

เดอะ นีออน ไนท์ บาซาร์ ปรับเวลาเปิด-ปิดใหม่ จันทร์ถึงศุกร์ เวลา 11.00 – 18.00 น. “Neon On Day ตลาดสุดชิค อิ่มเพลินเดินถึงเย็น” เอาใจกลุ่มคนทำงานและคนรุ่นใหม่ใจกลางเมือง เสิร์ฟเมนูอาหารคาวหวานครบรส พร้อมรับวิถีใหม่ New Normal ด้วยมาตรการเข้มงวดป้องกันโควิท-19 “มั่นใจ ปลอดภัย ไร้กังวล” กับ 5 มาตรการหลัก คัดกรองอย่างเข้มงวด การเว้นระยะ ลดการสัมผัส รุกเข้มความสะอาด และติดตามเพื่อปลอดภัย ชวนชิมอิ่มอร่อย ได้ที่ เดอะ นีออน ไนท์ บาซาร์ ถนนเพชรบุรี 23 – 29 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 063-230-1555, 063-197-1515
#TheNeonNightBaZaar #TheHappinessReturn #TheNeonOnDay
เมซอง แบร์เช่ ปารีส (Maison Berger Paris) สร้างอากาศบริสุทธิ์ให้ทุกมุมในบ้าน ขอนำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องหอมสำหรับบ้านระดับพรีเมี่ยมจากประเทศฝรั่งเศส ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ก้านกระจายความหอม (Scented Bouquet) พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ เฉพาะช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563 เท่านั้น
คอลเลคชั่นอโรมา (AROMA COLLECTION) 3 ประเภทตามองค์ประกอบของความหอม AROMA HAPPY ความหอมที่สร้างความสุขและรู้สึกดี AROMA ENERGY ความหอมที่ช่วยกระตุ้นพลังชีวิต AROMA RELAX ความหอมที่เน้นสร้างความผ่อนคลาย ขนาดบรรจุ 180 มิลลิลิตร พร้อมก้านกระจายความหอมที่ทำจากไม้วิลโลว์ ราคาชุดละ 2,670 บาท ซื้อ 1 ชุด แถมฟรี 1 ชุด
ก้านกระจายความหอมสำหรับดับกลิ่นภายในบ้าน แอนตี้ โอดอร์ คิวบ์ เซ้นต์ บูเกต์ (ANTI-ODOUR CUBE SCENTED BOUQUET) ดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ 4 กลิ่นเฉพาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลิ่นจากการประกอบอาหาร (Anti-Cooking Odour) ดับกลิ่นบุหรี่ (Anti- Tobacco Odour) ดับกลิ่นในห้องน้ำ (Anti-Bathroom Odour) ดับกลิ่นจากสัตว์เลี้ยง (Anti- Animal Odour) ขนาดบรรจุ 125 มิลลิลิตร ก้านกระจายความหอมทำด้วยวัสดุโพลีเมอร์ที่มีความยืดหยุ่น ซึมซับน้ำหอมได้ดี กระจายความหอมรวดเร็ว ไม่ทำให้น้ำหอมเปลี่ยนสีหรือกลิ่น และไม่เหนียวเหนอะหนะแม้ใช้ไปเป็นเวลานาน ราคาชุดละ 1,970 บาท ซื้อ 1 ชุด แถมฟรี น้ำหอมชนิดเติมกลิ่นเดียวกัน ขนาด 200 มิลลิลิตร มูลค่า 1,570 บาท
LAB Society เอาใจคนรักสุขภาพ ล่าสุดสองผู้บริหารหนุ่ม นายวรานนท์ พลายวงษ์ และนายณิชพน แซ่ตั้ง แห่งบจ. เอ็น. ดับเบิลยู. ไฟน์เนสท์ โพรดักส์ จัดแคมเปญการตลาด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในยุคนิวนอร์มอล ด้วยโปรโมชั่น ลดเบอร์แรงพุ่งแซงปรอท มอบส่วนลดสูงสุดถึง 70% กับสินค้าออร์แกนิค สินค้าสุขภาพและความงาม ทั้งสกินแคร์ เมคอัพ อุปกรณ์ล้างหน้า และสินค้าธรรมชาติที่มาพร้อมนวัตกรรมแปลกใหม่ที่ขนมาให้เลือกมากกว่า 20 แบรนด์ สำหรับลูกค้าที่ช้อปผ่านออนไลน์ครบ 500 บาท ขึ้นไป จัดส่งฟรีทันที! พลาดไม่ได้แล้ว! พบสินค้าคุณภาพดีๆ ราคาโดนๆ แบบนี้ได้ซื้อได้ที่ LAB Society ทุกสาขา หรือผ่านทางเว็บไซต์ www.lab-society.com/ Line : @labsociety https://t.co/pDyyHCKtYV สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-1366927
ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น พร้อมดึง ญาญ่า - อุรัสยา เสปอร์บันด์ มาร่วมจัดเฟซบุ๊กไลฟ์สดเป็นครั้งแรก กับการเปิดตัวลิมิเต็ดอิดิชัน คอลเลคชั่นล่าสุดระหว่าง UNIQLO x Marimekko ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนปี 2020 ในธีม “Say hello to the sun” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตของชาวฟินแลนด์ในช่วงซัมเมอร์ ผ่านผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์ (LifeWear) ของยูนิโคล่ที่ถูกจับคู่มากับลวดลายและสีสันที่โดดเด่นสะดุดตาของมารีเมโกะ ติดตามรับชมได้พร้อมกันก่อนใครในเวลา 18.00 – 18.30 น. วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายนนี้ ทางเฟซบุ๊กและยูทูป “UNIQLO THAILAND”
สำหรับ UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดอิดิชันนี้สามารถช้อปพร้อมกันได้ 12 มิถุนายนนี้ ที่ทุกร้านสาขาและบนออนไลน์ https://www.uniqlo.com/marimekko20ss/th/
น้ำตบ Activating Water Essence เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น บำรุงและฟื้นฟูผิว ทำให้น้ำตบตัวนี้กลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดของเจอร์ลีค (Jurlique)
เอสเซ้นส์เนื้อบางเบาผสานกับสารสกัดจากธรรมชาติและได้กลายเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้เกิดความแตกต่างในการดูแลผิวทั่วโลก ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติถึง 14 ชนิด Activating Water Essence ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยฟื้นฟูสภาพผิวและผิวสัมผัสได้จริง โดยการันตีได้จากประสบการณ์การใช้จริงของผู้หญิง 52 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 25 ถึง 50 ปี ทดลองใช้เป็นเวลา 14 วัน
- 92% ของผู้หญิงบอกว่าผิวของพวกเธอรู้สึกนุ่มและเรียบเนียนขึ้น *
- 90% ของผู้หญิงบอกว่าผิวของพวกเธอดูอิ่มน้ำและมีสุขภาพดี *
- 88% ของผู้หญิงบอกว่าผิวของพวกเธอรู้สึกชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่อง *
Activating Water Essence นับเป็นผลิตภัณฑ์ระดับโลกที่เหมาะกับทุกสภาพผิวอย่างไม่ต้องสงสัย และนี่คือความลับของผิวเนียนใสของแบรนด์เจอร์ลีค
● พลังแห่งธรรมชาติ: สารสกัดจากธรรมชาติ 14 ชนิดที่อัดแน่นในขวดเดียว
น้ำตบ Activating Water Essence เต็มไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ 14 ชนิดที่ช่วยให้ความชุ่มชื้น บำรุง และฟื้นฟูผิว ส่วนผสมที่ถือเป็นนางเอกของ Activating Water Essence ก็คือ สารสกัดจากราก Marshmallow ซึ่งได้รับการปลูกและดูแลอย่างดีที่ฟาร์มของเจอร์ลีคในเทือกเขาเมืองแอดิเลด รัฐเซาท์ออสเตรเลีย ซึ่งราก Marshmallow นั้นมีคุณสมบัติพิเศษในการดึงดูดกักเก็บน้ำและให้ความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่องยาวนานให้แก่ผิว นอกจากนี้ยังมีสารสกัดจากดอกดาวเรือง และยาร์โรว์ ที่ช่วยในการปรับสภาพผิวเพื่อผิวนุ่ม รวมถึงสารสกัดจากใบพีชและใบโรสแมรี่ช่วยฟื้นฟูผิวให้แลดูสุขภาพดี ผิวมีความสมดุลรู้สึกสดชื่นและพร้อมสำหรับการบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไป
● วิธีใช้ Activating Water Essence
เพิ่มการบำรุงผิวด้วยน้ำตบ Activating Water Essence ในขั้นตอนการดูแลผิวของคุณ
หลังจากทำความสะอาดใบหน้า ฉีดพรมมิสท์จนทั่วแล้ว แล้วให้หยด Activating Water Essence สองสามหยดลงบนฝ่ามือ แล้วค่อยๆ ถูฝ่ามือเข้าด้วยกันเบาๆ เพื่อเป็นการอุ่นตัวเอสเซ้นส์ จากนั้นจึงกดลงเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้าลำคอและหน้าอก ตามด้วยเซรั่ม ครีมบำรุงรอบดวงตา และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ชื่นชอบ เพื่อจบขั้นตอนการดูแลผิวทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างสมบูรณ์
วางจำหน่ายแล้วที่ร้าน Jurlique และทางออนไลน์ที่ 1) เจอร์ลีค สาขา เกสร วิลเลจ ชั้น 2 โทร 02-656-1480 2) เจอร์ลีค สาขา กรูฟ เซ็นทรัลเวิลดิ์ ชั้น 2 โทร 090-906-1134 3) เจอร์ลีค สาขา เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 1 โทร 064-184-2730 4) เจอร์ลีค สาขา เซ็นทรัล พระราม 2 ชั้น 1 โทร 090-906-1802 5) เจอร์ลีค สาขา เซ็นทรัล บางนา ชั้น 1 โทร 090-906-1417 6) เจอร์ลีค สาขา เมญ่า เชียงใหม่ ชั้น G โทร 064-184-2731 7) เจอร์ลีค สาขา เซ็นทรัล ภูเก็ต ชั้น 1 โทร 063-850-4403 8) เจอร์ลีค สาขา เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 1 โทร 097-114-7609 Instagram: @Jurlique_th/ Facebook: JurliqueThailand / Line: @Jurliquethailand / Lazada: Jurlique Official
#jurliquethailand #NatureEvoved #Jurlique
ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ย่านราชประสงค์) จัดงาน “Happy Savvy: Organic Farm & Fruit Festival” การออกร้านจำหน่ายผลไม้มากมายนานาชนิด ส่งตรงจากชาวสวนทั่วประเทศ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากออร์แกนิคฟาร์ม Green Product และ Eco Product ตลอดจนสินค้าคุณภาพที่คัดสรรเป็นพิเศษ เพื่อช่วยเหลือชุมชนเกษตรกร ชาวสวน พ่อค้า แม่ค้า ทั่วประเทศไทย โดยงานจัดตั้งแต่วันที่ 11 – 15 มิ.ย. ศกนี้ ณ R-Walk และ M Hall ชั้น M ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ย่านราชประสงค์)
“FOR THE LOVE OF FLOWERS”
“เพื่อความรักที่มีให้แก่มวลพฤกษา”
ตอนแรกออกอากาศวันที่ 10 มิถุนายน 2020
เป็นครั้งแรกที่เรื่องราวของน้ำหอม DIOR กลิ่นต่างๆ จะกลายเป็นเรื่องเล่าผ่าน PODCAST รายการเสียง-ผ่าน-สื่อระบบออนไลน์ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจ และเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะผ่านการใช้งานทางอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ซีรีส์เสียง-ผ่าน-สื่อชุดนี้ เปิดโอกาสให้ผู้รับฟังได้ก้าวเข้าสู่อาณาจักรอัศจรรย์ของคริสเตียน ดิออร์ กับรกรากความเป็นมาของน้ำหอมกลิ่นต่างๆ ซึ่งทำให้นักออกแบบแฟชั่นผู้นี้กลายเป็นบุรุษแห่งตำนานในวงการน้ำหอม เสน่ห์ของเรื่องราวผ่านเสียงอันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอารมณ์ แสดงให้เห็นถึงภาพบรรยากาศประทับใจในสถานที่ต่างๆ จากโพรว็องซ์สู่มหานครปารีส และแคว้นนอร์มังดี เรื่องราวทั้งหลายยังทวีความโดดเด่นด้วยถ้อยพรรณนาจนเห็นภาพของเหล่าบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์น้ำหอม DIOR
เรื่องราวเริ่มต้นในกราซ เมืองเล็กๆ ซึ่งเป็นสถานที่โปรดปรานในดวงใจของคริสเตียน ดิออร์ และยังเป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำหอมของ DIOR อยู่ในปัจจุบัน ส่วนฤดูร้อนในอินเดียเมื่อปี 1954 คือช่วงเวลาอันงดงามเป็นพิเศษสำหรับนักออกแบบแฟชั่น-น้ำหอม ระหว่างช่วงพักการแสดงเสื้อผ้าแต่ละคอลเลคชั่นในกรุงปารีส ในที่สุด เขาก็สามารถตักตวงความเพลิดเพลินในวันสงบสุขยามหลบพักกาย คลายใจที่คฤหาสถ์ลา ก็อลล์ นัวร์ ในแขวงมงเตอรูซ์ ใจกลางเขตฟาย็องซ์ ที่นี่เอง ซึ่งเขาได้เพาะปลูกกุหลาบร้อยกลีบ, ต้นอัลมอนด์, องุ่นผลิตไวน์ และต้นมะกอกบนพื้นที่หลายเอเคอร์รอบตัวคฤหาสน์ เคียงคู่ไปกับลาเวนเดอร์ และมะลิ เพื่อเติมเต็มความฝันของชาวนอร์มังดีโดยกำเนิดที่จะมีสวนกสิกรรมรอบตัวบ้าน ดารดาษไปทั้งไม้ต้น และไม้ดอก เบื้องหน้าที่ทอดยาว กว้างไกลคือไร่มะลิเขี้ยวงูกรุ่นไออบอวล ในขณะที่ข้างกายคือเอ็ดมังด์ รูดนิตสก้า นักออกแบบน้ำหอมผู้โด่งดัง เขากำลังสดับสรรพเสียงสดใสในมวลธรรมชาติ สลับกับจังหวะการทำงานอย่างหนัก และขะมักเขม้นแต่เช้าตรู่ของกลุ่มคนงานเก็บดอกไม้ ซึ่งจำเป็นต้องเร่งมือจนเที่ยงวัน งานเก็บเกี่ยวนั้นก็ยุติ
ทัศนียภาพตระการตาอันดับแรก เรืองรองอยู่ภายใต้แสงอรุณ คลอเสียงจักจั่นร้องระงม ราวกับเป็นปฐมบทแนะนำซีรีส์ในรายการเสียง-ผ่าน-สื่อระบบพ็อดแคสท์: ความรัก และหลงใหลที่คริสเตียน ดิออร์มีต่อมวลดอกไม้ ได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อน และหล่อเลี้ยงกระแสความคิดสร้างสรรค์สุดมหัศจรรย์อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตของเขา
ในบางฉากที่คัดสรรมานำเสนอ เราได้เดินทางออกจากหมู่บ้านกร็องวิลล์ไปสู่กรุงปารีส จากความวิจิตรอลังการของยุคแบ็ลล์ อีพ็อคมาสู่วิถีมัธยัสต์ กับข้อกำหนดเคร่งครัดของช่วงเวลาหมองหม่นหลายปีระหว่างสงคราม จากน้ำหอมกลิ่นหนึ่งไปยังน้ำหอมอีกกลิ่น สถานที่แห่งหนึ่ง สู่อีกสถานที่ ทันใดนั้น เสื้อผ้าคอลเลคชั่นนิวลุคพลันปรากฏออกมาเพื่อปฏิวัติวงการแฟชั่นทั่วโลก ประกอบกับเสียงพูดของคริสเตียน ดิออร์เอง การใช้ถ้อยคำละเอียดอ่อน กินความ ก่อให้เห็นภาพอย่างชัดเจน จุดประกายจินตนาการให้เราได้เข้าใจมุมมองใหม่ของเขาที่มีต่อผู้หญิง-เหมือน-ดอกไม้ ผ่านความกล้า และท้าทายในงานออกแบบโครงสร้างทรวดทรงเสื้อผ้าซึ่งสะกดทุกสายตาด้วยงานซ้อนสุ่มซับในฟูฟ่อง และบานกว้าง อาศัยแรงบันดาลใจจากความทรงจำครั้งเยาว์วัยในอดีต นำมาซึ่งชัยชนะจวบจนปัจจุบัน
เราได้เรียนรู้ถึงอิทธิพลเชิงสุนทรียศิลป์แง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฉดต่างๆ ของสีชมพู และสีเทา, กุหลาบ และวิถีชีวิตอารยะ - จากคฤหาสน์ประจำตระกูลในกร็องวิลล์ กับแต่ละช่วงเวลาในแต่ละยุคสมัย ถ้อยวิจักษ์แสดงความคิดเห็นสอดแทรกอารมณ์ ช่วยขยายความชัดเจนของเรื่องราว คำพูดสละสลวยราวกับบทกวีจากปากของฟรองซัวส์ เดอมาชี นักสร้างสรรค์-ผู้ปรุงน้ำหอมของ DIOR ที่เขาใช้พรรณนาถึงน้ำหอมต่างๆ ซึ่งกลายเป็นตำนานของ DIOR อย่างกลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้ และใบไม้เขียวขจีในตระกูลกลิ่นผสมของ MISS DIOR หรือแนวกลิ่นหอมหวาน และสดชื่นของดอกลิลลี ออฟ เธอะ วัลเลย์ของ DIORISSIMO
ด้วยความประทับใจอันมีต่อความงดงามของสถานที่ต่างๆ ซึ่งกล่าวถึงไว้ข้างต้น เขายังปลุกวิญญาณแห่งคฤหาสถ์ลา ก็อลล์ นัวร์ให้กลับมารุ่งโรจน์ขึ้นอีกครั้ง
ไม่ต่างอะไรจากสารคดีที่เรียบเรียงมาอย่างดีอยู่ในบทรจนาการเดินทางผ่านยุคสมัย และสถานที่ต่างๆ “DIOR UNTOLD” คือซีรีส์ชุดใหม่ในรายการเสียง-ผ่าน-สื่อช่องทางพ็อดแคสท์ ซึ่งราวกับเชื้อเชิญให้เราได้ล่วงเข้าสู่อาณาจักรมหัศจรรย์ และต้องมนตราจากเรื่องราวของนักสร้างสรรค์อัจฉริยบุคคล ถ้าน้ำหอม DIOR พูดได้...
รับฟังตอนแรกของซีรีส์ชุดใหม่นี้ได้ในวันที่ 10 มิถุนายน 2020 กับ “FOR THE LOVE OF FLOWERS”: “เพื่อความรักที่มีให้แก่มวลพฤกษา” ได้ผ่านช่องทาง DIOR.COM, SPOTIFY, DEEZER, APPLE PODCAST, YOUTUBE, SOUNDCLOUD...สำหรับคนรัก PODCAST
#DIORUNTOLD
อูโบลท์ (Hublot) ผู้ผลิตนาฬิกาสัญชาติสวิส ได้เปิดตัวนาฬิการุ่น Big Bang เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2005 และนับตั้งแต่นั้น นาฬิการุ่นนี้ก็ได้สะท้อนถึงสไตล์การผลิตนาฬิกาแบบสวิสในสหัสวรรษที่สาม
เมื่อปี 2018 นาฬิการุ่น Big Bang ที่รองรับคุณสมบัติการเชื่อมต่อรุ่นแรกก็ได้เผยโฉมขึ้น และวันนี้ อูโบลท์ ขอเปิดตัว BIG BANG e
ผลงานใหม่นี้เป็นการสานต่อปรัชญาศิลปะแห่งการผสมผสาน (Art of Fusion) ของแบรนด์ ซึ่งเป็นการหลอมรวมขนบธรรมเนียม นวัตกรรม วัสดุสุดล้ำ และเทคโนโลยีดิจิทัลล่าสุดเข้าด้วยกัน
เนื่องในโอกาสมหกรรมฟุตบอลโลก 2018 FIFA Football World Cup™ ที่ประเทศรัสเซีย อูโบลท์ ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นแรกที่รองรับการเชื่อมต่ออย่างรุ่น Big Bang Referee 2018 FIFA World Cup Russia™ นาฬิการุ่นนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ที่ก้าวล้ำที่สุดในขณะนั้น โดยอุปกรณ์อันน่าเกรงขามนี้ปรากฏบนข้อมือของทั้งผู้ตัดสินบนสนามและแฟน ๆ กีฬาฟุตบอล เพื่อให้บรรยากาศสนามกีฬาเสมือนจริงที่พวกเขาร่วมการแข่งขันไปด้วยได้ และนับจากนั้นอีก 2 ปีต่อมา อูโบลท์ ก็ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมนาฬิการุ่นใหม่ นั่นคือ BIG BANG e นาฬิกาที่รองรับการเชื่อมต่อ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีล่าสุดที่สะท้อนให้เห็นสไตล์ทั้งหมดอันเป็นสัญลักษณ์ของ Big Bang
ริคาร์โด กัวดาลูป ซีอีโอของอูโบลท์ กล่าวว่า “สวิตเซอร์แลนด์ได้ใช้แร่ควอทซ์สร้างนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเมื่อช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 จากนั้น 50 ปีให้หลัง เราขอสานต่อจิตวิญญาณในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ด้วยการคิดค้นนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นที่สอง ซึ่งอัดแน่นด้วยสุดยอดเทคโนโลยีอันเป็นที่สุด พร้อมแฝงภาพลักษณ์อันงดงาม คุณสมบัติทางเทคนิค และความเป็นเลิศต่าง ๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่สร้างชื่อให้กับคอลเลคชัน Big Bang ของเรา BIG BANG e ยึดมั่นในปรัชญา “ศิลปะแห่งการผสมผสาน” อย่างเหนียวแน่น โดยเราต้องการให้นาฬิการุ่นนี้ผสมผสานวัสดุทางเทคนิคขั้นสูงของอูโบลท์ เข้ากับนวัตกรรมล่าสุดจากโลกดิจิทัลยุคนี้”
นาฬิการุ่นใหม่นี้อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและเหนือชั้น ซึ่งสอดรับกับธรรมเนียมในการสร้างสรรค์นาฬิกาของอูโบลท์อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อมองดูแล้วก็จะพบเอกลักษณ์ทั้งหมดที่ได้เข้ามาช่วยสร้างแบรนด์นี้ให้โด่งดังได้ทันทีไม่ว่าจะเป็นคนในวงการนาฬิกาหรือบุคคลทั่วไป เพราะประวัติความเป็นมาที่โดดเด่นจะปรากฏให้เห็นเด่นชัดเสมอ ตัวเคสทำมาจากเซรามิกดำหรือไทเทเนียมในโครงสร้างแบบ “แซนด์วิช” ซึ่งเป็นสไตล์อันแปลกใหม่ที่ทางอูโบลท์ได้คิดค้นขึ้นเมื่อปี 2005 นาฬิการุ่นใหม่นี้มีโครงสร้างซับซ้อน โดยมีชิ้นส่วนมากถึง 42 ชิ้น ในจำนวนนี้เป็นชิ้นส่วน K Module ถึง 27 ชิ้น อันเป็น “โครงค้ำ” ที่คอยปกป้องหัวใจดิจิทัลของตัวนาฬิกา นอกจากนี้ยังมีการออกแบบสกรูและตัวดัน คริสตัลแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วน และสายนาฬิกายาง พร้อมหัวสายนาฬิกาแบบพับที่อูโบลท์เป็นผู้คิดค้นเมื่อปี 1980 สำหรับรุ่น Classic และระบบ One Click อันเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่ทำให้เปลี่ยนสายได้สะดวกง่ายดาย ทั้งหมดนี้ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นาฬิการุ่นนี้มีความเป็น Big Bang อย่างแท้จริงในทุกองค์ประกอบ
BIG BANG e มาพร้อมกับเคสขนาด 42 มม. เลือกเคสได้ว่าจะเป็นไทเทเนียมหรือเซรามิก ตัวเลขบอกชั่วโมงมีการเคลือบชั้นโลหะ เบื้องบนเป็นคริสตัลแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วน ครอบด้วยทัชสกรีน AMOLED ความละเอียดสูง ส่วนเม็ดมะยมแบบหมุนพร้อมตัวดันในตัวนั้นเหมือนกับ Big Bang รุ่นระบบกลไก โดยสามารถใช้เพื่อสั่งเปิดการควบคุมโมดูลอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ BIG BANG e ยังพัฒนาขึ้นร่วมกับแบรนด์อื่น ๆ ในเครือ LVMH Group เพื่อปรับให้สอดรับกับความต้องการของอูโบลท์อย่างสมบูรณ์แบบ
นักออกแบบในเมืองนียงได้พัฒนาฟังก์ชันการใช้งานใหม่ ๆ ของนาฬิกา โดยถ่ายทอดทักษะความเชี่ยวชาญที่มีมาแต่เดิมลงสู่นาฬิกาดิจิทัลรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ นอกจากฟังก์ชันอนาล็อก “Time Only” แล้ว นาฬิการุ่น BIG BANG e ยังได้นำกลไกซับซ้อนของนาฬิกาแบบดั้งเดิมมาผ่านการตีความใหม่ให้พิเศษยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar) ที่บอกข้างขึ้นข้างแรมได้แม่นยำ หรือฟังก์ชันเทียบโซนเวลาที่สองในระบบ GMT ที่แสดงช่วงเวลาบนโลกตามที่เป็นจริง ฟังก์ชันบอกเวลาเหล่านี้ได้ผ่านการรังสรรค์ขึ้นใหม่และพัฒนาเพื่อเสริมความได้เปรียบให้กับคุณสมบัติที่นาฬิกาดิจิทัลมีอยู่แล้ว และแม้จะใช้เทคโนโลยีบิลต์อิน อูโบลท์ยังรับประกันประสิทธิภาพในการกันน้ำลึก 30 เมตรสำหรับเรือนเวลานี้
ประดิษฐกรรมแห่งเวลา BIG BANG e ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Wear OS by Google™ ยังสามารถปรับแต่งประสบการณ์การใช้งานตามสไตล์สมาร์ทวอทช์ได้ ผู้สวมใส่สามารถเข้าถึงแอปใน Google Play ค้นหาคำตอบด้วย Google Assistant และชำระเงินได้รวดเร็วผ่าน Google Pay นอกจากนี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น เพียงแค่ปัดนิ้วไปบนหน้าปัดก็ดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อัปเดตข้อมูลด้วยการแจ้งเตือนและข้อความต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้น หน้าปัดที่ออกแบบมาเป็นพิเศษโดยแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่โดดเด่นและพันธมิตรของอูโบลท์จะค่อย ๆ เผยโฉมปรากฏออกมา
นาฬิกา BIG BANG e ได้เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะวางจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้ โดยรุ่นแรกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญ #HublotLovesArt ประกอบด้วยหน้าปัด 8 สไตล์ที่เกิดจากจินตนาการของมาร์ก เฟอเรโร ศิลปินนักเล่าเรื่อง โดยทุก ๆ 3 ชั่วโมง หน้าปัดของนาฬิกาจะเปลี่ยนสีเพื่อแสดงภาพการสร้างสรรค์ทั้ง 8 ภาพต่อเนื่องไปจนครบ 24 ชั่วโมง ซึ่งแต่ละภาพจะใช้สีสันที่ไม่ซ้ำกัน ได้แก่ สีเหลืองสดใส สีน้ำเงินลุ่มลึก สีส้มโฉบเฉี่ยว สีขาวบริสุทธิ์ สีเขียวนำโชค สีแดงร้อนแรง สีรุ้งสุดหรรษา และสีดำชวนค้นหา ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ทุก ๆ 1 ชั่วโมงยังมีภาพแอนิเมชันปรากฎขึ้นเป็นเวลา 5 วินาที สะท้อนถึงวิถีแห่ง #HublotLovesArt ที่แต่งแต้มด้วยสีสันและจังหวะแห่งช่วงเวลาที่เคลื่อนผ่านไปจนครบรอบวันได้อย่างชัดเจน!
นาฬิกา BIG BANG e ผลิตออกมา 2 รุ่น คือรุ่นตัวเรือนไทเทเนียมและตัวเรือนเซรามิกสีดำ และยังเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของอูโบลท์ที่นาฬิาการุ่นนี้จะวางจำหน่ายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของแบรนด์ รวมถึงเครือข่าย Wechat ในจีน โดยหลังจากนั้นจะวางจำหน่ายที่ร้านค้าและเครือข่ายของแบรนด์ Google, Google Play, Wear OS by Google, Google Pay รวมถึงเครื่องหมายอื่น ๆ เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC
#Hublot #BigBangE #HublotLovesArt
ดาวอังคารไม่เคยอยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านี้มาก่อน แบรนด์นาฬิกาสัญชาติรัสเซีย Konstantin Chaykin เชื่อว่าความปรารถนาของมนุษยชาติในการพิชิตดาวอังคารได้ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์หลายสิ่งหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการพัฒนานาฬิกาจักรกลที่มีความแม่นยำสูงและสามารถทำงานอัตโนมัติทั้งในอวกาศและบนดาวอังคาร ด้วยเหตุนี้ ในปี 2017 ผู้เชี่ยวชาญด้านการประดิษฐ์นาฬิการายนี้จึงเปิดตัวโครงการพิชิตดาวอังคารของตัวเองในชื่อ "Mars Time"
● เสียงเรียกจากดาวอังคาร: นาฬิกา Mars Conqueror รุ่นใหม่
นาฬิกา "Mars Conqueror Mk3 Fighter" รังสรรค์ขึ้นเพื่ออนาคต จึงมาพร้อมดีไซน์สุดล้ำ และให้ความรู้สึกเข้มแข็งแบบทหาร โดยมีจุดเด่นอยู่ที่หน้าปัดย่อยบอกเวลา 24 ชั่วโมง และกลไกเฟือง "Martian" ที่ประดิษฐ์โดย Konstantin Chaykin ซึ่งบอกเวลาบนดาวอังคารได้อย่างแม่นยำ
กลไกการทำงานอันซับซ้อนของ "Mars Conqueror Mk3 Fighter" สร้างสรรค์ขึ้นในรัสเซียทั้งหมดโดย Konstantin Chaykin Manufactory โดยประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนมากถึง 125 ชิ้น แต่ละชิ้นรังสรรค์ด้วยมืออย่างพิถีพิถันตามธรรมเนียมปฏิบัติของช่างทำนาฬิกามืออาชีพ
● นาฬิกาเรือนแรกในประวัติศาสตร์สำหรับผู้พิชิตดาวอังคาร
นาฬิกา "Mars Conqueror Mk3 Fighter" รังสรรค์ขึ้นเพื่ออนาคต จึงมาพร้อมดีไซน์ยานอวกาศสุดล้ำตามจินตนาการและการออกแบบของ Konstantin Chaykin ตัวเรือนให้ความรู้สึกดุดันแต่ก็คำนึงถึงหลักการยศาสตร์ด้วยทรงสี่เหลี่ยมคางหมูและขอบรูปสามเหลี่ยม กรอบหน้าปัดยึดกับตัวเรือนด้วยสกรู 24 ตัว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกลไกการเทียบท่าของยานอวกาศ
นาฬิกาเอดิชันแรกทำจากไทเทเนียม ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้กับเครื่องบินและยานอวกาศ จึงเข้ากับวัตถุประสงค์และการใช้งานของนาฬิการุ่นนี้ ซึ่งมีเพียง 8 เรือนเท่านั้น
นาฬิกา "Mars Conqueror Mk3 Fighter" ติดตั้ง Automatic Caliber K.15-0 พร้อมหน้าปัดบอกเวลาท้องถิ่น, เวลาสากล (UTC) 24 ชั่วโมง, เวลาดาวอังคาร (MCT) โดยมีเม็ดมะยมสองเม็ดบนตัวเรือนไทเทเนียมที่ประดิษฐ์โดย Konstantin Chaykin ส่วนสายนาฬิกาใช้หนังแท้สีดำ ตะเข็บสีส้ม และซับในสีส้ม
เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับเว็บไซต์ Keds.co.th หรือจะเรียกว่าเปิดบ้านหลังใหม่สำหรับสาวกคนรักเคดส์ (Keds) อย่างแท้จริงก็ว่าได้ ใครที่ต้องการช้อปปิ้งสินค้ารุ่นใด หรือมองหาโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ ก็สามารถคลิกเข้าไปได้เลย แถมยังมีรองเท้าเคดส์ คอลเลคชั่นพิเศษที่จะทยอยแวะเวียนเข้ามาให้ได้จับจองเป็นเจ้าของเฉพาะบนเว็บไซด์หลักนี้เท่านั้น โดยขอเปิดตัวด้วย Keds Vintage Champion รองเท้ารุ่นพิเศษที่นำสไตล์สุดเฉี่ยวของอเมริกันยุค 60s มาใช้
เคดส์นำเสนอรองเท้ารุ่นพิเศษนี้ ด้วยรูปทรงรองเท้าแชมเปี้ยนเรียวปลายเท้าในปี1960 ผสมผสานความขี้เล่นเข้ากับรองเท้าสไตล์แคชชวล พร้อมดัดแปลงรูปทรงช่วงนิ้วเท้าให้มีทรงแบบเม็ดอัลมอนด์ และมีกลิ่นอายความเป็นผู้หญิงที่ดูทันสมัยเหมาะกับยุคนี้ คอลเล็กชั่นแชมเปี้ยนวินเทจนำเสนอรายละเอียดจากรูปแบบดั้งเดิม 60s อีกทั้งโทนสีที่เลือกใช้ก็เป็นโทนสีเดียวกับรองเท้ารุ่นดั้งเดิมอีกด้วย
เป็นเจ้าของรองเท้ารุ่นวินเทจแชมเปี้ยนนี้ได้บนเว็บไซด์ www.keds.co.th เท่านั้น! (อย่ารอช้า! สินค้ามีจำนวนจำกัด) พิเศษ! กด Subscribe Newsletter รับส่วนลดทันที 10% สำหรับสินค้าราคาปกติ และยังมีโปรโมชั่น End of season sale up to 40% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)
เว็บไซต์นี้มีการเก็บ Cookies เพื่อปรับปรุงการให้บริการ จิ้มดู นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม