Review เยียวยาหน้าไหม้เกรียมด้วยสกินแคร์ราคาหลักร้อยกัน
MissyVivy41ก่อนรีวิวขออธิบายสภาพผิวก่อนค่ะ เราอายุ 28 ปี เป็นลูกเสี้ยวมาเลย์- ไทย ผิวจึงเป็นสีน้ำผึ้ง (ไหม้) ตั้งแต่กำเนิด หรือพูดง่ายๆ ก็ตัวดำนั่นแหละค่ะ ซึ่งเราเองไม่ได้คลั่งอยากขาวอะไรมากมาย แค่ดูแลผิวกาย – ผิวหน้าให้เนียนก็เพียงพอแล้วค่ะ สภาพผิวหน้าค่อนข้างแห้งและค่อนข้างจะคล้ำง่ายกว่าคนอื่นๆ แถมเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมายังทำซ่าไปเล่นสวนน้ำกลางแดดเปรี้ยงๆ ที่มาเลย์ ผลคือไหม้เกรียมทั้งหน้าและตัว แล้วยังแพ้น้ำประปาที่โน่นอีกตะหาก สรุปเลยคือช่วงเดือนที่แล้วเราหน้าไหม้ ลอก มีผื่นเนื่องจากแพ้น้ำเต็มหน้า บริเวณร่องแก้มมีรูขุมขนกว้างมาก ซึ่งเกิดจากผิวแห้งจัดเพราะโดนแดดเผา แล้วเราเองก็อายุไม่น้อยแล้วด้วย ผิวจึงเสียหายค่อนข้างมากค่ะ (และเราไม่ถูกกับครีมราคาแพงสักแบรนด์เลยค่ะ TT^TT ลองมาหมดทั้ง Estee Lauder, Clinique, Keith’s, Sulwhasoo และอีกมากมาย ไม่ผื่นขึ้นก็แสบหน้าแสบตาจนต้องเลิกใช้ในที่สุด)
เมื่อกลับมาไทยช่วงแรก เราทา Fruite of The Earth อย่างเดียว เพื่อรักษาอาการ Sun Burn และเจลว่านหางจระเข้ตัวนี้คือสกินแคร์ราคาถูกตัวแรกที่ช่วยเยียวยาหน้าเราในวันนั้น เมื่อทาต่อเนื่อประมาณสัปดาหืนึง ผื่นแพ้ก็หายหมดค่ะ เหลือทิ้งไว้แต่รอยไหม้อย่างเดียว และเริ่มกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้
เมื่อกลับมาไทยช่วงแรก เราทา Fruite of The Earth อย่างเดียว เพื่อรักษาอาการ Sun Burn และเจลว่านหางจระเข้ตัวนี้คือสกินแคร์ราคาถูกตัวแรกที่ช่วยเยียวยาหน้าเราในวันนั้น เมื่อทาต่อเนื่อประมาณสัปดาหืนึง ผื่นแพ้ก็หายหมดค่ะ เหลือทิ้งไว้แต่รอยไหม้อย่างเดียว และเริ่มกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้
Shiseido Speedy Perfect Whip
ชิ้นนี้ลองใช้ครั้งแรกที่ญี่ปุ่นตั้งแต่ตอนปีใหม่แล้วถูกใจมาก ล้างคสอ.กันน้ำของเราได้เกลี้ยงมาก โดยที่ไม่ต้องใช้คลีคลีนซิ่งเช็ดก่อน แม้ช่วงที่ผิวเรามีปัญหาก็ไม่ทำให้ระคายเคืองผิวเลยค่ะ
ราคา : ไม่เกิน 300 บาท ซื้อจากญี่ปุ่น คะแนนความชอบ : 9/10
Mistine Double Foam
โฟมล้างหน้าสูตรไวท์เทนนิ่งที่เพื่อนแม่เราเคยแยะนำให้ใช้เมื่อนานมาแล้ว เราไม่เคยใช้โฟมตัวไหนที่ทำให้ผิวขาวขึ้นได้มากเท่าหลอดนี้เลยค่ะ มีข้อเสียนิดนึงตรงที่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังล้างหน้าเล็กน้อย แต่ถ้าคาดหวังด้านความขาว คอนเฟิร์มว่าของเค้าดีจริงค่ะ
ราคา : 50 กว่าบาท คะแนนความชอบ : 8/10
Kose Sekkisei Medicate Lotion
น้ำโสมตัวดังที่สาวๆ รู้จักกันดี ซึ่งเราเลือกใช้ Kose Medicated ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยจะต่างจากเวอร์ชั่นของไทยตรงที่มีส่วนผสมที่ให้ผลในการเยียวยาปัญหาผิวมากกว่า และยังมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์น้อยกว่ามาก (เมื่อมีแอลกอฮอล์น้อยกว่า จึงให้ผลด้านความขาวน้อยกว่าเวอร์ชั่นไทย แต่ก็ไม่ทำให้ผิวแห้งกร้านเท่าเวอร์ชั่นไทยด้วย) เราใช้โลชั่นตบหลังล้างหน้าเช้า – เย็น คุณสมบัติก็เหมือนที่ทราบกันว่าช่วยลดความหมองคล้ำและรอยไหม้ดูจางลง ในเวลาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์เท่านั้น ข้อเสียก็อย่างที่ทราบกันว่าจะทำให้ผิวแห้งเนื่องจากมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ค่ะ (ความจริงใช้ขวดใหญ่ 500ml แต่เทลงขวดเล็กเพื่อความประหยัด จะได้ใช้น้อยๆ อิอิ)
ราคา : แม่แฟนส่งมาให้จากญี่ปุ่น ฟรี!!!! คะแนนความชอบ : 9/10
Garnier Dark Spot Corrector
เซรั่มเนื้อบางเบา มีส่วนผสมจาก Vitamin C 5% ใช้ทาทั่วใบหน้าในตอนเช้า ต่อเนื่องมาประมาณ 2 สัปดาห์เศษๆ ไม่มีอาการแพ้ ไม่ทำให้หน้ามัน ไม่ทำให้เป็นสิวอุดตัน (เคยแพ้ Keith’s อย่างน่าสยดสยองมาก่อน T^T) ช่วยให้รอยไหม้และกระที่ชัดขึ้นเพราะโดดแดดเผาดูจางลง ส่วนตัวแล้วชอบมากๆ เพราะคุณภาพดีในราคาแสนประหยัดค่ะ อิอิ
ราคา : 269 บาทเท่านั้น คะแนนความชอบ : 10/10
คำแนะนำ : เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Vitamin C ผสมอยู่ ควรทากันแดดก่อนออกจากบ้านอย่างเคร่งครัดค่ะ
Garnier Aqua Defense Brightening Moisturizing Essence
เอสเซนต์เนื้อเจลที่ได้ลองครั้งแรกตอนงานเปิดตัวที่มาเลย์ ชอบที่เนื้อเจลบางเบาเหมาะกับสภาพอากาศร้อนๆ ของบ้านเรา ใช้ทาทั่วใบหน้าเช้า – เย็น สภาพผิวโดยรวมถือว่าดูไบรท์ขึ้นมากพอสมควร (แปลว่าส่วนผสมจากมะนาว สามารถทำงานร่วมกับ Kose Lotion และ Garnier Dark Spot ได้ดี) แอบหักคะแนนตรงเจลซึมเร็วไปหน่อย เราเลยใช้ในปริมาณที่มากกว่าปกตินิดนึงค่ะ
ราคา : 259 บาท คะแนนความชอบ : 9/10
Hada Labo UV Whitening Emultion SPF50+PA+++
กันแดดชนิดน้ำของฮาดะลาโบะ ขวดสีน้ำเงินมีส่วนผสมของ Alpha Arbutin สามารถทาก่อนลงเมคอัพได้โดยไม่ทำให้หน้ามันเยิ้ม ผิวมันวาว หรือดูหมองลงระหว่างวัน ถ้าต้องอยู่กลางแดดนานๆ ก็สามารถทาทับเมคอัพได้เลยค่ะ คุณภาพดีหาที่ติไม่ได้เลย น่าแปลกที่ฮาดะลาโบะไทยไม่นำเข้า
ราคา : ไม่เกิน 300 บาท ซื้อจากญี่ปุ่น คะแนนความชอบ : 10/10
(หาซื้อได้ที่ Watsons กับ Sasa มาเลเซีย ราคาประมาณ 400 กว่าบาทค่ะ)
Hada-Labo Koi-Gokujyun 3D Perfect Gel
เจล 3D สูตรยกกระชับผิวที่บล็อกเกอร์ไทยหลายท่านแนะนำ ถ้าไปญี่ปุ่นแล้วไม่ซื้อกลับมาก็คงเหมือนไปไม่ถึง อิอิ ส่วนตัวคิดว่าเนื้อเจลเข้มข้นและออกจะหนักเกินไปถ้าจะทาเป็นประจำทุกวัน เราเลยใช้ปริมาณเล็กน้อยทาบริเวณร่องแก้มที่รูขุมขนกว้างมากๆ แทน หลังจากใช้ต่อเนื่อง 1 สัปดาห์ผ่านไป ผลคือ....รูขุมขนกระชับลงอย่างเห็นได้ชัด ผิวก็นุ่มนิ่ม ไม่แห้งกร้านเหมือนตอนแรก เราใช้ทั้งเช้า – เย็น ก็ไม่ทำให้หน้ามันเยิ้มสักนิดเลยค่ะ
ราคา : ไม่เกิน 700 บาท ซื้อจากญี่ปุ่น ทคะแนนความชอบ : 10/10
รู้สึกจะเริ่มยาวเกินไปแล้ว ขอจบมินิรีวิวสกินแคร์ฉบับบ้านๆ แค่นี้ค่ะ ครั้งหน้าจะมารีวิวมาสก์ต่อนะคะ หวังว่าคงมีประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างสักนิดนะ
Discussion (1)