สองป้าพาเที่ยว: ตอนที่ 2 มาเก๊า เดินจนเป็นเก๊า

กุ๊ดจัง

กุ๊ดจัง

ดู Profile

 จากตอนที่แล้ว https://www.jeban.com/viewtopic.php?t=114019 

เราใช้เวลา ชม.กว่าๆ ก่อนจะมาโผล่ที่ Macau Ferry Terminal ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง โน่นนี่ นั่น จนได้ออกมาจากท่าเรือ

เดินออกมาปุ๊บ อาจจะเจออาแปะ เอาแผนที่มายัดใส่มือ ละชวนไปด้วย ไม่หล่อ ก็อย่าเดินตามไป รับแผนที่ฟรีมา ละชิ่งหนีเข้าห้องน้ำหญิงไปเลย...(แนะนำดีไม๊ ฮ่าๆๆๆ)

ห้องน้ำ สภาพเริ่มใกล้เคียงนิยาม ส้วมจีน รำไรๆ ขนาดในท่าเรือนะเนี่ย ยังเป็นแบบนี้ เตรียมใจไว้ก่อน ฮึ่ก.....(เสียงขมิบ)

ออกมาจาก terminal ตามป้ายที่เขียนว่า bus มา

ยืนหันหน้าเข้า(ซ้าย)......ยืนหันหน้าออก(ขวา) มองไปทางขวา ลิบๆ นั่นคือป้ายรถเมล์


เดินตามคุณน้องกระโปรงลาย กะคุณพี่เสื้อสก็อตไปที่ป้ายรถเมล์


ณ จุดนี้ สองป้ามัวแต่เป็น งึกๆงักๆ มันเป็นงึกๆงักๆ คุณน้องกระโปรงลายกะพี่ลายสก็อตหายไปแล้ว อดตามเลย...T-T (ป้ากุ้งคงด่าในใจ ตามเค้าไปอีกแล้วอินี่ ฮ่าๆๆๆ)


ป้ายนี่ ก็ไม่ช่วยอะไรเท่าไหร่ มีรถเมล์ให้ขึ้นมากมายหลายสายเหลือเกิน แล้วอันไหน อ้อม อันไหนไม่อ้อม มันจะพาเราไปไหน ใช้ถนนไหน ผ่านอะไรบ้าง ไม่ได้ช่วยให้นึกภาพเส้นทางออก หรือเทียบกับสถานที่ต่างๆในแผนที่ได้เท่าไหร่นัก


เรื่องของเรื่องคือ กลัวอ้อม และ แทกซี่ไม่ใช่คำตอบทุกอย่างของชีวิต...แน๊..หยิ่งอีกนะ นาทีนี้ สวยเลือกได้ (15 นาทีผ่านไปหลังจากนี้ เริ่มรู้สึกว่า รู้งี้ขึ้นแทกซี่ดีกว่านะ งกไม่ใช่เรื่อง)


ฝั่งตรงข้าม ลิบๆ นั่นคือรถของคาสิโนต่างๆ ถ้าออกมาจาก terminal ให้ลง subway (ทางข้ามใต้ดิน มิใช่รถไฟใต้ดินแต่อย่างใด) ไปโผล่ฝั่งโน้น แล้วเลือกขึ้นตามอัธยาศัย สำหรับคนที่จะไปคาสิโน


รถเมล์ หยอดตังค์ลงกล่องแดงๆ



สุดท้าย...ระหว่างยืนอึนๆ อยู่ สายโน้นก็ไม่ดี สายนี้ก็ไม่เอา มีรถเมล์สายนึงวิ่งมาจอดเลนนอก
ป้ากุ้งบอก เฮ่ยๆ สายนี้ไปได้ ค่ารถ 3.2$ มั้ง เศษเหรียญก็ไม่ค่อยจะมี หยอดเกินกันไป 2 คน เป็น 7$ นั่งไปยังไม่ถึงครึ่งป้าย ป้ากุ้งบอก เอ๊ะ..สายนี้ไม่ใช่นี่หว่า ทุกอันไปเกือบหมด ยกเว้นอันที่ขึ้นมานี่.....แป๊ว
ป้ากุ้งบอก ลงมะๆ เราบอก ยังก่อนๆ นั่งต่อไป ดูดิ๊ มันจะไปไหน 
ช่างกล้า!!! นโยบาย ลงตอนนี้กะลงอีก 5 ป้าย 10 ป้าย ก็หลงเท่ากันอะแหละ เพราะไม่รู้อยู่ไหนละ 
(โชคดีมากที่เป็นมาเก๊า ดูในแผนที่เหมือนใหญ่ แต่จริงๆ แทบจะเดินได้เหนือจรดใต้(แบบเมื่อยโคดๆ)

นั่งมาเกือบ 20 นาทีมั้งน่ะ....วิวรอบข้าง ดูเป็นตึกแถว ย่านที่พักอาศัย แออัดๆ สกปรกๆ ตึกเก่าๆ ถึงจะไม่ appreciate ที่หลงทาง แต่ก็ ดีเหมือนกันที่ได้ดูวิวข้างทางแปลกๆ นั่งไปจนรถจอดสนิทถึงท่ารถ(อารมณ์ประมาณใต้สะพานพุทธไรงี้ มืดๆ นัวๆ เก่าๆ สกปรกๆ) 

ด้วยความหวัง(อันเลือนลาง)ว่า รถเมล์ที่นั่งผิดนี้ อาจจะพาเราไปใกล้จุดหมายที่ตั้งใจไว้ คือ วัดอาม่า สักกระติ๊ด...

ยืนหันหน้าหันหลัง อยู่ที่ท่ารถเมล์ พักใหญ่ๆ เนื่องจากไม่มีเศษตังค์ค่ารถแล้ว จึงตัดใจถามชายในบูท ท่าทางไม่เป็นมิตรตอบแบบขอไปที (แต่ก็ยังตอบนะคะคุณพี่ ขอบพระคุณ มา ณ ที่นี้) ว่า
กุ๊ด: เฮีย มีให้แลกเหรียญไม๊....
เฮีย : ไม่มี 
(จบ...ก้มหน้าต่อ)

เอาไงดีวะ...เดินกลับมาตั้งหลัก เห็นคนเค้ามีบัตรตุ๊ดๆ เวลาขึ้นรถเมล์..ซื้อซะดีกว่ามั้ง เผื่อจะหลงอีกเยอะ

กุ๊ด :เฮีย บัตรตุ๊ดๆ เค้าซื้อกันที่ไหน
เฮีย : ร้านสะดวกซื้อ
(จบ...กุก้มหน้าต่อ)

ฤา จะตายอยู่ท่ารถเมล์มาเก๊านี่ซะแล้ว....เอาวะ...หยอดค่ารถลงกล่องเกินเยอะก็ได้ เพราะเค้าไม่ทอน สนับสนุนสาธารณูปโภคมาเก๊า...เจอสายไรที่น่าจะไป ก็ขึ้นๆ ซะ...ว่าแต่ นี่ เราอยู่ตรงไหนล่ะเนี่ย

กุ๊ด : เฮีย..นี่มันตรงไหนของแผนที่อะ
เฮีย : (ไม่พูด เพราะปากคาบบุหรี่อยู่ แต่ชี้จุดนึงบนแผนที่ให้ดู เหมือนชี้ทางสว่างให้สองเรา)



บร๊ะเจ้า เคยไม๊...อารมณ์แบบนั่งรถเมล์ผิดฝั่ง แล้วหยิ่งนั่งต่อไปเรื่อยๆ คิดว่าจะถึงที่หมายสักที..ที่ไหนได้....โถววววว......

ณ จุดนี้ เลยได้นั่งรถเมล์สาย 10 จากต้นสายอีกรอบ วิ่งผ่าน ferry terminal ที่เมื่อกี้กระโดดขึ้นรถมั่วๆ นั่งๆ ผ่าน Lisbua ผ่าน Senado Sq. และนั่งไปยันสุดสาย วัดอาม่า หยอดตังค์เกินไปละนี่...นั่งให้คุ้ม! (จะดีหรอวะน่ะ)

ระหว่างทาง ตึก อาคาร รถ ถนน ช่างต่างกับอีกฝั่งที่เราเพิ่งไปวนรถเมล์ดูมา ฟ้ากะเหว..เจอสภาพนั้นทีแรก ก็เหวอๆ นะ..นี่่ มาเก๊าหรอเนี่ย ตรูมาทำอะไรที่นี่ ฮืออออ...มีแต่ตึกเก่าๆ ทึมๆ มอไซค์จอดเรียงราย ต่างอะไรกะเมืองไทยยยยย



นั่งไปเรื่อยๆ จนสุดสายคนขับไล่ลงที่ ป้ายรถเมล์หน้าวัดอาม่า

" จัตุรัส บาร์รา อยู่หน้าวัดอาม่า (A-Ma Temple) ตรงข้ามท่าเรือใน (Inner Habour) บริเวณด้านหน้าประดับด้วยกระเบื้องโมเสกของโปรตุเกสที่มีชื่อเสียง ใช้สีเหลืองหม่นและสีถ่านเป็นหลัก โดยจัดวางกระเบื้องเป็นลวดลายคล้ายคลื่น สะท้อนการไหลของแม่น้ำที่อยู่ใกล้เคียง ก่อให้เกิดความรู้สึกถึงการหลั่งไหลของสายน้ำ และให้บรรยากาศแบบริมทะเล" 
ที่มา : http://th.macautourism.gov.mo/sightseeing_heritage.php


ตึกตรงป้ายรถเมล์สวยดี....เป็นสถานที่เก่าแก่ และมีความสำคัญนะ แต่ อิชั้นมัวแต่ดีใจที่ในที่สุด ก็มาถึงวัดอาม่าซะที เลยไม่ได้ดูว่าคือตึกอะไร เอิ๊กก


ซอกตึกสุดทาง ที่เห็น ตรงตึกเหลืองฟ้า นั้น เป็นเส้นทางที่เราจะได้เดินเท้าต่อไปยังสถานที่ต่างๆ หลังจากเสร็จภาระกิจไหว้พระที่วัดอาม่า


พื้นสวย ^_^


หน้าวัด คู่บ้านคู่เมืองมาเก๊า มีทั้งนักท่องเที่ยว และคนท้องถิ่น มาไหว้พระกัน




นางแบบรีเควส (ขอชั้นสวยมั่งนะ แกเผาชั้นมาเยอะแล้ว ป้ากุ้งคิดในใจ 5555)




มามะ ไปไหว้พระ ขอพร เฮง เฮง เฮง 




ไต่บันไดขึ้นมาพอหอมปากหอมคอเพื่อไหว้พระ และเจ้าแม่กวนอิมด้านบน


วิวด้านบนวัดอาม่า มองลงมา ฟ้าครึ้มๆ เหมือนฝนจะตก อากาศร้อนมากกกกกก......



จากวัดอาม่า เดินกลับลงมา หันหลังให้วัด เดินไปทางตรอกด้านขวา(ตึกฟ้าเหลือง ในรูปด้านบน) ตามป้ายไปเรื่อยๆ จะชี้นำไปแหล่งท่องเที่ยว ต่างๆ ตามแผนที่ 
(ถ้าใครไม่อยากเดิน ให้ข้ามถนนไปขึ้นรถเมล์สาย 10 หรืออื่นๆ กลับไป senado sq.)


พื้นปูหิน และตึกเก่าๆ สไตล์ยุโรปผสมผสานกับจีน ประวัติศาสตร์น่ารู้ของแต่ละสถานที่ ไปหาอ่านกันเอาเองนะเคอะ..


ทางลาดขึ้นเนิน...บริหารกล้ามเนื้อน่อง จะมีรถสวนมาเป็นระยะๆ จะผ่าน No. 2 (ตามแผนที่) ค่ายทหารชาวมัวร์ ที่ ไม่เปิด ได้แต่เดินผ่าน (ทำไมนะ หรือเพราะเป็นวันหยุดราชการ มาเก๊าเลยปิดด้วย T-T)


(รูปล้าง บนขวา) ต่อมา No. 4. Mandarin's House วันที่ไปไม่เปิด อะเกน ฮืออ
"บ้านที่สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1881 ของนักประพันธ์จีนผู้ยิ่งใหญ่นามว่า เฉิง กวนยิ่ง (Zheng Guanying) เป็นตัวอย่างของบ้านอยู่อาศัยของชาวจีนโบราณ ซึ่งประกอบด้วยเรือนหลายหลัง มีอาณาบริเวณ และลานหน้าบ้าน ทั้งยังผสมด้วยรายละเอียดของความเป็นจีน และตะวันตกอย่างลงตัว อาทิ การใช้อิฐสีเทาประดับโค้งประตู หรือหน้าต่างระแนงทำจากไม้ซุง ประดับด้วยแผ่นกระดานสี่เหลี่ยมกรุมุกด้วยลวดลายอินเดีย
สร้างขึ้นจากเงินภาษีของชาวจีน ปัจจุบันได้รับการบูรณะปฎิสังขรณ์ให้งดงาม และคงลักษณะของบ้านตามแบบของชาวจีน
ที่อยู่ :No 10, Travessa de António da Silva, Macau 
เปิดให้เข้าชม :10:00 - 18:00 น. (ปิดวันพุธและวันพฤหัสบดี)
ค่าเข้าชมฟรี โทรศัพท์ : (853) 2896 8820 "


No. 5 โบสถ์ St. Lawrence
"โบสถ์ที่สร้างโดยคณะนักบวชเยซูอิตเมื่อตอนกลางศตวรรษ 16 แต่สัดส่วนและหน้าตาของอาคารปัจจุบันได้รับการปรับปรุงเมื่อ ค.ศ. 1846 เป็นหนึ่งในสามโบสถ์เก่าแก่ที่สุดในมาเก๊า ตั้งอยู่ริมทะเลทางชายฝั่งตอนใต้ของมาเก๊า บรรดาครอบครัวของเหล่ากลาสีมักมารวมตัวกันที่บันไดหน้าโบสถ์ เพื่อสวดมนต์ และเฝ้ารอการกลับมาของคนรัก จึงมีอีกชื่อว่า หอแห่งสายลมปลอบประโลม (Feng Shun Tang-Hall of the Soothing Winds) นอกจากนี้ สัดส่วนและสถาปัตยกรรมของอาคาร ที่มีโครงสร้างสไตล์นีโอคลาสสิก และการตกแต่งอย่างบารอก ยังบ่งถึงความมั่งคั่งของย่านที่ตั้งโบสถ์อีกด้วย
โบสถ์ที่งดงามและหรูหราที่สุดในมาเก๊า ไม่เพียงเพราะการตกแต่งเท่านั้น หากแต่สิ่งของที่จัดแสดงอยู่ภายในก็มีความสวยงามล้ำค่า เดิมตัวอาคารโบสถ์ทำด้วยไม้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1560
เปิดให้เข้าชม : 10:00 - 16:00 น. (วันจันทร์ถึงวันศุกร์)/ 10:00 - 13:00 น. (วันเสาร์)/ ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ" 







ดุ่ยๆ กันต่อมาเลี้ยวซ้าย ที่ No.7 (โรงละครดอม เปโดรที่ห้า) +No. 8 (โบสถ์เซนต์ออกุสติน) เดินทางไปสู่ จตุรัสออกุสติน No.10
 






จากจตุรัสออกุสติน เดินตามป้ายขึ้นไป จะมาทะลุถนนใหญ่ ที่ฝั่งตรงข้ามเป็น Senado Square เย้.....ขาจะหลุดแล่ว


ณ senado sq. จะเดินเที่ยวเล่น เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หาของกิน หรือช็อปปิ้ง หรือเดินผ่ากลางไป ก็มีร้านรวงให้ช็อปมากมาย


เส้นทางที่เราเดิน คือ หันหน้าให้ Senado Sq. (ด้านหลังเป็นตึกลีอัล เซนาโด้) เดินตามถนนไปทางขวา เจอสี่แยกไฟแดง เลี้ยวซ้าย เดินไปจนเจอซอย แรกให้เลี้ยวซ้ายอีกที เพื่อจะไปเดิน 15-16-14-12-17 และวนเป็นวงกลมกลับมา Senado Sq. ก็ได้เหมือนกัน

Cathedral 


ด้านใน เงียบ สงบ น่านอนม๊ากกกก


จาก Cathedral มองไปที่ซอย ตรงข้าม เยื้องๆ หน่อย จะมีถนน ที่คนเดินเยอะๆ ดูเหมือนจะมีของกิน ดึงดูดให้ก้าวเท้าเดินไปสำรวจ ณ จุดนี้ ข้าวกลางวันยังไม่ได้กิน รู้งี้ พกแซนวิชมาดีกว่า (เป็นมุขที่เราใช้บ่อยมาก เวลาเดินทางท่องเที่ยว ซื้อติดกระเป๋าไว้ บางทีเที่ยวติดพัน หาของกินไม่ได้ ก็ยังพอมีอะไรรองท้องบ้าง)

อาคารซ้ายมือตึกสีเทาๆ คือ คฤหาสน์หลูเกา
"คฤหาสถ์ของหลู่ เกา พ่อค้าชาวจีนที่เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งในมาเก๊า โดยคฤหาสถ์สง่างามหลังนี้เป็นอาคารสองชั้น ก่ออิฐสีเทาแบบโบราณ และมีสถาปัตยกรรมแบบ ‘ซิกวน-xiguan’ อันเป็นเอกลักษณ์ของบ้านพักอาศัยแบบจีนดั้งเดิม สร้างขึ้นในปี 1889 ตั้งอยู่ในทำเลที่เผยให้เห็นความหลายหลากของสังคม ณ ใจกลางย่านเก่าของพวกคริสเตียน ที่ซึ่งบ้านพักอาศัยแบบจีนโบราณ สามารถตั้งเคียงใกล้กับจัตุรัสเซนาโด้ และจัตุรัสคาทีดรัลได้อย่างกลมกลืน
เปิดให้เข้าชม :09.00 – 17.00 น. (วันเสาร์, วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการ)
ค่าเข้าชมฟรีและมีไกด์นำชม ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซด์ http://www.icm.gov.mo"



ร้านขายชาเย็น ไข่มุก น้ำชงๆ ขาย ร้อนขนาดนี้ หิวน้ำเย็น หวานๆ โคด
ขอสักหน่อยเหอะ เดินขนขาลาก ฟิตฟลอบ ก็ช่วยไม่ได้ ณ จุดนี้ 
ป้ากุ้งสั่งชาผลไม้(มั้ง) ชื่นใจๆ ต่างคนต่างอ่านไม่ออก จิ้มเอา -_-'' ใส่เยลลี่ สี่เหลี่ยมเหมือน ในร้านชานมไข่มุก 
ส่วนเรา...พลาดได้ไง special recommend กินตามชาวบ้านอะเกน ดูจากรูป น่าจะเป็น ชา หรืออะไรแก่ๆ หน่อยดำๆ ราดนมมาข้างหน้า น่ากิ๊นนนน

ป๊าดด....ออกมาเป็น เฉาก๊วยทั้งแก้ว เต็มๆ แก้วขนาดใหญ่ ใส่นมมานิดหน่อย ใส่สาคู ลูกเดือย ถั่วแดง แห้ว อัดมาเต็มแก้ว 17 เหรียญ หิวน้ำก็หิว หิวข้าวก็หิว กินจนจุก T-T ยอมรับว่าเฉาก๊วยอร่อยมาก หอม นุ่ม ลื่น ไหลลงคอ แต่กินขนาดนี้ น่าจะเกือบครึ่งก้อนใหญ่ยักษ์ ที่แม่ค้าแบ่งขายที่ตลาดอะนะ..เฮือกก ทำร้ายตัวเองตลอด...


ร้านข้างๆ กัน มีลูกชิ้นแกงกะหรี่คนต่อแถวรอเยอะๆ หอม น่ากิน แต่ดูไม่ค่อยน่าอิ่ม เลยไม่ได้กิน (พลาดอีกแล้วว..แหงะๆๆๆ)

ของหวานแล้วต้องตบด้วยของคาว ร้านหัวมุมที่เดินผ่านมา มีก๋วยเตี๋ยว ที่หน้าตาดี เมนูดูน่ากินม๊ากกกก แต่รสชาติเหมือนข้าวซอย จืดๆ เลี่ยนๆ เนื้อหอมๆ เหนียวๆ (มากๆ) เกือบอร่อย และกินไม่หมด เพราะ เฉาก๊วยยึดพื้นที่ในกระเพาะไปซะแล้ว

หน้าตาผ่าน แต่รสชาติไม่....ราคา 25$ 
(คำเตือน : เดินเลยขึ้นไปจากร้านขายก๋วยเตี๋ยว ร้านขายน้ำ ไปทาง Senado Sq. ขอบอกว่า มีของกินน่ากินกว่านี้มากกก หอมมากกกกก อย่าหน้ามืดเหมือนเค้าเด็ดขาดนะ T-T)


จากถนนเส้นนี้ เดินไปเรื่อยๆ จะเริ่มวกกลับมาแถวย่านช็อปปิ้งหน้า Senado Sq. เดินตามป้ายที่จะไปซากประตู St's Paul ไปเรื่อยๆ มีของให้ช็อปปิ้งตลอดทาง 


ระหว่างทาง เจอนี่..ขายอะไรน๊า ได้กลิ่นหอมๆ ลอยมาเตะจมูก คนต่อแถวซื้อยาวม๊ากกกกกกกก


ส่งสายสืบไปสอดแนม...อิอิอิ
อาแปะ เอาแป้งมาละเลงๆ ในกะทะเหล็กแบนๆ จากนั้นก็ปิดฝาประกบ รอแป๊บนึง เคาะๆ ออกมา ได้เป็นแป้งกรอบๆ แผ่นบางๆ


ใจจดใจจ่อ รอไม่นานก็ได้กิน เพราะอาแปะทำไวมากๆ


งั่มๆๆ 10$ เป็นเหมือนบิสกิต ผสมวาฟเฟิล ผสมทองม้วน -_-'' เรียกอะไรก็ไม่รู้
กรอบๆ หอมๆ อร่อย แบบจืดๆ


เดินๆต่อมามุ่งหน้าซากประตู ก่อนถึงไม่นานเจอร้านทาร์ตไข่ เจ้าอะไรไม่รู้จัก 
ชิ้น ละ 5$ ซื้อมาลองชิม ตามกระแสจีน-ฝรั่งมุง ชิมเสร็จแล้วก็.....เฉยๆ ไหง KFC กะ kanom อร่อยกว่า ต้องผิดเจ้าแน่ๆๆๆๆๆๆ T_T ละมุงกันทำไมไม่ทราบบบบ พลาดดดอะเกน



เดินไปตามทางอีกนิดนึง ก็ถึงแล้ว check point ของ มาเก๊า เย้ ^_^
อากาศอึมครึมมาก 



check ชื่อ เสร็จพอเป็นพิธี ก็เดินกลับมาทางเดิม ผ่าน Senado Sq. อีกครั้ง และข้ามถนนไปอาคารลีอัล เซนาโด้ ที่เราผ่านมาทีแรกแต่ไม่ได้เข้า (กะจะกลับมาดูทีหลัง เพราะ ดูจากโพยแล้ว ที่นี่ปิดสามทุ่มแหนะ)

ตึกต่างๆ เริ่มเปิดไฟ สวยงาม แต่ ณ จุดนี้ เริ่มหมดแรง เดินมาครึ่งเกาะมาเก๊าแล้วนะเนี่ย ฮ่าๆๆ (หัวเราะกลบเกลื่อนเสียงสะอื้น)



"ตึก ลีอัล เซนาโด (Leal Senado Building) เป็นที่รวบรวมหนังสือโบราณ รวมทั้งเอกสารสำคัญจากต่างประเทศตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ถึงทศวรรษ 1950 โดยเฉพาะเอกสารที่บันทึกบทบาทของโปรตุเกสในทวีปแอฟริกาและกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออก ห้องสมุดยังมีสำเนาของ "อา อาเบล่า ดะ ชีนา" ( A Abelha da China ) ภาษาโปรตุเกส ฉบับแรกในประเทศจีนด้วย เปิดให้เข้าชม 09.00-21.00 น. ปิดวันจันทร์"
ที่มา: http://www.holidaythai.com/Macau-Attractions-2838.htm


น่าเสียดาย ที่ ห้องสมุดปิด พิพิธภัณฑ์ปิด ไหนว่าปิด 3 ทุ่มไง..ฮือออ หรือเพราะเป็นวันหยุดอีก....เสียดายอะ อยากมาดูอันนี้ที่สุดเลย อด อด อด


เดินขาลาก คอตก มุ่งหน้าไปลิสบัวดีกว่า...เห็นแสงไฟ วิบวับๆ ส่องมาแต่ไกล......

ดูไกลๆ สวยยย ดูใกล้ๆ ก็อลังการมาก ชอบๆ




ป้ายรถเมล์ คือ เป้าหมายของเรา ระหว่างทางก็เดินดูไฟจากคาสิโนไปเรื่อยๆ


ข้ามถนนมาอีกฝั่ง ไฟวิบวับ เปลี่ยนรูปร่าง สวยยมากกกกกกกกกกก


ข้ามมาถึงป้ายรถเมล์ (เหลียวซ้ายแลขวาหาตั้งนาน!!!!)



มีอยู่ 5 ป้าย บนเกาะกลางนี้....เอาอันไหนดีน๊า ติ๊กต่อกๆ



เราจะนั่งสาย 25 ไปเวเนเชี่ยน เพราะฉะนั้น ต้องข้ามไปรอป้ายสีเหลือง....รอสักพัก รถก็มา (ค่ารถประมาณ 6$ กว่าๆ) ใช้เวลาข้ามน้ำข้ามทะเล ข้ามสะพาน ประมาณ 20 นาที ก็จะถึง รถขับวนไปวนมา เราจะเห็นเวเนเชี่ยนอยู่ไกลๆ
ป้ายที่ลงคือ ป้าย ตรง City of dream/hard rock ซึ่งจะอยู่ตรงข้ามเวเนเชี่ยน ลงแล้วก็เดินข้ามถนนมา

ณ จุดนี้ ก็เวลาประมาณทุ่มกว่าๆ พอจะมีเวลาอีก ประมาณ 1.5 ชั่วโมง ที่จะเดินสำรวจบริเวณโดยรอบ 

ก่อนอื่น เดินไปถามประชาสัมพันธ์ ก่อนว่า รถรับส่งไป ferry terminal อยู่ทางไหน เค้าบอกว่า ให้ไปขึ้นได้ที่ west lobby พร้อมทั้งชี้ทางให้เดินไปทางบ่อนคาสิโน สองป้าได้ที เดินตรงเข้าไปสำรวจบ่อน(เค้าห้ามถ่ายรูป)...หยอดสล็อตด้วยเงินทั้งหมดที่มี ที่เป็นแบ้งค์เล็กที่สุด....55555 เล่นกัน 20-30 มีเรอะจะได้ เอามันส์ๆ ขำๆ ยากกว่านี้เล่นไม่เป็นแล่ว...

จากบ่อน ก็เดินย้อนกลับมา ไปสำรวจ grand canal shopping ซึ่งก็มีร้านค้าเยอะพอดู ของก็มีพวกแบรนด์สาระพัด พร้อมท้องฟ้าจำลอง หลอนๆ ที่เดินแล้วมึนหัวชะมัด...ยิ่งเดินเร็ว เมฆยิ่งเคลื่อนไปเร็ว อ้วกจะแตก -_-''






สำรวจเสร็จ สองทุ่มครึ่ง ก็พยายามจะมองหาป้าย west lobby ไม่มีแฮะ สงสัยต้องเดินกลับไปทางเดิม เดินกลับมา ก็ยังไม่มีป้ายอื่นใด สรุปคือ ต้องเข้าไปในบ่อนใหม่ เดินไปชั้น 2 ทะลุไปอีกด้าน ลงบันไดเลื่อน ลงลิฟท์ หลายด่าน งงงวย หลงไปหลงมา กว่าจะถึง...เฮ่อ ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเดินหา อิ west lobby นี่....เพราะเวเนเชี่ยนใหญ่มากกกกกก คนพลุกพล่าน ทั้ง รร. ทั้งช็อปปิ้ง ทั้งร้านอาหารมาอยู่ด้วยกัน

ออกมาจาก west lobby ตามป้าย shuttle bus ไป ก็จะเจอ มีทั้งไปท่าเรือมาเก๊า ไปสนามบิน ต้องต่อแถวรอคิวกัน สัก 10 นาที เพราะฉะนั้น ต้องเผื่อเวลาไว้เยอะๆ พอดู ถ้าคนเยอะๆ อาจต้องรอคิวรถนาน แล้วแต่วัน

เบ็ดเสร็จเราถึงท่าเรือสามทุ่มกว่าๆ ทันเรือรอบ 9.30 น ทำให้ได้กลับเร็วกว่าตั๋วเรือที่ซื้อไว้ทีแรกตอน 4 ทุ่ม....
สรุปคือ มาถึงประมาณ 7 โมง เดินเล่น ชม. กว่า 8.30 น. เดินไป west lobby 9.00 ได้ขึ้นรถ 9.15 ถึงท่าเรือ 9.30 ได้ขึ้นเรือ กะเวลาพอดีเป๊ะ

เดินทางกลับฮ่องกง ถึงประมาณ 10..45 น. มีเวลาช็อบ esprit outlet ริม canton rd. ต่อนิดหน่อย เพราะปิดห้าทุ่ม ทำให้ได้เสื้อให้เชี่ยว มา 2 ตัว ตัวละ 80$ ถูกหรือแพงไม่รู้ แต่ผ้านิ่มใส่สบายมาก ลากขากลับโรงแรม สลบ!!!!


บ๊ายบาย มาเก๊า...เจอกันอีกที เมื่อชาติต้องการนะจ๊ะสาวๆ คร่อกกกกกกกกกกกกกกก 


Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย