นิยายเรื่องนี้...เราทำถูกต้องแล้วใช่มั้ย
crazysweet6อันที่จริงเราตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่กลางวันแล้ว เขียนได้ไปครึ่งเรื่องก็ล้มเลิกความตั้งใจ
เพราะเมื่อกลางวันเศร้ามากๆ แล้วค่อนข้างเขียนไม่รู้เรื่องเลย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว
เรื่องนี้ถือว่าเป็นความลับในชีวิตของเราก็ว่าได้ แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราจะไปปรึกษาใคร
และเรียกความมั่นใจได้จากที่ไหนดี เพราะมันเป็นเรื่องเลวร้ายสำหรับเราเลยทีเดียว
ผู้หญิงคนนึงซึ่งมีแฟนแล้ว คบกันมาแปดปี แฟนที่คบอยู่ด้วยนิสัยค่อนข้างก้าวร้าว เอาแต่ใจ
ให้อิสระกับเราเต็มที่ โทรหาแค่วันละครั้ง ไปไหนไม่เคยจู้จี้หรือถาม เหมือนไม่เอาใจใส่
แต่สิ่งที่สำคัญคือ เค้ารักเรามากๆซะจนสามารถทำทุกอย่างได้ เพื่อรักษาเราให้อยู่กับเค้าตลอดไป
แต่มาวันนึงเราได้รู้ัจักหนุ่มน้อยคนนึงผ่านสื่ออินเตอเนต ซึ่งอายุน้อยกว่าเราสี่ปี
ในตอนแรกรู้จักกัน
ก็แค่การพูดคุยหยอกล้อกันธรรมดา ผ่านไปสักระยะด้วยความที่ว่า
หนุ่มน้อยคนนี้แสนจะน่ารักเหลือเกิน เอาใจใส่ทุกอย่าง พูดเพราะและให้เกียรติ
ต่างคนมีปัญหาก็ปรึกษากันตลอด แล้วก็รู้ดีว่าต่างคนต่างมีคนรักกันอยู่แล้ว
แต่ด้วยเพราะเรื่องบางเรื่องเราก็ไม่สามารถคุยให้คนรักของเราฟังได้
กลายเป็นว่าเราสองคนรู้เรื่องของกันและกันมากมายมากกว่าคนรักเสียอีก
จนแล้วจนรอดหนุ่มสาวคู่นี้ก็ได้มาเจอกัน เราก็ไม่คิดว่าเราจะรู้สึกรักชอบหนุ่มน้อยคนนี้เลย
เพราะเรามีคนรักของเราอยู่แล้ว เราตั้งกำแพงหนามาก แต่สุดท้ายกำแพงนั้นก็พังลง
แล้วมารู้ตัวตอนที่ รักหนุ่มน้อย คนนั้นเข้าอย่างจัง
โชคชะตาหรือเวรกรรมก็ไม่รู้ ที่บ้านเรามีปัญหาอย่างหนัก เรารู้สึกว่า เรารับมันไม่ไหวแล้ว
เราจะต้องหนีไปที่ใดที่หนึ่งที่จะทำให้เราสบายใจขึ้น
แล้วเราก็ตัดสินใจหนีออกจากบ้านค่ะ แต่ก็เีขียนจดหมายทิ้งไว้ให้รู้ว่า สักวันเราจะกลับมา
กลายเป็นว่าเราอยากจะไปหาคนที่เราคุยด้วยแล้วสบายใจและเป็นที่ปรึกษาของเราตลอดมา
เราจึงตัดสินใจไปหาหนุ่มน้อยคนนั้น ตอนแรกเค้าก็โกรธเรามากที่เราหนีมาแบบนี้
แต่สุดท้ายเค้าก็ตัดสินใจว่า ยังดีกว่าเราหายไปเลยโดยที่เค้าไม่รู้
แล้วด้วยความที่ต่างคนต่างรู้สึกดีต่อกัน เราทั้งคู่ทำเรื่องที่เลวร้ายต่อคนรักของเรา
แต่ก็ตกลงกันว่า เราจะไม่มีการผูกมัดกันนะ เพราะต่างคนมีคนที่เราต้องรับผิดชอบความรู้สึกอยู่
หลังจากที่เราตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตปกติ คนรักของเราตามหาเราแทบพลิกแผ่นดิน
เค้าบอกเราว่าไม่ว่าเราจะหายไปไหน เค้าก็รับได้ ขอแค่เรายังอยากคบกับเค้าต่อก็พอ
ฟังแล้วรู้สึกยังไงคะ เรารู้สึกว่าเราไม่ควรทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นเลย
เราสำนึกผิดในสิ่งที่เราทำให้คุณแม่เราเสียใจจากการหนีออกจากบ้านและ
สำนึกผิดที่ทำผิดต่อคนรัก เราก็เลยไปถือศีลที่วัดอาทิตย์นึงเต็มๆ
ไม่รู้ว่าบาปจะลดลงบ้างมั้ย แต่สิ่งที่เราอยากจะให้เป็นคือ เราต้องการตัดหนุ่มน้อยคนนั้นออกไปจากใจเราแล้วล่ะ
เรารู้สึกว่า ถ้าเราปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ ยังคุยกันแบบนี้อยู่ สักวันเราคงถอนตัวไม่ได้จริงๆ
อีกอย่างคือ เราไม่อยากจะแย่งของๆใคร แล้วคงทนไม่ได้ถ้าเรารักเค้าแล้วเค้าไม่ได้ให้ความรักกลับมาเท่ากัน
การถือศีลครั้งนี้ดีจริงๆ นะคะ เราได้เดินจงกลมและนั่งวิปัสสนาอย่างจริงจัง
ได้คิดอะไรหลายๆอย่าง ทำให้เราอยากที่จะดึงตัวเองออกมาจากห้วงกิเลสสักที
หลังจากกลับมาแล้ว เราก็ดีขึ้น นึกถึงหนุ่มน้อยคนนั้นน้อยลง
แต่ทว่า หนุ่มน้อยคนนั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่ ยังคุยกันทุกวันเหมือนเดิม
จนเราเกือบจะกลับมาหลงเค้าอีกครั้ง แล้วสุดท้า่ยสวรรค์ก็เห็นใจเรา
อยู่ดีๆ เราอยากจะไปโพสต์คำว่า คิดถึง ในเฟซของเค้าในช่วงที่เค้าไปเที่ยวกับแฟนแล้วเราโทรหาเค้าไม่ได้
พอคนรักของเค้ามาเห็น สาวน้อยคนนั้นก็มาโวยวายในเฟซแล้วเริ่มมีสงครามกันเล็กๆ
สุดท้า่ยเราก็ลบคอมเม้นคิดถึงอันนั้นออกแล้วส่งเป็นเมจเสจไปหาหนุ่มน้อยคนนั้นแทน
จุดประสงค์คือ เพื่อบอกให้หนุ่มน้อยคนนี้ไปบอกแฟนว่า เราไม่ได้มีจุดประสงค์จะแย่งของๆใคร
แต่เหนือความคาดหมาย คนรักของเค้ามาอ่านแล้วเป็นคนตอบเรา
ก็เลยมีการสนทนากันเกิดขึ้น สุดท้ายแล้วก็เข้าใจกัน และกลายเป็นว่าน้องสาวคนนี้
ก็ยังคงเข้าใจว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกับหนุ่มน้อยคนนี้อย่างที่เค้าคิดไว้
แต่กลับกลายมาเป็นถามเราว่า เรารู้เรื่องคนรักของเค้าดีแค่ไหน แล้วบอกเค้าได้มั้ย
ณ ตอนนั้นไม่รู้ว่าเราคิดอะไรอยู่ เรานึกวิธีที่จะกำจัดผู้ชายคนนี้ออกจากชีวิตเราด้วยวิธีการนึง
คือ บอกความสัมพันธ์ของเรากับผู้ชายคนนี้ให้น้องสาวคนนั้นรู้สักที
อันที่จริงที่อยากจะบอกเพราะเราสงสารผู้หญิงคนนี้ด้วย เพราะโดนโกหกและปิดหูปิดตาตลอดเวลา
แต่สุดท้ายเราก็ตัดสินใจไม่บอกแล้วถอยกลับมา แต่เหมือนว่าน้องสาวคนนั้นยังค้างคาใจอยู่
จึงใช้เฟซตัวเองมาคุยกับเราพร้อมคำถามเดิมว่า รู้เรื่องคนรักของเค้ามั้ย เล่าให้ฟังหน่อยเถอะ
ด้วยความที่สงสารน้องคนนั้นมากๆ แล้วเราก็รู้ความลับมากมายที่เค้าไม่เคยบอกคนรักของเค้าเลย
ซึ่งเป็นเรื่องที่เลวร้ายทีเดียว ก็ถามกลับไปว่า น้องจะรับได้หรอคะ ฟังแล้วจะทำยังไง
แล้วทุกอย่างมันก็เป็นอดีต น้องจะอยากรับรู้มันเพื่ออะไรคะ รู้ไปก็เจ็บเปล่าๆ
แต่น้องเค้าก็ยังคงจะดึงดันที่จะรู้ สุดท้า่ยเราก็เล่าความลับอย่างนึงให้น้องเค้าฟัง
ว่าคนรักของเค้ามีสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยอยู่อย่างนึง คือ มีสัมพันธ์กับแฟนเพื่อนตัวเอง
เพื่อนๆรู้สึกยังไงคะ ถ้าเป็นเราๆคงจะอึ้งกันไปเลยทีเดียวและก็คงทำใจไม่ได้
ซึ่งน้องสาวคนนี้ก็เช่นกัน น้องเค้าก็ขอตัวไปคิดก่อน สุดท้า่ยเค้าสองคนก็เลิกกันค่ะ
แล้วหนุ่มน้อยคนนั้นก็รู้ด้วยว่า เราเป็นคนบอกเรื่องนี้ให้คนรักเค้ารู้ ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่าผลต้องออกมาแบบนี้
แต่เราก็ทำใจไว้แล้วล่ะ แล้วก็อยากให้เป็นแบบนี้ เพื่อที่ว่าเค้าจะได้ออกไปจากชีวิตเราได้ง่ายขึ้น
แต่พอรู้ว่าน้องสาวคนนั้นรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เรากลับเศร้าที่เค้าเลิกกันแหะ
เรารู้สึกว่าเราเป็นต้นเหตุ ทั้งๆีที่เราทำบุญกับผู้หญิงคนนึงให้ตาสว่างเสียที ให้รับรู้ว่าผู้ชายคนนี้โกหกเค้าตลอดเวลา
รู้ว่าผู้ชายคนนี้รักสาวน้อยคนนี้มาก แต่ว่ารักแล้วต้องโกหกเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจแบบนี้
มันดีหรอคะ โกหกเพื่อให้ตัวเองได้ทำสิ่งที่ชั่วร้ายแล้วแฟนไม่รู้จับไม่ได้น่ะหรอ
ถ้าแต่งงานกันไปจริงๆ มารู้กันทีหลัง แล้วเกิดปัญหามากกว่านี้ ชีวิตผู้หญิงคนนั้นจะเป็นยังไง
แต่กลับกลายเป็นว่า เรารู้สึกผิดที่ทำให้คู่รักเค้าต้องแยกทางกัน แล้วผู้ชายก็ทำตัวเหมือนโลกนี้ไ่ม่น่าอยู่แล้ว
น้ำเสียงเย็นชา ไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึก เปลี่ยนเป็นคนละคน
เรารู้สึกสงสารจนคิดว่า ที่เค้าต้องเลิกกันมันเป็นเพราะเรา
ต่างจากครั้งแรกที่เราคิดว่าถ้าเราบอกไปมันจะทำให้ผู้ชายคนนี้โกรธแล้วเกลียดเราแล้วไม่ต้องมายุ่งกับเราอีก
สถานการณ์จึงกลายเป็นเราต้องมานั่งโทรศัพท์ทั้งวัน เพื่อฟังเสียงเงียบๆ อยู่ข้างๆ เค้าทั้งวัน
แต่ก็แค่วันเดียว เพราะเราทนไม่ได้กับการได้ยินเสียงเย็นชาแบบนั้น
ผู้ชายคนนี้โกรธเรา เกลียดเรา แต่ยังรับโทรศัพท์เราอยู่ เพื่อที่จะแสดงความเย็นชาใส่เรา
อีกวันนึงเราก็ส่งเมจเสจไปบอกว่าเราจะไม่โทรไปแล้วล่ะ ขอห่วงใยอยู่ห่างๆ แล้วกันแต่จะไม่หายไปไหนหรอก
แล้วเราก็ส่งเมจเสจให้กำลังใจเค้าทั้งวัน ช่างเหนื่อยเหลือเกิน อยากจะถอยออกมาแต่ก็ทำไม่ได้
สุดท้ายเราตัดสินใจเขียนจดหมายถึงเค้าในเฟซ ระบายทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมให้กำลังใจและข้อคิดมากมาย
รวมถึงคำขอโทษในสิ่งที่เราทำไป แล้วเราก็ตัดสินใจเดินออกจากความสัมพันธ์ครั้งนี้
เราเริ่มคิดได้ว่า ในเมื่อสิ่งที่เราทำให้เค้าๆไม่เห็นคุณค่าของเราๆก็ไม่ควรจะเสียเวลากับคนๆนี้
แต่ต่อให้เราร่ำลาเค้าขนาดนั้น แต่ในใจมันช่างเจ็บปวดซะเหลือเกินที่เห็นคนๆนี้เศร้า
แล้วอีกวันเค้าก็โทรมาหาเรา ในตอนแรกว่าจะไม่รับสาย คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรต้องคุยกันอีก
จนเค้าโทรมาหลายครั้งก็เลยรับ กลับกลายว่าน้ำเสียงเค้าดีขึ้นแล้วล่ะแต่ยังไม่ปกติ
เค้าบอกเราว่า เรายังเป็นเพื่อนกันได้นะไม่ว่าเราจะทำอะไรกับเค้า แต่เค้าก็จะยังอยู่รับฟังและเป็นที่ปรึกษาเหมือนเดิม
ความสัมพันธ์ของเค้ากับแฟนจบแล้วแต่แฟนเค้ายังให้โอกาสอยู่
ซึ่งเราก็ดีใจกับเค้าด้วยอย่างจริงใจ เรารู้สึกดีขึ้นมาจริงๆค่ะ รู้สึกเหมือนโลกนี้สดใสขึ้น
แล้วเราก็ขอร้องเค้าว่า รักน้องสาวคนนั้นให้มากๆนะ ทำอะไรก็ต้องคิดถึงคนรักของเค้าให้มากๆ จะได้ไม่ต้องเสียใจกันอีก
ผลของอดีตก็คือปัจจุบัน ที่เจ็บกันอยู่ ณ ตอนนี้เพราะอดีตที่ทำไม่ดีไว้
ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้เป็นแบบนี้อีกก็อย่ามีความลับหรือโกหกแฟนอีกเลยนะ ต่อให้เป็นการโกหกเพื่อให้สบายใจก็เหอะ
เราเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม ผู้หญิงทุกคนก็อยากได้ความจริงจากปากของคนที่รักค่ะ
เค้าก็รับปาก เรารู้สึกดีจริงๆ รู้สึกว่าเราเสร็จสิ้นภารกิจแล้วล่ะ เราควรจะไปจากเค้าแล้ว
ต่อจากนี้ไปก็คงต้องแล้วแต่เวรกรรมที่เค้าสองคนสร้างกันมาว่าจะกลับมาคบกันได้อีกมั้ย
เรื่องที่เล่านี้เกิดขึ้นสดๆร้อนๆเลยล่ะ เราเพิ่งสบายใจได้วันนี้เอง
เพื่อนๆรู้สึกยังไงบ้างคะ เราไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมและอะไร ทำให้เราเป็นแบบนี้
อาจจะเป็นกรรมเก่าที่เคยทำไว้กับผู้ชายคนนั้นก็ได้ แล้วเราต้องมาชดใช้กรรมให้เค้าในชาตินี้
แม้ว่าเราจะไม่แน่ใจว่าเราตัดสินใจถูกหรือผิดที่เล่าเรื่องนั้นให้น้องสาวคนนั้นฟัง แต่เรารู้สึกว่าเป็นการทำบุญ
ให้เค้าได้เลือกชีวิตของเค้า และได้รู้ว่าอนาคตเค้าจะเป็นยังไง
แต่ที่สำคัญคือ ความสัมพันธ์ของเรากับคนๆนั้นยังไม่ถูกเปิดเผยค่ะ แล้วเราทั้งคู่ก็ตัดสินใจว่า
จะเก็บเป็นความลับต่อไป ให้มันตายไปกับเรานี่ล่ะ เพราะมันเป็นอดีต
แต่ว่าถ้าบังเอิญเกิดเรื่องขึ้นมาให้คนที่เรารักรู้ เราก็คงต้องยอมรับผลกรรมที่เราทำไว้น่ะ่ล่ะ
แม้ตอนนี้เวลานี้เราจะยังลืมคนๆนั้นไม่ได้และยังเสียดายอยู่ลึกๆ ว่าเราจะต้องเสียอะไรบางอย่างไป
แต่เราก็รู้สึกว่าสักวันเราก็จะลืมได้ ต้องมีวันนั้นแน่นอน
เราไม่รู้ว่าเพื่อนๆ จะทนอ่านกันมาถึงตรงนี้รึเปล่านะ แต่ก็ขอบคุณค่ะ
สิ่งที่ยังไม่แน่ใจคือ เพื่อนๆคิดว่า เราทำถูกต้องมั้ยคะ เหมือนเรายังไม่แน่ใจว่าเราทำดีหรือเลวกันแน่
เหมือนยังคงค้างคาใจอยู่ เรายุ่งเรื่องของคนอื่นมากไปรึเปล่า
ขอบคุณค่ะ
เพราะเมื่อกลางวันเศร้ามากๆ แล้วค่อนข้างเขียนไม่รู้เรื่องเลย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว
เรื่องนี้ถือว่าเป็นความลับในชีวิตของเราก็ว่าได้ แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราจะไปปรึกษาใคร
และเรียกความมั่นใจได้จากที่ไหนดี เพราะมันเป็นเรื่องเลวร้ายสำหรับเราเลยทีเดียว
ผู้หญิงคนนึงซึ่งมีแฟนแล้ว คบกันมาแปดปี แฟนที่คบอยู่ด้วยนิสัยค่อนข้างก้าวร้าว เอาแต่ใจ
ให้อิสระกับเราเต็มที่ โทรหาแค่วันละครั้ง ไปไหนไม่เคยจู้จี้หรือถาม เหมือนไม่เอาใจใส่
แต่สิ่งที่สำคัญคือ เค้ารักเรามากๆซะจนสามารถทำทุกอย่างได้ เพื่อรักษาเราให้อยู่กับเค้าตลอดไป
แต่มาวันนึงเราได้รู้ัจักหนุ่มน้อยคนนึงผ่านสื่ออินเตอเนต ซึ่งอายุน้อยกว่าเราสี่ปี
ในตอนแรกรู้จักกัน
ก็แค่การพูดคุยหยอกล้อกันธรรมดา ผ่านไปสักระยะด้วยความที่ว่า
หนุ่มน้อยคนนี้แสนจะน่ารักเหลือเกิน เอาใจใส่ทุกอย่าง พูดเพราะและให้เกียรติ
ต่างคนมีปัญหาก็ปรึกษากันตลอด แล้วก็รู้ดีว่าต่างคนต่างมีคนรักกันอยู่แล้ว
แต่ด้วยเพราะเรื่องบางเรื่องเราก็ไม่สามารถคุยให้คนรักของเราฟังได้
กลายเป็นว่าเราสองคนรู้เรื่องของกันและกันมากมายมากกว่าคนรักเสียอีก
จนแล้วจนรอดหนุ่มสาวคู่นี้ก็ได้มาเจอกัน เราก็ไม่คิดว่าเราจะรู้สึกรักชอบหนุ่มน้อยคนนี้เลย
เพราะเรามีคนรักของเราอยู่แล้ว เราตั้งกำแพงหนามาก แต่สุดท้ายกำแพงนั้นก็พังลง
แล้วมารู้ตัวตอนที่ รักหนุ่มน้อย คนนั้นเข้าอย่างจัง
โชคชะตาหรือเวรกรรมก็ไม่รู้ ที่บ้านเรามีปัญหาอย่างหนัก เรารู้สึกว่า เรารับมันไม่ไหวแล้ว
เราจะต้องหนีไปที่ใดที่หนึ่งที่จะทำให้เราสบายใจขึ้น
แล้วเราก็ตัดสินใจหนีออกจากบ้านค่ะ แต่ก็เีขียนจดหมายทิ้งไว้ให้รู้ว่า สักวันเราจะกลับมา
กลายเป็นว่าเราอยากจะไปหาคนที่เราคุยด้วยแล้วสบายใจและเป็นที่ปรึกษาของเราตลอดมา
เราจึงตัดสินใจไปหาหนุ่มน้อยคนนั้น ตอนแรกเค้าก็โกรธเรามากที่เราหนีมาแบบนี้
แต่สุดท้ายเค้าก็ตัดสินใจว่า ยังดีกว่าเราหายไปเลยโดยที่เค้าไม่รู้
แล้วด้วยความที่ต่างคนต่างรู้สึกดีต่อกัน เราทั้งคู่ทำเรื่องที่เลวร้ายต่อคนรักของเรา
แต่ก็ตกลงกันว่า เราจะไม่มีการผูกมัดกันนะ เพราะต่างคนมีคนที่เราต้องรับผิดชอบความรู้สึกอยู่
หลังจากที่เราตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตปกติ คนรักของเราตามหาเราแทบพลิกแผ่นดิน
เค้าบอกเราว่าไม่ว่าเราจะหายไปไหน เค้าก็รับได้ ขอแค่เรายังอยากคบกับเค้าต่อก็พอ
ฟังแล้วรู้สึกยังไงคะ เรารู้สึกว่าเราไม่ควรทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นเลย
เราสำนึกผิดในสิ่งที่เราทำให้คุณแม่เราเสียใจจากการหนีออกจากบ้านและ
สำนึกผิดที่ทำผิดต่อคนรัก เราก็เลยไปถือศีลที่วัดอาทิตย์นึงเต็มๆ
ไม่รู้ว่าบาปจะลดลงบ้างมั้ย แต่สิ่งที่เราอยากจะให้เป็นคือ เราต้องการตัดหนุ่มน้อยคนนั้นออกไปจากใจเราแล้วล่ะ
เรารู้สึกว่า ถ้าเราปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ ยังคุยกันแบบนี้อยู่ สักวันเราคงถอนตัวไม่ได้จริงๆ
อีกอย่างคือ เราไม่อยากจะแย่งของๆใคร แล้วคงทนไม่ได้ถ้าเรารักเค้าแล้วเค้าไม่ได้ให้ความรักกลับมาเท่ากัน
การถือศีลครั้งนี้ดีจริงๆ นะคะ เราได้เดินจงกลมและนั่งวิปัสสนาอย่างจริงจัง
ได้คิดอะไรหลายๆอย่าง ทำให้เราอยากที่จะดึงตัวเองออกมาจากห้วงกิเลสสักที
หลังจากกลับมาแล้ว เราก็ดีขึ้น นึกถึงหนุ่มน้อยคนนั้นน้อยลง
แต่ทว่า หนุ่มน้อยคนนั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่ ยังคุยกันทุกวันเหมือนเดิม
จนเราเกือบจะกลับมาหลงเค้าอีกครั้ง แล้วสุดท้า่ยสวรรค์ก็เห็นใจเรา
อยู่ดีๆ เราอยากจะไปโพสต์คำว่า คิดถึง ในเฟซของเค้าในช่วงที่เค้าไปเที่ยวกับแฟนแล้วเราโทรหาเค้าไม่ได้
พอคนรักของเค้ามาเห็น สาวน้อยคนนั้นก็มาโวยวายในเฟซแล้วเริ่มมีสงครามกันเล็กๆ
สุดท้า่ยเราก็ลบคอมเม้นคิดถึงอันนั้นออกแล้วส่งเป็นเมจเสจไปหาหนุ่มน้อยคนนั้นแทน
จุดประสงค์คือ เพื่อบอกให้หนุ่มน้อยคนนี้ไปบอกแฟนว่า เราไม่ได้มีจุดประสงค์จะแย่งของๆใคร
แต่เหนือความคาดหมาย คนรักของเค้ามาอ่านแล้วเป็นคนตอบเรา
ก็เลยมีการสนทนากันเกิดขึ้น สุดท้ายแล้วก็เข้าใจกัน และกลายเป็นว่าน้องสาวคนนี้
ก็ยังคงเข้าใจว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกับหนุ่มน้อยคนนี้อย่างที่เค้าคิดไว้
แต่กลับกลายมาเป็นถามเราว่า เรารู้เรื่องคนรักของเค้าดีแค่ไหน แล้วบอกเค้าได้มั้ย
ณ ตอนนั้นไม่รู้ว่าเราคิดอะไรอยู่ เรานึกวิธีที่จะกำจัดผู้ชายคนนี้ออกจากชีวิตเราด้วยวิธีการนึง
คือ บอกความสัมพันธ์ของเรากับผู้ชายคนนี้ให้น้องสาวคนนั้นรู้สักที
อันที่จริงที่อยากจะบอกเพราะเราสงสารผู้หญิงคนนี้ด้วย เพราะโดนโกหกและปิดหูปิดตาตลอดเวลา
แต่สุดท้ายเราก็ตัดสินใจไม่บอกแล้วถอยกลับมา แต่เหมือนว่าน้องสาวคนนั้นยังค้างคาใจอยู่
จึงใช้เฟซตัวเองมาคุยกับเราพร้อมคำถามเดิมว่า รู้เรื่องคนรักของเค้ามั้ย เล่าให้ฟังหน่อยเถอะ
ด้วยความที่สงสารน้องคนนั้นมากๆ แล้วเราก็รู้ความลับมากมายที่เค้าไม่เคยบอกคนรักของเค้าเลย
ซึ่งเป็นเรื่องที่เลวร้ายทีเดียว ก็ถามกลับไปว่า น้องจะรับได้หรอคะ ฟังแล้วจะทำยังไง
แล้วทุกอย่างมันก็เป็นอดีต น้องจะอยากรับรู้มันเพื่ออะไรคะ รู้ไปก็เจ็บเปล่าๆ
แต่น้องเค้าก็ยังคงจะดึงดันที่จะรู้ สุดท้า่ยเราก็เล่าความลับอย่างนึงให้น้องเค้าฟัง
ว่าคนรักของเค้ามีสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยอยู่อย่างนึง คือ มีสัมพันธ์กับแฟนเพื่อนตัวเอง
เพื่อนๆรู้สึกยังไงคะ ถ้าเป็นเราๆคงจะอึ้งกันไปเลยทีเดียวและก็คงทำใจไม่ได้
ซึ่งน้องสาวคนนี้ก็เช่นกัน น้องเค้าก็ขอตัวไปคิดก่อน สุดท้า่ยเค้าสองคนก็เลิกกันค่ะ
แล้วหนุ่มน้อยคนนั้นก็รู้ด้วยว่า เราเป็นคนบอกเรื่องนี้ให้คนรักเค้ารู้ ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่าผลต้องออกมาแบบนี้
แต่เราก็ทำใจไว้แล้วล่ะ แล้วก็อยากให้เป็นแบบนี้ เพื่อที่ว่าเค้าจะได้ออกไปจากชีวิตเราได้ง่ายขึ้น
แต่พอรู้ว่าน้องสาวคนนั้นรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เรากลับเศร้าที่เค้าเลิกกันแหะ
เรารู้สึกว่าเราเป็นต้นเหตุ ทั้งๆีที่เราทำบุญกับผู้หญิงคนนึงให้ตาสว่างเสียที ให้รับรู้ว่าผู้ชายคนนี้โกหกเค้าตลอดเวลา
รู้ว่าผู้ชายคนนี้รักสาวน้อยคนนี้มาก แต่ว่ารักแล้วต้องโกหกเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจแบบนี้
มันดีหรอคะ โกหกเพื่อให้ตัวเองได้ทำสิ่งที่ชั่วร้ายแล้วแฟนไม่รู้จับไม่ได้น่ะหรอ
ถ้าแต่งงานกันไปจริงๆ มารู้กันทีหลัง แล้วเกิดปัญหามากกว่านี้ ชีวิตผู้หญิงคนนั้นจะเป็นยังไง
แต่กลับกลายเป็นว่า เรารู้สึกผิดที่ทำให้คู่รักเค้าต้องแยกทางกัน แล้วผู้ชายก็ทำตัวเหมือนโลกนี้ไ่ม่น่าอยู่แล้ว
น้ำเสียงเย็นชา ไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึก เปลี่ยนเป็นคนละคน
เรารู้สึกสงสารจนคิดว่า ที่เค้าต้องเลิกกันมันเป็นเพราะเรา
ต่างจากครั้งแรกที่เราคิดว่าถ้าเราบอกไปมันจะทำให้ผู้ชายคนนี้โกรธแล้วเกลียดเราแล้วไม่ต้องมายุ่งกับเราอีก
สถานการณ์จึงกลายเป็นเราต้องมานั่งโทรศัพท์ทั้งวัน เพื่อฟังเสียงเงียบๆ อยู่ข้างๆ เค้าทั้งวัน
แต่ก็แค่วันเดียว เพราะเราทนไม่ได้กับการได้ยินเสียงเย็นชาแบบนั้น
ผู้ชายคนนี้โกรธเรา เกลียดเรา แต่ยังรับโทรศัพท์เราอยู่ เพื่อที่จะแสดงความเย็นชาใส่เรา
อีกวันนึงเราก็ส่งเมจเสจไปบอกว่าเราจะไม่โทรไปแล้วล่ะ ขอห่วงใยอยู่ห่างๆ แล้วกันแต่จะไม่หายไปไหนหรอก
แล้วเราก็ส่งเมจเสจให้กำลังใจเค้าทั้งวัน ช่างเหนื่อยเหลือเกิน อยากจะถอยออกมาแต่ก็ทำไม่ได้
สุดท้ายเราตัดสินใจเขียนจดหมายถึงเค้าในเฟซ ระบายทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมให้กำลังใจและข้อคิดมากมาย
รวมถึงคำขอโทษในสิ่งที่เราทำไป แล้วเราก็ตัดสินใจเดินออกจากความสัมพันธ์ครั้งนี้
เราเริ่มคิดได้ว่า ในเมื่อสิ่งที่เราทำให้เค้าๆไม่เห็นคุณค่าของเราๆก็ไม่ควรจะเสียเวลากับคนๆนี้
แต่ต่อให้เราร่ำลาเค้าขนาดนั้น แต่ในใจมันช่างเจ็บปวดซะเหลือเกินที่เห็นคนๆนี้เศร้า
แล้วอีกวันเค้าก็โทรมาหาเรา ในตอนแรกว่าจะไม่รับสาย คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรต้องคุยกันอีก
จนเค้าโทรมาหลายครั้งก็เลยรับ กลับกลายว่าน้ำเสียงเค้าดีขึ้นแล้วล่ะแต่ยังไม่ปกติ
เค้าบอกเราว่า เรายังเป็นเพื่อนกันได้นะไม่ว่าเราจะทำอะไรกับเค้า แต่เค้าก็จะยังอยู่รับฟังและเป็นที่ปรึกษาเหมือนเดิม
ความสัมพันธ์ของเค้ากับแฟนจบแล้วแต่แฟนเค้ายังให้โอกาสอยู่
ซึ่งเราก็ดีใจกับเค้าด้วยอย่างจริงใจ เรารู้สึกดีขึ้นมาจริงๆค่ะ รู้สึกเหมือนโลกนี้สดใสขึ้น
แล้วเราก็ขอร้องเค้าว่า รักน้องสาวคนนั้นให้มากๆนะ ทำอะไรก็ต้องคิดถึงคนรักของเค้าให้มากๆ จะได้ไม่ต้องเสียใจกันอีก
ผลของอดีตก็คือปัจจุบัน ที่เจ็บกันอยู่ ณ ตอนนี้เพราะอดีตที่ทำไม่ดีไว้
ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้เป็นแบบนี้อีกก็อย่ามีความลับหรือโกหกแฟนอีกเลยนะ ต่อให้เป็นการโกหกเพื่อให้สบายใจก็เหอะ
เราเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม ผู้หญิงทุกคนก็อยากได้ความจริงจากปากของคนที่รักค่ะ
เค้าก็รับปาก เรารู้สึกดีจริงๆ รู้สึกว่าเราเสร็จสิ้นภารกิจแล้วล่ะ เราควรจะไปจากเค้าแล้ว
ต่อจากนี้ไปก็คงต้องแล้วแต่เวรกรรมที่เค้าสองคนสร้างกันมาว่าจะกลับมาคบกันได้อีกมั้ย
เรื่องที่เล่านี้เกิดขึ้นสดๆร้อนๆเลยล่ะ เราเพิ่งสบายใจได้วันนี้เอง
เพื่อนๆรู้สึกยังไงบ้างคะ เราไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมและอะไร ทำให้เราเป็นแบบนี้
อาจจะเป็นกรรมเก่าที่เคยทำไว้กับผู้ชายคนนั้นก็ได้ แล้วเราต้องมาชดใช้กรรมให้เค้าในชาตินี้
แม้ว่าเราจะไม่แน่ใจว่าเราตัดสินใจถูกหรือผิดที่เล่าเรื่องนั้นให้น้องสาวคนนั้นฟัง แต่เรารู้สึกว่าเป็นการทำบุญ
ให้เค้าได้เลือกชีวิตของเค้า และได้รู้ว่าอนาคตเค้าจะเป็นยังไง
แต่ที่สำคัญคือ ความสัมพันธ์ของเรากับคนๆนั้นยังไม่ถูกเปิดเผยค่ะ แล้วเราทั้งคู่ก็ตัดสินใจว่า
จะเก็บเป็นความลับต่อไป ให้มันตายไปกับเรานี่ล่ะ เพราะมันเป็นอดีต
แต่ว่าถ้าบังเอิญเกิดเรื่องขึ้นมาให้คนที่เรารักรู้ เราก็คงต้องยอมรับผลกรรมที่เราทำไว้น่ะ่ล่ะ
แม้ตอนนี้เวลานี้เราจะยังลืมคนๆนั้นไม่ได้และยังเสียดายอยู่ลึกๆ ว่าเราจะต้องเสียอะไรบางอย่างไป
แต่เราก็รู้สึกว่าสักวันเราก็จะลืมได้ ต้องมีวันนั้นแน่นอน
เราไม่รู้ว่าเพื่อนๆ จะทนอ่านกันมาถึงตรงนี้รึเปล่านะ แต่ก็ขอบคุณค่ะ
สิ่งที่ยังไม่แน่ใจคือ เพื่อนๆคิดว่า เราทำถูกต้องมั้ยคะ เหมือนเรายังไม่แน่ใจว่าเราทำดีหรือเลวกันแน่
เหมือนยังคงค้างคาใจอยู่ เรายุ่งเรื่องของคนอื่นมากไปรึเปล่า
ขอบคุณค่ะ
Discussion (6)
อะไรที่ผ่านมาแล้ว จะทำถูกทำผิด มันคือบทเรียนอ่ะค่ะ ถ้าถามว่าถูกหรือผิด คนเราต้องอยู่ใสภาวะนั้นอ่ะค่ะ แต่เราว่าคุณทำได้ดีทีเดียวนะ ^ ^ เอาใจช่วยค่ะ
ในมุมมองเราเรื่องของเค้าสองคนเราคงไม่ยุ่งอ่ะค่ะ ถ้าจะบอกคงบอกเป็นนัยๆแล้วให้เค้าไปไล่บี้กันเองมากกว่าอ่ะ
ไม่รู้สิ สำหรับเรานะ เป็นเราๆไม่บอกหรอกเพราะเป็นเรื่องของคนแค่สองคน
ไม่ว่าหนุ่มน้อยของ จขกท จะเก็บเป็นความลับหรือจะเล่าให้แฟนเค้าฟังมันก็เรื่องของเค้า
เราว่าปัจจุบันมันสำคัญกว่านะ ถ้าตอนนี้เค้ารักและซื่อสัตย์กับแฟนเค้าคนเดียว
เราก็ว่ามันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะบอก
เพราะต่อจากนี้ไปเราว่ามันคงไม่สนิทใจเหมือนเมื่อก่อนเพราะมันมีเรื่องให้ต้องระวังแล้วอ่ะ
แล้วอีกอย่างเราอยากให้ จขกท คิดถึงแฟนตัวเองให้มากๆอ่ะค่ะ
เพราะที่เล่ามานี่ส่วนมากมีแต่เรื่องหนุ่มน้อย
ต่อไปนี้ก็เดินออกมาแล้วหันมาใส่ใจคนรักของตัวเองดีกว่าค่ะ
เราเป็นกำลังใจให้นะ
ไม่ว่าหนุ่มน้อยของ จขกท จะเก็บเป็นความลับหรือจะเล่าให้แฟนเค้าฟังมันก็เรื่องของเค้า
เราว่าปัจจุบันมันสำคัญกว่านะ ถ้าตอนนี้เค้ารักและซื่อสัตย์กับแฟนเค้าคนเดียว
เราก็ว่ามันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะบอก
เพราะต่อจากนี้ไปเราว่ามันคงไม่สนิทใจเหมือนเมื่อก่อนเพราะมันมีเรื่องให้ต้องระวังแล้วอ่ะ
แล้วอีกอย่างเราอยากให้ จขกท คิดถึงแฟนตัวเองให้มากๆอ่ะค่ะ
เพราะที่เล่ามานี่ส่วนมากมีแต่เรื่องหนุ่มน้อย
ต่อไปนี้ก็เดินออกมาแล้วหันมาใส่ใจคนรักของตัวเองดีกว่าค่ะ
เราเป็นกำลังใจให้นะ
สื่งที่คุณทำไปเราว่า โอเคเลยนะคะ
สิ่งที่มันผ่านมาแล้ว อย่าเอาเก็บมาคิดมากนะคะ
ต่อไป คุณก็ไม่ต้องไปติดต่อกับผู้ชายคนนี้อีกเลยจะดีมาก ห่างๆ เค้าเข้าไว้
สู้ๆ ค่ะ
สิ่งที่มันผ่านมาแล้ว อย่าเอาเก็บมาคิดมากนะคะ
ต่อไป คุณก็ไม่ต้องไปติดต่อกับผู้ชายคนนี้อีกเลยจะดีมาก ห่างๆ เค้าเข้าไว้
สู้ๆ ค่ะ
เราว่าถูกต้องแล้วค่ะที่คุณถอยห่างออกมา
และก็ไม่ต้องไปคิดมากค่ะกับเรื่องที่คุณบอกสาวน้อยคนนั้นไป เพราะตอนนี้ผู้ชายกะสาวน้อยคนนั้นก็ไม่ได้ถือความเอาเรื่องเอาราวคุณ ก็ถือว่าไม่เป็นไรค่ะ
แต่ที่ต้องฉุกคิด คือเรื่องคุณมากกว่าค่ะ เกิดวันนึงจำเป็นให้แฟนต้องรู้ความลับนั้น ก็ควรบอกไปค่ะ เพราะคุณก็คงไม่อยากให้แฟนคุณต้องโดนปิดบัง เหมือนกับสาวน้อยคนนั้นเผชิญ จริงไหมคะ เราว่าคุณคงเหงา เพราะนิสัยของแฟนคุณแน่เลย ทั้งที่เขารักคุณมากมายขนาดนั้น
เราว่าเรื่องคนอื่น ผู้หญิงคนอื่น ผู้ชายคนอื่น ไม่ต้องไปคิดแล้วนะคะ ถ้าทำไม่ได้ก็ให้คิดแค่น้อยๆพอ ไม่ต้องไปกังวลมาก ที่ควรกลับมาคิดเยอะๆคือเรื่องคุณกับแฟนคุณค่ะ ถามใจตัวเองดูนะคะ ว่าคุณรักเขาแค่ไหน ต่อไปคุณจะไปหวั่นไหวจนเกิดความสัมพันธ์กับคนอื่นอีกหรือเปล่า หรือว่าคุณกลับตัวกลับใจได้แล้วจริงๆ
เพราะเขารักคุณเหนือกว่าสิ่งอื่นใด แต่ถ้ายังไงถ้าคุณยังไม่พอใจในตัวแฟนของคุณ เราว่าอันนี้ก็ต้องเลือกเดินชีวิตของตัวเองนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาคลายๆเรื่องเดิมอีก
แต่ถ้าคุณคิดได้แล้วจริงๆ ยินดีด้วยค่ะ ก็รักแฟนคุณแค่คนเดียวให้มากกว่าเดิมค่ะ
ส่วนเรื่องที่ปกปิดบังก็ใช้วิธี สถานการณ์เป็นตัวบิ๊วให้คุยกันได้แล้วกันค่ะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
และก็ไม่ต้องไปคิดมากค่ะกับเรื่องที่คุณบอกสาวน้อยคนนั้นไป เพราะตอนนี้ผู้ชายกะสาวน้อยคนนั้นก็ไม่ได้ถือความเอาเรื่องเอาราวคุณ ก็ถือว่าไม่เป็นไรค่ะ
แต่ที่ต้องฉุกคิด คือเรื่องคุณมากกว่าค่ะ เกิดวันนึงจำเป็นให้แฟนต้องรู้ความลับนั้น ก็ควรบอกไปค่ะ เพราะคุณก็คงไม่อยากให้แฟนคุณต้องโดนปิดบัง เหมือนกับสาวน้อยคนนั้นเผชิญ จริงไหมคะ เราว่าคุณคงเหงา เพราะนิสัยของแฟนคุณแน่เลย ทั้งที่เขารักคุณมากมายขนาดนั้น
เราว่าเรื่องคนอื่น ผู้หญิงคนอื่น ผู้ชายคนอื่น ไม่ต้องไปคิดแล้วนะคะ ถ้าทำไม่ได้ก็ให้คิดแค่น้อยๆพอ ไม่ต้องไปกังวลมาก ที่ควรกลับมาคิดเยอะๆคือเรื่องคุณกับแฟนคุณค่ะ ถามใจตัวเองดูนะคะ ว่าคุณรักเขาแค่ไหน ต่อไปคุณจะไปหวั่นไหวจนเกิดความสัมพันธ์กับคนอื่นอีกหรือเปล่า หรือว่าคุณกลับตัวกลับใจได้แล้วจริงๆ
เพราะเขารักคุณเหนือกว่าสิ่งอื่นใด แต่ถ้ายังไงถ้าคุณยังไม่พอใจในตัวแฟนของคุณ เราว่าอันนี้ก็ต้องเลือกเดินชีวิตของตัวเองนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาคลายๆเรื่องเดิมอีก
แต่ถ้าคุณคิดได้แล้วจริงๆ ยินดีด้วยค่ะ ก็รักแฟนคุณแค่คนเดียวให้มากกว่าเดิมค่ะ
ส่วนเรื่องที่ปกปิดบังก็ใช้วิธี สถานการณ์เป็นตัวบิ๊วให้คุยกันได้แล้วกันค่ะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ทุกคนล้วนแต่มีกรรมของตัวเองทั้งนั้น คิดสะว่า เราเคยทำกรรมกับเค้าไว้ ถึงได้มาเจอะเจอกัน
เพราะเราเชื่อว่า ทุกคนที่เกิดมา เจอกัน รู้จักกัน แม้กระทั่งคนรู้จัก มันไม่ใช่ความบังเอิญ แต่ชาติที่แล้วเคยทำกรรมร่วมกันมา ชาตินี้เลยเกิดมาเจอกันอีกค่ะ
อยากให้จขกท. ทำใจให้สบาย มากๆ อย่าคิดว่าตัวคนเดียวสิค้ะ :")