หลานชายตัวน้อย พาย่ากะยายเที่ยวเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น

atcha

atcha

ดู Profile

สวัสดีค่ะ ...


เรื่องของเรื่องคือมีโปรตั๋วราคาถูก กรุงเทพ-ฟุกุโอกะ ออกมา รวมไปกลับแล้วตกคนละแค่หมื่นต้นๆ จากเดิมที่แพลนจะไปแค่สามคนพ่อแม่ลูก ก็เลยหอบทั้งย่าและยายวันเกษียณไปเที่ยวด้วยกัน ทริปนี้จึงมีทั้งเด็กเล็กและคนชรา ดีเทลเที่ยวเลยไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะจะไปแบบลุยๆเหมือนวัยรุ่นนี่ไม่ไหวกันแน่ๆ เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์เผื่อใครสนใจค่ะ

ทีแรกเลยก็อาศัยยำข้อมูลเที่ยวจากในเนทเนี่ยแหละค่ะ แต่มาชีวิตเปลี่ยนเอาตอนได้อ่านหนังสือ ทางรถไฟสายดาวตก (ทรงกลด บางยี่ขัน) เลยอยากเปลี่ยนแผนให้มีการเดินทางโดยรถไฟบ้าง สุดท้ายเลยจัด JR NORTHERN KYUSHU PASS ไปด้วย เรามีเวลาเที่ยวจริงๆแค่ 5 วัน จะให้ไปจนครบแบบในหนังสือไม่ได้แน่ๆ เลยตัดใจเอาแค่ 3 วันก็พอ



วันที่ 1 Yufuin


มาเที่ยวครั้งนี้อยากพาแม่ๆไปสัมผัสบรรยากาศแบบเรียวกัง เลยตั้งใจว่าจะไปนอนที่ Yufuin ก่อนเลยคืนแรก จะได้แช่ออนเซ็นกันด้วย แล้วค่อยกลับมาพักที่ฟุกุโอกะในวันที่เหลือ


จากสนามบินฟุกุโอกะ เรานั่งรถบัสหน้าเทอร์มินัลไปที่ HAKATA STATION แลก JR PASS กับจองที่นั่งรูทที่แพลนทั้งหมด กว่าจะจัดการโน่นนี่เสร็จก็เกือบเที่ยงแล้ว เลยซื้อข้าวกล่องที่สถานีไปกินกลางวันบนรถไฟแทน ที่สถานีมีร้านข้าวกล่องรถไฟเป็นเรื่องเป็นราวเลยค่ะ มีตัวอย่างให้ดูด้วยว่าในกล่องเป็นอะไร จิ้มเอาที่ชอบได้เลย

ขบวนที่เรานั่งชื่อ Limited Express Yufu 3 เดินทางไปเมือง Yufuin เดินทางประมาณ 2 ชม รถไฟพาผ่านป่าผ่านเมืองบ้านนอก ทั้งเด็กทั้งคนแก่ดูวิวเพลิดเพลินชื่นชมจนลืมเหนื่อย

ถึง Yufuin แล้ว บรรยากาศดีสุดๆแต่ก็ร้อนสุดๆเหมือนกันค่ะ
"ถึง Yufuin แล้ว บรรยากาศดีสุดๆแต่ก็ร้อนสุดๆเหมือนกันค่ะ"

จากสถานีไปที่พักระยะทางแค่ 700 เมตร จริงๆเดินไปเรื่อยๆก็พอไหว แต่เจอแดดแบบนี้เลยต้องยอมพ่ายแพ้เรียกแทกซี่กันไปค่ะ (ค่าแทกซี่จากสถานีไปที่พักคันละ 640 เยน) คืนแรกเราพักที่ Ryokan Kashii-so ที่นี่มีสระออนเซนรวมทั้งแบบ Indoor/Outdoor แยกห้องหญิง-ชายค่ะ

ย่ากะยายแช่เสร็จบอกว่าตัวเบาหวิว สบายจริงๆ ที่จริงในห้องก็เปิดน้ำแร่แช่ได้เหมือนกันนะคะ คุณเจ้าของที่พักบอกว่าน้ำมาจากแหล่งเดียวกัน

จากที่พักของเราเดินทางไปทะเลสาบคินรินแลนด์มาร์คของที่นี่ไม่ไกลเท่าไหร่ ระหว่างทางเป็นร้านขายของและคาเฟ่น่ารักๆตลอดทาง เราลองซอฟท์ครีมราดคอนเฟลก กินแก้ร้อนอร่อยด้วย ร้านรวงส่วนใหญ่ปิดห้าโมงนะคะ ถ้ามีเวลาควรลองนั่งจิบกาแฟ พักสายตา ชมวิวที่นี่สักพักน่าจะดี



วันที่ 2

ทีแรกตั้งใจว่าจะนั่งรถไฟ Yufuin no Mori (ขบวนที่เป็นหน้าปกหนังสือนั่นแหละค่ะ) กลับไปที่ HAKATA แต่ขบวนที่เราจองไว้ทีแรกมันเลทมาก คือออกจากที่นี่เกือบสี่โมงเย็น ขบวนที่เร็วกว่านั้นก็เต็มแล้ว แต่ก็อยากจะสัมผัสประสบการณ์บนเจ้า Yufuin no Mori ดูซักครั้ง เลยเปลี่ยนแผนเป็นนั่งไป OITA แล้วค่อยไปต่ออีกขบวนนึงเพื่อกลับไปที่ HAKATA
ที่สถานี Yufuin ถ้ารอรถเบื่อๆไม่มีอะไรทำ ก็ไปนั่งแช่น้ำร้อนได้นะคะ ที่สถานีมีบริการให้ด้วย เก๋สุดๆไปเลย
"ที่สถานี Yufuin ถ้ารอรถเบื่อๆไม่มีอะไรทำ ก็ไปนั่งแช่น้ำร้อนได้นะคะ ที่สถานีมีบริการให้ด้วย เก๋สุดๆไปเลย"
จากโออิตะไปฮากะตะ เรานั่งขบวนนี้ค่ะ
"จากโออิตะไปฮากะตะ เรานั่งขบวนนี้ค่ะ"
ที่ฟุกุโอกะ เราพักที่ Dormy Inn Hakata Gion ค่ะ ทำเลที่นี่ดีมากๆ ใกล้กับ Hakata Station แค่ป้ายรถเมล์เดียว จะเดินไป Canal City ก็ใกล้มากๆ


วันที่ 3 ปราสาทคุมาโมโต้

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะใช้ JR PASS ได้ค่ะ ซึ่งทีแรกเราตั้งใจจะไปนั่ง ASO BOY แต่เต็มเสียก่อน ก็เลยเปลี่ยนแผนมาดูปราสาท Kumamoto แทนละกันเนาะ
จาก Hakata เรานั่ง Shinkansen มาลงที่สถานี Kumaoto ค่ะ จากหน้าสถานีมีรถ Shuttle ไปถึงตัวปราสาทเลย สะดวกมากๆ
คนแก่ให้เดินขึ้นปราสาทคงไม่ไหวแน่ๆ ที่นี่เขาก็มีห้องให้นั่งรอค่ะ ติดแอร์เย็นสบาย มีตู้กดน้ำ เราปล่อยคนแก่นั่งพักผ่อนที่นี่ ส่วนพวกที่ยังไหวก็ไปเดินดูข้างในปราสาทกัน


วันที่ 4-5 เที่ยวในฟุกุโอกะ

คุณยายบ่นอยากเห็นทะเล ส่วนเราอยากไปชอปปิ้ง ก็เลยเจอกันครึ่งทางที่นี่ค่ะ Marinoa City เป็นห้าง Outlet ที่อยู่ติดทะเลพอดี เดินทางก็ง่ายจากสถานี Hakata ขึ้นรถเมล์สาย 303 ยาวเลยค่ะ ต่อเดียวถึง
แต่เอาเข้าจริงๆกลายเป็นคุณยายช้อปเพลินเลยค่ะ ทะลงทะเลไม่สนแล้ว ส่วนเราเดินดูของไม่ค่อยสะดวก เพราะเด็กยุ่ง และคนแก่เดินเยอะไม่ไหว

ใกล้ๆโรงแรมมีวัดพุทธอยู่วัดนึงชื่อ Tōchō-ji เลยพาย่ายายไปดูกัน วัดนี้มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สูงถึง 16.1 เมตร แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปด้านในค่ะ
เสร็จแล้วเรามาแวะศาลเจ้าคูชิดะ อยู่ไม่ไกลกันค่ะ ในเว็บบอกเป็นศาลเจ้าของลัทธิชินโต ที่สร้างเพื่อบูชาเทพเจ้า
เดินชอปปิ้งกันที่ Canal City กันต่อ


จบแล้วค่ะ สรุปรวมๆ เที่ยวครั้งนี้ เราแทบไม่ได้ซื้ออะไรกลับไป ไม่ได้เดินซอกแซกเหมือนที่เคยทำ คือมัวแต่ตามจับเด็กและดูแลคนแก่อยู่ค่ะ แต่ก็เป็นทริปที่มีความสุขมากนะ ได้เห็นครอบครัวมีเวลาอยู่ด้วยกัน เห็นทุกคนยิ้มและสนุกกับการมาเที่ยวดูสิ่งแปลกใหม่ แค่นี้ก็คุ้มค่ามากแล้วสำหรับเรา นี่ยังคุยกับแฟนว่า เอาไว้ลูกโตอีกหน่อย ค่อยมาตามเก็บให้ครบเนาะ



หมายเหตุ

คนแก่เดินทางด้วยเครื่องบิน แนะนำว่าให้จองที่นั่งริมทางเดินให้นั่งนะคะ จะได้ลุกไปห้องน้ำสะดวกไม่ต้องคอยขยับกันไปมา แล้วก็แนะนำให้ขอรถเข็นด้วย จากเช็คอินไปขึ้นเครื่องระยะทางไกลอยู่นะ นอกจากจะช่วยเซฟแรงไม่ต้องเดินมาก ยังได้ Priority ในการขึ้นเครื่องก่อนคนอื่นด้วยค่ะ

ส่วนการเตรียมตัว เราแพลนไปวันที่ 24-29 ก.ค. ถือเป็นหน้าร้อนของญี่ปุ่น เสื้อผ้าจัดไปแบบใส่สบายๆ เหมือนบ้านเรา แต่ควรมีผ้าคลุมอุ่นๆสักผืน เผื่อบนเครื่องแอร์เย็น รองเท้าก็ใช้คู่ที่ใส่เดินสบายจะได้ไม่ปวดเท้า ส่วนของเด็กเล็กต้องเตรียมเยอะหน่อย ผ้าอ้อมสำเร็จรูป เสื้อผ้าเผื่อเปลี่ยน ผ้ากันเปื้อน ทิชชูเปียก และกล่องข้าวพร้อมช้อน (เผื่อให้กินเองหรือห่อข้าวกลับมา) พวกนี้ต้องติดกระเป๋าไว้ทุกครั้งที่ออกไปเดินเที่ยว ที่ลืมไม่ได้เลยคือรถเข็นเด็กนี่สำคัญมาก วัยนี้กำลังป่วน บางทีก็ไม่ไหวจะตามจับจริงๆค่ะ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย