นิยายเรื่องนี้...เราทำถูกต้องแล้วใช่มั้ย

อันที่จริงเราตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่กลางวันแล้ว เขียนได้ไปครึ่งเรื่องก็ล้มเลิกความตั้งใจ

เพราะเมื่อกลางวันเศร้ามากๆ แล้วค่อนข้างเขียนไม่รู้เรื่องเลย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว

เรื่องนี้ถือว่าเป็นความลับในชีวิตของเราก็ว่าได้ แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราจะไปปรึกษาใคร

และเรียกความมั่นใจได้จากที่ไหนดี เพราะมันเป็นเรื่องเลวร้ายสำหรับเราเลยทีเดียว

ผู้หญิงคนนึงซึ่งมีแฟนแล้ว คบกันมาแปดปี แฟนที่คบอยู่ด้วยนิสัยค่อนข้างก้าวร้าว เอาแต่ใจ

ให้อิสระกับเราเต็มที่ โทรหาแค่วันละครั้ง ไปไหนไม่เคยจู้จี้หรือถาม เหมือนไม่เอาใจใส่

แต่สิ่งที่สำคัญคือ เค้ารักเรามากๆซะจนสามารถทำทุกอย่างได้ เพื่อรักษาเราให้อยู่กับเค้าตลอดไป

แต่มาวันนึงเราได้รู้ัจักหนุ่มน้อยคนนึงผ่านสื่ออินเตอเนต ซึ่งอายุน้อยกว่าเราสี่ปี

ในตอนแรกรู้จักกัน

ก็แค่การพูดคุยหยอกล้อกันธรรมดา ผ่านไปสักระยะด้วยความที่ว่า

หนุ่มน้อยคนนี้แสนจะน่ารักเหลือเกิน เอาใจใส่ทุกอย่าง พูดเพราะและให้เกียรติ

ต่างคนมีปัญหาก็ปรึกษากันตลอด แล้วก็รู้ดีว่าต่างคนต่างมีคนรักกันอยู่แล้ว

แต่ด้วยเพราะเรื่องบางเรื่องเราก็ไม่สามารถคุยให้คนรักของเราฟังได้

กลายเป็นว่าเราสองคนรู้เรื่องของกันและกันมากมายมากกว่าคนรักเสียอีก

จนแล้วจนรอดหนุ่มสาวคู่นี้ก็ได้มาเจอกัน เราก็ไม่คิดว่าเราจะรู้สึกรักชอบหนุ่มน้อยคนนี้เลย

เพราะเรามีคนรักของเราอยู่แล้ว เราตั้งกำแพงหนามาก แต่สุดท้ายกำแพงนั้นก็พังลง

แล้วมารู้ตัวตอนที่ รักหนุ่มน้อย คนนั้นเข้าอย่างจัง

โชคชะตาหรือเวรกรรมก็ไม่รู้ ที่บ้านเรามีปัญหาอย่างหนัก เรารู้สึกว่า เรารับมันไม่ไหวแล้ว

เราจะต้องหนีไปที่ใดที่หนึ่งที่จะทำให้เราสบายใจขึ้น

แล้วเราก็ตัดสินใจหนีออกจากบ้านค่ะ แต่ก็เีขียนจดหมายทิ้งไว้ให้รู้ว่า สักวันเราจะกลับมา

กลายเป็นว่าเราอยากจะไปหาคนที่เราคุยด้วยแล้วสบายใจและเป็นที่ปรึกษาของเราตลอดมา

เราจึงตัดสินใจไปหาหนุ่มน้อยคนนั้น ตอนแรกเค้าก็โกรธเรามากที่เราหนีมาแบบนี้

แต่สุดท้ายเค้าก็ตัดสินใจว่า ยังดีกว่าเราหายไปเลยโดยที่เค้าไม่รู้

แล้วด้วยความที่ต่างคนต่างรู้สึกดีต่อกัน เราทั้งคู่ทำเรื่องที่เลวร้ายต่อคนรักของเรา

แต่ก็ตกลงกันว่า เราจะไม่มีการผูกมัดกันนะ เพราะต่างคนมีคนที่เราต้องรับผิดชอบความรู้สึกอยู่

หลังจากที่เราตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตปกติ คนรักของเราตามหาเราแทบพลิกแผ่นดิน

เค้าบอกเราว่าไม่ว่าเราจะหายไปไหน เค้าก็รับได้ ขอแค่เรายังอยากคบกับเค้าต่อก็พอ

ฟังแล้วรู้สึกยังไงคะ เรารู้สึกว่าเราไม่ควรทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นเลย

เราสำนึกผิดในสิ่งที่เราทำให้คุณแม่เราเสียใจจากการหนีออกจากบ้านและ

สำนึกผิดที่ทำผิดต่อคนรัก เราก็เลยไปถือศีลที่วัดอาทิตย์นึงเต็มๆ

ไม่รู้ว่าบาปจะลดลงบ้างมั้ย แต่สิ่งที่เราอยากจะให้เป็นคือ เราต้องการตัดหนุ่มน้อยคนนั้นออกไปจากใจเราแล้วล่ะ

เรารู้สึกว่า ถ้าเราปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ ยังคุยกันแบบนี้อยู่ สักวันเราคงถอนตัวไม่ได้จริงๆ

อีกอย่างคือ เราไม่อยากจะแย่งของๆใคร แล้วคงทนไม่ได้ถ้าเรารักเค้าแล้วเค้าไม่ได้ให้ความรักกลับมาเท่ากัน

การถือศีลครั้งนี้ดีจริงๆ นะคะ เราได้เดินจงกลมและนั่งวิปัสสนาอย่างจริงจัง

ได้คิดอะไรหลายๆอย่าง ทำให้เราอยากที่จะดึงตัวเองออกมาจากห้วงกิเลสสักที

หลังจากกลับมาแล้ว เราก็ดีขึ้น นึกถึงหนุ่มน้อยคนนั้นน้อยลง

แต่ทว่า หนุ่มน้อยคนนั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่ ยังคุยกันทุกวันเหมือนเดิม

จนเราเกือบจะกลับมาหลงเค้าอีกครั้ง แล้วสุดท้า่ยสวรรค์ก็เห็นใจเรา 

อยู่ดีๆ เราอยากจะไปโพสต์คำว่า คิดถึง ในเฟซของเค้าในช่วงที่เค้าไปเที่ยวกับแฟนแล้วเราโทรหาเค้าไม่ได้

พอคนรักของเค้ามาเห็น สาวน้อยคนนั้นก็มาโวยวายในเฟซแล้วเริ่มมีสงครามกันเล็กๆ

สุดท้า่ยเราก็ลบคอมเม้นคิดถึงอันนั้นออกแล้วส่งเป็นเมจเสจไปหาหนุ่มน้อยคนนั้นแทน

จุดประสงค์คือ เพื่อบอกให้หนุ่มน้อยคนนี้ไปบอกแฟนว่า เราไม่ได้มีจุดประสงค์จะแย่งของๆใคร

แต่เหนือความคาดหมาย คนรักของเค้ามาอ่านแล้วเป็นคนตอบเรา

ก็เลยมีการสนทนากันเกิดขึ้น สุดท้ายแล้วก็เข้าใจกัน และกลายเป็นว่าน้องสาวคนนี้

ก็ยังคงเข้าใจว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกับหนุ่มน้อยคนนี้อย่างที่เค้าคิดไว้

แต่กลับกลายมาเป็นถามเราว่า เรารู้เรื่องคนรักของเค้าดีแค่ไหน แล้วบอกเค้าได้มั้ย

ณ ตอนนั้นไม่รู้ว่าเราคิดอะไรอยู่ เรานึกวิธีที่จะกำจัดผู้ชายคนนี้ออกจากชีวิตเราด้วยวิธีการนึง

คือ บอกความสัมพันธ์ของเรากับผู้ชายคนนี้ให้น้องสาวคนนั้นรู้สักที

อันที่จริงที่อยากจะบอกเพราะเราสงสารผู้หญิงคนนี้ด้วย เพราะโดนโกหกและปิดหูปิดตาตลอดเวลา

แต่สุดท้ายเราก็ตัดสินใจไม่บอกแล้วถอยกลับมา แต่เหมือนว่าน้องสาวคนนั้นยังค้างคาใจอยู่

จึงใช้เฟซตัวเองมาคุยกับเราพร้อมคำถามเดิมว่า รู้เรื่องคนรักของเค้ามั้ย เล่าให้ฟังหน่อยเถอะ

ด้วยความที่สงสารน้องคนนั้นมากๆ แล้วเราก็รู้ความลับมากมายที่เค้าไม่เคยบอกคนรักของเค้าเลย

ซึ่งเป็นเรื่องที่เลวร้ายทีเดียว ก็ถามกลับไปว่า น้องจะรับได้หรอคะ ฟังแล้วจะทำยังไง

แล้วทุกอย่างมันก็เป็นอดีต น้องจะอยากรับรู้มันเพื่ออะไรคะ รู้ไปก็เจ็บเปล่าๆ

แต่น้องเค้าก็ยังคงจะดึงดันที่จะรู้ สุดท้า่ยเราก็เล่าความลับอย่างนึงให้น้องเค้าฟัง

ว่าคนรักของเค้ามีสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยอยู่อย่างนึง คือ มีสัมพันธ์กับแฟนเพื่อนตัวเอง 

เพื่อนๆรู้สึกยังไงคะ ถ้าเป็นเราๆคงจะอึ้งกันไปเลยทีเดียวและก็คงทำใจไม่ได้

ซึ่งน้องสาวคนนี้ก็เช่นกัน น้องเค้าก็ขอตัวไปคิดก่อน สุดท้า่ยเค้าสองคนก็เลิกกันค่ะ

แล้วหนุ่มน้อยคนนั้นก็รู้ด้วยว่า เราเป็นคนบอกเรื่องนี้ให้คนรักเค้ารู้ ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่าผลต้องออกมาแบบนี้

แต่เราก็ทำใจไว้แล้วล่ะ แล้วก็อยากให้เป็นแบบนี้ เพื่อที่ว่าเค้าจะได้ออกไปจากชีวิตเราได้ง่ายขึ้น

แต่พอรู้ว่าน้องสาวคนนั้นรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เรากลับเศร้าที่เค้าเลิกกันแหะ

เรารู้สึกว่าเราเป็นต้นเหตุ ทั้งๆีที่เราทำบุญกับผู้หญิงคนนึงให้ตาสว่างเสียที ให้รับรู้ว่าผู้ชายคนนี้โกหกเค้าตลอดเวลา

รู้ว่าผู้ชายคนนี้รักสาวน้อยคนนี้มาก แต่ว่ารักแล้วต้องโกหกเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจแบบนี้

มันดีหรอคะ โกหกเพื่อให้ตัวเองได้ทำสิ่งที่ชั่วร้ายแล้วแฟนไม่รู้จับไม่ได้น่ะหรอ

ถ้าแต่งงานกันไปจริงๆ มารู้กันทีหลัง แล้วเกิดปัญหามากกว่านี้ ชีวิตผู้หญิงคนนั้นจะเป็นยังไง

แต่กลับกลายเป็นว่า เรารู้สึกผิดที่ทำให้คู่รักเค้าต้องแยกทางกัน แล้วผู้ชายก็ทำตัวเหมือนโลกนี้ไ่ม่น่าอยู่แล้ว

น้ำเสียงเย็นชา ไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึก เปลี่ยนเป็นคนละคน

เรารู้สึกสงสารจนคิดว่า ที่เค้าต้องเลิกกันมันเป็นเพราะเรา

ต่างจากครั้งแรกที่เราคิดว่าถ้าเราบอกไปมันจะทำให้ผู้ชายคนนี้โกรธแล้วเกลียดเราแล้วไม่ต้องมายุ่งกับเราอีก

สถานการณ์จึงกลายเป็นเราต้องมานั่งโทรศัพท์ทั้งวัน เพื่อฟังเสียงเงียบๆ อยู่ข้างๆ เค้าทั้งวัน

แต่ก็แค่วันเดียว เพราะเราทนไม่ได้กับการได้ยินเสียงเย็นชาแบบนั้น

ผู้ชายคนนี้โกรธเรา เกลียดเรา แต่ยังรับโทรศัพท์เราอยู่ เพื่อที่จะแสดงความเย็นชาใส่เรา

อีกวันนึงเราก็ส่งเมจเสจไปบอกว่าเราจะไม่โทรไปแล้วล่ะ ขอห่วงใยอยู่ห่างๆ แล้วกันแต่จะไม่หายไปไหนหรอก

แล้วเราก็ส่งเมจเสจให้กำลังใจเค้าทั้งวัน ช่างเหนื่อยเหลือเกิน อยากจะถอยออกมาแต่ก็ทำไม่ได้

สุดท้ายเราตัดสินใจเขียนจดหมายถึงเค้าในเฟซ ระบายทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมให้กำลังใจและข้อคิดมากมาย

รวมถึงคำขอโทษในสิ่งที่เราทำไป แล้วเราก็ตัดสินใจเดินออกจากความสัมพันธ์ครั้งนี้

เราเริ่มคิดได้ว่า ในเมื่อสิ่งที่เราทำให้เค้าๆไม่เห็นคุณค่าของเราๆก็ไม่ควรจะเสียเวลากับคนๆนี้

แต่ต่อให้เราร่ำลาเค้าขนาดนั้น แต่ในใจมันช่างเจ็บปวดซะเหลือเกินที่เห็นคนๆนี้เศร้า

แล้วอีกวันเค้าก็โทรมาหาเรา ในตอนแรกว่าจะไม่รับสาย คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรต้องคุยกันอีก

จนเค้าโทรมาหลายครั้งก็เลยรับ กลับกลายว่าน้ำเสียงเค้าดีขึ้นแล้วล่ะแต่ยังไม่ปกติ

เค้าบอกเราว่า เรายังเป็นเพื่อนกันได้นะไม่ว่าเราจะทำอะไรกับเค้า แต่เค้าก็จะยังอยู่รับฟังและเป็นที่ปรึกษาเหมือนเดิม

ความสัมพันธ์ของเค้ากับแฟนจบแล้วแต่แฟนเค้ายังให้โอกาสอยู่

ซึ่งเราก็ดีใจกับเค้าด้วยอย่างจริงใจ เรารู้สึกดีขึ้นมาจริงๆค่ะ รู้สึกเหมือนโลกนี้สดใสขึ้น

แล้วเราก็ขอร้องเค้าว่า รักน้องสาวคนนั้นให้มากๆนะ ทำอะไรก็ต้องคิดถึงคนรักของเค้าให้มากๆ จะได้ไม่ต้องเสียใจกันอีก

ผลของอดีตก็คือปัจจุบัน ที่เจ็บกันอยู่ ณ ตอนนี้เพราะอดีตที่ทำไม่ดีไว้

ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้เป็นแบบนี้อีกก็อย่ามีความลับหรือโกหกแฟนอีกเลยนะ ต่อให้เป็นการโกหกเพื่อให้สบายใจก็เหอะ

เราเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม ผู้หญิงทุกคนก็อยากได้ความจริงจากปากของคนที่รักค่ะ

เค้าก็รับปาก เรารู้สึกดีจริงๆ รู้สึกว่าเราเสร็จสิ้นภารกิจแล้วล่ะ เราควรจะไปจากเค้าแล้ว

ต่อจากนี้ไปก็คงต้องแล้วแต่เวรกรรมที่เค้าสองคนสร้างกันมาว่าจะกลับมาคบกันได้อีกมั้ย

เรื่องที่เล่านี้เกิดขึ้นสดๆร้อนๆเลยล่ะ เราเพิ่งสบายใจได้วันนี้เอง

เพื่อนๆรู้สึกยังไงบ้างคะ เราไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมและอะไร ทำให้เราเป็นแบบนี้

อาจจะเป็นกรรมเก่าที่เคยทำไว้กับผู้ชายคนนั้นก็ได้ แล้วเราต้องมาชดใช้กรรมให้เค้าในชาตินี้

แม้ว่าเราจะไม่แน่ใจว่าเราตัดสินใจถูกหรือผิดที่เล่าเรื่องนั้นให้น้องสาวคนนั้นฟัง แต่เรารู้สึกว่าเป็นการทำบุญ

ให้เค้าได้เลือกชีวิตของเค้า และได้รู้ว่าอนาคตเค้าจะเป็นยังไง

แต่ที่สำคัญคือ ความสัมพันธ์ของเรากับคนๆนั้นยังไม่ถูกเปิดเผยค่ะ แล้วเราทั้งคู่ก็ตัดสินใจว่า

จะเก็บเป็นความลับต่อไป ให้มันตายไปกับเรานี่ล่ะ เพราะมันเป็นอดีต

แต่ว่าถ้าบังเอิญเกิดเรื่องขึ้นมาให้คนที่เรารักรู้ เราก็คงต้องยอมรับผลกรรมที่เราทำไว้น่ะ่ล่ะ

แม้ตอนนี้เวลานี้เราจะยังลืมคนๆนั้นไม่ได้และยังเสียดายอยู่ลึกๆ ว่าเราจะต้องเสียอะไรบางอย่างไป

แต่เราก็รู้สึกว่าสักวันเราก็จะลืมได้ ต้องมีวันนั้นแน่นอน

เราไม่รู้ว่าเพื่อนๆ จะทนอ่านกันมาถึงตรงนี้รึเปล่านะ แต่ก็ขอบคุณค่ะ

สิ่งที่ยังไม่แน่ใจคือ เพื่อนๆคิดว่า เราทำถูกต้องมั้ยคะ เหมือนเรายังไม่แน่ใจว่าเราทำดีหรือเลวกันแน่

เหมือนยังคงค้างคาใจอยู่ เรายุ่งเรื่องของคนอื่นมากไปรึเปล่า

ขอบคุณค่ะ


Discussion (6)

สำหรับเรา เราคิดว่า การนอกใจมันมีเหตุมาจาก ความไม่ใส่ใจ * มากกว่าค่ะ ผู้หญิงทุกคนต้องการให้คนรักสนใจเรามากๆ อยู่แล้ว ... แต่สิ่งที่ จขกท. ทำ มันอาจจะเป็นเพราะ อารมณ์ สถานการพาไป ถ้ารู้ว่าตัวเองทำผิด แล้วเลิกทำแบบนั้น ก็ดีแล้วค่ะ คนเราผิดพลาดกันได้ ไม่มีอะไรสายไปสำหรับการสำนึกผิดแล้วมาทำดีเหมือนเดิม

ทุกคนล้วนแต่มีกรรมของตัวเองทั้งนั้น คิดสะว่า เราเคยทำกรรมกับเค้าไว้ ถึงได้มาเจอะเจอกัน
เพราะเราเชื่อว่า ทุกคนที่เกิดมา เจอกัน รู้จักกัน แม้กระทั่งคนรู้จัก มันไม่ใช่ความบังเอิญ แต่ชาติที่แล้วเคยทำกรรมร่วมกันมา ชาตินี้เลยเกิดมาเจอกันอีกค่ะ

อยากให้จขกท. ทำใจให้สบาย มากๆ อย่าคิดว่าตัวคนเดียวสิค้ะ :")

อะไรที่ผ่านมาแล้ว จะทำถูกทำผิด มันคือบทเรียนอ่ะค่ะ ถ้าถามว่าถูกหรือผิด คนเราต้องอยู่ใสภาวะนั้นอ่ะค่ะ แต่เราว่าคุณทำได้ดีทีเดียวนะ ^ ^ เอาใจช่วยค่ะ

ในมุมมองเราเรื่องของเค้าสองคนเราคงไม่ยุ่งอ่ะค่ะ ถ้าจะบอกคงบอกเป็นนัยๆแล้วให้เค้าไปไล่บี้กันเองมากกว่าอ่ะ

 ไม่รู้สิ สำหรับเรานะ เป็นเราๆไม่บอกหรอกเพราะเป็นเรื่องของคนแค่สองคน
ไม่ว่าหนุ่มน้อยของ จขกท จะเก็บเป็นความลับหรือจะเล่าให้แฟนเค้าฟังมันก็เรื่องของเค้า
เราว่าปัจจุบันมันสำคัญกว่านะ ถ้าตอนนี้เค้ารักและซื่อสัตย์กับแฟนเค้าคนเดียว
เราก็ว่ามันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะบอก
เพราะต่อจากนี้ไปเราว่ามันคงไม่สนิทใจเหมือนเมื่อก่อนเพราะมันมีเรื่องให้ต้องระวังแล้วอ่ะ
แล้วอีกอย่างเราอยากให้ จขกท คิดถึงแฟนตัวเองให้มากๆอ่ะค่ะ
เพราะที่เล่ามานี่ส่วนมากมีแต่เรื่องหนุ่มน้อย
ต่อไปนี้ก็เดินออกมาแล้วหันมาใส่ใจคนรักของตัวเองดีกว่าค่ะ
เราเป็นกำลังใจให้นะ



สื่งที่คุณทำไปเราว่า โอเคเลยนะคะ
สิ่งที่มันผ่านมาแล้ว อย่าเอาเก็บมาคิดมากนะคะ
ต่อไป คุณก็ไม่ต้องไปติดต่อกับผู้ชายคนนี้อีกเลยจะดีมาก ห่างๆ เค้าเข้าไว้
สู้ๆ ค่ะ
เราว่าถูกต้องแล้วค่ะที่คุณถอยห่างออกมา
และก็ไม่ต้องไปคิดมากค่ะกับเรื่องที่คุณบอกสาวน้อยคนนั้นไป เพราะตอนนี้ผู้ชายกะสาวน้อยคนนั้นก็ไม่ได้ถือความเอาเรื่องเอาราวคุณ ก็ถือว่าไม่เป็นไรค่ะ
แต่ที่ต้องฉุกคิด คือเรื่องคุณมากกว่าค่ะ เกิดวันนึงจำเป็นให้แฟนต้องรู้ความลับนั้น ก็ควรบอกไปค่ะ เพราะคุณก็คงไม่อยากให้แฟนคุณต้องโดนปิดบัง เหมือนกับสาวน้อยคนนั้นเผชิญ จริงไหมคะ เราว่าคุณคงเหงา เพราะนิสัยของแฟนคุณแน่เลย ทั้งที่เขารักคุณมากมายขนาดนั้น

เราว่าเรื่องคนอื่น ผู้หญิงคนอื่น ผู้ชายคนอื่น ไม่ต้องไปคิดแล้วนะคะ ถ้าทำไม่ได้ก็ให้คิดแค่น้อยๆพอ ไม่ต้องไปกังวลมาก ที่ควรกลับมาคิดเยอะๆคือเรื่องคุณกับแฟนคุณค่ะ ถามใจตัวเองดูนะคะ ว่าคุณรักเขาแค่ไหน ต่อไปคุณจะไปหวั่นไหวจนเกิดความสัมพันธ์กับคนอื่นอีกหรือเปล่า หรือว่าคุณกลับตัวกลับใจได้แล้วจริงๆ

เพราะเขารักคุณเหนือกว่าสิ่งอื่นใด แต่ถ้ายังไงถ้าคุณยังไม่พอใจในตัวแฟนของคุณ เราว่าอันนี้ก็ต้องเลือกเดินชีวิตของตัวเองนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาคลายๆเรื่องเดิมอีก
แต่ถ้าคุณคิดได้แล้วจริงๆ ยินดีด้วยค่ะ ก็รักแฟนคุณแค่คนเดียวให้มากกว่าเดิมค่ะ
ส่วนเรื่องที่ปกปิดบังก็ใช้วิธี สถานการณ์เป็นตัวบิ๊วให้คุยกันได้แล้วกันค่ะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ