ร่วมกันลงชื่อ เพิ่มโทษกฏหมายคดีข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศ

 ล่าสุดกรณีเด็กหญิงอายุหกขวบคนนึงหายตัวไปหลังจากไปดูงานคอนเสิร์ทกับครอบครัว

สุดท้ายพบกระโหลกศรีษะของเด็กผู้หญิงคนนี้ฝังอยู่ในพงป่าใกล้สถานี BTS แบริ่ง

เมื่อตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ ปรากฏว่าผู้ต้องสงสัยคนนี้รับสารภาพว่าได้พาเด็กหญิง

ไปบีบคอและข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่และปล่อยให้เด็กหญิงนอนรอความตายอยู่ในพงป่านั้น ประเด็นคือผู้ต้องหาคนนี้เพิ่งพ้นโทษในคดีพรากผู้เยาว์มาหมาดๆ แต่หลังจากถูกจำคุก 3ปี 8 เดือนสภาพแวดล้อมในเรือนจำไม่ได้ช่วยให้จิตใจของเขาดีขึ้นเลย

เช่นนี้เรายังไม่ควรจะเพิ่มโทษในคดีข่มขืนกระทำชำเราให้รุนแรงกว่าเดิม
และยกเลิกการอภัยโทษหรือบรรเทาโทษให้กับคนจำพวกนี้อีกหรือ?

 

หรือจะรอให้เหยื่อคนต่อไปคือญาติมิตรของคุณเสียก่อน

 

ปอ. มาตรา ๒๗๖*

ผู้ใด ข่มขืน กระทำชำเรา ผู้อื่น โดย ขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดย ใช้กำลังประทุษร้าย โดย ผู้อื่นนั้น อยู่ในภาวะที่ ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือ โดย ทำให้ ผู้อื่นนั้น เข้าใจผิดว่า ตนเป็น บุคคลอื่น ต้องระวางโทษ จำคุก ตั้งแต่ สี่ปีถึงยี่สิบปี และ ปรับ ตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท

การกระทำชำเรา ตาม วรรคหนึ่ง หมายความว่า การกระทำ เพื่อสนองความใคร่ ของ ผู้กระทำ โดย การใช้อวัยวะเพศ ของ ผู้กระทำ กระทำกับ อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือ ช่องปาก ของ ผู้อื่น หรือ การใช้ สิ่งอื่นใด กระทำกับ อวัยวะเพศ หรือ ทวารหนัก ของ ผู้อื่นถ้าการกระทำความผิด ตาม วรรคหนึ่ง ได้กระทำ โดย มีหรือใช้ อาวุธปืน หรือ วัตถุระเบิด หรือ โดย ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน อันมีลักษณะ เป็นการโทรมหญิง หรือ กระทำ กับชายในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษ จำคุก ตั้งแต่ สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และ ปรับตั้งแต่ สามหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือ จำคุกตลอดชีวิต

ถ้าการกระทำความผิด ตาม วรรคหนึ่ง เป็น การกระทำความผิด ระหว่าง คู่สมรส และ คู่สมรสนั้น ยังประสงค์ จะอยู่กินด้วยกัน ฉันสามีภริยา ศาล จะลงโทษ น้อยกว่า ที่กฎหมายกำหนดไว้ เพียงใด ก็ได้ หรือ จะกำหนดเงื่อนไข เพื่อ คุมความประพฤติ แทน การลงโทษ ก็ได้ ในกรณีที่ ศาล มีคำพิพากษา ให้ลงโทษ จำคุก และ คู่สมรส ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ประสงค์ จะอยู่กินด้วยกัน ฉันสามีภริยาต่อไป และ ประสงค์จะ หย่า ให้ คู่สมรส ฝ่ายนั้น แจ้งให้ ศาลทราบ และ ให้ศาล แจ้ง พนักงานอัยการ ให้ดำเนินการ ฟ้องหย่า ให้

 

นี่คือโทษสำหรับการกระทำผิดฐานกระทำชำเราในทุกวันนี้ซึ่งมันเบาบางมาก

ระหว่างอยู่ในคุกถ้ามีความประพฤติดีหรือมีการลดหย่อนโทษให้

ผ่านไปแค่สามสี่ปีผู้ต้องขังก็จะได้ออกมาลอยนวลนอกคุกอีกครั้งผู้ต้องหาหลายๆรายหลังออกจากคุกยังไม่สำนึกผิด ก่อเหตุกระทำชำเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าบางรายยิ่งก่อเหตุรุนแรงมากขึ้น

จากข่มขืน กลายเป็นฆ่าข่มขืนหรือข่มขืนผู้เยาว์

 

เมื่อเทียบกับชีวิตของเหยื่อผู้เสียหาย ที่บางคนต้องติดเชื้อจากการข่มขืน

บางคนได้รับบาดแผลทางจิตใจจนยากที่จะกลับมาใช้ชีวิตดังเดิม 
รวมถึงตั้งครรภ์+ติดเชื้อเป็นโรคจากการถูกรุมข่นขืน
 

การข่มขืนไม่ใช่แค่การล่วงละเมิดทางเพศ แต่มันคือการทำลายชีวิตของเหยื่อผู้เสียหาย

ไม่ต่างไปจากการฆาตกรรมหรือประทุษร้ายถึงแก่ชีวิต แต่โทษของการข่มขืนในปัจจุบัน

คือการจำคุกเพียง 4 ถึง 20 ปี เท่านั้น เหตุใดเราจึงไม่ควรเพิ่มโทษของการข่มขืนให้อย่างน้อยเท่าเทียมกับการฆาตกรรม หรือจนถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิตล่ะถ้าการจำคุกมันไม่สามารถทำให้ผู้กระทำผิดกลับตัวกลับใจได้ 

 

อีกประเด็นที่ควรแก้ไขคือการบรรเทาโทษให้กับผู้ต้องขังคดีข่มขืนกระทำชำเรา

 

นอกจากเราควรจะเพิ่มโทษให้กับผู้กระทำชำเราแล้ว อีกประเด็นนึงที่สำคัญคือ

ยกเลิกการบรรเทาโทษให้แก้ผู้ต้องขังเสีย และยกเลิกการพระราชทานอภัยโทษให้กับผู้ต้องขังในคดีกระทำชำเราด้วย 

 

ร่วมลงชื่อ+แชร์
v
v

 

https://www.change.org/th/แคมเปญรณรงค์/ประชาชนชาวไทยทุกคน-เพิ่มโทษกฏหมายลงโทษผู้กระทําผิดในข้อหากระทําชําเราให้รุนแรงยิ่งขึ้น#share

^
^
^

Discussion (8)

ก่อนจะมาล่ารายชื่อกัน อยากให้ศึกษาให้ลึกๆ

 

โทษข้อหานี้ สูงสุดคือ จำคุกตลอดชีวิต อยู่แล้ว ก่อนร่างกฎหมาย ผู้ร่าง ย่อมศึกษาและผ่านการทบทวนมาเป็นอย่างดี คุณที่อยากให้เพิ่ม เพิ่ม เพราะเกิดเหตุน่าสลด ได้ศึกษามาดีพอหรือยัง

 

โทษที่ศาลจะลง พิจารณาตามพฤติการณ์แห่งการกระทำผิดของจำเลย ซึ่งต้องยืดหยุ่น และปรับตามรูปคดีแต่ละคดีไป นี่คือเหตุว่า ทำไม การวางโทษ ถึงต้องมีขั้นต่ำ ขั้นสูง ในส่วนที่คดีใด มีพฤติการณ์ในการกระทำผิดที่โหดเหี้ยม ศาลต้องพิจารณาโทษอย่างเหมาะสมกับรูปคดี อยู่แล้ว

 

ส่วนอำนาจในการลดโทษหลังต้องโทษในเรือนจำ เป็นพระราชอำนาจของในหลวง ที่จะพระราชทานอภัยโทษ แก่นักโทษ ในวโรกาสมหามงคลต่างๆ ซึ่งหากเป็นการพระราชทานอภัยโทษเป็นกรณีทั่วไป ส่วนใหญ่จึงพระราชทานให้แก่ผู้ที่เข้าเงื่อนไข ทุกคน ซึ่งถือเป็นการเท่าเทียมกันโดยกฎหมาย จะมาบอกว่า ไม่ให้ท่านพระราชทานอภัยโทษแก่บุคคลข้อหานั้นนี้ ส่วนตัวเห็นว่า คนเขียน ไม่ได้ศึกษา และไม่มีความเข้าใจในระบบกฎหมายอย่างแท้จริง

 

มันไม่ใช่แค่วัวหายล้อมคอก วันนี้เกิดเหตุ จะมาโทษกฎหมายอย่างเดียวว่าเบาไป ยอมรับกันดีกว่าว่า ทุกวันนี้ สำนึกดีของคนไทย มันน้อยลงเรื่อยๆ จะแก้กฎหมาย ทำได้ แต่ควรต้องศึกษาให้ดีเสียก่อน มันไม่ใช่การลงชื่อแก้กันเพราะอารมณ์ร่วมกับความรู้สึกสูญเสียแต่เพียงอย่างเดียว

 

ประเด็นในคดีน้องการตูนนี้ ถือเป็นการฆ่าข่มขืน ซึ่งต้องลงโทษตามกฎหมายบทหนัก คือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาอยู่แล้ว ระวางโทษสูงสุด ประหารชีวิต ก็ไม่รู้ว่าจะมาอะไรกับกฎหมายข่มขืน สับสนอะไรกันหรือเปล่าคะ

 

ส่วนคดีเก่า มันโดนแค่ข้อหาพราก คุณจะหวังว่า เรือนจำจะขัดเกลานิสัยคนเหรอคะ ไม่ใช่ค่ะ เพื่อให้เข็ดหลาบ แต่ใช้กับคนบางจำพวกไม่ได้ ออกมาแล้วชั่วกว่าเดิมก็มี เข็ดหลาบไม่ทำอีกก็มี

 

ส่วนตัวไม่มีความเห็นกับการลงชื่อ มองว่ากฎหมายดีอยู่แล้ว แค่ปรับวิธีการใช้ให้เหมาะสมขึ้นเท่านั้น

 

 

 

ลงเรียบร้อยแล้วค่ะ

 

เห็นด้วยค่ะ เราอยากให้เพิ่มโทษอีก เหมือนเราเคยได้ยินของประเทศไหนจำไม่ได้ค่ะว่าพอจับนักโทษข่มขืนแล้วฆ่าได้เค้าก็พาไปยังจุดเกิดเหตุแล้วยิงตรงนั้นเลยค่ะ หลังจากนั้นประเทศนั้นก็ไม่มีปัญหาเรื่องการข่มขืนอีกเลย คือเรามองตอนแรกว่ามันอาจจะโหดร้ายไปนะคะ แต่ก็เหมือนการเชือดไก่ให้ลิงดูน่ะค่ะ ถ้ามีคนเห็นว่าโทษมันรุนแรงและน่ากลัวคนน่าจะไม่กล้าทำผิดน่ะค่ะ

ประหารชีวิต อาจจะดูรุนแรงเกินไปแต่สิ่งที่เขาทำมันเท่ากับการทำลายชีวิตของคนๆนึงเลยนะ แม้ว่าผู้โดนกระทำจะจากไปแล้วแต่ความเจ็บปวดทรมานมันยังอยู่กับคนที่มีชีวิต เขาควรได้รับโทษให้สาสมกับความเลวที่เขาทำ ถ้ากฎหมายแข็งแรงก็จะไม่มีเหตุการณ์ข่มขืนอีก เพราะคงไม่มีใครอยากตายทั้งๆที่ยังหายใจ

ไม่เกี่ยวมั่งคะเพราะผู้ก่อเหตุล่าสุดคดี น้องการ์ตูนเนี่ย

สารภาพลวงน้องการ์ตูนไปข่มขืน เผยเคยข่มขืนเด็กมาแล้ว 10 ราย เพราะรู้สึกสะใจขณะลงมือ ยอมรับเคยฆ่ามาแล้ว 5 ราย  
ข่าวจากเว็ปกระปุกคะหน้าแรกเลยตอนนี้