เรื่องของสุนัขจรจัดกับโรงบาลสัตว์ที่ไว้วางใจไม่ได้

d-o_o-b

d-o_o-b

ดู Profile

ในวันที่ 13 สิงหาคม 2554 ในช่วงเช้า กิฟกับเพื่อนขับรถผ่านถนนเสนานิคม 1 กำลังจะหาข้าวทาน ตอนแรกกิฟก็นอนหลับในรถดีๆ ได้ยินเสียงหมาร้อง จึงบอกเพื่อนให้จอดรถ เห็นภาพสุนัขสีดำ นอนหายใจเบาๆ กับคน 4-5 คน จากฝั่งตรงข้าม มองสุนัขโดยไม่ทำอะไรเลย กิฟจึงตัดสินใจวิ่งไปดูยังเห็นว่ามันหายใจอยู่ จึงวิ่งไปหากลุ่มคนนั้นถามว่ารถอะไรชนมันคะ พี่เค้าบอกว่า ก็ไม่รู้ ได้ยินเสียงจึงเดินออกมาดู โดนชนได้สักพักแล้ว กิฟจึงถามอีกว่ามีผ้าหรืออะไรห่มน้องเค้ามั้ย เค้าถามด้วยความสงสัยว่า จะพาไปโรงพยาบาลหรอ กิฟตอบว่าค่ะ พี่ผู้ชายคนนึงได้ผ้ามา ก็ดันเอามาคลุมทั้งตัวมัน ในตอนนั้นคิดในใจว่าจะคลุมทำไม เลยถามว่าคลุมแบบนั้นมันจะหายใจออกหรือคะ พี่เค้าบอกว่า มันจะตายอยู่แล้ว นี่มันก็โดนชนมาก่อนนี้แล้ว กิฟบอกว่ายังไงก็ต้องพามันไปค่ะ พี่เค้าก็มัวแต่มองพิกัดหามุมจะอุ้มมันอยู่ จนกิฟทนไม่ไหว บอกพี่เค้าว่ารีบอุ้มเถอะค่ะ เดี๋ยวมันก็ได้ตายจริงๆ พี่เค้าบอกว่า มันไส้ไหลแล้วนะ ไม่รอดหรอก จึงตอกกลับไปว่าถ้ามันจะตายให้มันตายคามือพี่ดีกว่าค่ะ ดีกว่าให้นอนตายแบบนี้ พี่เค้าจึงตัดสินใจอุ้มให้ พวกเรารีบพาไปคลินิก ปฐมพยาบาลก่อน พี่หมอใจดีมาก รีบให้น้ำเกลือกับยาห้ามเลือด แถมโอ๋เจ้า สีนิล( มีพี่คนนึงตั้งให้ค่ะ) พี่หมอบอกว่า เจ้าสีนิลเป็นหมาที่น่ารักมาก เป็นหมาดี แถมอายุประมาณ 4เดือน เท่านั้นเอง จากนั้นพี่หมอก็บอกว่า ขาหมาหัก อาจต้องผ่าตัด คงราวๆเป็นหมื่น แต่พี่หมอไม่มีเครื่อง x-ray ไม่สามารถช่วยได้ในด้านนี้ พวกเราเองก็นักศึกษา ไม่ได้มีงานการทำ ตอนช่วยก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องเงินทองอะไรเลย หมอเลยหาทางออกให้ว่า ลองไปที่โรงพยาบาลสัตว์เกษตรศาสตร์ดู ที่นั่นมีมูลนิธิเพื่อสุนัขจรจัดอยู่ อาจลดค่ารักษาได้พี่หมอบอกว่าเราต้องรีบพามันไปแล้ว มันเสียเลือดมานานแล้ว เราสองคนก็รีบพากันไป พอไปถึง เค้าก็ให้ออกซิเจนมา เราก็ดีใจว่าถึงมือหมอแล้ว สีนิลคงไม่เป็นอะไรแล้ว ประมาณชั่วโมงสีนิลก็มีอาการจะลุก เราก็นึกว่าคงเริ่มดีขึ้นแล้ว คุณหมอก็ให้เราขึ้นไปคุยชั้นสองห้องผ่าตัดเกี่ยวกับกระดูกมัน ตอนนั้นก็เหลือแค่กิฟคนเดียว เพื่อนอีกคนกำลังเอารถไปล้างรอยเลือดอยู่ ไม่มีใครเฝ้าเจ้าสีนิล ตอนที่คุยกับหมอ เค้าบอกว่า เจ้าสีนิลมีเลือดออกที่ปอดมาก แล้วกระดูกขาซ้ายด้านหักหลุดเลย ในภาพฟิล์มนั้นกระดูกหลายส่วนยังไม่ต่อกันสนิทเลย น้องเค้าเด็กมาก หมอนัดมาดู วันที่ 18 สิงหาคมต่อ แล้วให้กิฟลงไปดูเจ้าสีนิลปรากฏว่าหายไปแล้ว นึกว่าหมอคงจะดูอยู่ หมอให้กิฟเข้าไปดูเจ้าสีนิล เจ้าสีนิลสำลักเป็นเลือด เยอะมากกว่า ถุงเลือดบริจาคของคนเสียอีก กิฟแทบช๊อค เพราะมันเป็นสุนัขที่ฉลาด มันไม่ยอมให้กิฟลุกไปไหนเลย มันนั่งมองหน้ากิฟตลอด อีกพักหนึ่ง หมอก็ให้กิฟไปหาสุนัข ไม่เกิน 8ปี น้ำหนักไม่ต่ำกว่า20 กิโลกรัม แล้วต้องแข็งแรงด้วย กิฟจิตตกมาก ไม่รู้จะทำยังไง ไม่เคยเจอเหตุการณ์นี้มาก่อน กิฟจึงลองถาม พี่ที่เคาท์เตอร์ว่าทำไงดีคะ หาเลือกจากที่ไหนได้บ้าง พี่เค้าก็ให้กระดาษมา ใช้ปากกาเน้นข้อความมาขีด แล้วยื่นให้กิฟ คุณหมอก็ให้ตัวอย่างเลือดกิฟมาด้วยหนึ่งหลอด คาดว่า ไม่เกิน 1cc ด้วยซ้ำ มีพี่คนหนึงชื่อพี่ตาลแนะนำสถานที่ที่มีสุนัขพร้อมบริจาคเลือดเยอะแยะมากมาย สุดท้ายกิฟก็หาได้ที่ โรงพยาบาลสัตว์กม 8 ตอนที่คุณหมอบอกให้ไปหา ก็ประมาณเที่ยงแล้ว กว่าจะไปถึงกม 8 ต้องเทสเลือดอีก1ชั่วโมง แถมยังบอกว่า ให้เลือดมาแค่นี้ เทสได้แค่ 2ครั้งเท่านั้น ใจก็หายอีก ทั้งที่น่าจะรู้ว่าการเทสมันต้องใช้เลือดเท่าไหร่ ทำไมหมอให้แค่นั้น แต่ตอนนั้นก็ภาวนาขอให้ได้ผลด้วย ก็ถือเป็นความโชคดีที่ว่า เทสผ่าน ได้เลือดมา400cc ก็รีบกลับทันที เราก็เริ่มวางใจ เพราะหมอทางโรงพยาบาลบอกว่า แค่200ccก่อน แต่ได้มาจากกกว่านั้น พี่เก่งก็สบายใจ เตรียมรับมันเป็นสมาชิกในครอบครัว พี่เก่งขอตัวกลับไปหาคุณพ่อ คุยเรื่องน้องสีนิลต่อไป ด้วยความคิดที่ว่าโชคดีจริงที่คุณหมอบอกว่า มีกรงว่างให้น้องหมาได้พัก ให้กรอกข้อมูลก่อน และในวันนี้เราก็ต้องจ่ายค่ารักษาไปก่อน อีกวันหนึ่งจึงขอกองทุนให้ เราก็กำลังจะกรอกหน้าแรกเสร็จ คุณหมอเดินมาอีกครั้ง บอกว่าน้องเค้าหัวใจหยุดเต้นรอบที่ 2 แล้ว ไอเราก็นึกถึงคำก๋งสอน ถ้าเค้าจะไปก็อย่าไปยื้อเขาเลย ทรมานเปล่าๆ ก็เลยต้องปล่อยให้เค้าหยุดปั๊มหัวใจ ตอนนั้นพี่เก่งไม่ทันจะถึงบ้านเลย พี่เก่งเสียใจมาก ร้องไห้ฟูมฟาย เราก็ไม่รู้จะทำไง เข้าประเด็นละ หลังจากที่สีนิลเสียแล้ว คุณหมอก็ให้เราจ่ายเงิน 3200 บาท แล้วให้รับสีนิลกลับถ้าไม่เอากลับก็จ่ายเงินเพิ่มอีก ทางเราเองก็ไม่สามารถเอากลับได้ในทันที เพราะพี่เก่งก็ยังเสียใจร้องไห้เราก็ไม่มีรถ ก็ต้องกลับ taxi เลยฝากหมอไว้ก่อนแล้วจะมารับ หมอคงกังวลว่าเราจะทิ้งน้องไป รีบถามว่าจะมารับกี่โมง เราก็บอกว่า คงไม่เกินชั่วโมง ขนาดว่าบอกไปแล้วว่าไม่เกินชั่วโมงจะมารับ ก็ยังโทรมาจี้เราอีก ทางบ้านเราก็ไม่พอใจใหญ่ ด้วยเหตุผลว่า - ทำไมทางโรงพยาบาลไม่ช่วยเราบ้างทั้งที่เราก็เป็นนักศึกษาไม่มีรายได้ และ ทางโรงพยาบาลก็มีมูลนิธิพระราชทานเพื่อสุนัขจรจัด - ทำไมทางโรงพยาบาลไม่ให้เราหาเลือดให้ตั้งแต่ตอนที่นำส่งโรงพยาบาลจะได้หาทันท่วงที - ทำไมทางโรงพยาบาลไม่มีระบบในการจัดหาหรือช่วยเหลือเลย ถ้าหากเราหาเลือดไม่ได้มันก็ตายแค่นั้นเอง... ตั้งแต่เวลาก่อน 9 นาฬิกาด้วยซ้ำที่น้องเค้าถูกรถชน โดยมีคน 4-5 คนยืนมองรอมันตาย กว่าจะรู้ว่าต้องหาเลือดมาให้ก็ตอนเที่ยง กว่าจะเทสเลือด หาเลือด จนถึงได้เลือดก็ปาเข้าไป บ่าย2กว่า จนสุดท้าย น้องเค้าก็จากไป ข้อคิดเตือนใจฝากไว้ ประเทศไทย หาคำว่าพลเมืองดีได้ยาก หากรู้ว่าถ้าทำแล้วต้องลำบากตัวขนาดไหน สุนัขตัวนึงนอนโดนรถชน ห่างจากคลินิกสัตว์ไม่เกิน 500 เมตร ยังไม่ยอมพาไปส่ง ยืนดูได้นานสองนาน พอเราจะพาไปโรงพยาบาล ยังทำเราเป็นพวกประหลาด มีหน้ามาถาม จะพาไปโรงพยาบาลหรอ... พวกไทยมุงสบายค่ะ ยืนดูมันนอนขอความช่วยเหลือ รอดูมันนอนตาย เราพลเมืองดี รีบพาส่ง ต้องเสียทั้งเวลา และค่าใช้จ่าย ทุกประการ ไม่เป็นที่แปลกใจเลยค่ะ ที่ประเทศไทยไม่เดินหน้า เพราะมีแต่ผู้ตาม ไม่มีผู้นำ ไม่มีพลเมืองที่กล้าพอ อันที่จริงก็อยากเอาไปโพสต์ใน pantip แต่ก็ไม่มีชื่อสมาชิกสมัครไว้ ก็ฝากทิ้งไว้ที่นี่ละกันค่ะ ตอนนี้น้องสีนิล หลับสบายอยู่ใต้ต้นมะม่วงข้างบ้าน เค้าเป็นหมาที่ดำสนิท หูตั้งครึ่งตกครึง ตาสวยเพศเมีย 4เดือน เขี้ยวขึนเล็กๆ ฟันหน้าขึ้นซี่เดียว น่ารักน่าเอ็นดูเลยล่ะค่ะ ปล. วิธีแปะรูปลงบนกระทุ้ ภาพมันหายไปไม่รู้วิธีลงรูปอ่ะค่ะ อาศัยเว็ปต์อื่นก่อน ขออภัยด้วยค่ะ
ตอนแรกตั้งใจถ่ายเพื่อจะขอเรี่ยไรช่วยน้องเค้าค่ะ แต่ตอนนี้คงได้แค่ที่ระลึกเท่านั้นเอง

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย