The Ordinary By DECIEM สกินแคร์คุณภาพแบรนด์ดังจากอังกฤษในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง

Sirada♡

Sirada♡

ดู Profile

สวัสดีค่า วันนี้ก็มาในแบบมีสาระบ้าง เนื่องจากว่าเห็นหลายๆคนมีปัญหาผิวหน้า สิว และอื่นๆในการเลือกสกินแคร์ที่ถูกกับผิวมันไม่ง่ายเลย และเราเองก็เป็นคนที่เคยมีปัญหาเรื่องผิวมาเหมือนกันเลยอยากจะมาแนะนำแบรนด์นี้ให้ทุกคนได้รู้จัก โดยแบรนด์นี้มีชื่อว่า The Ordinary ค่ะ ซึ่งเป็นแบรนด์ย่อยของ DECIEMซึ่งค่อนข้างดังในหมู่ youtubers และ skincare junkies, skincare gurusในต่างประเทศดูจากชื่อแล้วก็เป็นอะไรที่เรียบง่ายแต่ตัว Product และราคา* ของเขา Extraordinary มากๆ(กระทู้นี้ยาวหน่อยนะคะ)

***ราคาของแต่ละตัวอยู่ที่ประมาณ 200-500 บาทเท่านั้น

(สามารถพรีออเดอร์หรือสั่งจากเว็ป แต่ปกติเราสั่งจากเว็ปมาเลยเพราะสั่งหลายอย่างครั้งเดียว)

The Ordinary เนี่ยเขาก็จะเป็นแบรนด์ที่เน้นเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ผสมผสานกันลงในสกินแคร์เพราะฉะนั้นส่วนผสมต่างๆในสกินแคร์ของเขาก็คือเนื้อๆไม่มีอะไรเพิ่มเติม ทำให้มันมีประสิทธิภาพและได้ผลค่ะ และเขาก็ยังขายในราคาที่เรียกได้ว่าแฟร์กับผู้บริโภคมากๆสิ่งที่เราประทับใจคือมันไม่ใช่อารมณ์แบบแบรนด์หลอกดาว ว่าจะช่วยให้ผิวเราดีอย่างนั้นอย่างนี้แล้วไม่เห็นผล อันนี้คือคุณภาพเกินราคาจริงๆใครที่แบบว่าชอบหาซื้อครีมตามเน็ต ลองผิดลองถูก มาลองดูอันนี้ดีกว่าเกริ่นไปเยอะแล้วก็มาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

กลุ่มแรก: ปัญหาสิว รูขุมขนกว้าง รอยแดง

Niacinamide 10% + Zinc 1% 

ตัวนี้ก็จะเป็น water base เซรั่มและ vitamin B3(niacinamide)

ซึ่งจะช่วยลดรอยคล้ำ รอยแดงต่างๆเช่นรอยดำจากสิว ช่วยลดขนาดรูขุมขน

ช่วยให้หน้ากระจ่างใสลดการอักเสบของผิวหนัง

ใช้ได้กับทุกสภาพผิว เหมาะกับคนผิวมัน

Azelaic Acid Suspension 10%

Azelaic acid จะเป็นครีมเจลเนื้อเบา ช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส ลดสิวและรอยแดง

AHA 30% + BHA 2% Peeling Solution

 เป็นเหมือนมาส์กที่ช่วยในการผลัดเซล์ผิว (ซึ่งจะช่วยลดการอุดตัน=ลดโอกาสการเกิดสิว)

ช่วยให้ผิวใส และป้องกันการเกิดสิว

Salicylic Acid 2% Solution

ตัวนี้ก็เป็น water base เซรั่มอีกเช่นกันซึ่งหมายความว่าจะมีความอ่อนโยนต่อผิวและซึมลงผิวได้ไว

salicylic acid เป็นที่รู้จักกันดีว่าช่วยในเรื่องสิวอุดตัน ปัญหาสิวทั้งหลาย

และยังช่วยให้ผิวเรียบเนียนด้วยนะ ใช้ได้กับทุกสภาพผิว เหมาะกับคนผิวมัน

Retinol 1%

เป็นเซรั่มเนื้อบางเบาจะช่วยในเรื่องของริ้วรอยและรูขุมขน

ใครที่ไม่เคยใช้พวก vitamin a, retinol, retinoid แนะนำให้เริ่มจาก % น้อยๆก่อน

กลุ่มสอง: จุดด่างดำต่างๆ

Vitamin C Suspension 23% + HA Spheres 2%

เซรั่มวิตามินซีเข้มข้น ตัวนี้ถ้ามีสิวอยู่ไม่แนะนำให้ใช้เพราะอาจจะระคายเคือง

ช่วยทำให้หน้าขาวใสและทำให้จุดด่างดำจางลง

Ascorbyl Glucoside Solution 12%

อันนี้ก็เป็นอนุพันธุ์ของวิตามินซีในอีกรูปแบบนึง

เป็นเซรั่มเหมือนกันแต่เนื้อจะเบากว่าและอ่อนโยนต่อผิวมากกว่า

Ascorbyl Tetraisopalmitate Solution 20% in Vitamin F

ตัวนี้จะเป็นเซรั่มเนื้อออยล์ที่มี fatty acid อยู่ด้วย ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองคล้ายๆกับตัวบน

Magnesium Ascorbyl Phosphate 10%

วิตามินซีอีกเช่นกันแต่อันนี้จะเป็นเนื้อครีมแบบบางเบา

Alpha Lipoic Acid 5%

อันนี้เป็นตัว antioxidant เขาแนะนำให้ใช้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น

ซึ่งมันก็จะช่วยในเรื่องของการปรับให้ผิวเนียบเรียบขึ้น และโทนสีผิว

Alpha Arbutin 2% + HA

Alpha arbutin ที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดีในเรื่องของความกระจากใส่ มาในรูปแบบของเซรั่มพร้อมกับ hyaluronic acid ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว (ตัวนี้เราสั่งมาให้แม่ลองใช้แม่ชอบมาก)

กลุ่มสาม: ผิวแห้ง หรือ ผิวขาดน้ำ

Hyaluronic Acid 2% + B5

ตัวนี้จะว่าคล้ายๆกับ Hada Labo ก็ได้นะ แต่มาในรูปแบบของเซรั่ม+ vitamin B5 ซึ่งมันก็จะช่วยให้ผิวชุ่มชื่น เต่งตึง เรียบเนียน เพราะมีสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น

100% Organic Cold-Pressed Rose Hip Seed Oil

ทุกคนคงรู้จักกันดีกับ Rosehip oil ตัวนี้ดีพอๆกับ Trilogy เลย เราแบบไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง555

แถมถูกกว่าด้วย ไม่เหนอะ แนะนำสำหรับคนผิวมันแต่ขาดความชุ่มชื่น

หรือมีปัญหาสิวและต้องการความชุ่มชื้น จริงๆใช้ออยล์ตัวนี้มันช่วยได้เยอะเลยนะ

100% Organic Cold-Pressed Moroccan Argan Oil

Argan oil อันนี้เราชอบมาก ใช้ได้ทั้งทาหน้าและผม ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนก็คงรู้จักกันดี เราชอบใช้ผสมกับ moisturizerตอนกลางคืน เป็นoilที่ใช้แล้วสบายหน้าไม่รู้สึกหนัก รู้สึกว่าผิวนุ่มขึ้น

100% Cold-Pressed Virgin Marula Oil

เขาว่าตัวนี้เป็นเหมือน Dupe marula oil ของแบรนด์ Drunk Elephant ซึ่งเรียกกันว่าเป็น luxury oil

marula oil นี่สรรพคุณเยอะมากบอกตรงๆ คือมันมีสาร antioxidant สูงมากก ช่วยทำให้ผิวสุขภาพดี แก้ปัญหาผิวหนังต่างๆเช่นรอยสิว รอยดำรอยด่างอะไรนี่ก็ช่วย sold out ในเว็ปตลอดเลย T_T

Natural Moisturizing Factors + HA

อันนี้ก็เป็นเหมือน natural moisture เนื้อบางเบา แล้วก็ช่วยปกป้องผิวจากการสูญเสียความชุ่มชื้น

100% Plant-Derived Squalane

ตัวนี้ก็เหมือนกัน ช่วยในการปกป้องผิวจากการสูญเสียความชุ่มชื้นแต่มาในรูปแบบของออยล์

****Oil ที่ว่ามาทั้งหมดข้างบนนี้ ไม่มีตัวไหนที่จะทำให้อุดตันรูขุมขนค่ะ

กลุ่มสี่: ริ้วรอยต่างๆ ผิวขาดความยืดหยุ่น

Advanced Retinoid 2%

เป็นอนุพันธุ์ของ vitamin A ที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองในรูปแบบ water baseเซรั่ม

ช่วยในเรื่องของการลดริ้วรอย จุดด่างดำต่างๆ แถมยังช่วยลดรอยสิวได้ด้วย

Retinol 1%

บอกไปแล้วบนสุดเลยย

Matrixyl 10% + HA

water base เซรั่ม anti-aging เปปไทด์หนาแน่น

ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นและการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิว

“Buffet”

อันนี้เป็น water base เซรั่มอีกเช่นกันซึ่งเป็นตัวรวม anti aging แบบจัดเต็ม

ช่วยลดริ้วรอยและจุดด่างดำต่างๆ

Argireline Solution 10%

ตัวนี้จะช่วยเรื่องลดรอยเหี่ยวย่นใต้ตา และหน้าผาก sold out ในเว็ปตลอด

กลุ่มห้า: ผิวไม่เรียบเนียน ฯลฯ

Advanced Retinoid 2%

จริงๆตัวนี้มันช่วยปรับสภาพ texture ของผิวเราด้วย

Lactic Acid 10% + HA 2%

ผิวใสเรียบเนียนต้องตัวนี้เลยจริงๆ มันจะช่วยผลัดเซลล์ผิวแบบอ่อนโยน โดยยังรักษาความชุ่มชื้นของผิวอยู่ด้วยเนื่องจากมีไฮยาลูโรนิค ใช้เป็นเซรั่มหรือก่อนเซรั่มก็ได้

Lactic Acid 5% + HA 2%

เหมือนกับข้างบนแต่เหมาะสำหรับคนที่ผิวบอบบาง แนะนำให้ลองแบบ 5% ก่อน

Glycolic Acid 7% Toning Solution

ตัวนี้เป็น Dupe ของ PIXI glow tonic เลยก็ว่าไ้ ขวดใหญ่มาก ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว

ให้ผิวกระจ่างใสอีกเช่นกันแต่จะเป็นในรูปแบบของโทนเนอร์

นอกจากนี้แล้ว The Ordinary ก็ยังมี Primer และ รองพื้นด้วย ถ้าใครสามารถอ่านมาถึงตรงนี้ได้ ก็อ่านต่อซักนิดนึงให้จบละกันนะ555

High-Spreadability Fluid Primerเป็นไพรเมอร์เนื้อ silkyที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิว ทำให้make up ไม่ cakey

High-Adherence Silicone Primerไพรเมอร์แบบเนื้อ matte ช่วยให้เครื่องสำอางค์ติดทนนานและไม่ cakey

ต่อมาก็จะเป็นรองพื้นใน line ของ the ordinary ซึ่งมีชื่อว่า The Ordinary Colours Foundation

มีสองแบบให้เลือกก็คือ Serum Foundation และ Coverage Foundation

Serum Foundation: บางเบา ปกปิดปานกลาง semi-matte ให้ลุคธรรมชาติ

Coverage Foundation: บางเบาลุคธรรมชาติแต่ให้การปกปิดสูง ไม่เหนอะไม่มัน semi-matte

จะเห็นได้ว่าเฉดสีมีให้เลือกเยอะมากๆ

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ได้....ยอมใจจริงๆค่ะ!!555

ฝากไว้สำหรับใครที่มีปัญหาผิว หรือต้องการหาสกินแคร์ที่ไม่แพงแต่มีคุณภาพก็ลองดูแล้วกันนะคะ

สามารถสั่งซื้อจากเว็ปหรือหาพวกร้านพรีออเดอร์อะไรแบบนี้ดูค่ะ

สำหรับรายละเอียดการใช้ต่างๆเพิ่มเติมลองเข้าไปในเว็ปของเขาดูนะคะ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย