ขออนุญาติแชร์ความรู้วิธีรักษาผมร่วงในผู้หญิงค่ะ^^
Trendy_Me12 กระทู้นี้ขออนุญาติแชร์วิธีการรักษาผมร่วงผมบางในผู้หญิง เพื่อขออนุญาติแลกกับการทำแบบสอบถามในการรักษาผมร่วงผมบางขอแต่ละท่านนะคะ ^^''
เริ่มจากเจ้าของกระทู้ก็เคยเจอปัญหาผมร่วงผมบางจากกรรมพันธ์ค่ะ แล้วก็หาวิธีรักษามาหลายปี หมดเงินไปหลายกับการหาหมอ ไม่ว่าจะเป็นการไปต่อคิวหาหมอแถวปิ่นเกล้าที่ได้คิวเช้า ได้ยาตอนเย็น หรือหมอที่ดังๆที่เค้าว่ากัน แต่ก็สู้ฮอร์โมน บวกกับความเครียดไม่ได้เลยค่ะ
หลังๆมาจึงศึกษาอย่างจริงจังรวมทั้งทำงานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาผมร่วงจากกรรมพันธ์ ซึ่งก็พบว่าในผู้ชายและผู้หญิงจะมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่เป็นสาเหตุของผมร่วงค่ะ เพราะฮอร์โมนตัวนี้จะไปจับกับเอ็นไซน์ตัวนึงที่ดันมีแค่ตรงหนังศรีษะเรา แล้วเปลี่ยนให้เป็นฮอร์โมน DHT อย่างที่ตำราว่าไว้ ซึ่ง..!!! ไม่มีทางไหนแก้ให้หายขาดได้ค่ะเพราะเจ้าของกระทู้พยายามมาแล้ว
เข้าเรื่องดีกว่าว่าแล้วจะทำไงดี อันดับแรกค่ะสำหรับผู้หญิงนะคะ เพราะผู้ชายเค้ากินยาไฟนาสเตอไรด์ที่่ใช้รักษาต่อมลูกหมากโตในปริมาณ 1/4 ก็ทำให้ผมกลางศรีษะขึ้นได้แล้วค่ะ แต่ในผู้หญิงเราจะทานสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เพราะมีผลต่อการแท้งลูกหากเราตั้งครรภ์
อันดับแรก 1 เปลี่ยนยาสระให้เป็นแชมพูเด็กก่อนเลยค่ะ ยาสระรักษาผมร่วงผมบางก็อาจทำให้เราแพ้ได้เช่นกัน แนะนำเป็นยี่ห้อที่น้ำยาสีเหลืองนะคะ เพราะตัวอื่นจะใส่น้ำหอมเยอะ
2 ทานวิตามิน
2.1 ทานวิตามินดังนี้ก่อน หากกลัวเรื่องการทานยาค่ะ เพราะยาได้ผลเร็วแต่หลายท่านอาจจะกลัวก็ทานวิตามินแทนได้ค่ะ เช่น Brawer yeast 2เม็ด เช้าเย็น, ไอโบติน วันละ 1 เม็ด, ซิงค์ วันละ 1 เม็ด, นมถั่วเหลืองวันละกล่อง, ทานอัลมอลบ้างถ้ามีโอกาสเพื่อเพิ่มโปรตีน, อันสุดท้ายก็สระผมเช้าเย็นเพื่อไม่ให้ผมมัน เพราะความันทำให้เกิดแบทรีเรียและรากผมเสียหาย
3 ใช้วิธีทานยา
3.1 หากไม่คิดว่าจะตั้งครรภ์อย่างแน่นอน ก็สามารถทานไฟนาสเตอไรด์ (ยี่ห้อของไทยก็มีค่ะ ไม่จำเป็นต้องใช้ของนอก อย่างโปรสกาที่เค้าว่ากัน) แต่วิธีนี้ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ
3.2 ทานไมนอกซิดิล ซึ่งเป็นยาขยายหลอดเลือด ไม่แนะนำให้ทาหรือฉีดพ่นค่ะเพราะมีแอลกอฮอล เจ้าของกระทู้ใช้แล้วไม่ชอบ เพราะแพ้ ทำให้หนังศรีษะระคายเคืองแล้วแทนที่จะผมขึ้น ดันร่วงมากขึ้น ถ้าแบบทานจะถูกกว่า แล้วก็ง่ายกว่าค่ะ มันจะช่วยขยายหลอดเลือดเพื่อให้สารอาหารไปถึงรากผม ผลที่ได้ ขนจะดกขึ้น แหะๆ แต่เส้นผมจะหนาขึ้นเพราะได้อาหารค่ะ
4 วิธีผ่าตัดปลูกผม
วิธีนี้ไม่แนะนำหากต้องทำงานประจำเพราะจากเพื่อนที่เล่าให้ฟังเพราะเคยปลูกมา คือบริเวณที่ปลูกจะเกิดอาการ Shock loss คือผมร่วงจนเหลือแต่หนังศรีษะบริเวณที่ปลูก ก่อนมันจะขึ้นใหม่ซึ่งใช้เวลา 4-8 เดือนกว่าจะขึ้นเต็ม ใครทำงานบริษัทคงได้มุดดินไปทำงานแน่เลย แล้ววิธีนี้แพงด้วย แต่ก็ต้องทานยาไปตลอดชีวิตเช่นกันเพราะฮอร์โมนยังทำงานอยู่ค่ะ
5 ข้อสุดท้ายสำคัญเพราะถ้าหากสุขภาพจิตเสีย ความเครียดจำทำให้ฮอร์โมนยิ่งผิดปกติและส่งผลโดยตรงกับผมค่ะ
อย่างที่บอก อยากให้เพื่อนๆในนี้ช่วยพิจารณา หากข้อมูลที่ได้เป็นประโยชน์ก็รบกวนสละเวลาทำแบบสอบถามให้หน่อยละกันนะคะ ตามลิงค์นี้ >> https://docs.google.com/spreadsheet/viewform?formkey=dFRUb2xHMHBjZUl4MTZPVnMtOXp4UVE6MQ
แบบสอบถามนี้จะเป็นประโยนช์ในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเพื่อรักษาผมร่วงจากกรรมพันธ์ต่อไปในอนาคตค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าทุกคนที่สละเวลานะคะ ^^
เริ่มจากเจ้าของกระทู้ก็เคยเจอปัญหาผมร่วงผมบางจากกรรมพันธ์ค่ะ แล้วก็หาวิธีรักษามาหลายปี หมดเงินไปหลายกับการหาหมอ ไม่ว่าจะเป็นการไปต่อคิวหาหมอแถวปิ่นเกล้าที่ได้คิวเช้า ได้ยาตอนเย็น หรือหมอที่ดังๆที่เค้าว่ากัน แต่ก็สู้ฮอร์โมน บวกกับความเครียดไม่ได้เลยค่ะ
หลังๆมาจึงศึกษาอย่างจริงจังรวมทั้งทำงานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาผมร่วงจากกรรมพันธ์ ซึ่งก็พบว่าในผู้ชายและผู้หญิงจะมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่เป็นสาเหตุของผมร่วงค่ะ เพราะฮอร์โมนตัวนี้จะไปจับกับเอ็นไซน์ตัวนึงที่ดันมีแค่ตรงหนังศรีษะเรา แล้วเปลี่ยนให้เป็นฮอร์โมน DHT อย่างที่ตำราว่าไว้ ซึ่ง..!!! ไม่มีทางไหนแก้ให้หายขาดได้ค่ะเพราะเจ้าของกระทู้พยายามมาแล้ว
เข้าเรื่องดีกว่าว่าแล้วจะทำไงดี อันดับแรกค่ะสำหรับผู้หญิงนะคะ เพราะผู้ชายเค้ากินยาไฟนาสเตอไรด์ที่่ใช้รักษาต่อมลูกหมากโตในปริมาณ 1/4 ก็ทำให้ผมกลางศรีษะขึ้นได้แล้วค่ะ แต่ในผู้หญิงเราจะทานสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เพราะมีผลต่อการแท้งลูกหากเราตั้งครรภ์
อันดับแรก 1 เปลี่ยนยาสระให้เป็นแชมพูเด็กก่อนเลยค่ะ ยาสระรักษาผมร่วงผมบางก็อาจทำให้เราแพ้ได้เช่นกัน แนะนำเป็นยี่ห้อที่น้ำยาสีเหลืองนะคะ เพราะตัวอื่นจะใส่น้ำหอมเยอะ
2 ทานวิตามิน
2.1 ทานวิตามินดังนี้ก่อน หากกลัวเรื่องการทานยาค่ะ เพราะยาได้ผลเร็วแต่หลายท่านอาจจะกลัวก็ทานวิตามินแทนได้ค่ะ เช่น Brawer yeast 2เม็ด เช้าเย็น, ไอโบติน วันละ 1 เม็ด, ซิงค์ วันละ 1 เม็ด, นมถั่วเหลืองวันละกล่อง, ทานอัลมอลบ้างถ้ามีโอกาสเพื่อเพิ่มโปรตีน, อันสุดท้ายก็สระผมเช้าเย็นเพื่อไม่ให้ผมมัน เพราะความันทำให้เกิดแบทรีเรียและรากผมเสียหาย
3 ใช้วิธีทานยา
3.1 หากไม่คิดว่าจะตั้งครรภ์อย่างแน่นอน ก็สามารถทานไฟนาสเตอไรด์ (ยี่ห้อของไทยก็มีค่ะ ไม่จำเป็นต้องใช้ของนอก อย่างโปรสกาที่เค้าว่ากัน) แต่วิธีนี้ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ
3.2 ทานไมนอกซิดิล ซึ่งเป็นยาขยายหลอดเลือด ไม่แนะนำให้ทาหรือฉีดพ่นค่ะเพราะมีแอลกอฮอล เจ้าของกระทู้ใช้แล้วไม่ชอบ เพราะแพ้ ทำให้หนังศรีษะระคายเคืองแล้วแทนที่จะผมขึ้น ดันร่วงมากขึ้น ถ้าแบบทานจะถูกกว่า แล้วก็ง่ายกว่าค่ะ มันจะช่วยขยายหลอดเลือดเพื่อให้สารอาหารไปถึงรากผม ผลที่ได้ ขนจะดกขึ้น แหะๆ แต่เส้นผมจะหนาขึ้นเพราะได้อาหารค่ะ
4 วิธีผ่าตัดปลูกผม
วิธีนี้ไม่แนะนำหากต้องทำงานประจำเพราะจากเพื่อนที่เล่าให้ฟังเพราะเคยปลูกมา คือบริเวณที่ปลูกจะเกิดอาการ Shock loss คือผมร่วงจนเหลือแต่หนังศรีษะบริเวณที่ปลูก ก่อนมันจะขึ้นใหม่ซึ่งใช้เวลา 4-8 เดือนกว่าจะขึ้นเต็ม ใครทำงานบริษัทคงได้มุดดินไปทำงานแน่เลย แล้ววิธีนี้แพงด้วย แต่ก็ต้องทานยาไปตลอดชีวิตเช่นกันเพราะฮอร์โมนยังทำงานอยู่ค่ะ
5 ข้อสุดท้ายสำคัญเพราะถ้าหากสุขภาพจิตเสีย ความเครียดจำทำให้ฮอร์โมนยิ่งผิดปกติและส่งผลโดยตรงกับผมค่ะ
อย่างที่บอก อยากให้เพื่อนๆในนี้ช่วยพิจารณา หากข้อมูลที่ได้เป็นประโยชน์ก็รบกวนสละเวลาทำแบบสอบถามให้หน่อยละกันนะคะ ตามลิงค์นี้ >> https://docs.google.com/spreadsheet/viewform?formkey=dFRUb2xHMHBjZUl4MTZPVnMtOXp4UVE6MQ
แบบสอบถามนี้จะเป็นประโยนช์ในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเพื่อรักษาผมร่วงจากกรรมพันธ์ต่อไปในอนาคตค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าทุกคนที่สละเวลานะคะ ^^
Discussion (12)
1. Citrus and Olive Tree Leaves : ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณรากผมเพื่อพลิกฟื้นคืนชีพคืนชีวิตให้กับเซลล์รากผมเก่าพร้อมปรับสมดุลฮอร์โมน
2. Butea Superba Extract : สมุนไพรโบราณทรงประสิทธิภาพ บำรุงโลหิตกระตุ้นการสร้างเส้นผมใหม่ ป้องกันภาวะผมร่วงได้อย่างเห็นผล
3. สมุนไพรทองพันชั่ง : สมุนไพรทองพันชั่ง จะปรับสภาพหนังศีรษะที่มีปัญหาอันเนื่องมาจากเชื้อรา โดยปราศจากสารเคมีตกค้าง 100%
แถมอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยเรื่องปัญหาผมได้นั่นคือ
SL Conditioning Polymers : ขจัดความมันบนหนังศีรษะได้หมดจด ฟื้นบำรุงลึกถึงระดับเซลล์หนังศีรษะและสร้างฟิมล์บางๆป้องกันมลภาวะ
หากต้องการหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยเรื่อง เร่งผมยาว หรือหา ยาปลูกผม แก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ก็ควรดูว่ามีสมุนไพรเหล่านี้เป็นส่วนผสมหรือไม่ อาจจะทั้งหมดหรือแค่ตัวใดตัวหนึ่ง ก็จะสามารถตอบโจทย์ ตอบปัญหาที่แต่ละคนเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ