมที่มีสารอันตรายอาจเยอะตามไปด้วย

กระทู้นี้ มาลองเช็คตัวเองกันซิว่า คุณเคยมีอาการเหล่านี้มั้ย... ถ้าใช่ สาวๆ อาจเจอครีมที่มีสารอันตรายเข้าแล้วล่ะ

1. หน้าแดง ผิวแสบร้อน ลอก อักเสบ

อาจเป็นไปได้ว่าครีมนั้นมีส่วนผสมของ กรดวิตามินเอ หรือมีชื่อเรียกเท่ๆ ว่า Retinol, Retinoic Acid, Retinoid

จริงๆ แล้วกรดวิตามินเอก็พบได้บ่อยในพวกยารักษาสิว ช่วยผลัดเซลล์ผิว และไปรบกวนกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว แต่เมื่อไหร่ที่อยู่ในเครื่องสำอางก็จะถือว่าเป็นสารอันตราย เวลาใช้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์หรือเภสัช

ถ้ามีความเข้มข้นมากเกินไป หรือ ใช้ต่อเนื่องนานเกินไปก็จะทำให้หน้าลอก แดง แสบร้อน หรืออาจเป็นด่างขาวแบบกู้ผิวกลับมาสวยเหมือนเดิมไม่ได้เลยนะ

2. หน้าขาวขึ้น แต่ดูผิวซีด แถมระคายเคือง

สัญญาณครีมไฮโดรควิโนน ครีมปรอทมาแล้วค่ะ! ตอนใช้ผิวดูขาวจริง แต่สารอันตรายสะสมไว้ในผิวหนังเพียบ และที่อันตรายกว่านั้น มันซึมเข้าสู่กระแสเลือดไปทำลายระบบภายในร่างกาย

ไฮโดรควิโนนและปรอท พบมากในครีมทาฝ้า ทาหน้าขาว ผิวออร่า ลดรอยสิว (แต่เวลาใส่ เค้าก็ไม่บอกเราหรอกจ้าว่าใส่) เวลาใช้ครีม หน้าก็ดูขาวขึ้น แค่สุดท้ายจะแพ้และแหกอย่างหนักหน่วงเพราะเป็นการสะสมของปรอท หรือ ไฮโดรควิโนนใต้ผิวหนัง และที่พังไปกว่านั้นคือสารอันตรายสองตัวนี้ซึมเข้ากระแสเลือดไปทำลายระบบภายใน ตับ/ไตอักเสบ เลือดจาง ทางเดินปัสสาวะอักเสบ  ถ้าหากคุณแม่ตั้งครรภ์ใช้ก็อาจทำให้ลูกพิการหรือปัญญาอ่อนได้ค่ะ

โห... ใครจะเชื่อว่าแค่การทาครีมจะทำให้ร่างกายพังขนาดนี้ อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเพราะอยากสวยไวเลยค่ะ

3. อยู่ดีๆ ผิวก็คล้ำขึ้นบริเวณที่ทาครีม

ตอนแรกใช้ครีมผิวก็ขาวเอาๆ แต่อยู่ดีๆ ก็กลับเข้ม ดำขึ้นๆ อาจแปลว่าครีมมีสารไฮโดรควิโนนปนอยู่

จริงๆ แล้วไฮโดรควิโนนถูกใช้เป็นยารักษารอยสิว ฝ้า ทางการแพทย์ แต่ในครีมในเน็ตมักผสมมาในปริมาณที่สูงเกินไปมากๆ ทำให้อันตรายมากกว่ารักษา ผิวจะเริ่มอักเสบ แดง และคล้ำขึ้น และอาจกลายเป็นฝ้าถาวร

ที่หนักกว่านั้นคือมันสามารถซึมเข้ากระแสเลือด ไปกระตุ้นการแพ้ยา ลมชัก หรือเกิดอาการสั่นได้ เรียกว่าสวยอยู่สองสามวัน หลังจากนั้นเหมือนตกนรกทั้งเป็นเลยค่ะ

4. ผิวบางจนเห็นเส้นเลือดฝอยชัดมาก

ใช้ครีมแล้วอู้หูววว ผิวดูขาวใสออร่า เคลมว่าหน้าชมพูดูมีเลือดฝาด แต่จริงๆ คือผิวบางจนเห็นเส้นเลือดฝอย เพราะเป็น ผลข้างเคียงของเสตียรอยด์ 

เมื่อใช้ครีมที่มีสารสเตียรอยด์มากเกินไป ผิวก็จะบางขึ้นเรื่อยๆ เห็นเส้นเลือดฝอยชัดขึ้นมากๆ ไม่ว่าจะที่หน้า ที่ตัว (เช่นเดียวกับยาเสตียรอยด์โรคผิวหนังทั่วไปที่คุณหมอจ่าย) แต่ความต่างคือผิวเราจะบางมากๆ จนมลภาวะ สารพิษต่างๆ เข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ได้ง่าย โดนอะไรนิดหน่อย ผิวเราก็จะแหก พัง เยิน ได้ง่ายขึ้นอีกเป็นสิบเท่าร้อยเท่าเลยล่ะค่ะ 

5. ผิวเป็นผดๆ ใสๆ คล้ายสิว แต่ก็ไม่ใช่สิว 

อาการผดอาจพบได้บ่อยเมื่อเราแพ้ครีม แต่ถ้าเยอะจนผิดสังเกต มีการลุกลาม คุณอาจเจอครีมที่มีเสตียรอยด์เข้าแล้วล่ะ

สำหรับสาวๆ ที่ใช้ครีมเคาน์เตอร์แบรนด์ หรือ ครีมจากดรักสโตร์ Boots, Watsons ทั่วไป หากมีอาหารคล้ายๆ นี้ก็ยังไม่ต้องตกใจจ้า อาจเป็นการแพ้ธรรมดา ถ้าหยุดใช้ก็จะค่อยๆ ดีขึ้น หรือสามารถพบคุณหมอเพื่อกินยา ทายา ให้หายได้ไวขึ้น

แต่ถ้าเป็นครีมในเน็ตก็ต้องลุ้นหน่อยล่ะ หากลูบผิวดู ผิวจะรู้สึกสากๆ เหมือนเป็นผดเล็กๆ ใต้ผิวหนัง ดูเหมือนเป็นตุ่มน้ำ ใสๆ จิ๋วๆ บริเวณที่ใช้ครีม ใครเป็นแบบนี้ แนะนำว่าให้หยุดครีมโดยทันทีก่อนที่อาการจะยิ่งแย่ลงและหน้าพังหนัก

6. สิว ผื่น ผด หายแบบชั่วข้ามคืน

แจ็คพ็อตแตกแล้วค่ะ คุณเจอสเสตียรอยด์ชัวร์! ครีมในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนผิวให้ดีข้ามคืนได้ หากไม่ใช่สเตียรอยด์

จริงๆ แล้ว เราจะพบสเตียรอยด์มากในยาสำหรับโรคผิวหนัง ซึ่งเวลาทาจะช่วยยับยั้งอาการผื่น คัน ผิวหนังอักเสบได้อย่างรวดเร็ว ***แต่*** ยานั้นจะต้องถูกจ่ายด้วยแพทย์หรือเภสัชเท่านั้น เพราะปริมาณและความเข้มข้นในการใช้ที่ผิดไปนิดเดียว จากผิวปัง ก็จะพังทันที!!!!

วิธีการเช็คง่ายๆ ถ้าซื้อครีมในเน็ต ลองหาจุดเล็กๆ ที่เราอาจจะเป็นผื่นหรือคัน ลองเทสต์ทาครีมลงไปดู ถ้ามันหายแบบไวเวอร์  โยนทิ้งเถอะค่ะ... จะได้ไม่เสียใจทีหลัง


7. ตอนใช้ครีมก็หน้าใส สิวไม่ขึ้น แต่พอหยุด..สิวบุกทุกอณู

ทำใจไว้เลยค่ะว่าเจอครีมสเตียรอยด์เข้าให้แล้ว และที่ผิวเราพังหนัก สิวเห่อหนัก ก็เพราะว่าเสตียรอยด์ได้เข้าไปทำร้ายโครงสร้างของผิวเราให้พังทลาย พอผิวอ่อนแอ ทีนี้จะใช้อะไร โดนอะไร ก็พังไปหมด

แต่อย่าเพิ่งท้อนะ เป็นได้ ก็หายได้ :D อันดับแรก ต้องหยุดใช้ครีมนั้นทันที แล้ววิ่งไปหาคุณหมอด่วนๆ ผิวติดสเตียรอยด์สามารถรักษาได้ แต่จะต้องใช้เวลาและความอดทนเยอะหน่อย ในระหว่างนี้ เน้นใช้สกินแคร์ที่อ่อนโยนที่ได้รับจ่ายจากหมอ เภสัช หรือซื้อจากร้านขายยาหรือห้างสรรพสินค้าจะดีกว่า อย่าเสี่ยงไปลองครีมในเน็ต เพราะผิวเรากำลังอ่อนแอมากๆ

แอบบอกทริคเล็กๆ การพอกหน้าด้วยไข่ขาว ช่วยดีทอกซ์ผิว ลดอาการแพ้ ระคายเคืองจากสารอันตรายได้ดีเลยล่ะ
  • กรดวิตามินเอ / เรตินอล : หน้าแดง แสบร้อน แพ้รุนแรง อักเสบ ผิวหนังลอก

  • ปรอท : หน้าขาว แต่ผิวระคายเคือง ปรอทสะสมในผิวหนัง อาจซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ตับไตอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โลหิตจาง

  • ไฮโดรควิโนน : หน้าขาว แล้วกลับเข้มขึ้นเรื่อยๆ ในจุดที่ทา อาจกลายเป็นฝ้าถาวร และซึมเข้ากระแสเลือด ทำให้เกิดการสั่น ลมชัก แพ้ยา

  • สเตียรอยด์ / สเตอรอยด์ : เมื่อใช้ในความเข้มข้นมากเกินไป หรือ นานเกินไป โครงสร้างผิวจะถูกทำลาย ผิวบาง เห็นเส้นเลือดชัด มลภาวะเข้าสู่ผิวแท้ง่าย ทำให้แพ้ง่ายมาก เกิดสิวเป็นจำนวนมาก ทั้งสิวอุดตัน สิวหัวหนอง ผิวแดง ระคายเคือง

    ในระยะยาวอาจทำให้เกิดเลือดออกในกระเพาะอาหาร และคนที่เป็นเบาหวานจะไม่สามารถคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้
เห็นมั้ยคะว่า อันตรายที่ตามมาจากครีมในเน็ต ได้ไม่คุ้มเสียจริงๆ

แต่สำหรับใครที่พลาดไปใช้เข้าก็อย่าเพิ่งท้อนะคะ อาการผิวแพ้ต่างๆ สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ต้องอดทนใช้เวลาสักเล็กน้อย เอาไว้เราจะมาแนะนำผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนสำหรับสาวๆ ที่มีอาการผิวระคายเคืองให้ในกระทู้ถัดๆ ไปนะคะ

อย่าลืมแชร์ไปเตือนภัยให้เพื่อนๆ ทราบกันด้วยนะคะ  :)
ดูกระทู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับครีมอันตรายในอินเตอร์เน็ต #ดึงสติก่อนซื้อ

 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย