[Review] Favourite skincare & makeup 2016 # ที่สุดแห่งปี 2559

nnattiya

nnattiya

ดู Profile

สวัสดีค่าาา กลับมาพบกันอีกครั้งแล้วนะคะคราวนี้ได้งัดเอาไอเทมที่หยิบใช้ทุกวันมาแชร์กันเป็นการส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่มาดูกันนะคะว่าไอเทมอะไรที่ดี ที่พิเศษกว่าอันอื่นๆ จนทำให้เราต้องหยิบมาใช้ทุกวันเป็น Best of The Year 2016 มาดูกันเล้ยยยยย

มาเริ่มกันที่ Cleanser กันก่อนเลยนะคะ เราเชื่อว่า สิวจะขึ้นหรือไม่ขึ้น อยู่ที่การรักษาความสะอาดค่ะ

เป็นคู่หู duo ของแบรนด์ Mizumi ค่ะ

Mizumi Smooth Cleansing Water (500 ml/ 245 baht)

เชื่อว่าหลายๆคนต้องได้ลองใช้กันมาบ้างนะคะ คือนางดีมาก สัมผัสแรกที่ได้เช็ดนะคะ คือ มันนุ่ม และลื่นมากๆ ลื่นกว่าคลีนซิ่งแบบน้ำที่เคยใช้มาทั้งหมดจริงๆค่ะ ไม่มีน้ำหอมและกลิ่นเบาบางมาก ในเรื่องของประสิทธิภาพการทำความสะอาดก็เช็ดเครื่องสำอางออกง่ายมาก ออกตั้งแต่เช็ดครั้งแรกเลย ความรู้สึกหลังจากใช้ก็ไม่ทำให้หน้าแห้งนะคะ ผิวยังนุ่ม รู้สึกว่ามีความชุ่มชื้นอยู่ แต่ผิวก็ไม่มันหรือว่าเหนียวเหนอะหนะนะคะ รู้สึกแปลกใจมากว่านางทำได้ยังไง 

Mizumi Eye & Lip Remover (100 ml/ 114 baht)สำหรับดวงตา เราควรแยกใช้เป็น Eye makeup remover ต่างหากนะคะ แม้ว่าแต่ละแบรนด์จะเคลมออกมาว่าอ่อนโยนแค่ไหนก็ตาม แต่ดวงตาของเรามีความ sensitive มาก เราจำควรสัมผัสผิวบริเวณนี้ให้อ่อนโยนที่สุด ขอไม่พูดมากละกันนะคะเนาะ เพราะรู้ๆกันอยู่แล้วว่านางดีมากจริงๆ เคยรีวิวเอาไว้แล้วด้วย https://www.jeban.com/viewtopic.php?t=226016 ตามไปอ่านกันได้นะคะ สรุปแบบคร่าวๆเลยก็แล้วกันนะคะ ที่ทำให้นางมาวินเหนือแบรนด์อื่นๆที่เคยใช้มาเพราะ เนื้อสัมผัสบางเบาดุจน้ำ ไม่ทำให้รู้สึกหนักตรงผิวรอบดวงตา ไม่มันเยิ้ม แต่ก็ไม่แห้งตึง เช็ดออกหมดจดตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช่ค่ะ 

Acne Aid Gentle Cleanser (100 ml/ 185 baht)

เชื่อว่าหลายคนคงจะคุ้นชื่อกันดีนะคะ ส่วนตัวเคยใช้ทั้งสีแดงและสีฟ้า ใช้มาหลายขวดแล้ว ตั้งแต่ม.ปลาย จนจะจบมหาลัยแล้ว เคยนอกใจไปใช้อย่าอื่นที่เค้าว่าดีกัน แต่สุดท้ายก็กลับมาที่ตัวนี้เหมือนเดิมค่ะ สีฟ้าจะอ่อนโยนกว่า เหมาะกับคนที่ผิวแพ้ง่ายค่ะ สรรพคุณ คือ ช่วยลดความมันได้อย่างอ่อนโยน โดยไม่ทำร้ายผิว กลิ่นหอมสำอาด ใช้ล้างเดี่ยวๆตอนเช้าได้พอดีเลยค่ะ เพราะไม่ทำให้หน้าแห้งเอี๊ยด เราชอบตรงที่ล้างแล้วหน้าเรายังรู้สึกลื่น นุ่มชุ่มชื่น ที่สำคัญคือสิวไม่ขึ้นเพิ่มด้วยค่ะ เลิฟเลย 

เรามาที่ skin care กันต่อเลยนะคะ 

Biotherm Life Plankton Essence (200ml/3,200 baht )

นางยังคงครองใจใครหลายคนเหมือนกันใช่มั๊ยคะ แรกๆที่ใช้ก็มีปัญหาเรื่องกลิ่นนะคะ แต่พอใช้ไปสักพักก็รู้สึกโอเคค่ะ ไม่ได้มีปัญหาอะไร นี่ใช้มาขวดที่ 2 แล้ว ตบแล้วรู้สึกผิวใส แล้วก็แข็งแรงขึ้นมากค่ะ เมื่อก่อนจะแพ้ง่ายมาก อากาศเปลี่ยนก็แพ้ ลองสกินแคร์หรือเครื่องสำอางใหม่ก็แพ้ แต่หลังจากใช้นางแล้วไม่ค่อยแพ้อะไรเลยค่ะ รู้สึกผิวหน้าสตรองขึ้นมากและที่สำคัญรูขุมขนดูละเอียดขึ้น รอยแดงดูจางลง สาวผิวแห้งหลายๆคนคงชอบเพราะทำให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื่นขึ้นด้วยค่ะ แต่สาวผิวมันอาจจะไม่ชอบเพราะจะรู้สึกเหนอะหนะ 

Smooth E Cream (75 ml/ 295 baht)

ครีมบำรุงในตำนานอีกตัวค่ะ หลายๆคนต้องเคยใช้ ส่วนตัวใช้มาหลายปีแล้วค่ะ และจะไม่เปลี่ยนใจไปง่ายๆ แต่ว่าจะใช้เฉพาะตอนกลางคืนนะคะ ตอนกลางวันมันจะหนักหน้าเกินไป แต่ก็ให้อภัยเพราะสรรพคุณนางดีจริงๆค่ะ ทั้งบำรุง ต้านริ้วรอย ลดรอยสิว เพิ่มความชุ่มชื้น นางทำให้รอยสิวจางไปไวพอสมควรนะคะ ขาดไม่ได้เลยตัวนี้ 

Mizumi UV Water Serum (99 baht)

อันนี้เป็นหลอดพกพา ที่ซื้อมาใช้ตอนเดินทางค่ะ ชอบตัวนี้เพราะนางอ่อนโยนมาก ผ่านการทดสอบการแพ้ระคายเคืองจากแพทย์ผิวหนังด้วยนะคะ ทาแล้วจะรู้สึกบางเบา ไม่หนักหน้า ซึมเร็ว ไม่เหนอะหนะ ไม่ขาววอกด้วย พอแต่งหน้าตามสีของรองพื้นก็ไม่ได้เปลี่ยนด้วย ถือว่าดีมากๆเลยค่ะ แถมนะคะคือนางไม่ทำให้หน้ามัน หรือสิวบุกอีกต่างหาก ราคาก็ไม่ได้แพงด้วยค่ะ

ก็มาที่หมวด base make up กันแล้วนะคะ

ตัวแรกเลยคือ

Benefit The PoreFessional  ตัวนี้คนรีวิว เย๊อ เยอะ แพ็คเกจจะแบ๊วๆ สีสดใส เนื้อสัมผัสจะเป็นเหมือนซิลิโคนค่ะ สีเข้มขุ่นเหมือนสีรองพื้น หลังจากทาแล้วสีก็จะเนียนกลืนไปกับผิว ให้ความรู้สึกเหมือนทาแป้ง ปกปิดได้ดี คุมมันได้ระดับหนึ่ง ใช้แล้วหน้าเนียน รูขุมขนเรียบกริ๊บเลยค่ะ แต่ไม่ควรใช้เยอะนะคะ เพราะทำให้ผิวอุดตัน ส่วนตัวเราจะใช้เฉพาะวันที่ต้องการหน้าเป๊ะค่ะ เลยซื้อแค่หลอดเล็กมาใช่

Laara Mercier Candle Glow Soft Luminous Foundation #ivory (30 ml/ 2,200 baht)

แพคเกจเป็นขวดแก้ว มีหัวปั๊มมาให้ด้วยนะคะ เนื้อครีมค่อนข้างเบา ปกปิดน้อย ไม่หนามาก เกลี่ยง่าย ปราศจากน้ำหอม ใช้ทั้งวันหน้าไม่หมองด้วยค่ะ ให้ลุคที่โกลว ดูฉ่ำแบบสุขภาพดี เวลาไปงานกลางคืนหรือต้องถ่ายรูปชอบใช้ตัวนี้มากค่ะ มันทำให้ผิวสวยจริงๆ สมกับคำเคลมของแบรนด์ที่บอกว่า เนื้อบางเบาแต่ให้ความโกลวเป็นธรรมชาติเหมือนต้องแสงเทียนในยามค่ำคืน รองพื้นตัวนี้ควรใช้กับฟองน้ำหรือแปรงนะคะ จริงๆใช้กับมือก็ได้เพราะเกลี่ยง่าย สาวผิวแห้งต้องชอบมากแน่ๆค่ะ แต่สาวผิวมันก็ใช้ได้นะคะ เพราะไม่ได้ทำให้หน้ามันเพิ่ม

Nars Creamy Concealer #Cannelle (1299 baht)

เป็นคอนซีลเลอร์ลูกรัก คือมันดีมาก ตอนนี้นางออกสีใหม่ พอดีผิวมาก เหมาะกับสาวผิวขาวเหลือง เมื่อก่อนเราต้องใช้วิธีผสม คือสี custard ก็เข้มไป ส่วนสี vanilla ก็ชมพูไป เลยต้องเอามาผสมกัน เปลืองเงิน X2 แต่ตอนนี้คือพอดีแล้ว คือ The best นี่ไม่รู้จะอธิบายยังไงเลย 555 เอามาปิดใต้ตาได้ดีมากค่ะ ปิดรอยสิวก็ทำได้ดีเหมือนกัน 

Utip Lovely secret Creamy Concealer #01 (149 baht)

 นางเป็นเหมือน dupe ของ Nars เลยค่ะ ทั้งเนื้อสัมผัส หรือว่าสี ความรู้สึกตอนใช้ก็คล้ายๆกัน แต่ Nars จะให้การปกปิดที่ดีกว่า และอยู่ทนกว่าค่ะ ส่วนเนื้อสัมผัสคือจะครีมมี่แล้วก็เกลี่ยง่ายพอๆกันเลย ข้อเสียคือสีมีให้เลือกน้อย สีที่ขาวที่สุดก็ยังเข้มไปสำหรับเรา แต่ไม่เป็นปัญหาเพราะเอามาใช้แก้ขัดตอนที่ผสมคอนซีลเลอร์ใช้ค่ะ เลิฟพอๆกับ Nars เลย แต่ตอนนี้เหมือนแบรนด์นี้จะเลิกผลิตไปแล้ว อยากจะร้องไห้ แบรนด์นี้เครื่องสำอางดีหลายอย่างเลยนะคะ 

เดี๋ยวจะสวอชสีให้ดูนะคะ ระหว่าง Nars กับ utip นะคะ

ทายกันถูกมั๊ยคะ ว่าฝั่งไหนเป็นของแบรนด์อะไร

ฝั่งซ้ายจะเป็น Nars นะคะ

ส่วนอีกฝั่งคือ Utip

จะเห็นว่า Utip เนื้อครีมมี่กว่า และสีก็เข้มกว่าในเบอร์ที่ขาวที่สุดของแบรนด์

แต่คิดว่าถ้าเอาสีที่พอดีกันมาเทียบก็แทบจะแยกไม่ออกเลยค่ะ 

Maybelline Clear Smooth all in one #01 (299 baht)สอยมาเพราะญาญ่าเป็นพรีเซนเตอร์ค่ะ 555 แต่ก็ไม่ผิดหวังนะคะ เพราะมันปกปิดและคุมมันดีมากๆ เลย แพคเกจเป็นสี่เหลี่ยมสีชมพู มีกระจก กับพัฟมาให้ด้วย พกพาได้ค่ะ แต่ส่วนตัวไม่ได้ใช้เดี่ยวๆนะคะ เพราะมันหนาไป เอามาปิดแค่จุดที่ลงคอนซีลเลอร์เพื่อเพิ่มการปกปิดเท่านั้นค่ะ   

Laura Mercier Loose Setting Powder #Translucent (1,590 baht )แบรนด์นี้ไม่จำเป็นต้องพูดมากนะคะเนาะ เพราะเชื่อว่าหลายๆคนรู้สรรพคุณกันหมดแล้ว แป้งฝุ่นเนื้อบางเบา โปร่งแสง หน้าสวยผ่องทั้งวันเลยค่ะ คุมมันได้ค่อนข้างดี ส่วนตัวชอบใช้กับแปรงมากกว่าค่ะ เพราะรู้สึกบางเบากว่าใช้พัฟ คือนางคุมมันได้ดีมาก ดีเกินไป เวลาใช้แล้วหน้าจะแห้งค่ะ ทาแล้วคนก็รู้เลยว่าทาแป้งมา บางวันที่บำรุงมาไม่ดี ก็จะทำให้หน้าดูหลอกๆอ่ะค่ะ แต่ยังไงก็ยังชอบนางอยู่ เหมาะกับวันที่ต้องออกไปใช้ชีวิตหนักๆ และต้องการความอยู่ทน 

Srichand Translucent Powder ( 280 baht )ชอบแพคเกจมากเลยค่ะ สีม่วงมีลายดอยไม้ แต่ที่ชอบมากที่สุด คือ นางหมุนล็อคได้ค่ะ ทำให้แป้งไม่หลุดหรือหกเลอะเทอะเวลาพกพา ส่วนเนื้อแป้งนะคะ มีกลิ่นหอม ลื่น บาง เวลาทาแล้วจะรู้สึกหน้านวล เนียนดีค่ะ ใช้ได้กับทุกสีผิว นางคุมมันดีตามที่เคลม แต่ไม่ได้แมทมากเหมือนลอร่านะคะ ส่วนตัวจะชอบใช้วันธรรมดา เพราะหน้าไม่แห้งจนเกินไป

Point Makeup

Cezanne Shading Stick (350 baht)

Shading เนื้อครีม มาในรูปแบบแท่งสติ๊ก พกพาง่าย ใช้งานได้สะดวกค่ะ ไม่มีน้ำหอม ทาร์ Mineral Oil แอลกอฮอล์ เนื้อค่อนข้างลื่นค่ะ เกลี่ยง่าย พิกเม้นไม่แน่นค่ะ ยังคงมีความใสๆ เมื่อเกลี่ย สีไม่เข้มมากเหมือนตอนปาดออกมา ทาทับรองพื้นหรือแป้งได้ โดยไม่เกิดคราบค่ะ 

NYC Smooth Skin Bronzing Face Powder #Sunny (200 baht)บรอนเซอร์ที่ซื้อมาตามคุณโมเมค่ะ 555 ตัวนีใช้ดี ราคาถูก แต่ข้อเสียคือหาซื้อค่อนข้างยาก ต้องสั่งพรีออเดอร์เข้ามา แพคเกจเป็นพลาสติก มีกระจกมาให้ด้วย ขนาดค่อนข้างพอดีมือ ในด้านสี สีนางสวยมาก ค่อนข้างชัด แต่ไม่ได้ติดทนมากเท่าไหร่ ให้ลุคที่แทนๆ แต่ปัดง่าย เกลี่ยง่าย เหมาะกับการเอามาใช้เฉดดิ้งทุกวัน เพราะดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกสีผิว

Essence I love stage Eye Shadow Base (145 baht)ถ้าให้แนะนำ อายชาโดว์เบส ราคานักศึกษา ถูก และ ดี  ต้องอันนี้เลย สามารถเป็นได้ทั้งเบสก่อนการแต่งตา ช่วยให้สีที่ได้ชัดขึ้น ติดทนนานขึ้น และ เป็นคอนซีลเลอร์ใต้ตา ช่วยกลบรอยคล้ำ เนื้อบางเบา กึ่งไปทางเข้มข้นปานกลาง  ไม่เหนียว เกลี่ยง่ายกำลังดี  มีความชุ่มชื่น

TER masterpiece 3D eyebrow TATTOO #03 Light Brown (130 baht)เจลเขียนคิ้วแบบกันน้ำ แบรนด์คนไทย เป็นหลอดพลาสติก แถมแปรงหัวแบนมาให้ใช้คู่กันด้วย ใช้งานง่าย เขียนลื่น เหมาะกับคนที่เขียนคิ้วเป็นอยู่แล้วนะคะ ใช้นิดเดียวก็ทั่วแล้ววค่ะ แถมกันน้ำได้ดีด้วย 

Utip Flower Vivi Eyebrow #02

พาเลทเขียนคิ้วแบบฝุ่น ถูก และดี เหมาะกับนักศึกษานะคะ เราชอบผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อนี้มาก คือนางครบในพาเลทเดียว ทั้งเขียนคิ้ว แต่งตา เอามาเฉดดิ้งดั้งก็ยังได้ ในตลับมาพร้อมกับแปรงหัวตัด ที่ค่อนข้างนุ่ม ไม่ก๊องแก๊งนะคะ คือเลิฟมาก 

Urban Decay Naked Palete (2,250)ชอบ Naked 1 ที่สุด ค่ะ เพราะ มันง่ายกับคนที่เเต่งหน้าไม่เป็น ผสมสี หรือ จับคู่สีไม่ค่อยถุก คือสีทุกสีมันใช้ง่าย มันรอดหมด เอาเป็นว่า เป็นพาเลทที่เป็นสีเบสิค ที่ใครก็ได้มีไว้ครอบครอง แล้วสามารถใช้ได้หมดทุกคนไม่ต้องกลัวว่าจะไม่เหมาะกับตัวเอง เพราะมัน รอดหมด ข้อเสียคือ กล่อง naked 1 เป็นกำมะหยี่ ทำให้เลอะค่อนข้างง่าย

Maybelline New York Volum’ Express Hypercurl Mascara (99 baht)ตัวนี้เพิ่มความหนาให้ขนตา 3 เท่า และเพิ่มความโค้งงอน  หัวแปรงเป็นแบบโค้งงอน 75 องศา เวลาปัดพอดีกับความโค้งของตา ปัดง่ายและเพิ่มความหนาให้ขนตาอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นสูตรกันน้ำด้วยค่ะ เห็นคนนิยมใช้รุ่นนี้กันเยอะ เลยมั่นใจว่าตัวนี้น่าจะเป็นมาสคาร่าที่สาวๆหลายคนชอบ เพราะว่า เราก็ชอบเหมือนกันค่ะ

Essence Soo Glow! (120 baht )

เป็นไฮไลท์เนื้อครีม กึ่งแป้งค่ะ สีสวยมาก เนื้อเนียน เกลี่ยง่าย สีพอดีผิวเลยค่ะ ไม่ขาวจนเกินไป พอทาแล้วดูธรรมชาติมากค่ะ ใช้ก่อนทาแป้งหรือทาทับหลังจากทาแป้งก็ได้ ไม่เป็นคราบ 

E.L.F. Blush Palette #Light (550 baht)เป็นบลัชออนเนื้อฝุ่น ใน 1 ตลับ จะมี 4 สี เป็นชิมเมอร์ 1 สีค่ะ มีสีชมพูนม สีชมพูเข้มขึ้นมาหน่อยนึง สีน้ำตาลอมส้ม แล้วก็สีชมพูชิมเมอร์ค่ะ สีค่อนข้างสวย และแน่น  เหมาะแก่การพกพาด้วยนะคะ เพราะสามารถแยกชิ้นพกแบบเดี่ยวๆได้ด้วยค่ะ

Golden Rose Matte Lipstick Crayon #18 (199 baht)นี่คือลิปสติกที่ถูกและดีจริงๆค่ะ !!ชอบมาก พกติดกระเป๋าประจำเป็นสีที่ทาแล้วรอด เป็นชมพูที่ไม่บาร์บี้ แต่ก็ไม่นู้ดเกินไป ทาแล้วดูผู้ดีมาก สวอชออกมา สีก็เนียน นุ่ม เรียบลื่นไม่ครีมมี่ แล้วก็ไม่แมท จนเกินไป แต่ข้อเสียคือ ต้องเหลาค่ะ

หมดแล้ววว!!สำหรับ Favorite skincare & Makeup ในปี 2016 นี้มีไปเทมไหนที่ถูกใจเพื่อนๆ หรือว่ามีเหมือนกันมั๊ยคะก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆทุกคนนะใช้ตัวไหน หรือว่าชอบตัวไหน อยากจะแบ่งปัน ก็เข้ามาคุยกันได้นะคะ

สุดท้ายก็ ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบค่ะขอบคุณมากกกกก ๆๆๆ น๊าาาแล้วเจอกันกระทู้ใหม่ในปีหน้าสวัสดีปีใหม่ค่าาา :)

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย