Beauty Arrival

โบเตก้า เวเนต้า เผมโฉมบูติกสโตร์ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

โบเตก้า เวเนต้า (Bottega Veneta) แบรนด์แฟชั่นชื่อดังสัญชาติอิตาลี เปิดตัวบูติกสโตร์โฉมใหม่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซึ่งบูติกแห่งนี้ได้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2014 วางจำหน่ายสินค้าทั้งสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เครื่องหนังขนาดเล็ก รองเท้า จิวเวลรี่ แว่นตา น้ำหอม แอคเซสเซอรี่ต่างๆ รวมถึงเสื้อผ้าคอลเล็คชั่นใหม่ โดยภายในมีพื้นที่รวมกว่า 1,694 ตารางฟุต

บูติกสโตร์แห่งนี้ ให้ความรู้สึกกว้างขวางและทันสมัย คงคอนเซ็ปต์การตกแต่งที่โปร่ง สบายตา และเน้นความสว่าง ตกแต่งด้วยสีโทนอุ่น ด้วยการทาผนังสีขาวสว่างหรือตกแต่งโดยการใช้หินปูนสีงาช้างพร้อมสร้างลายหินอ่อนโรมันธรรมชาติ โดยพื้นปูด้วยไม้รีเคลม บริเวณชั้นวางและตู้โชว์เคสทำจากไม้โอ๊คโบราณ ภายในร้านยังมีองค์ประกอบต่างๆ ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา แต่ทว่าเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเป็นราวแขวนทองเหลือง แท่นโชว์ทรงลูกบาศก์สีต่างๆ ม้านั่งหนัง และเก้าอี้ซึ่งสานด้วยเทคนิค Intrecciato อันเป็นเอกลัษณ์

พบกับ “ห้าง ททท. ช้อปฟินกินเที่ยวทั่วไทย” ในรูปแบบ Virtual Event บน LINE SHOPPING ที่เดียว

นับถอยหลังสู่มหกรรม พบกับ “ห้าง ททท. ช้อปฟินกินเที่ยวทั่วไทย” 30 ก.ค.นี้ ในรูปแบบ Virtual Event บน LINE SHOPPING ที่เดียว

● พบข้อเสนอและแพ็กเกจท่องเที่ยวราคาพิเศษ ลดสูงสุด 80% ตั้งแต่ 30 ก.ค. – 28 ส.ค. 63
● “ซื้อไว้ก่อน เที่ยวทีหลัง” เลือกได้ตามใจ สไตล์ผู้บริโภคยุค New Normal
● เปิดโอกาสคนไทยช่วยภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทย ด้วยประสบการณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ ง่ายตั้งแต่ต้นจนจบ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ LINE ประเทศไทย โดย LINE SHOPPING จัดมหกรรม “ห้าง ททท. ช้อปฟินกินเที่ยวทั่วไทย” งานใหญ่แห่งปีของคนชอบเที่ยว ในรูปแบบออนไลน์เพื่อให้สอดรับกับวิถีชีวิต New Normal พบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุดแห่งปีจากที่พักชั้นนำมากมาย อาทิ เคป ดารา รีสอร์ท, โรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต, โรงแรมและรีสอร์ตในเครือครอส (Cross Hotels & Resorts) และโรงแรมในเครือแมริออท รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และกิจกรรมสันทนาการ กว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ ให้ขาเที่ยว ขาช้อปชาวไทยได้เลือกสรร ตั้งแต่ 30 ก.ค. – 28 ส.ค. นี้ บน LINE SHOPPING ที่เดียว และสำหรับผู้ที่แม้จะยังไม่มีแผนไปเที่ยวก็สามารถเข้ามาเลือกชมเพื่อซื้อ Voucher ราคาพิเศษที่ถูกใจไว้ล่วงหน้าได้ เพื่อนำไปใช้ในอนาคต

โดยผู้เข้าร่วมงาน “ห้าง ททท. ช้อปฟินกินเที่ยวทั่วไทย” จะได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่แสนสะดวกสบายบน LINE SHOPPING ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมแหล่งช้อปออนไลน์ จากร้านค้าโซเชียลชื่อดังมาไว้ใน LINE ที่เดียว เปิดโอกาสให้ผู้ใช้กว่า 46 ล้านคนร่วมสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวไทยได้อย่างง่ายดายในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกดูเมนูข้อเสนอจากบูธต่างๆ ในงาน การคลิกสั่งซื้อ และการชำระเงิน นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถสอบถามรายละเอียดผ่านการแชทพูดคุยกับร้านค้าได้โดยตรงอีกด้วย ทั้งหมดนี้กำลังจะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม LINE ตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อชีวิตไร้รอยต่อ (Life Infrastructure) ของคนไทย

เพื่อความสะดวกในการเข้าชม ‘ห้าง ททท. ช้อปฟินกินเที่ยวทั่วไทย’ ได้สะดวก บูธร้านค้าออนไลน์ได้ถูกแบ่งออกเป็น 6 โซนหลักที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ได้แก่
● โซนอยากเที่ยว: ประกอบไปด้วยข้อเสนอสุดพิเศษจากผู้ประกอบการรถเช่า รถทัวร์ เรือสำราญ แพ็กเกจการเดินทางต่างๆ กิจกรรมสันทนาการรวมไปถึงของใช้จำเป็นสำหรับการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าเดินทาง อุปกรณ์สำหรับการท่องเที่ยว เป็นต้น
● โซนอยากกิน: เอาใจสายกิน โดยมีร้านอาหารจากทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นของคาวหวาน กินเล่น กินจริงจัง หรือของกินท้องถิ่นพื้นบ้าน มีตั้งแต่ ร้านอาหารทั่วไป จนถึง ร้านอาหารในโรงแรม หรือจะระดับมิชลินไกด์ คาเฟ่ ขนม เบเกอรี เครื่องดื่มต่างๆ อาหารสด อาหารแห้ง เครื่องปรุง ผัก ผลไม้
● โซนอยากนอน: เป็นส่วนของดีลที่พักทุกแนว ทุกระดับ จากทุกภาคของประเทศไทย ทั้งแนวพักในเมือง แนวธรรมชาติ แนวหรูหรา
● โซนอยากผ่อนคลาย: เป็นการออกร้านของผู้ให้บริการนวดไทย สปา แพ็กเกจเสริมความงามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทำเล็บ สักคิ้ว ต่อขนตา ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม
● โซนอยากช้อป: รวมสินค้าของฝาก ของที่ระลึก อัญมณี เครื่องประดับ งานศิลปหัตถกรรม สินค้าแฟชั่นและความงาม เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งของเสริมมงคล
● โซนของดังประจำภาค: สินค้าดี สินค้าดังประจำถิ่น สินค้า OTOP สินค้าจากวิสาหกิจชุมชน หรือของพื้นเมืองจากทุกภาคทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นอกจากนี้ LINE SHOPPING ยังได้จัดหมวดหมู่การนำเสนอบูธร้านค้าเพื่อให้สะดวกต่อการค้นหา ไม่ว่าจะเป็น หมวด “คอลเลกชันเด็ดทั่วไทย” ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการหาไอเดียในการซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวภายในงาน หมวด ”ส่วนลดพิเศษ” เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบโปรโมชั่นเป็นพิเศษและมองหาส่วนลดเพิ่มเติมจากดีลพิเศษที่จะซื้อ หมวด “แจกโบรชัวร์” ที่ยกเอาเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของงานไทยเที่ยวไทยนั่นก็คือการแจกโบรชัวร์มาไว้ในหมวดนี้ เอาใจผู้เข้าชมงานที่ต้องการอ่านเอกสารรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พัก แหล่งท่องเที่ยว ร้านค้า หรือร้านอาหารต่างๆ หมวด “ร้านยอดนิยม” ที่รวมเอาร้านค้าไฮไลท์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการเลือกช้อปได้ง่ายขึ้น และและสุดท้ายคือหมวด “ร้านค้าภายในงาน” ที่แสดงรายชื่อทุกร้านค้าที่เข้าร่วมงาน

LINE SHOPPING ขอชวนคนไทยร่วมงาน “ห้าง ททท. ช้อปฟินกินเที่ยวทั่วไทย” ในแบบ Virtual Event ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. – 28 ส.ค. นี้ เพียงเปิด LINE เข้า Wallet (แถบเมนูสุดท้าย) จากนั้น เลื่อนหน้าจอลงมาด้านล่างจะเจอ ทางเข้างาน “ห้าง ททท. ช้อปฟินกินเที่ยวทั่วไทย” ในเมนู "ดีลพิเศษจาก LINE SHOPPING" หรือคลิกเข้าทางลิงก์ https://shop.line.me/event/travel ได้ทั้งทางโทรศัพท์มือถือหรือ PC ไทยช่วยไทยด้วยวิธีง่ายๆ แบบนี้พลาดไม่ได้แล้ว!

หาดทิพย์และโคคา-โคล่า เปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำแร่แบรนด์ระดับโลก “บอน อควา”

หาดทิพย์และโคคา-โคล่า เปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำแร่แบรนด์ระดับโลก “บอน อควา” เดินหน้ารุกเซ็กเมนต์น้ำแร่ธรรมชาติเต็มกำลัง ชูความต่างด้วยการเป็นตัวเลือกคู่มื้ออาหาร

บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “บอน อควา” (BonAqua) น้ำแร่แบรนด์ระดับโลกที่ผลิตจากน้ำแร่ธรรมชาติ 100% จากแหล่งพุนพิน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฏร์ธานี การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ถือเป็นการเดินหน้ารุกเซ็กเมนต์น้ำแร่ธรรมชาติเป็นครั้งแรกของโคคา-โคล่าในประเทศไทย และเป็นการตอกย้ำแนวทางการขยายพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มให้ครอบคลุมและหลากหลาย ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย ซึ่งในช่วงเริ่มต้น “บอน อควา” จะมีจัดจำหน่ายเฉพาะในเขต 14 จังหวัดภาคใต้ก่อนเท่านั้น

นางสาวมัณฑนา หล่อไกรเลิศ ผู้อำนวยการการตลาด บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โคคา-โคล่า ศึกษาและยึดถือความต้องการของผู้บริโภคเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจเสมอมา ทำให้เราได้อินไซต์ว่าผู้บริโภคยุคใหม่เป็นกลุ่มที่ใส่ใจสุขภาพ แต่มีวิถีชีวิต ประจำวันที่ค่อนข้างยุ่งไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ผู้บริโภคกลุ่มนี้จึงมองหาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ไม่เพียงช่วยเติมความสดชื่น แต่เหมาะกับการดูแลสุขภาพและสามารถดื่มคู่กับอาหารได้ทุกมื้อ ด้วยเหตุนี้ เราจึงเดินหน้ากลยุทธ์ขยายพอร์ตโฟลิโอให้ครอบคลุมและหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มนี้ด้วยการจับมือกับหาดทิพย์เปิดตัว ‘บอน อควา’ น้ำแร่แบรนด์ระดับโลก พร้อมนำร่องจัดจำหน่ายใน 14 จังหวัดภาคใต้”

“บอน อควา” เป็นแบรนด์น้ำแร่ระดับโลกของโคคา-โคล่า ที่ได้รับความนิยมและจำหน่ายมาแล้วใน 28 ประเทศทั่วโลก โดยในประเทศไทย “บอน อควา” ผลิตจากน้ำแร่ธรรมชาติ 100% จาก แหล่งพุนพิน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่น้ำแร่จากแหล่งธรรมชาตินี้มีคุณภาพในระดับแบรนด์ชั้นนำของโลก ผ่านเทคโนโลยีการผลิตอันทันสมัยของโรงงานในจังหวัดสุราษฎร์ธานีของหาดทิพย์ ซึ่งได้คุณภาพมาตรฐานระดับโลกของโคคา-โคล่า

พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หาดทิพย์ ดำเนินธุรกิจโดยยึดเอาปรัชญาการดำเนินงานที่มุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจเคียงคู่ไปกับการพัฒนาทางชุมชน สังคม และเศรษฐกิจของพี่น้องชาวใต้การเปิดตัวแบรนด์น้ำแร่ระดับโลกของโคคา-โคล่าอย่าง ‘บอน อควา’ สะท้อนปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของพวกเราอย่างแท้จริง เพราะน้ำแร่ “บอน อควา” ผลิตจากน้ำแร่ธรรมชาติ 100% จากแหล่งพุนพิน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยศักยภาพและเทคโนโลยีการผลิตอันทันสมัยตามมาตรฐานระดับโลกของหาดทิพย์ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า น้ำแร่ “บอน อควา” จากโรงงานพุนพินทุกขวด มีคุณภาพมาตรฐานเทียบเท่ากับน้ำแร่ชั้นนำของโลก เราจะใช้เครือข่ายการกระจายสินค้าที่เข้มแข็งของหาดทิพย์ เพื่อส่งต่อผลิตภัณฑ์คุณภาพนี้ให้กับผู้บริโภคชาวใต้ ได้ร่วมสดชื่นและภาคภูมิใจไปพร้อมกับเรา”

น้ำแร่ธรรมชาติ “บอน อควา” เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถดื่มได้ทุกมื้ออาหาร มีแร่ธาตุ 9 ชนิดคือแมกนีเซียมแคลเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ไบคาร์บอเนต ฟลูออไรด์ ซัลเฟต ซิลิก้า และคลอไรด์ ช่วยเติมเต็มน้ำซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย พร้อมเป็นตัวเลือกให้ผู้บริโภคดื่มคู่กับอาหารทุกมื้อไม่มีส่วนเกิน และเพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง หาดทิพย์และโคคาโคล่าได้เตรียมทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางสื่อโฆษณานอกบ้านทั่วภาคใต้ และกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายตลอดทั้งปี

ผู้บริโภคสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์น้ำแร่ “บอน อควา” ได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายของหาดทิพย์และโคคา-โคล่า ที่ร้านค้าทั่วไป ร้านอาหาร และแม็คโครใน 14 จังหวัดภาคใต้

RADO True Square รูปทรงใหม่แห่งอนาคต

Rado ไม่ได้เพียงแค่คุ้นเคยกับนาฬิกาไฮเทคเซรามิกในรูปทรงสี่เหลี่ยมเท่านั้น เพราะแรกเริ่มเดิมที ราโด คือผู้ผลิตนาฬิกาทรงเหลี่ยมขึ้นมาก่อนใครในอดีต สำหรับปีนี้เราได้คิดค้นรูปทรงสี่เหลี่ยมขึ้นมาใหม่ซึ่งเป็นรูปทรงที่เรามีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้สวมใส่นาฬิกาในศตวรรษที่ 21 เราจึงภูมิใจนำเสนอคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุด คือ True Square ซึ่งได้เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกและพร้อมให้ยลโฉมแล้วในประเทศไทย

และเช่นเคย เรามีการกำหนดมาตรฐานและยกระดับคุณภาพวัสดุและการออกแบบ รวมทั้งก้าวไปสู่อนาคตด้วยนาฬิกาอันล้ำยุคที่แซงหน้าอุตสาหกรรมไปหลายต่อหลายปี

True Square ได้มีการออกแบบมาเพื่อให้ดูดีตลอดอายุการใช้งาน ทั้งตัวเรือนและสายผลิตจากไฮเทคเซรามิกที่ บริสุทธิ์ผุดผ่องของ Rado ซึ่งมีทั้งสีดำ สีขาวและพลาสม่า ไม่มีการออกแบบนาฬิกาใดที่โดดเด่นไปกว่า Rado รูปทรงสี่เหลี่ยมและจะกลายเป็นนาฬิกาที่เป็นไอคอนของ Rado ในเจนเนอเรชั่นถัดไป

True Square มีความเรียบ เบาและสวมใส่สบาย รวมทั้งยังผ่านมาตราฐานทุกประการของ Rado เพราะเหตุใดนาฬิการูปทรงสี่เหลี่ยมนี้จึงมีความแตกต่าง ความลับก็คือเทคโนโลยี ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่ Rado ผลิตคอลเล็คชั่น Ceramica ขึ้นเป็นครั้งแรก นาฬิการูปทรงสี่เหลี่ยมที่โดดเด่นที่สุดของเราในปี 1990 ในยุคนั้นเราสามารถนำเซรามิกมาใช้ได้โดยผ่านวิธีการบีบอัดเท่านั้น นี่เป็นเทคนิคที่นำไปสู่การออกแบบนาฬิการูปทรงสี่เหลี่ยมที่มีสีดำเงาอันโดดเด่น ตัวเรือนผลิตแบบเป็นชิ้นเดียวที่มีมุมโค้งมนอันประณีตนั้นมีทั้งความทนทานและรูปทรงที่ทันสมัย สามารถสวมใส่ได้สบายและตรงตามหลักสรีรศาสตร์

30 ปีต่อมา เราสามารถสร้างตัวเรือนรูปทรงสี่เหลี่ยมแบบเป็นชิ้นเดียวได้ โดยใช้เทคโนโลยีการฉีดขึ้นรูปที่ถือเป็นนวัตกรรมของเราในเวลานั้น นี่เป็นสิ่งที่ เราทำได้แค่วาดฝันเท่านั้นอย่างไรก็ตามแรงบันดาลใจดังกล่าวทำให้ True Square กลายเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตในเวลานี้

True Square มีโครงสร้างตัวเรือนและสายข้อมือที่ทำจากไฮเทคเซรามิก เป็นสัญลักษณ์ใหม่ที่แสดงถึงความทนทาน ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ยืนหยัดอยู่ได้ภายใต้การทดสอบของกาลเวลามีความสวยงามตลอดอายุการใช้งานเหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหานาฬิกาที่ราคาไม่แพงแต่มีคุณภาพสูง มีเพียง Rado เท่านั้นที่มีเทคโนโลยีนี้และเราภูมิใจที่จะเปิดตัวนาฬิกาไฮเทคเซรามิกรูปทรงสี่เหลี่ยมรุ่นแรกที่มีตัวเรือนแบบเป็นชิ้นเดียวที่ผลิตด้วยวิธีการฉีดขึ้นรูป

นอกจากนี้ยังนำเสนอมุมมองที่โดดเด่นของกลไกการเดิน C07 พร้อมกับพลังงานสำรองที่ยาวนานถึง 80 ชั่วโมงผ่านหน้าปัดที่ได้รังสรรค์ขึ้นอย่างสวยงามกับTrue Square Open Heart มาพร้อมรูปลักษณ์ที่สะดุดตาและตราตรึงอยู่ในหัวใจ นี่คือนาฬิกาไฮเทคเซรามิกรูปทรงสี่เหลี่ยมที่มีโครงสร้างแบบสเกเลตันเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น

ความสามารถในการมองเห็นกลไกการเดินถือเป็นประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกา ซึ่งมักดื่มด่ำกับช่วงเวลาในการเฝ้ามองกลไกการเดินที่แม่นยำ การม้วนและการคลายตัวของสปริงปรับสมดุล รวมทั้งการเดินอย่างละมุนละไมของฟันเฟืองและซี่ล้อต่างๆ ในระดับไมโครสเกล เป็นสิ่งย้ำเตือนที่ยอดเยี่ยมซึ่งบ่งบอกว่าเวลามีค่าอย่างแท้จริงเรือนเวลาสีดำและสีพลาสม่ามีรูปลักษณ์ที่ดูไม่หรูหราจนเกินไป ในขณะที่สีขาวมีการประดับตกแต่งอย่างเต็มที่ด้วยการเพิ่มเพชรอันแวววาว 12 เม็ดที่ดัชนีบอกเวลา

True Square เป็นรูปทรงของเทรนด์ ใหม่ในอนาคตอย่างแท้จริง



สัมผัสเรือนเวลาอันโดดเด่นจากคอลเลคชั่นล่าสุดได้แล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป คิงพาวเวอร์ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และ Shopee หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร. 02-610-0200

ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ชวนเพิ่มโอโซนและพื้นที่สีเขียวให้บ้านและร่วมฝ่าวิกฤตคนท่องเที่ยว

ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) สานต่อแคมเปญ “Happy Savvy” คืนความสุข ปลุกรอยยิ้ม (The Happiness Return) ให้คนไทยทุกคน ผุดไอเดียจัดกิจกรรมเอาใจวงการนักปลูกต้นไม้ในงาน “ตลาด Grow Green #นัดกันปลูก@The Market Bangkok ราชประสงค์” เพิ่มโอโซนและพื้นที่สีเขียวให้บ้านของทุกคน ด้วยการรวบรวมต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่กำลังมาแรงตามแบบฉบับวิถี New Normal นำมาจัดจำหน่ายในงาน ตั้งแต่วันที่ 16 - 22 ก.ค. 63 บริเวณ ชั้น M ลาน R Walk ด้านหน้าทางเข้าศูนย์ นอกจากนี้ ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มกำลังใจให้แก่บุคคลาการแวดวงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ฝ่าวิกฤตไปได้ ด้วยการผนึกกำลังพันธมิตร ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย, ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.), สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA), และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) จัดงาน “รวมพลคนท่องเที่ยว…จับมือไว้แล้วไปเที่ยวกัน” การออกร้านจำหน่ายสินค้าของกิน ของใช้ บริการ พร้อมแพ็คเกจทัวร์ภายในประเทศในพิเศษรวมกว่า 200 บูธ โดยงานจัดตั้งแต่ วันที่ 16 - 22 ก.ค. 63 ณ M Hall และโซน M2 ชั้น M ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์)

ภายในงานได้รับเกียรติจากคุณชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, คุณวิโรจน์ สิตประเสริฐนันท์ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย, คุณกันยารัตน์ โชคอุ่นกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ย่านราชประสงค์), คุณสุฐิตา โชติจุฬางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักกรรมการ บมจ. เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด, คุณพิมพกานต์ พิพิธธนานันท์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานกรุงเทพมหานคร , คุณธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว, คุณวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) และคณะผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ มาร่วมภายในงานครั้งนี้

เริ่มต้นที่งาน “ตลาด Grow Green #นัดกันปลูก@The Market Bangkok ราชประสงค์” ได้มีการ เนรมิตลาน R Walk บริเวณด้านหน้าทางเข้าศูนย์ฯ ด้วยซุ้มอุโมงค์พันธุ์ไม้นานาชนิดบรรจงตกแต่งประดับประดา ไว้อย่างร่มรื่น เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวเปรียบเสมือนโอเอซิสใจกลางเมือง ท่ามกลางความสนใจจากหนุ่มสาวชาว New Normal ที่กำลังหันมานิยมการปลูกต้นไม้ใบหญ้าจนกลายเป็นเทรนด์ฮิตมาแรงอยู่ในขณะนี้ ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้แวะเวียนมาเช็คอิน ถ่ายภาพ และชื่นชมความสวยงามของหมู่แมกไม้กันแบบชิลล์ๆ อีกทั้งไปร่วมช้อปกันต่อกับไฮไลท์ของงานครั้งนี้ที่ทุกคนรอคอย พบกับการออกร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่กำลังอยู่ในกระแส อาทิเช่น ต้นไม้ฟอกอากาศ, ต้นไม้มงคล, ไม้ดอกไม้ประดับ, ไม้ด่าง, ไม้โชด, ไม้อวบน้ำ, แคคตัส และไม้พันธุ์หายาก Rare Item ตลอดจนอุปกรณ์การปลูกต้นไม้ และการตกแต่งสวน จากพ่อค้าแม่ค้าตัวจริงนำมาจำหน่ายภายในงาน พร้อมคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบำรุงดูแลรักษาต้นไม้ต้นโปรดให้แก่สาวกนักปลูกทั้งมือใหม่ มือสมัครเล่น มือฉมัง โดยงานจัดตั้งแต่วันนี้ - 22 ก.ค. 63 ณ ลาน R Walk ชั้น M ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์)

ถัดมาชวนไปต่อที่งาน “รวมพลคนท่องเที่ยว จับมือไว้แล้วไปเที่ยวกัน” ภายใต้ความร่วมมือจากพันธมิตรชั้นนำด้านธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยในครั้งนี้ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย (สมอท.), ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.), สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA), และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เพื่อร่วมมอบกำลังใจแก่บุคลากร ในแวดวงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบขาดรายได้หลักจากสถานการณ์โควิด19 ให้สามารถฝ่าวิกฤต ในครั้งนี้ไปได้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มมัคคุเทศก์, ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว, กลุ่มรถทัวร์ โดยการจัดพื้นที่ให้บุคลากรเหล่านี้ ร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค แพ็คเกจทัวร์ภายในประเทศ และบริการในราคาพิเศษสุดกว่า 200 บูธ ชิม...อาหารดีรสเลิศจากทั่วฟ้าเมืองไทย และสารพันเครื่องดื่มสุดชิลล์ ช้อป...สินค้าราคาถูกนานาชนิด อาทิ การจำหน่ายไข่ไก่เบอร์ 2 ฟองละ 2 บาท วันละ 4 รอบ / รอบละ 50 แพ็ค, จองห้องพัก และโปรแกรมท่องเที่ยวภายในประเทศในราคาสุดพิเศษ นอกจากนี้ยังมีแพ็คเกจพิเศษไทยเที่ยวไทยในราคา 300 บาท (อยุธยา, พัทยา, สุพรรณบุรี), นวดผ่อนคลายฟรี 30 นาที และกิจกรรมการแสดงจากศิลปินร่วมสร้างสีสันภายในงาน เฉพาะงานนี้เท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ – 22 ก.ค. 63 ณ M Hall และโซน M2 ชั้น M ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์)

ร่วมคืนความสุข ปลุกรอยยิ้มอีกครั้ง กับความรื่นรมย์รอบตัวได้ที่งาน “ตลาด Grow Green #นัดกันปลูก” และ “รวมพลคนท่องเที่ยว จับมือไว้แล้วไปเที่ยวกัน” 16 - 22 ก.ค. ศกนี้ เต็มพื้นที่ชั้น M ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) ทั้งนี้ ทางศูนย์ฯ ยังคงติดตามเฝ้าระวัง และคุมเข้ม มาตรการความสะอาดและสุขอนามัย ครอบคลุมในทุกส่วนพื้นที่ให้บริการอย่างเข้มงวด ติดตามรายละเอียดตลอดการจัดงานได้ที่ FB Page: TheMarketBangkok

Cathy Doll เปิดตัวคอลเลคชั่น K+SURGY นวัตกรรมเมคอัพของการแต่งหน้าสไตล์เกาหลี

เคที่ดอลล์ (Cathy Doll) แบรนด์ในใจสาวไทย ภายใต้บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ขอแนะนำผลิตภัณฑ์เมคอัพคอลเลคชั่น K+SURGY (เคเซอร์จี) ที่คิดค้นนวัตกรรมใหม่หรือการนำเอา Inspiration จากทำศัลยกรรมแบบเกาหลี รวมถึงคอร์สทรีทเม้นท์ต่างๆในเกาหลีนำมาสู่สินค้าเมคอัพในรูปแบบที่สะดวกใช้อย่าง CATHY DOLL K+SURGY (Korean Surgery Inspired) เป็นการสร้างแรงบันดาลในในการศัลยกรรมเกาหลี เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ต้องการศัลยกรรมแต่ยังมีความกลัว หรือกลุ่มที่ยังไม่พร้อมศัลยกรรมความงาม รวมถึงสถานการณ์ช่วงนี้ที่ยังไม่สามารถเดินทางไปศัลยกรรมที่เกาหลีได้ จึงได้คิดค้นนวัตกรรมสินค้าเมคอัพที่ครอบคลุมทุกความต้องการ อาทิ ปากกาตาฉ่ำวาว (Dolly Eye Stick) /ราคา 295 บาท สร้างดวงตาหวานชวนฝันสไตล์สาวเกาหลี, ปากกาเลือดฝาด (PRP Lip & Cheek Pen) / ราคา 225 บาท ใช้ได้ทั้งปากและแก้มให้มีสีเลือดฝาดดูระเรื่อแบบธรรมชาติราวกับทำทรีทเม้นท์มา, ปากกาปากกระจับ (Baby Thin Lipstick) / ราคา 225 บาท ช่วยสร้างปากกระจับให้ริมฝีปากดูเรียวเล็กตามที่ต้องการ, ปากกาดั้งโด่ง (Easy Nose Up Stick) / ราคา 295 บาท ช่วยสร้างจมูกโด่ง และเพิ่มมิติให้สันจมูกดูเรียว และ ปากกาตา 2 ชั้น (Double Eyelid Eyeliner) / ราคา 250 บาท บอกลาตาชั้นเดียวให้ดูกลมโตเป็นสองชั้น


ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่ร้าน KARMART หรือช่องทางออนไลน์ www.karmarts.com, Facebook: Karmartsclub, Facebook: Cathy Doll, Instagram: karmartsclub และ Line: @Karmarts_onlineshop

The Platinum Knockout Price Return

คุณชาญชัย เชิดชูวงศ์ธนากร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บริหารโครงการและพื้นที่พาณิชย์ และคุณสุฐิตา โชติจุฬางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักกรรมการ บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จัดแคมเปญ “The Platinum Knockout Price Return : Phase 2” # ช้อปนี้ที่คิดถึง ครั้งแรกกับการเสริมกลยุทธ์การค้าเพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายพร้อมจับคู่ธุรกิจ B2B X B2C ลดล้างสต๊อกสูงสุดถึง 80% และช็อปรับโปรโมชั่นสุดคุ้ม ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยภายในงานได้รับเกียรติจากคุณสรัญพงษ์ อัครธนัญพงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการออกแบบอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมงาน ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์

วาโก้รับบริจาคบราเก่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปทำลายอย่างถูกวิธี

บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ชวนคนไทยร่วมกันแก้ปัญหาโลกร้อนและลดฝุ่นพิษ PM 2.5 ด้วยการเปิดรับบริจาคเก่าทุกยี่ห้อ ในโครงการ “วาโก้บราเดย์ บราเก่าเราขอ” ซึ่งดำเนินโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 เพราะวัสดุส่วนใหญ่ที่ใช้ประกอบบรา ผลิตจากโพลีเมอร์หรือที่เรียกว่าพลาสติก ส่งผลให้บรา 1 ตัวต้องใช้เวลาย่อยสลายนานกว่า 400 ปี สำหรับบราเก่าที่ได้รับบริจาค ทางโครงการฯ จะคัดแยกบราที่ยังคงสภาพดีไปมอบให้กับสตรีในบ้านพักฉุกเฉิน ที่เหลือก็จะนำไปทำลายในเตาเผาระบบปิดความร้อนสูง 1,800 องศาเซลเซียส โดยวิธีการเผานี้ไม่ก่อให้เกิดขี้เถ้าหรือฝุ่น PM 2.5 และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นอันตราย และยังช่วยลดปริมาณขยะตกค้างจากการฝังกลบ โดยสามารถนำบราเก่าหรือบราเสื่อมสภาพที่ไม่ใช้แล้วทุกแบรนด์ มาบริจาคได้ที่วาโก้ช็อปและเคาน์เตอร์วาโก้ทุกสาขาทั่วประเทศได้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ทางวาโก้ยังเพิ่มช่องทางบริจาคผ่านทางไปรษณีย์มายังฝ่าย CSR บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) 132 ซ.เจริญราษฎร์ 7 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ 10120 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-296-9979

Diorshow 2020 สไตล์ที่มีความเป็นแฟชั่นยิ่งกว่าเคย

● DIORSHOW ICONIC ● (1,380 บาท)
- โดดเด่นด้วยขนตางอนโค้งเต็มพิกัดอย่างต่อเนื่องระยะยาว
นับจากแรกเริ่ม Diorshow Iconic Overcurl สร้างชื่อให้ตนเองด้วยการเป็นมาสคาราเพิ่มความหนา ดัดขนตางอนโค้งที่ผู้หญิงทุกคนชื่นชอบ ล่าสุดแบบฉบับแห่งมาสคาราจาก Dior เผยโฉมในงานออกแบบแฟชั่นอันสดใหม่ พร้อมสูตรผสมที่มอบความสมบูรณ์แบบในทุกแง่มุม ติดทนนาน 24 ชั่วโมง พร้อมปฏิบัติการถนอมความงามให้แก่เส้นขนตาอย่างล้ำลึก
- ขนตาสวยขึ้นในทันที และต่อเนื่องในแต่ละวัน
ได้รับการออกแบบมาเพื่อดัดขนตางอนโค้งให้แก่คนเอเชียโดยเฉพาะ สูตรผสมเคลือบตัวเส้นขนตา มอบความคมชัดทางรูปทรง จัดระเบียบให้แผ่ตัวเรียงเส้นสวยเต็มพิกัดจากการตวัดมือปัดเพียงครั้งเดียว และก่อผลลัพธ์ติดทนนาน 24 ชั่วโมง (ใช้เครื่องมือประเมินผลกับอาสาสมัคร 20 คน) แปรงปัดทรงโค้ง มอบความแม่นยำในการจับเส้นขนตา พร้อมดัดให้ได้ทรงโค้งงอนงดงามตามธรรมชาติถึงขีดสุด นอกจากนั้น สูตรผสมอุดมสารสกัดจากน้ำหวานเกสรดอกฝ้าย ให้การฟื้นบำรุงความงามเส้นขนตาอย่างล้ำลึก ขนตาอ่อนนุ่ม เต็มรูปทรง และแข็งแรงยิ่งขึ้นในแต่ละวัน
- งานออกแบบใหม่ งามสง่า และทันสมัย
Diorshow Iconic Overcurl ได้รับการบรรจุหลอดซึ่งผ่านการออกแบบสร้างสรรค์ราวกับเป็นศิลปวัตถุ คาดปลอกวงแหวนเจียระไนเล่นเหลี่ยมมุมเพื่อเน้นความชัดเจนทางรูปทรงของโลโก้ Dior โดยให้เข้ากับเฉดสีของมาสคาราภายในทั้งสีดำ, สีน้ำเงิน และสีน้ำตาล รวมถึงกลิตเตอร์สีเงินของท้อปโค้ทเคลือบเงารุ่นพิเศษ มีจำนวนจำกัด

● 5 COULEURS COUTURE ● (2,700 บาท)
- เครื่องประดับแฟชั่นสำหรับดวงตา
อายแชโดว์ 5 เฉดบรรจุตลับ ซึ่งถือเป็นเมคอัพสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ นำเสนอลูกเล่นหักมุมจากแฟชั่น นั่นก็คืองานออกแบบตกแต่งพาเลตต์แต่ละตลับ ล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากลุคเด่นบนรันเวย์แสดงแฟชั่นของ Dior นอกจากตลับรูปโฉมใหม่ เฉดสี และผลลัพธ์ก็เต็มไปด้วยความสดใหม่ไม่แพ้กัน
- เติมอารมณ์แฟชั่น
5 Couleurs Couture นำเสนอ 6 เนื้อสัมผัสใหม่คือแมตต์เนียนละไม, ซาตินทอประกาย, เหลือบมุกแวววาว, เมทัลลิกเงางาม, กลิตเตอร์ระยับแสง และไฮไลท์ทวีประกายสว่างกับ 14 เฉดสีที่ปีเตอร์ ฟิลิปส์ออกแบบให้เข้ากับแต่ละลุคเครื่องแต่งกายที่นำเสนอบนรันเวย์แฟชั่น เพื่อมอบความสะดวก และสนุกสนานในการจับคู่แต่งเติม

ทั้ง 4 พาเลตต์ ต่างมีเฉดสี It ที่รังสรรค์ขึ้นจากสัญลักษณ์ประจำการออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้าของ Dior: 079 Black Bow, 279 Denim, 689 Mitzah, 879 Rouge Trafalgar

● DIORSHOW 24H STYLO ●
- ความสมบูรณ์แบบของลายเส้น
Diorshow 24H Stylo ใหม่ คือผลิตภัณฑ์อันถือกำเนิดจากประสบการณ์การทำงานของปีเตอร์ ฟิลิปส์หลังเวทีแสดงแฟชั่น ไม่ว่าจะแต่งตาลุคใด จากอ่อนโยนดูเป็นธรรมชาติไปจนถึงโฉบเฉี่ยว สุดท้าทาย เขาได้ออกแบบรูปทรงปลายดินสอของไลเนอร์รุ่นใหม่ให้มอบประสิทธิภาพในการใช้งานสูงสุด อำนวยความสะดวกในการวาดเส้นขอบตาประจำวันได้ดียิ่งขึ้น
เนื้อสัมผัสคลี่ตัวลื่น เนียนผิว ก่อความงดงามทางเส้นสายที่คมชัดนับแต่แรกจรดมือผ่านสูตรอุดมเม็ดสีเข้มข้น ผลลัพธ์ที่ได้ยังทนต่อน้ำ และติดทนนาน 24 ชั่วโมง ปลายดินสอกลมมน มอบความแม่นยำในการวาดเส้นตรงตำแหน่งของ Diorshow 24H Stylo เลื่อนตัวเข้า/ออกผ่านด้ามปลอกบรรจุซึ่งติดตั้งกลไกเหลาคมในตัว ในขณะที่ทิปปลายโฟมอีกด้าน คือบทเติมเต็มอันลงตัวในการเกลี่ยไล้ กระจายเนื้อสีให้ฟุ้งละมุนสำหรับลุคสโมคกี้

Diorshow 24H Stylo มอบตัวเลือก 2 ผลลัพธ์คือแม็ตละมุนกับซาตินทอประกายผ่าน 12 เฉดสีที่รองรับลุคการแต่งเติมจาก 5 Couleurs Couture อันรวมถึง 4 เฉดสี It: ดำแมตต์, น้ำเงินแมตต์, แดงแมตต์ และเงินประกายมุก



@diormakeup #diorshow #peterphilipsmakeup #diorbeautylovers

โคคา-โคล่า ผนึกกำลัง ฟู้ดแพนด้า ส่งมื้ออร่อยพร้อมเครื่อมดื่มซ่า จัดเต็มโปรสุดคุ้ม แจกโค้ดส่วนลด ให้ทุกมื้อพิเศษยิ่งขึ้น

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ผนึกกำลัง ฟู้ดแพนด้า เติมเต็มความสุขและอิ่มอร่อยของมื้ออาหารให้ผู้บริโภคด้วยมื้ออาหาร จากฟู้ดแพนด้า พร้อมผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจากโคคา-โคล่า จัดเต็มกิจกรรมทางการตลาดมากมายเพื่อฉลองการเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการ แจกโค้ดส่วนลด 30,000 สิทธิ์ จากร้านอาหารกว่า 3,000 แห่งที่ร่วมรายการ ให้ผู้บริโภคได้เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกับคนพิเศษผ่านมื้ออาหารอร่อยซ่าได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

มร. คาร์ลอส ดิแอซ-ริกบี้ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โคคา-โคล่า ประจำประเทศไทยและลาว กล่าวว่า “ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มจะปรับตัวเพื่อให้วิถีชีวิตสอดรับกับ new normal ขณะเดียวกัน โคคา-โคล่าก็เล็งเห็นถึงการเติบโตของตลาดธุรกิจบริการจัดส่งอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งช่องทางที่เราให้ความสำคัญในระดับโลก เนื่องจากธุรกิจนี้เข้ามาช่วยตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย และเติมเต็มประสบการณ์ให้ผู้บริโภคสามารถมีช่วงเวลาของมื้ออาหารที่อิ่มอร่อยและพิเศษร่วมกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนที่รัก โคคา-โคล่าเชื่อว่าการผนึกกำลังกับแพลตฟอร์มชั้นนำอย่างฟู้ดแพนด้าในครั้งนี้จะช่วยตอบสนองความต้องการและวิถีชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านธุรกิจซึ่งกันและกัน โดยแพลตฟอร์มของฟู้ดแพนด้าจะเป็นอีกหนึ่งในช่องทางสำคัญที่ผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของโคคา-โคล่าอย่างสะดวก ควบคู่ไปกับยกระดับประสบการณ์มื้ออาหารให้สมบูรณ์แบบด้วยบริการจัดส่งที่ดี อาหารที่หลากหลาย พร้อมเครื่องดื่มจากโคคา-โคล่า โดยผู้บริโภคสามารถพบกับประสบการณ์เลือกซื้อผลิตภัณฑ์โค้กพร้อมมื้ออาหาร ได้แล้วบนทุกแพลตฟอร์มของฟู้ดแพนด้า ซึ่งรับรองว่าจะช่วยเพิ่มความพิเศษให้กับมื้ออาหารให้ผู้บริโภคได้ใช้เวลาร่วมกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนที่รักได้อย่างมีความสุขได้อย่างแน่นอน”

มร. อเล็กซานเดอร์ เฟลเดอร์ ซีอีโอ บริษัท เดลิเวอรี่ ฮีโร่ (ฟู้ดแพนด้า ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ช่วงที่ผ่านมา ความต้องการในบริการส่งอาหารมีการเติบโตขึ้นต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัดภายใต้
new normal ฟู้ดแพนด้าในฐานะผู้ให้บริการสั่งซื้อและจัดส่งอาหารออนไลน์เดลิเวอรี่ผ่านแอปพลิเคชั่นเจ้าแรกในประเทศไทย จึงได้เดินหน้าคัดสรรอาหารมื้อโปรดจากร้านอาหารท้องถิ่นทั่วประเทศ มาเสิร์ฟให้กับคนรักอาหารถึงที่ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ปัจจุบัน ฟู้ดแพนด้า ประเทศไทยมีจำนวนร้านอาหารที่เป็นพันธมิตรกว่า 73,000 ร้าน ครอบคลุมกว่า 67 จังหวัดทั่วประเทศ ด้วยบริการที่ครอบคลุมและการร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่างโคคา-โคล่า ฟู้ดแพนด้ามั่นใจว่าจะสร้างประสบการณ์ผ่านมื้ออาหารสุดคุ้มและมีความหมายมากยิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศผ่านตัวเลือกอาหารบนแพลตฟอร์มฟู้ดแพนด้า รวมทั้งครอบคลุมการบริการในส่วนของเครื่องดื่มโค้ก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมของลูกค้าฟู้ดแพนด้าเสมอมา”

และเพื่อฉลองการผนึกกำลังเป็นพันธมิตรกันในครั้งนี้ โคคา-โคล่า และฟู้ดแพนด้า ได้เตรียมกิจกรรมทางการตลาดเพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ผู้บริโภคชาวไทยได้มีความสุขไปกับมื้ออาหารแสนอร่อยได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับศิลปิน นักแสดง และ อินฟลูเอนเซอร์ในการจัดกิจกรรมเพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคภายใต้แคมเปญ “มื้อพิเศษที่บ้านกับโค้ก” พร้อมแจกโค้ดส่วนลดมูลค่า 30 บาท เมื่อสั่งขั้นต่ำ 150 บาท กว่า 30,000 สิทธิ์ โดยมีจำนวนจำกัดต่อวัน เมื่อสั่งอาหารหรือผลิตภัณฑ์โค้กผ่านร้านค้าที่ร่วมรายการกว่า 3,000 ร้านค้าทั่วประเทศ บนแอปพลิเคชั่นและเว็บไซต์ foodpanda ตลอดทั้งเดือนกรกฎาคมอีกด้วย

นอกเหนือจากการกิจกรรมทางการตลาดมากมายที่จะเข้ามาช่วยเติมความสุขให้มื้ออาหารของผู้บริโภคแล้ว ฟู้ดแพนด้ายังได้กำหนดมาตรการพิเศษเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การลดการสัมผัสตลอดการจัดส่งอาหาร การจ่ายเงินผ่านทางออนไลน์ ไปจนถึงการดูแลสุขอนามัยของพนักงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้บริโภคทุกคนปลอดภัย และสุขภาพแข็งแรงดีอีกด้วย

ผู้บริโภคสามารถใช้ช่วงเวลาแห่งความอิ่มอร่อยกับคนพิเศษพร้อมด้วยเครื่องดื่มจากโคคา-โคล่า และมื้ออาหารสุดคุ้มจากฟู้ดแพนด้าได้แล้ววันนี้ ผ่านแอปพลิเคชั่น foodpanda ทั้งระบบ iOS และ Android บนมือถือ หรือเว็บไซต์ www.foodpanda.co.th