"มหากาพย์ติดสเตียรอยด์"


สวัสดีชาวจีบันทุกคนน๊ะจ๊ะ เจ้าของรูปคือเราเอง ชื่อเทพ น๊ะต่อยอดจากรีวิวครีมรอบที่แล้วที่นำเสนอไปในตอน No Money No Happy นั้น ได้รับการตอบรับอย่างดีมากๆ ทั้งคนรอบข้างและรอบไม่ข้างให้ความสนใจเรื่องผิวกันมากขึ้น เข้ามาถามกันมากขึ้น ซึ้งขอออกตัวก่อนว่าเราก็ไม่ได้เชี่ยวชาญ หรือ จบทางด้านผิวหนังมาเลย แต่เราแค่อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ การลองผิดลองถูก กับผิวหน้าตัวเองเท่านั้น และก่อนที่จะเริ่มมหากาพย์ติดสเตียรอยด์ตามหัวข้อนั้น ข้อชี้แจงก่อนว่า ถ้าพวกเธอจะหวังว่าอ่านจบแล้วเราจะแนะนำที่รักษาหรือมาขายครีมให้พวกเธอข้อให้ข้ามไปนะ เพราะเจตนาเราคืออยากถ่ายทอดวิธีการรักษาและการดำรงชีวิตของเราระหว่างการรักษา แค่นั้นจีๆ (จริงๆ)

เอาหละเรามาเริ่มกันด้วยภาพแรกเลยดีกว่า สาม สี่ เริ่ม.....

ภาพแรกนี้ เกิดเห็นได้ชัดว่าเกิดสิวอย่างหนักหน่วงมากกว่า99.9 ริกเตอร์มากๆ พวกเธอมองดูรูปซ้ายแรกซิ ถ้าพวกคุณตื่นมาแล้วพบกับจุดแดงๆ+หนอง + คัน = พวกคุณจะ ? สำหรับเรานั้นมันเริ่มจากร้องให้ก่อนเลย ไม่รู้จะทำวิธีไหน จะสั่งครีมดีๆมาใช้ก็ไม่รู้ตัวไหนจะหาย เพราะไอที่เราเป็นแบบนี้ก็เพราะครีมอันตรายตัวนึง แต่ไม่ขอเอ่ยชื่อนะ เพราะเรายังเห็นบางคนเป็นตัวแทนตั้งร้านขายอยู่เลย เอาเป็นว่ามันเป็นครีมกลางวันที่เป็นสีเหลืองข้นๆ และครีมกลางคืนที่เป็นสีเขียวข้นๆละกัน เราไม่อยากจะเอ่ยเลยนะ ว่าช่วงแรกมันดีมากเลย ไปเรียนนะคนทักกันตรึมว่าทำไมหน้าใสๆ เราก็ได้แต่แบบยิ้มดีใจไง เพราะครีมมันดีงะ แล้วเราก็ไม่เคยเจอครีมที่ทำงานแบบนี้มาก่อน แถมราคาถูกด้วย กระปุกละ200 กว่าบาท เราเป็นนักศึกษางะเนอะ ราคานี้ก็ดีงามแล้ว แต่พอใช้ไปซักระยะนึง สังเกตุได้อย่างเห็นได้ชัดเลยงะ ว่าหน้าขาว ขาวจนเกินกว่าที่มันจะควรขาว แล้วช่วงนั้นทาครีมอื่นๆที่เคยมีอยู่ร่วมด้วย ยิ่งเห็นผลดีทวีคูณ หน้านี้เด้งงงเด้ง เลย พอใช้ไปสักระยะ ประมาณ3-4เดือน เริ่มแสบหน้า เริ่มออกแดดแล้วหน้าแดง หน้าขาวจนเห็นเส้นเลือด โดยเฉพาะร่องจมูกเห็นได้อย่างชัดเจนมากๆ แก้มก็มี และส่วนตัวเป็นคนชอบสังเกตุผิวหน้าตัวเองอยู่แล้ว เลยแบบตกใจ ว่าทำไมหน้าเราเหมือนจะเริ่มมีปัญหาอื่นๆ นอกเหนือจากสิว...

นับตั้งแต่เริ่มเอะใจเราก็เริ่มที่จะลดปริมาณการใช้ครีมดังกล่าวลงแต่.... มันช้าไปเสียแล้ว สิวค่อยๆเริ่มขึ้นๆ ขึ้นทีเราก็บีบที โป๊ะพงพิเศษที มันก็ไม่หาย มันขึ้นทุกวัน จนเราท้อใจ ร้องให้ และคิด "ฆ่าตัวตาย"

แต่เมื่อเรายังมีลมหายใจ เมื่อมันเป็นได้ มันก็ต้องหายได้ เราจึงตั้งสติ และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ทำความรู้จักกับมันให้มากขึ้น โดยเริ่มจากไปหาหมอผิวหนังที่ใกล้หอเรามากที่สุด แล้วช่วงนั้นอยู่ภูเก็ตด้วย ยิ่งหายาก รถลาก็ไปลำบากเลยวานเพื่อนไปส่ง **ขอไม่บอกชื่อคลีนิคนะ ** พวกเธอรู้ไหมเราได้อะไรมาจากหมอ 1.สบู่ล้างหน้า 2.ยาทาสิว 3.แอคโนติน(เราขอหมอ20g.)เลย ปรกติเขาให้กิน 10g. พอ หลังจากที่เราได้ทานและปฎิบัติตามที่หมอบอก หน้าแห้งขึ้นสิวลดลง แต่พวกเธอเข้าใจคำว่าลดลงชะมะ มันลดลงแต่มันไม่ได้หาย เชื้อสิวก็ยังมีอยู่และมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะหายไป ถ้าเราอยากจะให้มันยุบ เราก็ต้องทาสเตียรอยด์อีก ซ้ำไปซ้ำมา มันเป็นยา/ครีม นรก สำหรับเราไปแล้ว ..

เมื่อยาหมอที่มีอยู่ทำได้แค่ทุเลาความเจ็บปวด หนทางเดียวที่คิดได้ตอนนั้น คือต้องแปลงกลายเป็นพจมาน แห่งบ้านทรายทอง คือเราตัดสินใจเสริช หาร้านหมอที่คิดว่าเลิศด้านผิวหนังที่สุด และเราก็ถือชะลอม เอ้ย สะพายเป้ขึ้นรถทัวร์ เข้ากรุงเทพเลยจร้า (ใช้Maskปิดหน้าอย่างดี 55+) จริงๆก่อนไปหาหมอเราส่งเมล์คุยกับหมอแล้วแหละ และนางบอกเราว่า "คิดว่ารักษาได้นะ" คือแบบ I have no choice หวะเธอ เราก็ไป ไปปุ๊ปร้านเปิดก่อนเวลากำหนดที่เขียนไว้ และคนเยอะมาก ขนาดเรานัดไว้นะ นั่งรอเป็นชั่วโมง เราเลยอุ่นใจว่าร้านนี้แหละเลิศจริงๆ(มั้ง) หลังจากที่ได้คุยกับหมอ และวางเงินสดตรงนั้นเลย ก็เริ่มปฎิบัติการล่าท้าผี เอ้ย ล่าท้าสิว เครื่องมือที่ใช้กำหน้าเราตอนนั้นคือ Co2 laser + IPL รุ่นที่ดีที่สุด(นางว่างั้น) พวกเธอคงอยากจะเห็นหละซิว่าฉันเป็นเยี่ยงไร เดี๋ยวให้ดูหน้าพจมานนะ ...

แถวบนคือหลังทำครั้งที่ 1 และ แถวล่างคือหลังทำครั้งที่ 2 เว้นระยะเวลา 1-2เดือน เพราะว่าเราอยู่ไกล ต้องทำงาน เวลาไม่มีเลย

พวกเธออาจตกใจหละซิ ว่าสิวตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมรอยที่เกิดเหลือแค่นั้น คือจริงๆแล้วมันก็เยินนะ และหน้าจะเป็นสะเก็ดๆเต็มหน้าเลย และต้องรอ5-7วัน สะเก็ดถึงจะหลุด ซึ่งหลังทำเราก็อยู่กทม และอยู่เกือบๆอาทิตย์ และค่อยขึ้นมา ภูเก็ต และรูปที่เห็นก็คืออยู่ภูเก็ตแล้ว ระยะเวลาร่วม1สัปดาห์ ผิวเราตอบสนองกับlaser ทั้งสองตัวนี้มาก แต่!!!!!!!!

สิวก็ไม่จากเราไปไหนไกลเลย มันรักเราดุจสามีภรรยาเราเสียอีก เนื่องจากเราติดสเตียรอยด์ชะมะ แล้วแบบสิวหรือไขมันใต้ผิวมีเยอะมาก เลยทำให้สิวมีการขึ้นมาเรื่อยๆ และบางเม็ดก็มองไม่เห็น บางทีเราก็หงุดหงิดนะ คือlaser เคลียร์สิวไปหมดแล้ว แต่ทำไมยังขึ้นมาอีก ...

เราลงคอสเลเซอร์ไป 5 ครั้ง กว่าจะทำหมดก็ร่วมปีได้ เพราะแรกๆไป เดือนระครั้ง หลังๆ 2เดือนครั้ง จึงทำให้ผลการรักษาล่าช้ากว่าปรกติ เอางี้ เราข้ามช็อตไปถึงผลการรักษาที่เกิดขึ้นหลังจากหลายเดือนต่อมากันดีกว่า

ผลการรักษาเป็นไปอย่างน่าพอใจมากๆ ถ้าเทียบกับรูปแรกที่เป็นเลย แต่เราก็ไม่ได้จะมาอวยให้ทุกคนไปทำ IPL/Co2 Laser หรอกนะ เพราะเราว่า มันไม่ได้ทำให้ดีขึ้นทั้ง 100% หรอก ส่วนหนึ่งมันมาจากสิ่งที่เราเลือกปฎบัติด้วยมากกว่า เช่น.. ใช้เจล/สบู่ล้างหน้าที่ไม่ก่อการระคายเคือง ช่วงนั้นเราใช้ยี่ห้อ COS ขวดสีขาวงะ ใช้ดีนะไปลองดูเอา และเราใช้ครีมว่านหางจระเข้งะ หลอดอลูมิเนียม สลับกับครีมของหมอที่เราได้จากการเลเซอร์ ซึ่งแพง เราไม่มีตังค์ซื้อต่อ และครีมบำรุงที่เอาไว้แก้ขัด และเราก็ใช้มาเรื่อยๆหลังจากสิวหายก็คือ Medmaker ที่เป็น ครีม วิตมินE งะคล้ายๆ SmoothE แต่เราใช้สมูธอี แล้วสิวขึ้น555+

เรานึกไม่ค่อยออกระว่าใช้ไรไป เพราะมันร่วมกว่า2ปีครึ่งได้แล้ว จนถึงปัจจุบัน แต่เอาเป็นว่าเบสิกเลยของผิวแพ้ง่าย ไม่ว่าความจริงจะแพ้หรือไม่ก็ตามสิ่งที่ เทพ หลีกเลี่ยงนั้นคือ 1.แอลกอฮอล์ 2.ซิลิโคน 3.สารกันเสียพาราเบน 4.น้ำหอม นี่คือสิ่งที่เวลาจะเลือกใช้อะไรเทพจะดูส่วนผสมข้างหลังก่อนเสมอ นี่ไม่ใช่พวกเชี่ยวชาญอะไรหรอก (ทำตามบิวตี้ บล็อกเกอร์ หลายๆท่าน)

ขอวกกลับเข้ามาในรูปต่อนะเมื่อเราสิวสเตียรอยด์หายก็จริง แต่ความจริงแล้ว มันไม่เคยหายไปไหนเลย อาการต่างๆยังอยู่ คือเราจะกลายเป็นคนที่เมื่อโดนสิ่งเร้าต่างๆ เช่น ฝุ่นในห้อง หรือตามท้องถนน ก็จะเกิดผื่นแดง คัน (เทพทำวงกลมไว้ให้ในรูปละ) เห็นม๊ะ แล้วก็จะกลายเป็นหนองเล็กๆในที่สุด แต้มยังไงก็ไม่ยุบ และอีกอย่างที่เห็นได้ชัดคือ หน้าแดงง่ายมาก เจอแดดนิดนึงก็แดง เจอแบบไม่นิดก็แดง ไม่รู้จะแดงอะไรนักหนา แต่ก็ใจดีสู้เสือ ใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆนานวันเข้า นานวันเข้า จนกระทั่ง......

ผิวหน้ากลับมาเป็น คล้ายแบบเดิม ที่บอกว่าคล้ายแบบเดิมคือมันไม่เหมือนเดิม 100% งะเธอ เรากลายเป็นคนรูขุมขนกว้าง คอลลาเจ้นใต้ผิวเสียไปเพราะหน้าไม่มีความเนียนละเอียดเลย แต่ถ้ามองไกลๆก็พอรับได้อยู่ และขอขอบคุณอะไรก็แล้วแต่ ที่ทำให้หน้าเราไม่เกิดหลุมใหญ่ขึ้น เพราะงานที่ทำต้องใช้หน้าตามากๆๆๆๆๆๆ เอ๊ะ รู้นะว่าพวกเธอจะถามหละซิ ว่าเราไปทำงานยังไง ขอพูดตรงนี้เลยว่าทรมานมาก เคยโดนเพื่อนร่วมงานคนนึงบอกเราว่าเราสกปรก ทำไมไม่รักษา เราไม่โกรธเขานะ ก็เราเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ใครจะรู้ว่าที่จริงเรารักษาแล้ว แต่ไม่รู้ที่ทำคือถูกหรือผิด... อ้อลืมบอก ช่วงที่เป็นหนักๆเราเลือกที่จะเก็บตัวไม่พบปะผู้คน ขนาดอาหาร เราก็ยังซื้อข้าวที่เป็นแบบสำเร็จรุปติดห้องไว้เลยเป็นสิบๆ ช่วงนั้นสุขภาพไม่สนงะ สนแต่ว่าอายมากๆ แต่พอผิวเริ่มดีขึ้นราก็ต้องหาอะไรทำนะ ไม่งั้นก็จะเครียด ช่วงนั้นกิจกรรมที่ทำคือ อยู่กับเพื่อนบ่อยๆ คุยกับพวกนางๆ เหมือนปรกติ เพราะมันทำให้เราไม่เครียดและสภาพจิตใจดีขึ้นจริงๆนะ หลายคนคงสงสัยว่า แค่นี้เหร๋อ มีอีกไหม ขอตอบเลยว่ามันยังไม่จบจะ ชีวิตอาหารการกินเราก็ต้องปรับ เช่น ทานผักหรือผลไม้มากขึ้น ดังรูปที่เห็นต่อจากนี้เลย....

ทานผักผลไม้เยอะๆ ทานวิตมินเยอะๆ ออกไปหากิจกรรมไรทำบ้าง แล้วชีวิตก็เริ่มยิ้มออก มันมีควาสุขอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าผิวหน้าเราจะยังไม่ดี 100% แต่เราพอใจมากๆ ณ เวลานั้น ที่หน้าเราไม่มีรอยขรุขระอีกต่อไป และเวลาถ่ายรุป เราจะไม่ใช้โปรแกรมปรับสีเลย เพราะเราชอบผิวตัวเองมากๆ

และนี้คือภาพสุดท้ายและท้ายสุด คือปัจจุบันเลย สังเกตุได้ว่าสิวก็ยังมี (ก็คนงะเน๊อะจะไม่มีได้ไงแว้) แต่เราก็ได้ความรู้จากที่หน้าเราพังเยอะเลย เมื่อสิวขึ้นเราเลือกที่จะสังเกตุว่าเกิดจากอะไร หน้ามันไปรึเปล่า? นอนดึกไปรึเปล่า? เครียดมากไปรึเปล่า ? ใช้ครีมอะไรแปลกๆรึเปล่า? นี่คือส่วนหนึ่งในการเลือกปฎิบัติต่อสิวที่มีอยู่และกำลังจะขึ้นในครั้งต่อไปของเรา ส่วนคนอื่นจะทำแบบเดียวกัน หรือดีกว่าเรา ก็เป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น เพราะนอกจากผลจะเป็นไปในเชิงบวกแล้ว เรายังได้ความรู้จากการสังเกตุของเราอีกด้วย และมันจะทำให้เราใช้ชีวิต ใช้ผิวหน้าได้อย่างระวังมากขึ้น อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน....

สุดท้ายนี้เทพขอจบ "มหากาพย์ติดสเตียรอยด์" เอาไว้เท่านี้ละกันนะ จริงๆก็มีดีเทลมากมายที่ยังๆไม่ได้เล่าให้ฟัง แต่เราพึ่งเริ่มเขียน กลัวคนอ่านจะเบื่อซะก่อน อ้อ ลืมบอกไปว่าภาษาอาจไม่ได้เป็นทางการซักเท่าไหร่ อาจมีคำผิดๆเพี้ยนไปบ้าง ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย นี่ก็ดึกแล้ว อาจเกิดอาการเบลอๆได้ 555+ สุดท้ายเทพอยากให้ทุกคนรักผิวหน้าตัวเองให้มากๆน๊ะ คนที่ผิวดีอยู่แล้วพวกเธอก็ทากันแดดทุกวันหละ พวกที่เป็นสิวแบบนิดเดียวก็หาข้อมูลในการรักษาเยอะๆ อย่าหลงเชื่อครีมตามInternet ให้มากนัก ส่วนพวกที่เป็นหนักๆแบบเราก็ขอเป็นกำลังใจให้นะ เทพมั่นใจว่าพวกเธอต้องเจอแสงสว่าง เจอทางออกให้กับปัญหาผิวของตัวเองอย่างแน่นอน ถ้าตั้งใจซักอย่าง!!! สู้ๆน๊ะ!! บล๊าย! (ให้อนุญาตไว้ตรงนี้เลยสำหรับคนที่อยากจะแชร์น๊ะจ๊ะ สามารถยกไปเป็นอุทาหรได้เลย แต่ขอร้องอย่าขโมยรูปไปใช้เพื่อการค้าเลยนะเพราะ 1.มันไม่ดีต่อมวลมนุษยชาติ 2.ฉันอาย)

ปล.1 รูปภาพทุกรูปคือหน้าจริง โดยไม่ผ่านเเอ๊บใดๆทั้งสิ้นนอกจากปิดหน้าเพื่อนรับเชิญเท่านั้นเอง

ปล.2 รีวิวครั้งต่อไปเป็นหัวข้อการทำตาสองชั้นเเบบใช้กาวที่ได้ผลดีมากๆ น๊ะจ๊ะ

:: ใครที่อยากปรึกษาปัญหาผิว เราให้คำเเนะนำฟรีนะ จะเเนะนำตามเท่าที่ประสบการณ์ที่เคยพบเจอมา สามารถดูรีวิวย้อนหลังของเราได้ที่ http://thepskincrew.blogspot.com เเล้วเจอกัน ::

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย