คำสารภาพจากปากของคนที่เรารักทั้งสองคน
sistary3172 สวัสดีค่ะเพื่อนๆชาวจีบันเราเป็นสมาชิกใหม่ค่ะ เพิ่งสมัครเมื่อกี๊นี้เอง
ปกติเราไม่เคยสมัครเลยค่ะ คือจอะแอบดูเฉยๆ แต่วันนี้มีเรื่องมาระบาย
แต่ไม่อยากให้ใครไกล้ตัวได้รับรู้ถึงความทุกข์ของเรา รากลัววเค้าเป็นห่วงรามากกว่านี้
เพราะเท่าที่เป็นตอนนี้ก็แย่มากพอแล้วค่ะ เรื่องของเรานะคะ เกิดมาไม่เคยคิดว่าจะเจอกับเหตุการณ์แบบบนี้เลย
เรามีแฟน เราคบกับแฟนมานานมากคบมา 8 ปีแล้วค่ะ คบมาตั้งแต่ อยู่ ม.4 อาจจะดูเร็วใช่มั้ยคะที่จะมีแฟนในตอนนั้น แต่ว่าเราคบกัน นำไปกันสู่สิ่งที่ดีค่ะ ไมไ่ด้คบเสียหาย แต่อยู่คนละโรงเรียนกัน ตลอดเวลาที่มัธยมปลายเพื่อนรู้ว่าเรามีแฟน แต่ว่าไม่เคยเจอ เพราะเค้าอยู่เชียงใหม่
เราอู่กรุงเทพ แต่คบกันได้เพราะว่า พ่อแม่รู้จักกันค่ะ ไม่รู้ว่าคบมาได้ยังไงนะคะ อยู่ไกลขนาดนั้น แต่เค้าดีมาก เค้าไม่เคยนอกใจเราเลย ซึ่งเชื่อใจได้เสมอค่ะ ขึ้นมหาวิทยาลัย เพราะกับพื่อนที่คบกันมาและสนิทกันมากตั้งแต่มัธยมต้นก็มาเรียนที่เดียวกัน คณะ และสาขาเดียวกัน
และแฟนเราก็มาเรียนที่กรุงเทพ แต่ว่าคนละที่กับเรา และไปไหนมาไหนกันสามคนบ่อยๆ มันไม่แปลกใช่มั้ยที่จะแนะนำแฟนเราให้เพื่อนได้รู้จัก
มีอยู่ช่วงนึงที่เรากับแฟนมีปัญหากันหนักมาก ช่วงปีสองของมหาวิทยาลัยค่ะ เรากับแฟนไม่คุยกันเป็นเดือน เพราะทะเลาะกัน เค้าคิดว่เรามีคนอื่นพราะมีรุ่นพี่มาจีบ แต่สุดท้ายก็ได้คุยกัน ได้ปรับึวามข้าใจ แต่หลังจากนั้นเค้าเริ่มผิดนัดเรา เพื่อนเราก็เริ่มไม่ค่อยว่างไปไหนกับเรา เราก็แฟฟนก็มีปัญหากันเรื่อยมา ตลอดเลย จนเรียนจบ ต่างคนต่างแยกย้ายทำงาน เรากับเพือนได้ทำงานที่เดียวกัน แฟนเราทำงานคนละที่แต่ต้องเดินทางไปต่างประทศบ่อยๆเพราะงานของเค้าค่ะ มันเลยเหมอนว่าทำให้ค่อยๆห่างกั แต่ถ้าเจอกันก็สวีต หรือหวานกันเต็มที่เลย เค้าก็ดีกับเรานะ แล้วเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาปีที่แล้ว เพื่อนเราก็ลาออกจากงานซึ่งเราเองไม่รู้สาเหตุรู้แต่ว่าเพื่อนไม่สบายเราก็ไปเยี่ยมบ่อยๆไปหาเพื่อนบ่อยๆแล้วแฟนเราก็หายๆไปไม่ค่อยได้ติดต่อ เพราะติดงานบ้าง เดินทางบ้าง แล้วเพื่อนเราก็บอกว่าเค้าจะย้ายไปอยู่ ตจว.ทางเหนือ อาจจะไม่ค่อยได้เจอกันหรือไมไ่ด้ติดต่อกัน เราก็ใจหายค่ะ คือเพื่อนกันอยู่ดีๆจะมาเลิกติดต่อได้ยังไงเพื่อนก็รร้องไห้เราก็ปลอบในใจก็ยัง งงๆ มันต้องมีอะไรแน่ๆ มาที่แฟนเราบ้าง เค้ามาบอกเราว่าเค้าต้องไปประจำที่ต่างประเทศแล้วอาจจะไม่ค่อยได้เจอกัน แต่เรายังคุยกันทางอื่นได้ เค้าให้ความมั่นใจว่าเค้าจะไม่ทิ้งเรา ซึ่งเค้าบอกกเราก่อนวันเดินทางแค่สองวันเองค่ะ เราก็ไมไ่ด้ไปส่งเค้า หลังจากนั้นช่วงปีใหม่ วันที่ 5 มกราคม 2555 เราอยู่บ้านเพื่อนของแฟนเราโทรมา ถามว่าจะแต่งงานเมื่อไหร่ เรก็เลยงง บอกไปว่ายังไม่แต่งเพื่อนแฟนก็บอกว่า แฟนเราบอกว่าจะแต่งงาน เราก็ตื่นเต้นมากเลยตอนนั้นคิดว่าเค้าจะขอเราแต่งงานแอบดีใจอยู่่ลึกๆ แต่แฟนยังกลับจาก ต่างประเทศ แล้วอยู่ดีๆแม่แฟนโทรมา ถามว่าเสียใจมั้ย เป็นอะไรรหรือเปล่า แม่ขอโทษนะที่มันเป็นแบบนี้ ยิ่ง งง เลยค่ะ แม่พูดเรื่องะไร เราเลยถามแม่บอกว่าเริ่งที่แฟนเราจะแต่งงานจากที่ต่างประเทศ ที่แฟนเราบอกว่าจะไปประจำที่นั่น เราช็อคเลยค่ะ ตกใจมาก แล้วก็ไม่รู้วาแต่งกับใคร เราเลยโทรถามพื่อนแฟน เค้าก็ถามว่าไมได้แต่งกับเราหรอ มึนลยค่ะ อะไรกัน งงไปหมดเลย สุดท้ายเราโทรถามแฟนเราเลยค่ะ ใจสั่นไปหมดเลย พอแฟนเรารับเราก็ถาม ได้เรื่องว่า เค้าจะแต่งงานกับเพื่อนรา เพราะเพือนเราท้องกับเค้าที่เค้าไปมีอะไรกันในช่วงที่มีปัญหากับเรา ช่วงปีสองที่หายไปเป็นเดือนแล้วตลอดมาเค้าก็แอบคบ และมีอะไรกันมาตลอด แต่ไม่เคยคิดจะแต่งงานแต่มันพลาดไปแล้ว เราขอคุยกับเพื่อนแน่นอนว่าเค้าอยู่ด้วยกันที่นั่นเพื่อนเรายอมรับว่าเค้าแอบชอบแฟนเรามาตลอดและคอยปลอบใจแฟนเวลามีปัญหากับเรา และคนที่เริ่มก็คือเพื่อนรา เพื่อนเราจงใจและสารภาพว่า อยากได้แฟนเรามาก พยายามจะผูกมัดเค้ามาตลอด เพื่อนเราขอโทษเรา ทั้้งร้องไห้ทั้งขอโทษ เราทนฟังต่อไม่ไหวอ่ะ เราเลยวางสายหลังจากนั้นวันที่ 25 มกราคม แฟนกับเพื่อนมาที่บ้านเอาการ์ดแต่งงานมาให้ บอกว่า
อย่าเกลียดเราเลยนะ อยากให้ต้าไปร่วมงานแต่งของเราเพื่อยืนยันว่าเรายังงเป็นเพื่อนกันได้
เราร้องไห้ เสียใจมาก เพื่อนเราก็ร้องไห้ แฟนเราก็ทำหน้าไม่ถูก
ในตอนนั้นเราคิดอะไรไม่ออก ถ้าจะให้เรายินดีกับเค้าเราคงทำไม่ได้ เรามีแต่ความแค้น เราพูดไม่ออกจริงๆทำไมเค้ายังกล้ามาหาเราเอาการ์ดมาให้
เรารู้สึกเหมือนทุบหัวเลยอ่ะ ช็อคมาก มันเกิดอะไรขึ้น เราไล่สองคนออกจากบ้านไป ตอนนั้ยอู่คนเดียวค่ะ เรามองการ์ดในมือ สั่นไปหมดทั้งตัวทั้งโกรธ ผิดหวัง เสียใจ เรายอมรับว่าเราแค้น ตอนนั้นเหมือนคลั่ง เราฉีกการ์ดทิ้ง กรี๊ดลั่นบ้าน นั่งร้องไห้คนเดียว ปากก็โทษตัวเองที่โง่ ที่ไม่เคยเอะใจอะไรเลย ถามตัวเองว่าเราไม่ดีตรงไหน เราทำอะไรผิดเค้าถึงกับเราแบบนี้ เช้าวันต่อมาตาบวมไปทำงานไม่ได้ และในที่สุดเราขอลาหยุด เป็นลาพักร้อนหยุดยาวเลยค่ะ ซึ่งโชคดีที่หัวหนาเข้าใจเรา แต่เราไมไ่ด้เล่าอะไรให้เค้าฟังบอกแค่ว่าป่วย วันพฤหัสนี้จะเป็นงานแต่งของคนที่เรารักทั้งสองคน เรามาพักทำใจที่บ้านพักตากอากาศที่ต่างจังหวัด เรามาคนเดียว ยอมรับว่ามันทำให้เราฟุ้งซ่าน ยังนอนร้องไห้ นั่งอยู่คนเดียวก็ร้องไห้ เรายอมรับว่าเราอยากให้อภัยเค้าทั้งสองคนแต่เราทำไมไ่ด้ เรายังทำไม่ได้ในตอนนี้ ในตอนที่เค้ามาหาเราพร้อมกันถ้าเราไม่มีสติเราอาจจะทำร้ายเพื่อนเราไปแล้วก็ได้ ยิ่งเานึกถึงว่าเรารักเค้ามากแค่ไหนเราก็ยิ่งเจ็บ ยิ่งแค้น บางเวลาฟุ้งซ่านจนเกือบควบคุมตัวเองไม่ได้ แฟนเราที่คบมา ดีกับเรามาตลอด เพื่อนเราที่มองตาก็รู้ใจจนเราคิดว่าเค้าคือเพื่อนตายของเรา ตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่าเราควรจะไปงานแต่งงานของเคาทั้งสองคนมั้ย ใจนึงอยากไปพื่อแสดงความยินดี แต่อย่างที่บอกเรายังให้อภัยพวกเค้าไม่ได้ เรายังเจ็บ ยังแค้น ใจยังรุ้อนรุ่ม บอกไม่ถูก คิดอะไรไม่ออก ตอนนี้เราเสียใจ มาที่นี่สองวันยังทำใจไม่ได้เลยไม่รู้อีกนานมั้ยกว่าที่ราจะกลับไปเป็นคนเดิมได้ เราเกลียดความรู้สึกแบบนี้ เราอยากหายโกรธหายแค้น มันเหมือนไฟที่เผาใจเรา มันร้องมาก เราไม่ชอบเลย
เรามาเล่าให้ฟังเราไมไ่ด้อยากขอความสงารหรือเห็นใจแต่เราไม่มีที่ระบาย อาจจะยาวมาก แต่เราไม่รู้จะไปเล่าให้ใครฟังดี เรามาพักบอกพ่อแม่ว่าเราอยากพัก เราเหนื่อย แต่ไมไ่ด้บอกว่าเราเลิกกับแฟน เราไม่กล้าบอก ไม่อยากบอก เราโง่มากมั้ยคะทุกคน เราโง่มากมั้ย มันเป็นคำถามที่เรายังตอบตัวเองไมไ่ด้เลย
ขอบคุณมากนะคะที่อ่านเรื่องของเราจนจบ
ขอบคุณมากค่ะ
ปกติเราไม่เคยสมัครเลยค่ะ คือจอะแอบดูเฉยๆ แต่วันนี้มีเรื่องมาระบาย
แต่ไม่อยากให้ใครไกล้ตัวได้รับรู้ถึงความทุกข์ของเรา รากลัววเค้าเป็นห่วงรามากกว่านี้
เพราะเท่าที่เป็นตอนนี้ก็แย่มากพอแล้วค่ะ เรื่องของเรานะคะ เกิดมาไม่เคยคิดว่าจะเจอกับเหตุการณ์แบบบนี้เลย
เรามีแฟน เราคบกับแฟนมานานมากคบมา 8 ปีแล้วค่ะ คบมาตั้งแต่ อยู่ ม.4 อาจจะดูเร็วใช่มั้ยคะที่จะมีแฟนในตอนนั้น แต่ว่าเราคบกัน นำไปกันสู่สิ่งที่ดีค่ะ ไมไ่ด้คบเสียหาย แต่อยู่คนละโรงเรียนกัน ตลอดเวลาที่มัธยมปลายเพื่อนรู้ว่าเรามีแฟน แต่ว่าไม่เคยเจอ เพราะเค้าอยู่เชียงใหม่
เราอู่กรุงเทพ แต่คบกันได้เพราะว่า พ่อแม่รู้จักกันค่ะ ไม่รู้ว่าคบมาได้ยังไงนะคะ อยู่ไกลขนาดนั้น แต่เค้าดีมาก เค้าไม่เคยนอกใจเราเลย ซึ่งเชื่อใจได้เสมอค่ะ ขึ้นมหาวิทยาลัย เพราะกับพื่อนที่คบกันมาและสนิทกันมากตั้งแต่มัธยมต้นก็มาเรียนที่เดียวกัน คณะ และสาขาเดียวกัน
และแฟนเราก็มาเรียนที่กรุงเทพ แต่ว่าคนละที่กับเรา และไปไหนมาไหนกันสามคนบ่อยๆ มันไม่แปลกใช่มั้ยที่จะแนะนำแฟนเราให้เพื่อนได้รู้จัก
มีอยู่ช่วงนึงที่เรากับแฟนมีปัญหากันหนักมาก ช่วงปีสองของมหาวิทยาลัยค่ะ เรากับแฟนไม่คุยกันเป็นเดือน เพราะทะเลาะกัน เค้าคิดว่เรามีคนอื่นพราะมีรุ่นพี่มาจีบ แต่สุดท้ายก็ได้คุยกัน ได้ปรับึวามข้าใจ แต่หลังจากนั้นเค้าเริ่มผิดนัดเรา เพื่อนเราก็เริ่มไม่ค่อยว่างไปไหนกับเรา เราก็แฟฟนก็มีปัญหากันเรื่อยมา ตลอดเลย จนเรียนจบ ต่างคนต่างแยกย้ายทำงาน เรากับเพือนได้ทำงานที่เดียวกัน แฟนเราทำงานคนละที่แต่ต้องเดินทางไปต่างประทศบ่อยๆเพราะงานของเค้าค่ะ มันเลยเหมอนว่าทำให้ค่อยๆห่างกั แต่ถ้าเจอกันก็สวีต หรือหวานกันเต็มที่เลย เค้าก็ดีกับเรานะ แล้วเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาปีที่แล้ว เพื่อนเราก็ลาออกจากงานซึ่งเราเองไม่รู้สาเหตุรู้แต่ว่าเพื่อนไม่สบายเราก็ไปเยี่ยมบ่อยๆไปหาเพื่อนบ่อยๆแล้วแฟนเราก็หายๆไปไม่ค่อยได้ติดต่อ เพราะติดงานบ้าง เดินทางบ้าง แล้วเพื่อนเราก็บอกว่าเค้าจะย้ายไปอยู่ ตจว.ทางเหนือ อาจจะไม่ค่อยได้เจอกันหรือไมไ่ด้ติดต่อกัน เราก็ใจหายค่ะ คือเพื่อนกันอยู่ดีๆจะมาเลิกติดต่อได้ยังไงเพื่อนก็รร้องไห้เราก็ปลอบในใจก็ยัง งงๆ มันต้องมีอะไรแน่ๆ มาที่แฟนเราบ้าง เค้ามาบอกเราว่าเค้าต้องไปประจำที่ต่างประเทศแล้วอาจจะไม่ค่อยได้เจอกัน แต่เรายังคุยกันทางอื่นได้ เค้าให้ความมั่นใจว่าเค้าจะไม่ทิ้งเรา ซึ่งเค้าบอกกเราก่อนวันเดินทางแค่สองวันเองค่ะ เราก็ไมไ่ด้ไปส่งเค้า หลังจากนั้นช่วงปีใหม่ วันที่ 5 มกราคม 2555 เราอยู่บ้านเพื่อนของแฟนเราโทรมา ถามว่าจะแต่งงานเมื่อไหร่ เรก็เลยงง บอกไปว่ายังไม่แต่งเพื่อนแฟนก็บอกว่า แฟนเราบอกว่าจะแต่งงาน เราก็ตื่นเต้นมากเลยตอนนั้นคิดว่าเค้าจะขอเราแต่งงานแอบดีใจอยู่่ลึกๆ แต่แฟนยังกลับจาก ต่างประเทศ แล้วอยู่ดีๆแม่แฟนโทรมา ถามว่าเสียใจมั้ย เป็นอะไรรหรือเปล่า แม่ขอโทษนะที่มันเป็นแบบนี้ ยิ่ง งง เลยค่ะ แม่พูดเรื่องะไร เราเลยถามแม่บอกว่าเริ่งที่แฟนเราจะแต่งงานจากที่ต่างประเทศ ที่แฟนเราบอกว่าจะไปประจำที่นั่น เราช็อคเลยค่ะ ตกใจมาก แล้วก็ไม่รู้วาแต่งกับใคร เราเลยโทรถามพื่อนแฟน เค้าก็ถามว่าไมได้แต่งกับเราหรอ มึนลยค่ะ อะไรกัน งงไปหมดเลย สุดท้ายเราโทรถามแฟนเราเลยค่ะ ใจสั่นไปหมดเลย พอแฟนเรารับเราก็ถาม ได้เรื่องว่า เค้าจะแต่งงานกับเพื่อนรา เพราะเพือนเราท้องกับเค้าที่เค้าไปมีอะไรกันในช่วงที่มีปัญหากับเรา ช่วงปีสองที่หายไปเป็นเดือนแล้วตลอดมาเค้าก็แอบคบ และมีอะไรกันมาตลอด แต่ไม่เคยคิดจะแต่งงานแต่มันพลาดไปแล้ว เราขอคุยกับเพื่อนแน่นอนว่าเค้าอยู่ด้วยกันที่นั่นเพื่อนเรายอมรับว่าเค้าแอบชอบแฟนเรามาตลอดและคอยปลอบใจแฟนเวลามีปัญหากับเรา และคนที่เริ่มก็คือเพื่อนรา เพื่อนเราจงใจและสารภาพว่า อยากได้แฟนเรามาก พยายามจะผูกมัดเค้ามาตลอด เพื่อนเราขอโทษเรา ทั้้งร้องไห้ทั้งขอโทษ เราทนฟังต่อไม่ไหวอ่ะ เราเลยวางสายหลังจากนั้นวันที่ 25 มกราคม แฟนกับเพื่อนมาที่บ้านเอาการ์ดแต่งงานมาให้ บอกว่า
อย่าเกลียดเราเลยนะ อยากให้ต้าไปร่วมงานแต่งของเราเพื่อยืนยันว่าเรายังงเป็นเพื่อนกันได้
เราร้องไห้ เสียใจมาก เพื่อนเราก็ร้องไห้ แฟนเราก็ทำหน้าไม่ถูก
ในตอนนั้นเราคิดอะไรไม่ออก ถ้าจะให้เรายินดีกับเค้าเราคงทำไม่ได้ เรามีแต่ความแค้น เราพูดไม่ออกจริงๆทำไมเค้ายังกล้ามาหาเราเอาการ์ดมาให้
เรารู้สึกเหมือนทุบหัวเลยอ่ะ ช็อคมาก มันเกิดอะไรขึ้น เราไล่สองคนออกจากบ้านไป ตอนนั้ยอู่คนเดียวค่ะ เรามองการ์ดในมือ สั่นไปหมดทั้งตัวทั้งโกรธ ผิดหวัง เสียใจ เรายอมรับว่าเราแค้น ตอนนั้นเหมือนคลั่ง เราฉีกการ์ดทิ้ง กรี๊ดลั่นบ้าน นั่งร้องไห้คนเดียว ปากก็โทษตัวเองที่โง่ ที่ไม่เคยเอะใจอะไรเลย ถามตัวเองว่าเราไม่ดีตรงไหน เราทำอะไรผิดเค้าถึงกับเราแบบนี้ เช้าวันต่อมาตาบวมไปทำงานไม่ได้ และในที่สุดเราขอลาหยุด เป็นลาพักร้อนหยุดยาวเลยค่ะ ซึ่งโชคดีที่หัวหนาเข้าใจเรา แต่เราไมไ่ด้เล่าอะไรให้เค้าฟังบอกแค่ว่าป่วย วันพฤหัสนี้จะเป็นงานแต่งของคนที่เรารักทั้งสองคน เรามาพักทำใจที่บ้านพักตากอากาศที่ต่างจังหวัด เรามาคนเดียว ยอมรับว่ามันทำให้เราฟุ้งซ่าน ยังนอนร้องไห้ นั่งอยู่คนเดียวก็ร้องไห้ เรายอมรับว่าเราอยากให้อภัยเค้าทั้งสองคนแต่เราทำไมไ่ด้ เรายังทำไม่ได้ในตอนนี้ ในตอนที่เค้ามาหาเราพร้อมกันถ้าเราไม่มีสติเราอาจจะทำร้ายเพื่อนเราไปแล้วก็ได้ ยิ่งเานึกถึงว่าเรารักเค้ามากแค่ไหนเราก็ยิ่งเจ็บ ยิ่งแค้น บางเวลาฟุ้งซ่านจนเกือบควบคุมตัวเองไม่ได้ แฟนเราที่คบมา ดีกับเรามาตลอด เพื่อนเราที่มองตาก็รู้ใจจนเราคิดว่าเค้าคือเพื่อนตายของเรา ตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่าเราควรจะไปงานแต่งงานของเคาทั้งสองคนมั้ย ใจนึงอยากไปพื่อแสดงความยินดี แต่อย่างที่บอกเรายังให้อภัยพวกเค้าไม่ได้ เรายังเจ็บ ยังแค้น ใจยังรุ้อนรุ่ม บอกไม่ถูก คิดอะไรไม่ออก ตอนนี้เราเสียใจ มาที่นี่สองวันยังทำใจไม่ได้เลยไม่รู้อีกนานมั้ยกว่าที่ราจะกลับไปเป็นคนเดิมได้ เราเกลียดความรู้สึกแบบนี้ เราอยากหายโกรธหายแค้น มันเหมือนไฟที่เผาใจเรา มันร้องมาก เราไม่ชอบเลย
เรามาเล่าให้ฟังเราไมไ่ด้อยากขอความสงารหรือเห็นใจแต่เราไม่มีที่ระบาย อาจจะยาวมาก แต่เราไม่รู้จะไปเล่าให้ใครฟังดี เรามาพักบอกพ่อแม่ว่าเราอยากพัก เราเหนื่อย แต่ไมไ่ด้บอกว่าเราเลิกกับแฟน เราไม่กล้าบอก ไม่อยากบอก เราโง่มากมั้ยคะทุกคน เราโง่มากมั้ย มันเป็นคำถามที่เรายังตอบตัวเองไมไ่ด้เลย
ขอบคุณมากนะคะที่อ่านเรื่องของเราจนจบ
ขอบคุณมากค่ะ
Discussion (172)
ลองอ่านดูนะคะ ...
มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก คบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกัน
เมื่อกำหนดวันเรียบร้อย ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่งงาน
ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่า คู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่างกะทันหัน
โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด
เมื่อได้ทราบข่าว เขาทั้ง งง และ เสียใจ มาก
ร้องไห้ไม่กินไม่นอน ไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ
เวลาผ่านไป ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆไปหาหมอเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น
ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น มีหลวงตาแก่ๆผ่านมา
เมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน แล้วมองเข้าไปในบ้านจึงเคาะประตู
เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่า เป็นพระ จึงบอกว่า ไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า
หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตาแล้วพูดว่า อาตมาไม่ได้มาบิณฑบาต
ในบ้านมีคนป่วยใช่มั้ย อาตมาพอมีความรู้ทางด้านการแพทย์นิดหน่อย
ไม่รู้จะพอช่วยได้รึปล่าว เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้งแต่ก็บอกว่าตัดสินใจเองไม่ได้
ต้องขอไปถามเจ้านายก่อน เด็กรับใช้เดินเข้าไปในบ้านถามเจ้านาย
เจ้านายตอบอย่างตัดรำคาญว่าอยากเข้ามา ก็เข้ามา!
เมื่อหลวงตาเข้าไปพบที่ห้องนอนพบว่า
ชายคนดังกล่าวนอนอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง
สีหน้าซีดเซียว ร่างกายซูบผอมประหนึ่งครึ่งคนครึ่งศพ
เด็กรับใช้นำน้ำมาถวายหลวงตา พร้อมจัดเก้าอี้ถวายข้างๆเตียงของชายคนนั้น
หลวงตายิ้มแล้วพูดว่าอาการหนักเลยนะ
ชายคนนั้น นิ่งเงียบไม่สนใจในสิ่งที่หลวงตาพูด
หลวงตาตรวจอาการพอเป็นพิธี จึงกล่าวว่า โทรมมากเลยนะ
ชายคนนั้นไม่สนใจ หลวงตาบอกว่าไม่เชื่อ ลองมองที่กระจกสิ
ชายคนนั้นไม่สนใจ แต่ขณะที่หางตาชายไปที่กระจกแต่งตัวในห้องนอน
เขามองเห็นภาพของคนที่รักอยู่ในนั้น ไม่นานภาพของคนรักก็ค่อยๆจางหายไป
กลายเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเล
ที่ชายทะเลแห่งนั้นเงียบสงบ ไม่มีคนผ่านไปมา
ขณะที่ชายคนที่ป่วยนั้น มองภาพในกระจกด้วยความสนใจนั้น
เขาพบว่า มีศพหญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่ที่ชายหาด
เวลาผ่านไปสักครู่ มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมา
เขามองเห็นศพหญิงคนนั้นด้วยความรังเกียจ แล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ต่อมาพักใหญ่มีชายอีกคนหนึ่งเดินผ่านมา เขามองเห็นศพนั้น
เขาสงสารจึงถอดเสื้อนอกออกมาคลุมร่างของหญิงคนนั้น แล้วเดินจากไป
พักใหญ่ๆอีกเช่นกัน มีชายอีกคนเดินผ่านมา
เขาพบคนนอนมีผ้าคลุมอยู่ จึงเปิดออกดู เมื่อพบว่า เป็นศพ
ด้วยใจสงสาร จึงจะฝังให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือจะขุด
เขาจึงตัดสินใจใช้มือทั้ง 2 ข้างๆ ค่อยๆกอบทรายขึ้นมา
เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเย็น พอได้หลุมใหญ่พอสมควร
จึงได้ฝังศพผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้วจากไป
จากนั้นภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็นภาพของศพหญิงคนนั้น
และก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพของหญิงคนรัก เขาได้เห็นก็ตกใจ
พอสักพัก ก็ปรากฏเป็นภาพชายคนที่ 2
แล้วก็ค่อยๆจางหายไป เหลือแต่เงาของตัวเองในกระจก
ทันใดนั้นหลวงตาพูดว่า ทีนี้เข้าใจรึยัง ศพนั้นคือคู่รักของโยม
ชายคนที่ช่วยฝังศพเธอ ผูกวาสนากับเธอหนึ่งชาติ
ชาตินี้เธอเลยแต่งงานกับเขา ส่วนโยมช่วยคลุมศพเธอ
จึงผูกวาสนา 3 ปี ตอนนี้ครบ 3 ปี วาสนาสิ้นแล้วก็ต้องจากกัน
เมื่อชายคนนั้นฟังจบก็กระอักเลือดออกมา เด็กรับใช้ตกใจมาก
หลวงตายิ้มแล้วบอกว่า โยมรอดแล้ว เมื่อกี้โยมกระอักเลือดเอาเลือดเสียออกมาแล้ว
ต่อมาไม่นานชายคนนั้นก็ได้ออกบวชในที่สุด
สู้ๆค่ะ
ว่าจะไม่เม้นท์ แต่ล๊อคอินเข้ามาเพื่อบอกคุณว่า
เชื่อเถอะค่ะว่าอดีตเพื่อนคุณตอนนี้เค้ากำลังมีคว่มสุข แต่แค่ชั่วคราวนะหรือออาจจะกำลังทุกและดิ้นพล่าน เพราะคุณไม่วิ่งหรือดิ้นตามเกมส์เค้า อย่างที่เค้าอยากให้คุณเป็น ไม่ต้องไปตอบโต้ อยู่นิ่ง ๆ ปล่อยวางซะ เรารู้ค่ะว่ามันอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าคุณผ่านมันไปได้คุณจะมองว่ามันเป็นเรื่องขี้ประติว ความรูั้สึกดีดีเก่า ๆ คุณเก็บไว้ให้ได้นึกถึงและยิ้มกับมันในบางครั้ง แต่อย่าให้มันมาทำให้ชีวิตคุณต้องทุกข์กว่านี้เลย เค้าคนนั่นก็แค่ผู้ชายคนนึงที่ไม่มีสามัญสำนึก ไม่รู้จักคิด ไม่้รู้จักพอ เห็นแก่ตัว และเราคิดว่าเค้าจะไม่หยุดที่เพื่้อนคุณหรอกถ้าเป็นอย่างที่เราคิดเราก็จะสมน้ำหน้ามันและอดีตเพื่อนคุณ
ส่วนนังคุณอดีตเพื่อน ตอนนี้อาจจะกระหยิ่มยิ้มย่อง สะใจ แก้มดีใจที่ได้ฉกชิง เค้ามาได้อย่างที่หวัง แต่ใครจะรู้ละว่ามันอาจจะได้แต่ตัวไปก็ได้ ถ้าไม่มีเด็กเกิดมา มันสองคนก็คงจะยังแอบลักกินขโมยกินไปเรื่อย ๆ และตอนนี้เค้ากำลังข้าวใหม่ปลามัน แต่จิตใต้สำนึกมันก็ต้องมีมั่งละว่า ฉันแย่งเค้ามา สักวันฉันก็จะโดนแย่งมั่ง แม่สามีแฮปปี้กับผู้หญิงประเภทนี้มั้ย? คนรอบข้างคิดยังไง ปากอาจจะบอกยินดีด้วยนะ แต่ปากคนนะ ยังไงก็ต้องนินทาว่า อีนี่ได้เค้ามาเพราะไปแย่งมาจากเพื่อนสนิทซะด้วยว่ะ หน้าไม่อาย สังคมจะประนามและลงโทษเค้าเอง พล่ามมานาน อยากบอกคุณว่า หยุด เลิก ตัดการติดต่อเค้าซะ คนที่รักเราที่สุดคือ พ่อ แม่ค่ะ และคนในครอบครัวค่ะ เอาใจช่วย และเชื่อว่า สักวันคุณจะได้พบคนรักคุณมากและดีกว่าเดิมด้วยค่ะ
เชื่อเถอะค่ะว่าอดีตเพื่อนคุณตอนนี้เค้ากำลังมีคว่มสุข แต่แค่ชั่วคราวนะหรือออาจจะกำลังทุกและดิ้นพล่าน เพราะคุณไม่วิ่งหรือดิ้นตามเกมส์เค้า อย่างที่เค้าอยากให้คุณเป็น ไม่ต้องไปตอบโต้ อยู่นิ่ง ๆ ปล่อยวางซะ เรารู้ค่ะว่ามันอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าคุณผ่านมันไปได้คุณจะมองว่ามันเป็นเรื่องขี้ประติว ความรูั้สึกดีดีเก่า ๆ คุณเก็บไว้ให้ได้นึกถึงและยิ้มกับมันในบางครั้ง แต่อย่าให้มันมาทำให้ชีวิตคุณต้องทุกข์กว่านี้เลย เค้าคนนั่นก็แค่ผู้ชายคนนึงที่ไม่มีสามัญสำนึก ไม่รู้จักคิด ไม่้รู้จักพอ เห็นแก่ตัว และเราคิดว่าเค้าจะไม่หยุดที่เพื่้อนคุณหรอกถ้าเป็นอย่างที่เราคิดเราก็จะสมน้ำหน้ามันและอดีตเพื่อนคุณ
ส่วนนังคุณอดีตเพื่อน ตอนนี้อาจจะกระหยิ่มยิ้มย่อง สะใจ แก้มดีใจที่ได้ฉกชิง เค้ามาได้อย่างที่หวัง แต่ใครจะรู้ละว่ามันอาจจะได้แต่ตัวไปก็ได้ ถ้าไม่มีเด็กเกิดมา มันสองคนก็คงจะยังแอบลักกินขโมยกินไปเรื่อย ๆ และตอนนี้เค้ากำลังข้าวใหม่ปลามัน แต่จิตใต้สำนึกมันก็ต้องมีมั่งละว่า ฉันแย่งเค้ามา สักวันฉันก็จะโดนแย่งมั่ง แม่สามีแฮปปี้กับผู้หญิงประเภทนี้มั้ย? คนรอบข้างคิดยังไง ปากอาจจะบอกยินดีด้วยนะ แต่ปากคนนะ ยังไงก็ต้องนินทาว่า อีนี่ได้เค้ามาเพราะไปแย่งมาจากเพื่อนสนิทซะด้วยว่ะ หน้าไม่อาย สังคมจะประนามและลงโทษเค้าเอง พล่ามมานาน อยากบอกคุณว่า หยุด เลิก ตัดการติดต่อเค้าซะ คนที่รักเราที่สุดคือ พ่อ แม่ค่ะ และคนในครอบครัวค่ะ เอาใจช่วย และเชื่อว่า สักวันคุณจะได้พบคนรักคุณมากและดีกว่าเดิมด้วยค่ะ
อ่านข้อความล่าสุดที่คุณต้าบอกว่าได้ระบายกับคุณแม่ทางโทรศัพท์แล้วร้องไห้โฮ เราก็น้ำตาไหลออกมาเลยค่ะ เพราะตอนที่เราบอกแม่เรื่องของเรา (ที่คล้ายๆ กับคุณต้า) เราก็ร้องไห้กอดแม่เหมือนกัน จนแม่ร้องไห้ตามไปด้วยเลย
อยากจะขอให้กำลังใจคุณต้าสู้ๆ ต่อไปนะคะ ทำตัวเองให้เข้มแข็งให้มากๆ เข้าไว้ค่ะ ไม่มีใครรักและเป็นห่วงเราอย่างจริงใจเท่าพ่อกับแม่แล้วค่ะ
อยากจะขอให้กำลังใจคุณต้าสู้ๆ ต่อไปนะคะ ทำตัวเองให้เข้มแข็งให้มากๆ เข้าไว้ค่ะ ไม่มีใครรักและเป็นห่วงเราอย่างจริงใจเท่าพ่อกับแม่แล้วค่ะ
ได้อ่านโพสต์ล่าสุดของน้องต้าร์แล้ว บอกตรงๆ เลยพี่น้ำตาไหล เพราะมันเหมือนเรื่องที่เกิดกับพี่เมื่อ 4-5 ปีก่อน ตอนนี้ถ้าน้องต้าร์ยังอภัยให้พวกเค้าไม่ได้ ไม่เป็นไรคะ เป็นพี่ก็คงทำใจเจอพวกเค้าไม่ได้ ขอให้หนูรักษาสุขภาพนะคะ รักตัวเองให้มากๆ ผอมมากไปไม่สวยนะคะ :) สู้ๆ ค่ะ
งัยก็เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ สู้ๆ ^^