How To :: Dewy Look VS Matte Look สวยหวาน ปะทะ สวยเปรี้ยว
Nokopor121สวัสดีค่ะ เพื่อนๆชาว Jeban
......เราชื่อ โอปอ นะคะ......
มาพบกันอีกแล้วสำหรับ How To ชิ้นที่3
วันนี้นำเสนอในห้อข้อ Dewy Look VS Matte Look สวยหวานฉ่ำ ปะทะ สวยเปรี้ยว ค่ะ
ต้องขอเกริ่นก่อนเลยว่าตอนแรกตั้งใจจะทำแค่ Dewy Look อย่างเดียว
แต่บังเอิญทำ Dewy Look เสร็จ กลางคืนเพื่อนชวนปาร์ตี้ต่อ เลยจัด Matte Look คู่กันไปเลย
ซึ่ง Matte Look นี่เราก็ต่อยอด เพิ่มนู่นนิดนี่หน่อยจาก Dewy Look ไปค่ะ
อาจจะดูซุกซนไม่เต็มที่ ก็ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้านะคะ
แค่อยากจะเอามาแชร์ไว้ เผื่อใครแต่งหน้าหวานๆ ตกกลางคืนมีปาร์ตี้ต่อ ก็จัดลุคเปรี้ยวได้เลย โดยไม่ต้องลบหน้าใหม่
ถ้าเพื่อนๆพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลยค่าาา...
อุปกรณ์ที่ใช้ในการแต่งหน้าทั้งหมดค่ะ
1. 17 Miracle Matte Foundation
2. Mei linda Quick Eyeliner Super Water Proof
3. Majolica Majorca Lash Expander #BK999
4. Wet n Wild H2O Water Proof Liquid Eyeliner
5. Star Gazer Glitter Eye Liner #White
6. Essence Kajal Eye Pencil #Teddy 08
7. Coastal Scents 88 warm palette
8. Lime Crime VelVetine Liquid To Matte Lip Stain #Red Velvet
9. Wet n Wild MegaLast Lipstick #Think Pink
10. Wet n Wild MegaLast Lipstick #Carrotgold
11. Estee Lauder Pure Color High Gloss #06 Coral Chic
12. Nina Karen Creamy Foundation SPF50 PA+++
13. Rimmel Stay Matte Pressed Powder
14. Lime Crime Candy Eyed Eyeshadow Helper Eye Primer
15. Flase Eyelash #จำเบอร์ไม่ได้นะคะ ซื้อจากคุณเบเบ้ในIGค่ะ
16. ฺBobbi Brown Pot Rouge for Lips & Cheeks #Calypso Coral
17. Rimmel Natural Bronzer
3. Majolica Majorca Lash Expander #BK999
4. Wet n Wild H2O Water Proof Liquid Eyeliner
5. Star Gazer Glitter Eye Liner #White
6. Essence Kajal Eye Pencil #Teddy 08
7. Coastal Scents 88 warm palette
8. Lime Crime VelVetine Liquid To Matte Lip Stain #Red Velvet
9. Wet n Wild MegaLast Lipstick #Think Pink
10. Wet n Wild MegaLast Lipstick #Carrotgold
11. Estee Lauder Pure Color High Gloss #06 Coral Chic
12. Nina Karen Creamy Foundation SPF50 PA+++
13. Rimmel Stay Matte Pressed Powder
14. Lime Crime Candy Eyed Eyeshadow Helper Eye Primer
15. Flase Eyelash #จำเบอร์ไม่ได้นะคะ ซื้อจากคุณเบเบ้ในIGค่ะ
16. ฺBobbi Brown Pot Rouge for Lips & Cheeks #Calypso Coral
17. Rimmel Natural Bronzer
18. E.l.f. Tone Correcting Concealer
เริ่มจากหน้าสดกันก่อนนะคะ
บอกก่อนเลยว่า เราสายตาสั้นค่ะ ปกติถ้าไม่แต่งหน้า หรือไม่ออกไปไหนก็จะใส่แว่น
ปัญหาผิวหน้าก็จะมีเรื่องของรอยคล้ำรอบดวงตา คิ้วบางมากกก แล้วก็ตาสองข้างไม่เท่ากันค่ะ
เริ่มแรกเราจะผสม 17 Miracle Matte Foundation เข้ากับ Nina Karen Creamy Foundation SPF50 PA+++
แล้วก็ทาลงบนใบหน้าค่ะ เราจะผสมทีละน้อยๆนะคะ เพราะรองพื้นเนื้อMatte ถ้าทิ้งไว้นานจะเป็นคราบ
ต้องรีบๆลงค่ะ แต่ต้องระวังตอนลงด้วยนะคะ เราใช้แปรงกดๆเอาค่ะ
ลงรองพื้นเสร็จก็ลง Concealer ใต้ดวงตาเพื่อปิดรอยคล้ำค่ะ รวมถึงรอยสิว รอยแดงต่างๆด้วย
จากนั้นก็ลงแป้ง Rimmel Stay Matte เหตุที่เลือกใช้ตัวนี้ก็เพราะว่า เราต้องการลุคฉ่ำๆวาวๆ
แป้งตัวนี้เมื่อทาไปแล้วไม่มีชิมเมอร์ก็จริง แต่เวลาเหงื่อออก ใบหน้าเราจะดูฉ่ำๆค่ะ เหมาะกับสภาพอากาศร้อนๆแบบบ้านเรา
ยิ่งเหงื่ออกเยอะ ก็ยิ่งฉ่ำ เข้ากันหน้าร้อนนี่เลย ^^
ปล.ขออภัยเพื่อนๆนะคะ พอดีไฟล์รูปขั้นตอนด้านบนที่ว่ามามันเสียหมดเลยค่ะ เอาลงคอมแล้วมันไม่ขึ้น
มีแต่ภาพตอนลงแป้งเสร็จแล้วมาให้ดูกันค่ะ ขออภัยจริงๆนะ ฮือๆ T T
จากนั้นมาถึงขั้นตอนของ "คิ้ว" กันค่ะ
1. ใช้แปรงหวีขนคิ้วให้เป็นระเบียบเรียบร้อย จริงๆของเราไม่ต้องก็ได้ เพราะมีน้อยมากจริงๆ
2. เราใช้ดินสอของ Essence วาดกรอบคิ้วค่ะ
(จริงๆมันเป็นดินสอเขียนตานะคะ ชื่อมันก็บอกว่า Eye pencill แต่เราเอามา Adapt เป็นที่เขียนกรอบคิ้ว เนื่องจากเนื้อมัน creamy ทาแล้วคิ้วติดทนดีค่ะ ไม่มีเยิ้มระหว่างวัน หรือเพราะเราเป็นคนหน้าไม่มันก็ไม่รู้ ><)
3. ใช้ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น หรือ อาแชโดว์แบบไม่ผสมชิมเมอร์ลงให้ทั่วกรอบคิ้วที่วาดไว้
โดยเน้นให้ช่วงหัวคิ้วฟุ้งๆ อ่อนๆกว่าหางคิ้ว เพื่อความเป็นธรรมชาติค่ะ
ต่อด้วย "ดวงตา" กันเลย...
1. ลง Eye primer ก่อน เพื่อความติดทนและสีที่คมชัดของ Eye shadow ค่ะ
2. คัดเบ้าด้วยสีน้ำตาลอ่อน
3. ลงสีน้ำตาลทองแบบมีชิมเมอร์ตรงช่วงรอยพับตา เลยขึ้นมานิดหน่อยค่ะ
4. ทำ V shape ตรงหางตาด้วยสีน้ำตาลเข้ม ไม่ผสมชิมเมอร์นะคะ
5. ใช้สีน้ำตาช้อคโก (เข้มกว่าข้อ 4.) เขียนขอบตาล่างจนถึงกลางตา
ลากหางให้เลยมาจากดวงตานิดหน่อย เพื่อความกลมโตของดวงตาค่ะ
6. ใช้สีเดียวกับข้อ 5 เบลนขึ้นมาด้านบนเป็น V Shape แล้วเบลนให้สีกลืนกันค่ะ
7. ใช้อายแชว์โดวสีขาวมุกผสมชิมเมอร์หน่อยๆ ลงตรงหัวตา เพิ่มความแบ๊ว
8. เขียน inner liner ด้วยดินสอที่ขอบตาด้านบน ส่วนด้านล่างเขียนเพียงครึ่งตา เท่ากับที่วาดอายแชโดว์ไว้
9. กรีดอายไลน์เนอร์ขอบตาบน โดยลากหางให้เป็น cat eye หน่อยๆ เพื่อความกลมโตยิ่งขึ้นค่ะ
10. ดัดขนตาทั้งสองข้าง
11. ปัดมาสคาร่าทั้งบนและล่าง
12. ติดขนตาปลอม เราเลือกใช้เบอร์ฟุ้งๆ เส้นสั้นยาวสลับกันไปนะคะ
เฉดดิ้งสันจมูก และกรอบหน้าตามรูปภาพ เพื่อเพิ่มมิติให้ใบหน้าของเราค่ะ
ลงไฮไลท์ เพิ่มจุดเด่นให้ใบหน้า
และใช้บลัชออนแบบเนื้อครีม ลงตั้งแต่ข้างแก้มมาจนถึงโหนกแก้มค่ะ
เราใช้สีพีชออกไปทางชมพูอ่อนๆนะคะ เพื่อความหวานหยดย้อย อย่างเป็นธรรมชาติ^^
ทา Lipstick สีชมพูหวานๆทั้้งปากบนและล่างค่ะ จากนั้นใช้แปรงเกลี่ยให้ได้เป็นรูปปากสวยงาม
แล้วทา Lip Gloss ตรงกลางริมฝีปากบนและล่าง เพิ่มความความฉ่ำวาว น่าจุ๊บ ^3^
เสร็จแล้วค่ะ สำหรับ Dewy Look สาวหวานฉ่ำ ให้ลุคนางเอกมากๆค่ะ (อันนี้คิดไปเอง อิอิ)
....................................................................................................................................................................
ไปต่อกันที่ Matte Look เลยค่าาา
เพิ่มขั้นตอนมานิดๆหน่อยๆ เพื่อประหยัดเวลาค่ะ
ขั้นตอนของดวงตาก็ไม่มีอะไรมากนะคะ อาศัยของเดิมที่แต่งไว้แล้ว
เพิ่มมาแค่ขั้นตอนที่ 8. กับ 14.
8. ทำ V Shape โดยใช้อายแชโดว์สีดำ เบลนให้เข้ากับสีน้ำตาลเข้มก่อนหน้า
และอาจจะเพิ่มกลิตเตอร์หรืออายแชโดว์ผสมชิมเมอร์สีทองเข้มๆลงทับบริเวณรอยพับขอบตาให้เลยขึ้นมาหน่อย
โดยเฉพาะตอนกลางคืน จะทำให้ดวงตาเราสวยเด่นมากๆค่ะ
*เพื่อนๆคนไหนต้องการความเฉี่ยวคม อาจจะเพิ่มหางอายไลน์เนอร์ให้เฉี่ยวๆก็ได้นะคะ
12. เราเพิ่ม Glitter Liner สีขาวลงไปใต้ตา โดยวาดจากหัวตามาจนถึงกลางตา
เพื่อความวิ้งวับ เหมาะกับการไปปาร์ตี้กลางคืนมากๆค่ะ
จากนั้นเราก็ตบแป้งเพิ่ม เพื่อความสวยเนียน และควบคุมมันให้ทั่วใบหน้าค่ะ
เฉดดิ้งสันจมูก และกรอบหน้าตามรูปภาพเลยค่ะ เพราะที่เราแต่งไปเมื่อตอนกลางวันอาจจะหลุดไปบ้างแล้ว
เฉดเพิ่มมาหน่อยนึงค่ะ ^^
ย้ำไฮไลท์เพิ่มจุดเด่น แล้วเพิ่มบลัชออนเข้าไปให้เข้มขึ้น เพราะกลางคืนหน้าต้องแน่นค่ะ อิอิ
สุดท้ายทา Lipstick กันเลยค่า เราเลือกไม่ถูกว่าจะเอาสีอะไรดี
ระหว่าง Wet n Wild Carrotgold กับ Lime Crime Red Velet เลยทาทั้งสองสีให้เพื่อนๆช่วยเลือกเลยค่ะ
ว่าสีไหนจะดูสวยเปรี้ยวซุกซนกว่ากัน??
แต่สรุปแล้วตอนออกไปปาร์ตี้เราก็เลือกสี Red Velet เพราะทาทีหลัง ขี้เกียจล้างออก
เนื่องจากเม็ดสีแน่น และติดทนมว้ากกกกกกกกกกก ค่ะ :D
...................................................
เริ่มที่ Carrotgold ก่อนเลย ในรูปสีจะออกแดงๆหน่อยนะคะ
กลางคืนแล้วสีมันเพี้ยน จริงๆมันส้มแปร้ดเลยค่ะ
ต่อกันที่ Red Velvet ของ Lime Crime กันเลย...
สีแดงเข้มเนื้อกำมะหยี่ เห็นเด่นชัดไปไกลถึงปากซอยเลยค่ะ
แท่งนี้จััดว่าเป็น Favourite item ของเราตัวนึงเลย อย่างที่บอกไปว่าเม็ดสีแน่นมาก
เรื่องติดทนนี่อันดับ1เลย เคยทาไปออกงาน ทานทั้งข้าว ทั้งขาหมู ทั้งเค้ก ก็ไม่หลุดค่ะ Love สุดๆไปเลย
จบไปแล้วค่ะสำหรับ Matte Look เห็นมั้ยล่ะคะว่าแค่เพิ่มมานิดๆหน่อยๆ
เราก็สามารถออกไปปาร์ตี้ข้างนอกได้ โดยไม่ต้องลบหน้า แล้วก็แต่งใหม่แล้วล่ะค่ะ
..............................................................................
ปล.หากมีข้อผิดพลาดอะไรยังไง ก็ฝากเพื่อนๆทุกคนติชมกันด้วยนะคะ
ขอบคุณสำหรับการรับชมมากๆค่ะ แล้วเจอกันใหม่ใน How To ชิ้นต่อไป ถ้ามีโอกาสนะคะ ^^
Discussion (1)