ตกหลุมรักmaskสดจากLUSH

Aticha-Tare

Aticha-Tare

ดู Profile

สวัสดีค่ะสาวๆ รีวิวนี้เป็นรีวิวแรกของเราเลย หลังจากส่องคนอื่นเค้ามานาน แต่เนื่องจากเจอมาส์กที่ใช่ใช้แล้วเลิฟ เลยอยากจะมาแชร์ให้โลกรู้ก่อนอื่นขอแนะนำตัวซักนิสนุงนะคะ ชื่อแทร์ อายุ27ปี เป็นคนบางทีผิวผสมบางทีผิวมัน แล้วแต่สภาพอากาศ ปกติแล้วไม่ได้เป็นคนแพ้ง่าย ไม่ค่อยเป็นสิว แต่มีปัญหารูขุมขนกว้าง

เริ่มเลยนะคะ…วันก่อนไปเดินMega Bangnaมา แล้วเผอิญไปสะดุดตาช็อปใหม่ไม่คุ้นตา เลยตรงดิ่งเข้าไปทันที ท๊าดาาาา LUSH นั่นเอง หลังจากที่ได้เดินทัวร์ทั่วร้านโดยน้องBAของร้านแล้ว ก็ได้เลือกเฟ้นสินค้ามาลองใช้2ชิ้นค่ะ ไปดูทีละชิ้นกันเล้ยยยยย

1.ชิ้นแรก เลิฟมากกก เป็นมาส์กสดFresh Face mask: Don’t look at me ค่ะ (550 บ.)โดยโจทย์ที่เราให้กับBAตอนแรกคือช่วยเรื่องความมันค่ะ BA เลือกมา2สูตรให้ลอง คือ don’t look at me และ Rosy cheeks โดยลองพอกทั้งสองสูตรนี้บนแขนทั้ง2ข้างของเรา แล้วพาเดินทัวร์ร้านประมาณ5นาที แล้วค่อยพามาล้างออกค่ะ แล้วผู้ชนะสำหรับเราก็คือ น้องdon’t look at me ค่ะ เพราะอะไรเรามาดูกันเลยจ้า

ที่เค้าเรียกกันว่าเป็นมาส์กสดเพราะเป็น organic handmade 100%เลยค่ะ อายุมาส์กจึงมีอายุแค่4สัปดาห์เท่านั้น และต้องเก็บไว้ในตู้เย็นค่ะ

ส่วนผสมหลักๆเลยก็จะมี Kaolin: แร่โคลนที่ได้จากธรรมชาติ มีความบริสุทธิ์สูง ช่วยดูดซับความมันFresh Lemon Juice: น้ำมะนาวซึ่งมีส่วนผสมของ AHA ช่วยขจัดเซลผิวเก่า                                  ช่วยเรื่องความกระจ่างใสของผิวหน้าRice Syrup, Grounded White Rice: น้ำมันสกัดจากข้าวและข้าวบด ช่วยเรื่องความ                                                          ชุ่มชื้นแก่ผิวSilken Tofu: เต้าหู้ ช่วยให้ผิวนุ่มเด้ง Murumuru Butter: ไขมันที่ได้จาก Murumuru nut(พืชในป่าอะเมซอน) อุดมไปด้วย                                โอเมก้า9และโอเมก้า6 ช่วยคงความชุ่มชื้นแก่ผิวGrapefruit Oil: อุดมไปด้วยวิตามินซี  ช่วยให้ผิวกระจ่างใส  ลดการบวมแดงอักเสบของ                          สิว และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว

กลิ่นของมาส์กจะออกเลมอนๆสดชื่นๆด้านหลังกระปุกก็จะระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุชัดเจนค่ะ รวมถึงบอกชื่อคนทำมาส์กอันนี้ของเราด้วย

วิธีใช้เจ้ามาส์กตัวนี้ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนค่ะ : โบกลงไปบนหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ10-15 นาที หลังจากนั้นเอาน้ำมาแตะแล้วสครับซักนิดก่อนล้างออก 

ผลลัพธ์ที่ได้ คือ หน้านุ่มนิ่มมากกกกกกก กระจ่างใสขึ้น ตอนล้างน้ำออกอาจจะรู้สึกลื่นๆมันๆก่อน แต่พอซับหน้าให้แห้งแล้วนุ่มมาก ไม่มีความมันเหลือเลยค่ะ แล้วก็ไม่แห้งตึงนะคะ ผลลัพธ์หลังมาส์กอาจจะยังไม่ว้าวเท่าไร เพราะมาส์กอันไหนๆก็ได้ฟีลหลังมาส์กเสร็จคล้ายๆกัน แต่ผลลัพธ์นี้ยาวนานไปจนวันรุ่งขึ้น พอได้แต่งหน้า คือรู้เลยว่าหนังหน้าดีขึ้นมากค่ะ แต่งหน้าติดดี หน้าเนียนใส ไม่มีตกร่อง(รูขุมขน) ระหว่างวันหน้าก็มันเยิ้มน้อยลงค่ะ จากที่ต้องคอยเติมแป้ง ก็เหลือแค่เอากระดาษทิชชู่ซับนิดหน่อย มิหนำซ้ำ เพื่อนที่ทำงานยังมาทักอีกว่าหน้าเหมือนพลาสติก(คือมันเรียบเนียนฉ่ำ)เพื่อเป็นการคอนเฟิมอีกเสียง สำหรับเรายกให้เป็นมาส์กงัดหน้าไปเลยจ้า

2. อีกชิ้นที่ได้มาคือ Body Lotion: Once Upon A Time  (625 บ.)ชิ้นนี้ได้มาตอนที่BAพาทัวร์ระหว่างที่รอเทสมาส์กสดที่แขนนั่นแหละ5555

ระหว่างเดินก็ถามเค้าไปเรื่อยทั้งร้านแหละ แต่มาสะดุดที่Body Lotionเพราะนึกขึ้นมาได้ว่าผิวตัวนั้นกำลังต้องการการเยียวยาอย่างสูง ปกติแล้วเราเป็นคนแว็กซ์ขนทั้งแขนทั้งขาทุกเดือน ผิวเลยค่อนข้างแห้งมากๆ ปกติใช้Eucerine Ph5 ก็ดีอยู่นะ แต่ใช้มานานแล้วเริ่มอยากลองหาอะไรใหม่ๆ เลย บวกกับช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นขึ้นมานิดนึง(แค่นิดเดียวจริงๆ) ช่างแว็กซ์ก็เริ่มบ่นว่าผิวแห้งขึ้น เลยถือโอกาสนี้ให้โอกาส Lushมาเป็นผู้เข้าชิงการล้มแชมป์ของเจ้า Ph5หลังจากไปล้างมาส์กที่แขนออกหมดแล้วก็เลยเดินมาเทส Body Lotionต่อเลย จริงๆเค้ามีหลายสูตรนะ แต่ละสูตรก็มีจุดโดดเด่นกันคนละแบบ ราคาก็ต่างกันเล็กน้อย พอลองเนื้อก็โอเคทั้งหมด เลยตัดสินใจเลือกจากกลิ่นเอาแล้วกัน 

ส่วนผสมหลัก:Apple Infusion, Apple WaterAlmond OilOrganic Jojoba OilMurumuru ButterLime Oil, Sicilian Lemon OilGrapefruit Oil*มีส่วนผสมของน้ำหอมนะคะตัวนี้

ข้างกระปุกมีสติ้กเกอร์ติดเหมือนเดิม วันที่ผลิต,วันหมดอายุ และคนที่ทำผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้โลชั่นตัวนี้มีอายุ 14 เดือนค่ะ นานเลยทีเดียว

ผลลัพธ์จากโลชั่นตัวนี้หลังจากที่ได้ลองใช้มา1สัปดาห์ คือ ชอบบ ชอบบบบ ชอบบมากก กลิ่นหอมแอปเปิ้ลอ่อนๆ กลิ่นจะเฟรชๆผลไม้ๆ เนื้อโลชั่นนุ่มละเอียด ทาแล้วผิวนุ่ม ซึมเข้าผิวแต่ไม่ถึงกับแห้งสนิท ยังมีความหนึบๆนิดหน่อย แต่สำหรับคนที่ต้องการความชุ่มชื้นให้กับผิวมากๆอย่างเรา ถือว่ารับได้ ส่วนกลิ่นนี่ไม่ต้องพูดถึง ติดทนยาวนาน8ชม.ได้เลยจ้า เราลองทาไปทำงาน(ห้องแอร์) กลับบ้านมายังเหลือกลิ่นอ่อนๆบนผิว แต่ไม่ชัดเท่าตอนเพิ่งทาเสร็จ โดยรวมถือว่าผ่าน ชอบค่ะ เหลือก็แต่ถึงเวลากลับไปแว็กซ์ แล้วรอให้ช่างแว็กซ์ทักว่าผิวดีขึ้นโดยที่ไม่ต้องบอกอะไรเค้าก่อน ถ้าทักก็ถือว่าสู้แชมป์ Ph5 ได้ไปเลยค่าาา

และนี่ก็เป็น My First Impression ที่มีต่อผลิตภัณฑ์จาก LUSH ของเราเองกระทู้แรก ผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะไว้เจอกันใหม่กระทู้หน้าค่ะสาวๆบั้ยยยยยยย ชุบุ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย