นักวิจัยจากลอรีอัลเผย “LONG-UVA” ภัยร้ายจากแสงแดดร้ายแรงกว่าที่คิด

ความร้ายกาจของแสงแดดเป็นภัยเงียบที่ก่อให้เกิดปัญหาผิวซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ริ้วรอย จุดด่างดำ และความหยาบกร้าน  ล่าสุดมีการวิจัยเกี่ยวกับคลื่นรังสี LONG-UVA ที่ส่งผลกระทบต่อผิวหนังชั้นลึกมีผลก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทความงามชั้นนำระดับโลก และผลิตภัณฑ์ ลา โรช-โพเซย์ เวชสำอางชั้นนำจากฝรั่งเศสได้เชิญ ดร. โดมินิค โมยาวน์ นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านรังสียูวี แผนกวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม จากศูนย์วิจัยลอรีอัล ประเทศฝรั่งเศส มาให้ความรู้แบบเจาะลึกถึงรังสี LONG-UVA พร้อมเผยถึงวิธีป้องกัน นวัตกรรม และเทคโนโลยีในการปกป้องผิวจากแสงแดด “Anti-LONG UVA” เทรนด์กันแดดใหม่จาก ผลิตภัณฑ์ลา โรช-โพเซย์  แอนเทลิโอส เอ็กซ์แอล อัลตร้า-ไลท์ ฟลูอิด เอสพีเอฟ 50 + และลา โรช-โพเซย์  ยูวีเดีย อควา เฟรช เจล เอสพีเอฟ 30  พีเอ++++ ที่น่าจับตามอง
 
ดร. โดมินิค โมยาวน์ ักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านรังสียูวี แผนกวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม จากศูนย์วิจัยลอรีอัล ประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า “รังสี UVA ที่เรารู้จักกันดีมี 2 ชนิด LONG-UVA และ SHORT-UVA จากผลวิจัยชี้ชัดว่าคลื่นรังสี LONG-UVA หรือ UVA1  ในภาษาการแพทย์ มีสัดส่วนในแสงแดดสูงถึง 75-80% ของรังสียูวีที่ผ่านเข้ามาสู่โลก (รังสี UVB 5% รังสี SHORT-UVA 20%) โดยมีช่วงความยาวคลื่นอยู่ที่ 340-400 นาโนเมตร (nm)  สามารถทะลุผ่านเมฆและกระจกได้ ซึ่งผลการวิจัยจากศูนย์วิจัยลอรีอัล ประเทศฝรั่งเศสเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นจากผิวที่ได้รับรังสี LONG-UVA เป็นเวลา 48 ชั่วโมง พบว่า
  • ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ที่ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน หายไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้เกิดการลดจำนวนการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินลง ทำให้เกิดริ้วรอยจากแสงแดด (photo-aging) ผิวหนังเหี่ยวย่น
  • นอกจากนี้ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงของสีผิว (Color impact), โครงสร้างผิว (Structural impact) และ การทำงานของเซลล์ผิว (Functional impact)
  • และอาจมีส่วนทำให้ DNA ของผิวชั้นในก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกันเนื่องจากผิวชั้นหนังแท้ถูกทำร้ายเมื่อโครงสร้าง DNA ถูกรบกวน อาจเป็นต้นเหตุหนึ่งในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังตามมาด้วย
 
ในส่วนของความแตกต่างของรังสี UVA และ UVB นั้น รังสี UVB ทำให้ผิวหนังไหม้และผิวจะเข้มขึ้นหลังจากนั้นอีก 2 วัน และจะจางลงภายใน 2-3 วัน ส่วนรังสี UVA ทำให้ผิวคล้ำขึ้นทันทีและความคล้ำนั้นมีโอกาสที่จะอยู่นานเป็นปีหรือ และยังเป็นต้นเหตุสำคัญของมะเร็งผิวหนังอีกด้วย

 

 
หากเปรียบเทียบปริมาณรังสี LONG-UVA ในแสงแดดของแต่ละทวีป จะเห็นได้ชัดว่าในประเทศแถบเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย โดยแสงแดดตลอดปีมีรังสี LONG-UVA มากกว่าแสงแดดในประเทศแถบยุโรปหลายเท่าตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงเดือนตุลาคม พบปริมาณรังสี LONG-UVA ในแสงแดดมากกว่าประเทศในทวีปยุโรปถึง 4 เท่า อันตรายของรังสี LONG-UVA ต่อผิวพรรณจะส่งผลในระยะยาวและค่อนข้างรุนแรง ดังนั้นจึงไม่ควรละเลยที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดที่สามารถ ป้องกันผิวจากทุกรังสีในแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
ดร. โดมินิค โมยาวน์  กล่าวถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดว่า “ค่า SPF ซึ่งเป็นค่าการปกป้องผิวจากรังสียูวีบี เป็นเพียงหนึ่งหลักเกณฑ์ในการเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดเท่านั้น   ทวีปยุโรปจะมีกฎข้อบังคับว่าผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า SPF สูง ต้องมีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้ด้วย   คือต้องมีค่า PPD (Persistent Pigment Darkening) และค่า PA (Protection grade of UVA) ที่สูงด้วย มิเช่นนั้น ผู้บริโภคอาจเข้าใจผิดว่าแค่เลือกผลิตภํณฑ์กันแดดที่มี SPF สูงก็สามารถปกป้องผิวจากทั้งรังสียูวีเอและรังสียูวีบีได้
 
ดังนั้น การสร้างความเข้าใจในหลักเกณฑ์ของค่า PPD (Persistent Pigment Darkening) และค่า PA (Protection grade of UVA) จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญ โดยการสังเกตค่าการปกป้องผิวทั้ง SPF, PPD, PA ที่ระบุในผลิตภัณฑ์กันแดดก่อนการเลือกซื้อ ยิ่ง PA มีค่า + มากเท่าไร จะบ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี  UVA  ได้มากขึ้นเป็นจำนวนเท่า
         
PA+                PPD or  PFA   2 - <4
          PA++              PPD or  PFA   4 - <8
          PA+++           PPD or  PFA   8 - <16
          PA+++           PPD or  PFA   ≥ 16
 
ดร. โดมินิค โมยาวน์  กล่าวว่า “ล่าสุดมีการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการปกป้องผิวจากแสงแดด “Anti-LONG UVA” ที่มีค่า PPD สูงถึง 42 รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ทีมีค่า PA สูงที่สุดในระบบ คือ
PA ++++
  และยังมีค่า SPF ที่สูงกว่า 50   ซึ่งก็คือผลิตภัณฑ์ลา โรช-โพเซย์  แอนเทลิโอส เอ็กซ์แอล อัลตร้า-ไลท์ ฟลูอิด เอสพีเอฟ 50 + และลา โรช-โพเซย์  ยูวีเดีย อควา เฟรช เจล เอสพีเอฟ 30  
พีเอ++++
  นับเป็นนิมิตใหม่ของนวัตกรรมครีมกันแดดที่มีค่าการปกป้องผิวชั้นลึกจากการถูกทำร้ายโดยรังสี LONG UVA และ UVB อย่างมีประสิทธิภาพ”
 

นอกจากค่าการปกป้องผิวจากรังสียูวีเอและยูวีบีแล้ว คุณสมบัติอื่นๆ ที่ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดควรจะมี ได้แก่ คุณสมบัติกันน้ำและเหงื่อ ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ รวมถึงสูตรผลิตภัณฑ์ควรมีคุณสมบัติทนต่อแสงแดด (photo stable) ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ด้อยลงเมื่อเจอกับ แสง จึงสามารถปกป้องผิวจากแสงแดดได้ยาวนานกว่า อีกทั้งเนื้อผลิตภัณฑ์ควรมีให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่างกัน  และเนื่องจาก รังสี UVA สามารถทะลุผ่านเมฆและกระจกได้ แม้วันที่ฟ้าครึ้มไม่เห็นแสงแดดก็ตาม ผู้บริโภคจึงควรทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อให้เราได้รับการปกป้องตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนลับขอบฟ้านั่นเอง


 

Discussion (0)