ทำไมงานWonderfruit ทำให้เรารู้จักโลก และมีความสุขขึ้น

Stellar Balcony

Stellar Balcony

ดู Profile

(TH/ENG) จริงๆแล้ว Wonderfruitสำหรับเราเป็นมากกว่างานเทศกาลดนตรีมากเลยนะ เป็นเหมือนกับการใช้ชีวิตในอีกแง่มุมมากกว่า เวลาเราเห็นเพื่อนที่มากันแต่กลางคืนเพื่อที่จะปาร์ตี้อย่างเดียว เราแอบเสียดายแทนเค้าไม่ได้ เพราะจริงๆมันมีอะไรมากกว่าดนตรีมาก! สิ่งที่เค้าชอบมากที่สุดเกี่ยวกับ Wonderfruit คือการกลับมาแล้วซาบซึ้งในความหมายของ LIVE LOVE WONDER ในแบบฉบับตัวเอง 

Wonderfruit is far from being just a music festival, I see it’s more like a living. When I found out that my friend only wanted to come during night time for party, I said too bad. it’s much more than just about music. The best part for me about Wonderfruit has always been realizing the true meaning of LIVE LOVE WONDER.

ทุกๆปีเวลาเรากลับมาจาก Wonderfruit เรารู้สึกได้เลยว่าหัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูก แพชั่นต่างๆในชีวิตก็กลับมา รู้สึกได้กลับไปมองโลกให้ใหญ่และสวยงามแบบเด็ก ช่างสังเกต อยากจะค้นหา สำรวจทุกสิ่งทุกอย่างรอบข้าง เราไม่เคยคิดเลยว่าจะหาเพื่อนใหม่ง่ายขนาดนี้ เพราะทุกคนเปิดเข้าหากัน มันทำให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ทุกคนอยู่ที่นี่จริงๆ ไม่ได้อยู่ในอดีต หรืออนาคต หรืออยู่บนมือถือ เราเห็นได้เลยว่าทุกคนมาเพื่อ appreciate ศิลปะ ดนตรี และกันและกัน เราไม่เคยไปที่ที่ไหนที่คนยิ้มให้กัน หรือเดินเข้ามากอดง่ายขนาดนี้ มันทำให้เรารู้สึกว่ามนุษย์ทุกคนมีจิตใจสวยงาม คอยดูแลกันและกัน เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ทุกๆปีเราจะพยายามมาแบบไม่ยึดติดกับใคร ไม่ต้องคิดว่าจะต้องเจอคนนี้ ไม่ต้องกังวลว่าหลงกับเพื่อนแล้วจะไม่สนุก คนข้างๆให้ทำความรู้จักใหม่ก็มีตั้งเยอะแยะ เราปล่อยให้ทุกอย่างไหลไปตามคลื่นของชีวิต เราไม่แตะมือถือ แต่ฟังใจมากกว่าว่าอยากไปที่ไหน ปล่อยให้ไปเจอผู้คนใหม่ๆ หรือเดินไปเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานแบบเซอร์ไพรส์ ๆ ไม่ว่าชีวิตจะพาเราไปเจออะไร ให้เราเชื่อและไหลไปกับมัน เราพยายามไม่หวังอะไรมาก เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นจะทำให้เรามีความสุขง่ายขึ้น ความคิดนี้ทำให้เรามีความสุขกับทุกช่วงเวลาในงานปีนี้ เลยอยากมาแชร์ให้ทุกคนฟัง  จริงๆมีหลายเรื่องดีดีที่เกิดขึ้นในงาน แต่เราค่อยๆเราไปตามวันดีกว่า เอาเป็นว่าวันแรกก่อนเลยละกัน

Every time I came back from Wonderfruit, my heart was filled with love and my passion reignited. I reconnected to my inner child and saw the world as big wondrous place and full of positivity. Connecting with others has never been easier; We are fully here to appreciate art, music, living, and human connection. I’ve never been to a place where I found so much love. Every year I came alone with open heart and positive mindset. I tried not to attach to any group of friends but rather flew through the wave of life. Whatever life took me, I trusted it and enjoyed every single moment. I tried to lower my expectation, so in case anything happened, it would give me a nice surprise  This mindset helped me make the most out of the festival. There are so much to share during these past 4 days, I’d rather take it slow and took you guys with me on the first day.

งานเริ่มตั้งแต่วันพฤหัสประมาณ 4โมง เราอยากมาตั้งแต่คนยังไม่เยอะ จะได้บรรยากาศเป็นกันเอง ที่ตลกก็คือเรานอนเต็นท์ แล้วเราเอาเต็นท์เล็กสุดไซน์ที่นอนได้คนเดียวมาแต่ดันเอากระเป๋าเสื้อผ้าที่กินที่เต็นท์สะเกือบหมด เหลือที่นอนได้นิดเดียว พอไปถึงกางเต็นท์เสร็จ เราก็เริ่มออกสำรวจพื้นที่ ปีนี้เค้าติดไฟขึ้นเยอะมาก ทำให้ดูมีสีสัน งานนี้สำหรับเราเหมือนงาน reunionที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี เดินไปที่ไหนก็เจอเพื่อน แถมยังได้เพื่อนใหม่เต็มเลย Wonderfruit started on Thursday at 4 PM. We wanted to get the vibe of less people and homey feeling so we got there on the first day. Funny thing was I packed biggest luggage with me for camping, but I only brought one-person size tent, so my luggage took most of the space and left me only quarter of the room. Once we got there, we explored the area around. I noticed a lot more lighting at night. 

วันนี้อยากแชร์อยู่สองเรื่องดีดีที่อยู่ในใจเรา เรื่องแรกคือเราได้เจอ Lud เพื่อนที่เราสนิทมากๆ แล้วเค้าก็ให้คำใบแรกในการเล่นเกมส์ล่าขุมสมบัติเรา พรุ่งนี้เราต้องออกตามหาคำใบที่เอาไปฝังในที่ต่างๆทั่ว Wonderfruit โดยคำใบ้หนึ่งจะพาเราไปที่ซ้อนของคำใบ้สอง ไปเรื่อยๆจนสุดท้ายพาเราไปหาขุมสมบัติ เราพูดได้เลยว่าเกมส์นี้ทำให้ประสบการณ์ Wonderfruit เราเปลี่ยนไปในทางที่ดีที่สุด ต้องของคุณ Ludมากๆ! เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเล่าให้ฟังทั้งเรื่อง

Coming to Wonderfruit is like the biggest reunion of the year, I kept running into friends, while making new one. I will tell you guys more detail on stages at Wonderfruit and what do people do here on next day. But for the first night, two highlights happened for me. First is I reunion with Lud, my very close friend who gave me scavenger hunt quest which has become the sweetest thing that I’ve received there. It totally changes my Wonderfruit experience in the best possible way, I will tell you guys soon :)

อย่างที่สองคือ เราได้แชร์โมเม้นท์กินไอซกรีมฟินๆกับ Gregg Fleishman Studio และ Lightening ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง Solar Stage ซึ่งเป็นไฮไลท์ของทุกๆปี เรียกว่าเป็นตำนานก็ได้ เคยสร้าง Templeในที 2013ที่ Burning Man เค้าเอาโครงสร้างเวที Otic Oasis มาจำลองเป็น Solar Stageในงาน Wonderfruit เป็นเวทีที่เค้าไปแล้วรู้สึกได้เลยถึงพลังงานที่ flowและเป็นบวก เวทีอยู่ตรงกลางเป็นจุดหลอมหลวมพลังงานต่างๆ มีบันใดให้คนได้ปีนป่ายไปชั้นสอง กระโดดเล่นบนแทรมโพลีน หรือนอนคุยกันมองดาว เป็นพื้นที่ที่สร้างความทรงจำดีดีมากมาย สิ่งที่เราชอบมากเกี่ยวกับเวทีนี้คือ Greggสร้างทุกอย่างโดยใช้กฏแห่งธรรมชาติโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว ไม้ต่างๆยึดกันได้โดยกฎเรขาคณิต ซึ่งเป็นพื้นฐานของรูปทรงสามมิติต่างๆนานา ถ้าเราสร้างรูปทรงต่างๆจากกฎเรขาคณิตแล้ว ทำให้เราสามารถยึดติดไม้ต่างๆและก่อตัวเป็นรูปทรงที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้เลยว่าตอนนั้นที่ยืนลงแดงอยากกินไอศกรีมอยู่นั้น จะเจอกับทั้งทีมผู้สร้าง Solar stageพวกเราก็ได้แชร์ไอศกรีมคำแรกด้วยกัน เราอยากเจอคนสร้าง Solar Stageมาตั้งนานแระ แต่ตอนนั้นคือเราไม่รู้นะว่าพวกเค้าหน้าตาเป็นไง นึกว่าได้กินติมกับคุณลุงใจดี จนมาโชว์วิดีโอให้เพื่อนเราดูเค้าถึงบอกเราว่านี้และคือ Gregg Fleishmanในตำนาน และนี้ก็คือสองเรื่องที่ทำให้เราเข้านอนแบบฟันดีในคืนวันแรกที่ Wonderfruit

Another thing is I shared the magical ice-cream moment with creator of Solar stage  Gregg Fleishman and Lightening. They are Burning man artists who are bringing Otic Oasis to Wonderfruit’s Solar Stage. A stage that has been a highlight of every year for everyone. It’s the space where you could feel positive energy coming from every direction and it has stairs for people to climb and explore. My favorite thing is trampoline to jump, lay down and watch the star. What I am fascinated the most is all the pieces they used to connect themselves by natural law, without any screws or nails. He said geometry is the key to 3D space. Based on the geometrical structure, we can build something out of small part that can hold together and kept explore and pushed the boundary in creating something new. Little that I know that while I was lying up for ice-cream on first night, I was so excited by the sweet and cold thing, Gregg and Burner crew were there. We shared the some pretty awesome icecream moment together. I didn't know how they looked like but I know that I always wanted to meet the guy who made Solar stage, until I showed video to my friend and he said this is legendary guy that I wanted to meet. So, this is how I had such a good dream back in my tiny tent in the camp.

ใครที่ชอบไปเที่ยวงานดนตรี แฟชั่นตามมากับเราได้ เราพึ่งเริ่มกะกล่อง Youtube Channelใหม่ ตามไปงานต่างๆกันได้ที่

https://www.youtube.com/channel/UCifU0Z6EJThAfokObSg_kpw

และ

- Website: https://stellarbalcony.com/

- Facebook page: https://www.facebook.com/Stellarbalcony/

- Instagram: https://www.instagram.com/stellar_balcony/

- Twitter: https://twitter.com/Stellarbalcony

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย