ดูแลผิวแพ้ง่าย.. เสี่ยงเป็นสิว ด้วยผลิตภัณฑ์คู่ใจ ไม่เกินชิ้นละ 555 บาท!!

สำหรับกระทู้นี้ ขอหยิบยกเรื่องใกล้ตัวมาแชร์กันซะหน่อย เพราะเห็นกระทู้ของหลายๆคนที่เข้ามาถามเรื่อง "สิวๆ" กัน ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับเราแล้วมันเป็นเรื่องใกล๊...ใกล้ตัว! เนื่องจากเราก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่เคยผิวพังเพราะสิวปะทุมาก่อน เหตุจากฮอร์โมนเปลี่ยนเอย สภาพอากาศเอย วิธีการดูแลแบบผิดๆเอย แถมยังทะลึ่งไปใช้ครีมปรอทตามอินเตอร์เนทจนผิวติดสเตียรอยด์อีก พอหยุดใช้หน้าเลยปะทุสิวอุดตันและอักเสบ แถมทิ้งร่องรอยอารยธรรมไว้ให้ดูต่างหน้าด้วยครัช T____T

ซึ่งระหว่างทางการรักษาสิวแพ้ ฮอร์โมน และสเตียรอยด์ เรารักษาด้วย Benzac 5% และ Retin-A 0.05% และรักษารอยด่างดำจากสิวด้วย Scar Esthetique แต่ตอนนี้เลิกใช้ Retin-A แล้วนะคะ หน้าหายแว้ว ^__^ แต่ปัจจุบันถ้าใครจะรักษาวิธีนี้เรา แนะนำให้ใช้ Differin 0.1% แทนนะคะ จะ(แทบไม่)ระคายเคืองกับผิว และไม่ไวแสงเท่า Retin-A ค่ะ

โดยเราอ่านรีวิวประกอบการตัดสินใจในการรักษาจาก 2 กระทู้ในจีบันด้านล่างนี้เลยค่า

EP1. (เริ่มรักษา)http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=108466

EP2. (ผลลัพธ์)http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=111150

ในส่วนของการรักษาไม่ขอลงรายละเอียดมากนะคะ เพราะไม่ได้เก็บผลไว้แบบชัดเจน แต่ถ้าใครมีคำถามก็คอมเม้นได้เลย พร้อมตอบแบบละเอียดครัช

ซึ่งจากที่ได้รักษาสิวด้วย Benzac และ Retin-A โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 4 เดือน บวกกับรักษารอยด่างดำจากสิวด้วย Scar Esthetique โดยใช้ระยะเวลา 2 เดือน จนหน้าเริ่มปกติ ไม่ปะทุสิว (มีขึ้นเป็นครั้งคราวเวลามีรอบเดือน) สภาพที่ได้คือ.. ดังนี้

ว่าแต่... มาดูกันดีกว่า ว่าผิวแพ้ง่ายและเสี่ยงเป็นสิวแบบเรา ใช้อะไรในการดูแลผิวบ้าง!

STEP 1 : เช็ดเครื่องสำอาง

หนึ่งสาเหตุหลักๆที่ทำให้หน้าเป็นสิวอุดตันและอักเสบ เกิดจากสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันในรูขุมขน ซึ่งคนที่ไม่แต่งหน้าส่วนใหญ่มักคิดว่าแค่โฟมหรือสบู่ก็พอ แต่จริงๆแล้วคือพวกครีมกันแดดเนี่ยยยยมีบลานุภาพในการอุดตันสูงเชียวหล่ะ! เพราะส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบกันน้ำ กันเหงื่อ เพราะฉะนั้น... เช็ดหน้าให้สะอาดจนกว่าสำลีจะขาวก่อนนะครัช เพื่อผิวสะอาดห่างไกลสิวฮ่ะ

*TRICK*

เวลาเช็ดเครื่องสำอางเราจะเช็ดตามแนวโพรงขน (ตามภาพ) เพื่อให้สิ่งสกปรกหลุดออกจากรูขุมขน ไม่อุดตันจนเกิดเป็นสิวค่ะ

STEP 2 : ล้างทำความสะอาดผิวหน้า

หลังจากเช็ดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกออกจากผิวหน้าแล้ว ก็ล้างด้วยสบู่เหลวอีกครั้ง เพื่อชำระล้างสิ่งตกค้างบนผิว ผิวเราจะได้สะอาดอย่างล้ำลึก เจ้าขวดนี้เราชอบเพราะไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ไม่มีฟอง ที่สำคัญหลังล้างผิวไม่แห้งตึงเอี๊ยดๆ แต่นุ่มและชุ่มชื้นมาก!

STEP 3 : ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว + เตรียมผิวก่อนการบำรุง

หลังทำความสะอาดผิวหน้าแล้ว ซับหน้าหมาดๆแล้วตบๆเจ้าฮาดะลาโบะขวดนี้ตามได้เล้ย! เราชอบเพราะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่เหนอะหนะ แต่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวหยุ่นๆ ไม่แห้งตึง แล้วเวลาทาครีมบำรุงผิวตอนโลชั่นยังหมาดๆบนหน้า จะช่วยให้ครีมซึมเข้าผิวได้ง่ายขึ้นด้วย ^^

STEP 4 : เติมความชุ่มชื้นให้ผิวขั้นแรก + ลดเลือนรอยด่างดำจากสิว

หยดออยล์ลงฝ่ามือ 1-2 หยด วอร์มบนฝ่ามือให้ทั่ว แล้วตบเบาๆลงบนผิวหน้าที่ยังหมาดๆจากฮาดะลาโบะอยู่ จะได้ความชุ่มชื้นที่พอดี และออยล์ซึมลงผิวไวขึ้น ไม่เหนอะหนะอยู่บนหน้า ตบให้พอรู้สึกว่าออยล์ทั่วหน้า ก็ให้นำฝ่ามือที่มีออยล์เหลืออยู่มาลูบไล้คอต่อจนฝ่ามือแห้ง เจ้าขวดนี้มีกลิ่นหอมอ่อนๆนะคะ บางคนอาจไม่ชอบกลิ่นก็มี แต่เราโอเค

ปล. เราใช้ออยล์เฉพาะตอนกลางคืนนะคะ ตอนกลางวันจะเหนอะหนะไป

STEP 5 : บำรุงและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว

หลังมอบความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว เราก็จะล็อคความชุ่มชื้นให้อยู่ในผิวต่อด้วยโลชั่นขวดนี้ ถึงเป็น PM ก็จริงแต่เนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะผิว เราเลยใช้ทาตอนเช้าด้วยเลย โดยคุณสมบัติตัวนี้นอกจากจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นแล้ว ยังช่วยลดอาการอักเสบของผิว และรอยแดงด้วยค่ะ

ปล. อาจหาซื้อยากหน่อย ไม่มีที่ไทย เท่าที่เคยเห็นตามร้านหิ้วราคาพรีออเดอร์จะอยู่ที่ 650 - 700 บาทค่ะ

STEP 6 : รักษาสิวเฉพาะจุด

ตราบใดที่เรายังมีฮอร์โมนและสภาวะรอบๆตัวที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด แน่นอนว่าเจ้าสิวยังต้องมีแวะเวียนมาทักทายเราบ้างเป็นครั้งคราว บางคนก็ตามรอบเดือน ^^" ดังนั้นจึงต้องมีสิ่งนี้ติดตัวไว้เสมอ เริ่มปูดๆนูนๆจับไปเจ็บๆก็แต้มก่อนนอนเลยค่ะ ตื่นมาก็ยุบพอดี เจ้าตัวนี้เภสัชบอกเราว่าไม่ทำให้ดื้อยานะคะ ซึ่งก็จริง เพราะแต้มทีไร สิวก็ยุบทุกครั้งค่ะ

STEP 7 : สเต็ปสุดท้ายยยย ปกป้องผิวจากแสงแดด

จริงๆเจ้าหลอดนี้มีไซส์เล็กนะคะ ขนาด 20 ml. ราคาประมาณ 250 บาทค่ะ ซึ่งปัจจุบันเค้าปรับหน้าหลอดให้เป็น SPF 50 PA+++ แทนแล้วนะคะ แต่เภสัชบอกว่าจริงๆก็ SPF 60 เท่าเดิมแหละ แต่ว่าทางอย. ไม่อนุญาตให้ระบุบนฉลากสูงกว่า 50 ค่ะ ซึ่งตัวนี้จะมันมากพอสมควร แต่ด้วย SPF ที่สูง ก็อาจเสี่ยงกับคนที่ผิวบางมากๆช่วงรักษาสิวหน่ะ เราแนะนำให้ลองใช้สูตร Sensitive SPF30 PA++ หรือ SC SPF40 PA+++ ก่อนซักพัก แล้วพอผิวเริ่มแข็งแรงค่อยใช้หลอดนี้ เนื่องจากตอนที่เราเริ่มใช้ มันยังไม่มีสูตรอื่นๆออกมาเราเลยใช้แต่หลอดส้มมาตลอด เคยลองสูตร Sensitive SPF30 PA++ อยู่ช่วงนึง ตอนแพ้ AHA แล้วผิวแสบๆ แต่หลังจากหายดีก็กลับมาใช้หลอดนี้แหละ :D

หมดแล้วนะคะสำหรับการดูแลผิวแพ้ง่าย และเสี่ยงเป็นสิวในแบบของเรา ทั้งหมดที่แชร์นี้เป็นสิ่งที่ทำทุกวันเป็นประจำอย่างต่อเนื่องมาตลอด 3 ปีแล้วผลที่ได้มันดีค่ะ ซึ่งการที่เราใช้แล้วดี ไม่ได้การันตีว่าผลลัพธ์ของทุกคนจะเหมือนกันนะคะ บางคนอาจจะแพ้บางส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ที่เราแนะนำ ซึ่งก็แตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละคนค่ะ ^^

สำหรับการดูแลผิวเพิ่มเติมก็มีมาส์กหน้าบ้างอะไรบ้างเป็นครั้งคราว โดยส่วนตัวที่ใช้แล้วไม่แพ้มี 2 ยี่ห้อ คือ Leader's Solution (หาซื้อได้ตาม Watson) และ Lululun *สูตรชาเขียว* (หาซื้อได้เฉพาะที่เกียวโตเลยซื้อมาตุนไว้เพียบ) ซึ่งสูตรที่ใช้ได้จะต้องเลี่ยงสูตรที่เป็น whitening หรือ AHA ค่ะ ใช้ได้แค่ครั้งสองครั้งต่อเดือน เพราะเคยใช้ติดต่อกัน สัปดาห์ละ 2 ครั้ง หน้าจะเป็นแดงๆดวงๆ คันยิบๆเลย T_T คือแพ้นั่นเอง... แล้วก็มีทานวิตามิน C และ Bรวม (B2,B6) ควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยเรื่องการฟื้นฟูผิวจากภายใน ผิวจะได้สดใส เปล่งปลั่งค่า

แล้วพบกันใหม่กระทู้หน้าครัชชชชชช บ๊ายบายค่า!

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (23)

ว้าว เริ่ดๆทั้งนั้นเลย ของเราชิ้นนี้ไม่เกิน 100บาทค่ะ 5555 ใช้มาจะขวดที่ 3แล้ว คือถูกจริง แล้วมันก็ดีมากๆ แต้มทิ้งไว้ (ของเราเน้นพอกหนาๆเลยค่ะ อิอิ) นอนชิวๆ ไม่ต้องไปส่องกระจก ลดความวิตกไปได้เลย ไม่นานสิวก็ยุบค่ะ ยุบเร็วมากๆ แนะนำให้ใครลองใช้ชอบกันนะคะตัวนี้