whitening กับมะเร็งผิวหนัง

วันนี้พอดีเปิดเวปหาพวกไวท์เทนนิ่ง พอดีไปสะดุดตากับบทความนี้ เลยเอามาฝากสาวๆจีบันคะ จะได้เป็นประโยชน์จ้า

เตือนสาวไทยผู้พิสมัยไวท์เทนนิ่งเจล ใช้มากระวังมะเร็งโรคผิวหนังถามหา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านเวชสำอางออกโรง เตือนสาวผิวดำที่ต้องการหน้าขาว และหันมา "ไวท์เทนนิ่งเจล" ชนิด ลืมหูลืมตาไม่ขึ้นให้ระวังยาพิษอ่อนๆ ที่ ผสมในครีมเพื่อทำลายเม็ดสีเพราะอาจจะลดภูมิต้านทานรังสียูวี และเป็นตัวการสำคัญให้เกิดมะเร็งโรคผิวหนัง พร้อมเตือนพวกใช้ยาปลูกผมผิดประเภท อาจทำให้หัวใจวายหรือเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ คงต้องยอมรับวันว่าขณะนี้หนึ่งในปรากฏการณ์ทางด้านความงามซึ่งได้รับความนิยมและเป็นที่กล่าวขานกัมากที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่เรียกว่า "ไวท์เทนนิ่งเจล" หรือครีมที่ทำให้หน้าตาหรือผิวพรรณขาวขึ้น


ผลพวงของกระแสโฆษณาที่ปูพรมตามสื่อต่างๆ อย่างหนัก ส่งผลทำให้เวลานี้บรรดาสาวแก่แม่หม้ายทั้งหลาย ที่ต้องการให้ตนเองมีหน้าตา หรือผิวพรรณอล่องฉ่องหันมาใช้กันเป็นจำนวนมาก

จนทำให้ยอดขายของผลิตภัณฑ์ ประเภทนี้พุ่งทะเป้าหมายสวนทาง ภาวะเศรษฐกิจชนิดท ี่แทบไม่น่าเชื่อ

ทว่า หลายคนกลับไม่รู้ว่า การ ใช้ครีมที่ทำให้หน้าขาวขึ้นติดต่อกันเป็นเวลานานนั้น อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของตนเอง ถึงขั้นเป็น "มะเร็งที่ผิวหนัง" ได้เลยทีเดียว

รศ.นพ. นิวัติ พลนิกร ประธาน ชมรมเวชสำอาง และศัลยศาสตร์ผิวพรรณแห่งประเทศไทย เปิดเผยรายละเอียดว่า ในเรื่องของการใช้ครีมที่ทำให้หน้าขาวนั้น ถือเป็นปัญหาหนึ่งที่ต้องเร่งทำความเข้าใจให้กับผู้บริโภคถึงผลดีและ ผลเสียเป็นการเร่งด่วนเพราะจริงๆ แล้ว การใช้อย่างต่อเนื่อง จะส่งผลทำให้เซลล์สีที่มีอยู่ตามธรรมชาติมีโอกาส "ตาย" ได้ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงาน หรือข้อมูลที่แน่ชัดถึงขอบเข ตและความพอดีในการใช้ำ

หรืออธิบายง่ายๆ ก็คือ เวลานี้ ยังไม่มีมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจนออกมานั่นเอง

ปกติผิวเราจะมีเซลล์สีที่เรียก ว่าเมลาโลไซด์อยู่ ทีนี้การที่ผิวจะ ขาวได้มันจะต้องใช้สารที่ทำให้เมลาโลไซด์ไม่ ทำงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นยาพิษชนิดอ่อนๆ ที่ไปทำลายเมลาโลไซด์โดยตรง แต่ทีนี้ เมื่อเราใช้เกินพอดีสารกัดสีพวกนี้ ในระยะยาวก่อให้เกิดมะเร็งที่ผิวหนัง หรือเปล่าเราก็ไม่รู้เพราะการที่มีผิวสีคล้ำหน่อยมัน ป้องกันได้ ระยะยาวคุณขาวขึ้นจริงแต่คุณแก่เร็วเป็นมะเร็งเอาไหม

"แล้วเราก็รู้อยู่แล้วว่าเวลานี้รังสีอุลตราไวโอเลต หรือยูวีมันมีเยอะขึ้นเนื่องจากชั้นโอโซนถูกทำลายไปมาก ทีนี้ถ้าเราไปเอาสีผิวซึ่งเสมือนหนึ่งเป็นครีมกันแดดธรรม ชาติออก แดดก็ผ่านลงไปเยอะ เซลล์ ข้างล่างก็เป็นมะเร็งได้ ผมคิดว่ามันเป็นแฟชั่น คิดว่าผิวขาวเป็นเรื่องที่ดีซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง เพราะผิวขาวมีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาหลายอย่าง มันบูมเพราะเป็นเรื่องของค่านิยมที่มีการโฆษณามากเกินไป"

ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่ควบ คุมอย่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ไม่ได้มีการศึกษาถึงผลเสียในระยะยาว พิจารณาเพียงแค่ ว่า ไม่มีอันตรายในระยะสั้นเท่านั้นก็อนุญาตให้มีการผลิตเพื่อการค้าออกมาได้

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง ในการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทดังกล่าวได้

"กฎหมายเครื่องสำอางบ้านเราล้าหลังมาก คือถ้าเผื่อสารนั้นไม่เคยพิสูจน์ว่าเป็นพิษต่อคน และไม่อยู่ในสารต้องห้าม ก็สามารถผสมในเครื่องสำอางใช้ได้ แต่ทีนี้การที่ไม่เคยพิสูจน์ว่าเป็นพิษต่อคนเพราะมันไม่เคยมีการใช้ในวงกว้าง จึงไม่มี ข้อมูลเรื่องพิษ แต่ถ้าเผื่อมีการใช้เป็น ล้านๆ คนมันก็จะเห็นผลชัดเจนขึ้น"

นอกจากนั้น อีกหนึ่งปัญหาที่พบเห็นบ่อยครั้งคือ "ยาทาฝ้า" ที่อาจ ทำให้เกิดอันตรายระยะยาว ทำให้เกิดหน้าด่างถาวรซึ่งก็ยังมีวางขายให้เห็นกันอยู่อย่างเกลื่อน กลาดโดยไม่ได้มีการควบคุม หรือในกรณีของครีมกันแดดก็มีปัญหามากมายเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่นั่งทำงานอยู่ในอาคารสำนักงาน ซึ่งในความเป็นจริง แล้วไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่อง สำอางที่มีส่วนผสมของสารกันแสงแดดหรือ รังสียูวีเลยแม้แต่น้อย

ตัวอย่างของผลเสียที่เกิดขึ้นชัดเจนก็คือ เวลานี้ในต่างประเทศ คนที่ใช้ครีมกันแดดมีเปอร์เซ็นต์เป็นโรคมะเร็งผิวหนังมาก


เครดิต : http://women.sanook.com/beauty/skincare

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (3)

กลัวก็กลัว แต่อยากขาวก็อยาก ทำไงดีค๊า..

บางตัวโฆษณาโอเวอร์มากด้วย ใช้แล้วไม่แพ้แน่นอน
ถ้าคนแพ้ต้องเปลี่ยนสูตรใหม่หมด พอเราแพ้มันจะกล้ามาเปลี่ยนสูตรเพื่อมั้ย
ป่าวเลย ทำต่อไป โดยโฆษณาชวนเชื่อที่ไม่ได้มีผลตามนั้น
ต้องโทษโฆษณาชวนเชื่อมากเกินไป จนคนหลงผิดจนบางครั้งถึงตายได้
เพราะค่านิยมผิดๆ

อร๊าก น่ากลัวจัง

แต่ค่านิยมตัวขาวก้อยังเปนปัญหาจิงๆ แหละ

ไม่มีใครสนใจตัวดำๆ อย่างเราบ้าง -*-


ฉะนั้นถึงจะใช้ก้อต้องระวังกันมากขึ้นนะค้ะ