มาแว้วว!!Review ลิปสติกมาราธอนภาค 2 : Bite Beauty Matte Lip Crayon VS Bobbi Brown Art Stick

paatalee

paatalee

ดู Profile

มาแล้วๆๆๆๆ ผญ.บ้า ผญ.มากลิป มาแว้ววว (ใครที่สงสัยว่าทำไมเป็นผู้หญิงบ้า ก็ให้ไปดูรีวิวครั้งแรกละกันนะค้า) มาเร็วกว่าที่คิด
หลังจากการรีวิวครั้งแรกก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีว่าจะติดตาม ขอบคุณมากนะค้า ทนเสียงเรียกร้องไม่ไหว ใจอ่อน... 
 ทีแรกว่าจะมาวันเสาร์ เพราะงานยุ่งหัวฟู กินไม่ได้นอนไม่หลับ ตื่นก็เช้า พอเห็นแสงเช้าสวย จะช้าอยู่ใยก็ถ่ายรูปทำรีวิวซะเลย
 วันนี้ขอเสนอตอน Bite Beauty Matte Cream Lip Crayon VS Bobbi Brown Art Stick ไปดูกันเลยค่าา




เรียงจากซ้ายไปขวา นะคะ

1. Bite Beauty Matte Cream Lip Crayon สี Clementine ราคา 1190 บาท (ราคาคนอื่นซื้ออาจไม่เท่ากัน)
2. Bite Beauty Matte Cream Lip Crayon สี Grape ราคา 1180 บาท (ราคาคนอื่นซื้ออาจไม่เท่ากัน)
3. Bite Beauty Matte Cream Lip Crayon สี Sweety ราคา 1190 บาท (ราคาคนอื่นซื้ออาจไม่เท่ากัน)
4. Bobbi Brown Art Stick สี Dusty Pink ราคา 1000 บาท (ราคาเค้าท์เตอร์)
5. Bobbi Brown Art Stick สี Cassis ราคา 1000 บาท (ราคาเค้าท์เตอร์)
6. Bobbi Brown Art Stick สี Sunset Orange ราคา 1000 บาท (ราคาเค้าท์เตอร์)

** จากรูปการรีวิวครั้งแรก แท่งที่แปลกปลอมเข้ามา ไม่ได้อยู่ในรูปลิปจำนวนมหาศาลนั้นคือ Bite Beauty สีม่วงนะคะ เพราะพกไปไหนมาไหนด้วยเลยอยู่ในกระเป๋า แหะแหะ
 อะมาดูสีกันเลยค่ะว่าทาแล้วจะแจ่มว้าวแค่ไหน จะขออนุญาตรีวิวสีให้ดูแบบรวดเดียวเลยนะคะ ส่วนของเนื้อสี และการเปรียบเทียบจะพูดถึงในตอนท้ายทีเดียวเลย

1. สีแรก Bite Beauty Matte Cream Lip Crayon สี Clementine  สีจะออกส้มอมแดง ทาแล้วหน้าสว่างสดใสตามเคยนะคะสีนี้ ส่วนตัวการทาลิปสีสดๆมันช่วยอะไรได้เยอะมาก วันไหนที่โทรมๆขี้เกียจแต่งตา ไม่รู้จะทาตาสีอะไร ก็ถูๆสีน้ำตาลๆทอง ปัดแก้มน้อยๆ ละก็จัดลิปสีปังๆ ก็ช่วยให้สดใสขึ้นมาทันที ^^





2. สีแรก Bite Beauty Matte Cream Lip Crayon สี Grape ที่แท่งจะเห็นเป็นสีม่วง หลายคนอาจจะกลัวเพราะได้ยินว่าปากม่วง แต่จริงๆไม่น่ากลัวอย่างที่คิดนะคะ ทาแล้วจะออกสีม่วงอมชมพู แซ่บๆ ไม่เหมือนใคร ในบรรดา Bite ชอบสีนี้ที่สุด ตอนไปทะเล ทาแล้วถ่ายรุปออกมาเกิดสุด ^O^




3. สีแรก Bite Beauty Matte Cream Lip Crayon สี Sweety จะออกชมพู coral สดใสนิดนึง ทาแล้วก็หญิงๆดี แต่ไม่เรียบร้อย คุณหนูหวานแหววนะคะ  ชมพูสว่างสดใส ดูเป็นคนสนุกๆดี




ต่อไปมาดู Bobbi Brown กันค่ะ

4. Bobbi Brown Art Stick สี Dusty Pink  สีชมพูกุลาบๆ ทาได้ทั้งงานบุญงานบาป ทาไปทำงานได้ทุกวัน ทาได้ทุกคนนะคะสีนี้ ถ้าใครอยากลงทุนซื้อสีแรก ยังไม่กล้าเสี่ยงกับสีแรงๆ กลัวซื้อมาแล้วไม่ค่อยได้ใช้ ก็ซื้อสีนี้ได้ค่ะ แต่ให้ดีก็ไปลองที่เค้าท์เตอร์ให้ครบทุกสีเลย (เหมือนหมิง อิอิ) ลองมันครบทุกสีที่เค้าท์เตอร์สุดท้ายเลือกไม่ถูกก็ถอยมา 3 แท่งอย่างที่เห็น ไม่ซื้อก็ไม่เป็นไรนะคะ ไม่ต้องเกรงใจเค้า มันเป็นสิทธิ์ของผู้บริโภคอย่างเรา ราคาไม่ใช่ถูกๆก็ต้องเลือกเยอะนิดนึง เคเนอะ^^




5. Bobbi Brown Art Stick สี Cassis  สีนี้จะออกแดงก่ำๆ แดงไวน์ ดุๆ แวมไพร์ๆนิดนึง ทาไปกลางคืนสวยๆ แต่หมิงก็เอามาทาตอนกลางวันไปทำงานนี่แหละ อยากบอกว่าสีนี้ไม่ได้อยู่ในหัวเลยตอนที่จะไปซื้อ แต่เห็น BA เค้าทา เลยขอลองมั่ง พอลองแล้วกลับชอบเปลี่ยนใจมาซื้อสีนี้เฉยเลย



6. Bobbi Brown Art Stick สี Sunset Orange ชื่อก็บอกอยู่แล้ว จะเป็นส่้มๆแดงๆช่วงพระอาทิตย์ตก จริงๆเวลาทาแล้วจะออกแดงมากกว่าส้ม แต่จะดูออกค่ะว่ามีการอมส้มอยู่พอสมควร ไม่ใช่แดงจ๋า เป็นแดงส้มที่สว่างสดใส ทาแล้วฟันขาวจริงจัง หน้าไบรท์ขึ้นมาเลย



สำหรับ Bite Beauty Matte Cream Lip Crayon นั้น ลักษณะแท่งจะเป็นแบบหมุนๆ ซึ่งชอบมาก ณ จุดนี้ เป็นคนขี้เกียจเหลา เนื้อจะเป็นแมท แต่จะให้ความชุ่มชื้นอยู่พอสมควร เนื้อสีแน่น กลบสีปากมิด ความติดทนก็ซัก 5-6 ชม. สำหรับคนปากแห้งอย่างเราๆก็ทาได้เช่นกัน ถ้ารู้สึกว่าปากจะแห้ง ระหว่างวันก็เอานิ้วแตะลิปมันแตะๆทับลงไปที่ปากเบาๆนะคะ สีที่ทาจะได้ไม่เลือนมาก (แต่ก็อย่างที่บอกจะทาลิปไม่ว่าจะแมทไม่แมท จะให้สวยก็ต้องสครับปากก่อนนะคะ ง่ายสุดสำหรับหมิงคือ เอาลิปมันหรือง่ายๆก็ปิโตรเลียมเจลลี่ทาปากไว้ แล้วเอาแปรงสีฟันที่ขนนุ่มๆมาขัดเบาๆไปมา เสร็จก็ล้างออก เอาลิปมันทาทีอีกที แล้วใช้ทิชชู่ซับความมันส่วนเกินออกก็ค่อยทาลิปนะคะ จะเนียนสวยค่ะ อ่อ อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆนะคะ คนปากแห้งก็ทาลิปแมทได้ค่ะ อย่าท้อ)

ส่วน Bobbi Brown Art Stick เนื้อลิปจะเป็นแมทเช่นกัน ทาง่าย สะดวกพกพา น้ำหนักต่อแท่งเบามาก เนื่องจากเป็นเหมือน ดินสอไม้ที่ต้องเหลา ตอนซื้อเค้าจะมีกบเหลาดินสอมาให้ในกล่องเลยนะคะ หมิงซื้อมา 3 แท่งก็มีกบเหลา 3 อัน สำหรับลิปอันนี้เสียตรงที่ต้องเหลานี่แหละ บอกแล้วเป็นคนขี้เกียจเหลา เสียดายเนื้อลิปที่ต้องทิ้งไปตอนเหลาด้วย
แต่พูดถึงการทา ลิปแมทที่เป็นแท่งๆแบบนี้มันควบคุมการทาได่้ง่ายจริงๆ ทั้ง 2 ยี่ห้อ สีแน่น กลยสีปากมิดเหมือนกัน แต่เทียบแล้ว เนื้อของ Bobbi Brown จะบางเบากว่านะคะ คือทาแล้วจะสบายปากกว่านิดหน่อย ความติดทนก็พอๆกัน 5-6 ชม. แต่ว่าเวลาที่ Bobbi มันจางลง ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นมั้ย เวลาลิปนี้มันจาง มันจะไม่ได้จางไปทั้งปากทีเดียว แต่ของหมิงมันจะมีลักษณะเป็นแบบสีไม่สม่ำเสมอ เป็นเหมือนเนื้อลิปแตกตัวออกจากกัน เกล็ดๆขุยๆ บอกไม่่ถูก ก็ต้องหมั่นส่องกระจกนิดนึงหลังกินข้าวเสร็จนะคะ ว่าลิปมันแตกตัวอย่างที่บอกรึป่าว ถ้าเป็นก็เอาลิปมันทาๆนิดนึงละเอาทิชชู่เช็ดออกแล้วค่อยเติมใหม่จะดีกว่า เติมทับไปเลยนะคะ มันจะไม่เรียบเนียน แต่เทียบเนื้อสีและสีแล้วก็พอให้อภัยได้ในเรื่องนี้

เอาล่ะค่ะ ภาค 2 ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ดีกว่า เอาไว้พบกันใหม่ในภาค 3 นะคะ หวังว่าการรีวิวนี้ จะทำให้หลายๆคนตัดสินใจกล้าทาลิปสีสันมากขึ้น ความสุขเป็นของเรา อะไรที่ทำแล้วมีความสุขไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนก็อย่าไปแคร์คำพูดใครเลยนะคะ จำไว้ว่าไม่มีใครในโลกที่ไม่ถูกนินทา ถ้ามัวแต่แคร์คนนั้นคนนี้ ชีวิตเราก็จะไม่กล้าทำอะไรเลย ขอให้ ทุกคนสวยขึ้น และมีความสุขมากขึ้นนะคะ เจอกันใหม่ค่า บ้ายบาย
 XOXO

By ผู้หญิงมากลิป

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย