

ตลอดเวลาเจ็ดทศวรรษที่ Dior ได้สรรค์สร้าง และรังสรรค์ Rouge Dior เพื่อผู้หญิงทั้งหลายทั่วโลก ผลงานที่เหนือกว่าการเป็นเมคอัพ หากเป็นตัวแทนการยกย่องคุณค่าแห่งความเป็นผู้หญิง และ “อํานาจแห่งอิสตรี” สําหรับเดือนกันยายนนี้ Rouge Dior ยังคงยกย่องความสําคัญของสีแดง เพื่อปลุกเร้า และจูงใจให้ผู้หญิงเหล่านั้นปรารถนา และนิยมที่จะใช้ Rouge Dior ต่อไป นั่นก็เพราะ “Rouge Looks Good on You: คุณดูดีด้วยสีแดง”
ก่อนก้าวเข้าสู่ปี 1950 คริสเตียน ดิออร์ ผู้ใช้ชีวิตอยู่กับความปรารถนาที่จะแต่งกายให้ผู้หญิง และเติมความงามให้แก่รอยยิ้มของพวกเธอ ได้สร้างสรรค์ลิปสติกสีแรกของเขาขึ้นในจํานวนจํากัด จากนั้น เมื่อถึงปี 1953 Rouge Dior ได้ถือกําเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ จากจุดเริ่มตํานานในวันนั้น สู่วันนี้ที่ House of Dior จะเฉลิมฉลองให้แก่วาระครบรอบ 70 ปีของลิปสติก Rouge Dior คอลเลคชั่นแรก ผลงานต้นแบบอันเป็นที่มาของการใช้คําว่า “รูจ” (rouge แปลว่า “สีแดง”) เรียกขานลิปสติก และกลายเป็นไอคอนของ “รูจ” ทาปากสําหรับผู้หญิงนับล้าน
● ROUGE DIOR, ไอคอนแห่งแฟชั่น
ในปี 1947 คริสเตียน ดิออร์ได้ปฏิวัติการแต่งกายของผู้หญิงทั่วโลกด้วยทรวดทรงเสื้อผ้า “นิวลุค” และเดรสสีแดง สีแห่งความเป็นผู้หญิง ความปรารถนาตลอดกาลของเขานั่นก็คือ “ไม่เพียงทําให้ผู้หญิงทั้งหลายสวยขึ้น แต่ยังมีความสุขมากขึ้น” ด้วยการประดับสีแดงบนรอยยิ้มให้พวกเธอด้วยเช่นกัน เมคอัพแต่งหน้าได้ถือกําเนิดขึ้นในเวลาเกือบจะไล่กันกับแฟชั่น ในฐานะสีแดงสําหรับแต่งเติมลําดับสุดท้ายเพื่อความสมบูรณ์แบบของลุคการแต่งกายในทุกสไตล์
● ความงามร่วมสมัย
เป็นเวลานับหลายปีที่ความคลาสสิกของ Rouge Diorได้ประดับเรียวปากของบรรดาสุภาพสตรีที่มีชื่อเสียง เป็นบุคคลสําคัญนับไม่ถ้วน รวมถึงครองตําแหน่งบทเติมเต็มความหรูหราสง่างามยามปรากฏกายบนพรมแดง, อยู่ต่อหน้ากล้องหรือกระทั่งในที่รโหฐาน กับช่วยเวลาอันเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด...ดาวเด่นเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแทน และทวีความโดดเด่นให้แก่ลิปสติก ซึ่งกลายเป็นไอคอน หรือ “ต้นแบบ” แห่งวงการเมคอัพ
โดยมีนาตาลี พอร์ตแมนทําหน้าที่เป็นทูตความงามมาตั้งแต่ปี 2013 อีกครั้งที่ Rouge Dior ได้กลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง ในสีแดงอันเป็นนิยามแห่งสีแดงประจําฤดูใบไม้ร่วงนี้ ในความหรูหราสง่างามของชุด Mitzah ที่เธอสวมใส่ นาตาลี พอร์ตแมนทาปากด้วย Rouge Dior 999 Matte สีแดงเนื้อแม็ตเจิดจรัส ทอประกายแห่งความสุด สะกดทุกสายตา และนํามาซึ่งชีวิตอันรุ่งโรจน์ให้แก่สีแดง Dior
นอกจากจะมอบความงดงามไร้ที่ติให้แก่ริมฝีปาก สูตรผสมของ Rouge Dior ยังให้สัมผัสสบายผิวอย่างมิอาจหาใดเปรียบที่แนบสนิทติดทนนานหลายชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อซาติน หรือเนื้อแม็ต ลิปสติกอันทรงแบบฉบับก็สร้าง
เซอร์ไพรส์ได้เสมอด้วยสูตรอุดมเม็ดสีเข้มข้นระดับสูง ซึ่งก่อผลลัพธ์อันเต็มไปด้วยความรู้สึกชุ่มชื่น
● อานุภาพแห่งสี และผลงานสร้างสรรค์
สําหรับคริสเตียน ดิออร์ “สีแดงคือสีแห่งชีวิต” สีแดงคือสีแห่ง Dior โดยมี Rouge Dior เป็นตัวแทนสื่อความหมายได้อย่างดี สีแห่งพลังบวก สีแห่งความประทับใจ สีที่จุดประกายพลัง ถ่ายทอดเสน่ห์ที่แท้จริงในตัวผู้หญิงทุกคนให้ปรากฏออกมาอย่างงามสง่า ท่ามกลางเฉดสีทั้งหมด บางเฉดได้กลายเป็นสีแดงรุ่นต้นแบบ เป็นสีแดงเฉดไอคอนซึ่งไม่เคยมีสีแดงเฉดใดเสมอเหมือน ไม่ว่าจะเป็นสีแดง Trafalgar ซึ่งอาศัยแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากกลุ่มเสื้อผ้า “กองพลแดง” หรือ Coups de Trafalgar ของคริสเตียน ดิออร์ ที่ช่วยทวีความงามสง่า สร้างความมั่นใจในตัวเองให้แก่หญิงผู้ได้ใช้ หรือสีแดง 999 จากแรงบันดาลใจของสองลิปสติกรุ่นแรกคือเฉดแดงหมายเลข 9 และ 99 อันล้วนแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งมรดกแฟชั่น ตัวแทนประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสีสันแห่ง Dior
ปีเตอร์ ฟิลิปส์ ผู้อํานวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และภาพลักษณ์ประจําแผนก Dior Makeup ยังคงหล่อเลี้ยง และสืบทอดแบบฉบับ Rouge Dior ด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของเขาในงานออกแบบเฉดสี จวบจนปัจจุบัน Rouge Dior ได้นําเสนอผลงานมามากกว่า 1500 เฉดสีโดยอาศัยแรงบันดาลใจจากแฟชั่นเพื่อแต่งเติมความงามให้แก่รอยยิ้มของผู้หญิงทั่วโลก
เดือนกันยายนนี้ Dior ขอเชิญผู้หญิงทั้งหลายมาร่วมทําความรู้จักกับเสน่ห์หรูหราในโลกของ Rouge Dior กันอีกครั้งกับผลงานหลากเฉดสีที่ล้วนเต็มไปด้วยความคลาสสิก และทันสมัย มีสีแดง 999 ไอคอนแห่งความงามเป็นตัวนําเพื่อแสดงให้เห็นว่า Rouge Dior คือบทยกย่องคุณค่าแห่งความเป็นผู้หญิง เพราะคุณดูดีด้วยสีแดง และรู้สึกดีเมื่อมี Rouge Dior
@DIORMAKEUP @PETERPHILIPSMAKEUP @DIORBEAUTYLOVERS
ราชประสงค์ จับมือ ททท. นำทีมฟื้นฟูการท่องเที่ยวพร้อมจุดประกายความสุข ผุดแคมเปญ “Ratchaprasong Stronger Together : Arts from The Heart” ชวนคนดัง-ศิลปินกว่า 50 ชีวิต ส่งความสุขผ่านผลงานเพลงกว่า 70 บทเพลง และภาพผลงานศิลปะ 9 ภาพ จัดแสดงบนราชประสงค์ วอล์ก (R-Walk) ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 ต.ค.นี้
สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานเปิดตัวแคมเปญ “Ratchaprasong Stronger Together : Arts from The Heart” งานศิลปะสร้างกำลังใจ รวบรวมผลงานเพลงกว่า 70 บทเพลง และภาพผลงานศิลปะ 9 ภาพ จากกลุ่มศิลปินทั้งด้านมิวสิคและอาร์ตกว่า 50 ชีวิต บอกเล่าเรื่องราวที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ให้กำลังใจทุกคนที่ผ่านพ้นช่วงวิกฤติโควิด19 มาด้วยกัน พร้อมฟื้นฟูการท่องเที่ยวภายในประเทศให้กลับมาคึกคัก โดยมีการเปิดเพลงพร้อมคลิปเสียงจากศิลปินบนราชประสงค์ วอล์ก (R-Walk) จากทางเดินเชื่อมบีทีเอส สถานีชิดลม ถึง สี่แยกราชประสงค์ และ จากเกษรวิลเลจ จนถึง เดอะ แพลทินั่ม แฟชั่นมอลล์ และจัดแสดงผลงานศิลปะ 9 ภาพ บนราชประสงค์ วอล์ก (R-Walk) จากกลุ่มศิลปินหลากหลายวงการ ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 โดยมีตัวแทนศิลปิน ประกอบไปด้วย ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล, P7, จักรี คงแก้ว, เต่า (กีตาร์) จากวง Mild, เบิ้ม (กีตาร์) จากวง 6IXTY MILES และ เก๊ท (นักร้องนำ) จากวง The Rube ร่วมพูดคุย พร้อมบอกเล่าถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อจุดประกายความสุขผ่านแคมเปญนี้
นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นับว่าเป็นสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อทุกคน รวมไปถึงภาคธุรกิจโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวรวมถึงย่านราชประสงค์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกรุงเทพมหานคร เป็นย่านที่มีกลุ่มคนทำงานและใช้ชีวิตเดินทางสัญจรกว่า 35,000 คนต่อวัน แคมเปญ “Ratchaprasong Stronger Together : Arts from The Heart” งานศิลปะสร้างกำลังใจ เกิดขึ้นจากความตั้งใจของสมาคม ฯ ที่ต้องการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างกำลังใจให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีพลัง ส่งต่อแรงบันดาลใจจากเหล่าศิลปินแขนงต่างๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่มีสีสันและมีชีวิตชีวา พร้อมผลักดันภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักหลังภาวะวิกฤตินี้ผ่านพ้นไป โดยได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่เข้ามาช่วยรณรงค์ด้านการท่องเที่ยวแบบวิถีใหม่ (New Normal) รวมถึงศิลปินจากหลากหลายวงการที่ตอบรับทันทีเมื่อเราชวนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ โดยให้การสนับสนุนทั้งผลงานเพลง และผลงานศิลปะ เพื่อนำมาจุดประกายความสุขให้กับทุกคน ก็อยากเชิญชวนทุกคนให้มาฟังเพลง ชมผลงานศิลปะแบบ Social Distancing ที่ย่านราชประสงค์ด้วยกันนะครับ”
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย ทำให้เกิดการหยุดชะงักการเดินทางท่องเที่ยว อันเป็นผลจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งแน่นอนว่าการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวย่อมส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ททท. จึงได้ดำเนินการสร้างภาพลักษณ์ทางการตลาด เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็น Top of Mind (ที่หนึ่งในใจ) เป็น Trusted Destination (จุดหมายปลายทางที่เชื่อมั่นได้) ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ด้วยมาตรฐาน SHA (Amazing Thailand Safety & Health Administration) ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยให้กับสถานประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงการรณรงค์ด้านการท่องเที่ยวแบบวิถีใหม่ (New Normal) สนับสนุนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ก็ให้การสนับสนุนนโยบายของภาครัฐอย่างเต็มที่มาโดยตลอด สำหรับแคมเปญ “Ratchaprasong Stronger Together : Arts from The Heart” หรือ “งานศิลปะสร้างกำลังใจ” ทาง ททท. เห็นว่าเป็นโครงการที่มีแนวคิดและมีความตั้งใจที่ดีในการช่วยเหลือสังคม และยังเป็นการสร้างบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวให้มีสีสัน มีชีวิตชีวา ซึ่งเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยและสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาด Covid-19 อันจะช่วยทำให้เกิดการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เข้าสู่ภาวะปกติ และเกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น”
ยูน - ปัณพัท เตชเมธากุล 1 ใน 9 ศิลปินที่นำผลงานวาดภาพมาร่วมจัดแสดง พูดถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่า “ย่านราชประสงค์เป็นเส้นทางที่ยูนต้องเดินทางผ่านบ่อยๆ เวลาเดินทางขึ้นรถไฟฟ้าหรือมาประชุม บางทีก็ชอบเดินเล่นบน
R-Walk ในช่วงตอนเย็นๆ ซึ่งพอได้รับการติดต่อให้เข้าร่วมแคมเปญในครั้งนี้ ก็รู้สึกดีใจมากที่จะได้เห็นผลงานตัวเองจัดแสดงอยู่ในเส้นทางที่คุ้นเคย และได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างกำลังใจและสีสันให้กับย่านราชประสงค์ ผลงานศิลปะของยูนมีชื่อว่า “Wealth Management” ได้รับแรงบันดาลใจในระหว่างที่ทำงานที่บ้านมาเป็นเวลา 3 เดือน มีคำที่ได้ยินบ่อยๆคือ คำว่า “New normal” หรือ “ความปกติใหม่” ทำให้นั่งคิดทุกวันว่า New Normal สำหรับตัวเองคืออะไร ในวันที่เราไม่สามารถตอบได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในสถานการณ์นี้ สุดท้ายการอยู่กับตัวเองในระยะเวลานี้ทำให้รู้สึกถึงคำว่า “สมดุล” ที่เหมือนตุ๊กตาล้มลุก การสร้างความสมดุลในความฝัน ความหวัง และความเชื่อ เพื่อชีวิตที่ราบรื่น รวมถึงความมั่งคั่งทางสุขภาพ จิตใจ และการเงิน โดยมีการใช้เทคนิคพิเศษเป็นภาพสามมิติเหมือนที่เราเห็นในไม้บรรทัดตอนเด็กๆ ซึ่งเรียกว่า “Lenticular” ซึ่งก็อยากขอเชิญชวนให้แวะชมผลงานศิลปะของยูน และศิลปินท่านอื่น ๆ บนราชประสงค์ วอล์ก (R-Walk) ด้วยนะคะ”
เต่า (กีตาร์) จากวง Mild ตัวแทนศิลปินด้านมิวสิค พูดถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่า “รู้สึกยินดีมากครับที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้ และเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ส่งต่อกำลังใจให้กับผู้คน สำหรับเพลง “ไทยกอดไทย” เกิดขึ้นในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาดในช่วงแรกๆ ผม เก๊ท และเบิ้ม ได้มานั่งคุยกันและเห็นว่าสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้ก็คือการแต่งเพลง เพราะเป็นสิ่งที่เราถนัดกันอยู่แล้วก็เลยเริ่มมาจากตรงนั้น โดยเนื้อหาเป็นการพูดถึงจุดเริ่มต้นของโรคและเราควรป้องกันอย่างไร หลังจากนั้นผมก็ได้ส่งเดโม่เพลงนี้ไปให้ทางค่าย ซึ่งเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีเลยเชิญชวนศิลปิน–ดารามาร่วมในโปรเจ็กต์นี้ ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ตอบตกลงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งกำลังใจให้ทุกคน และหวังว่าเพลงนี้จะเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เราทุกคนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกัน ใครที่มีโอกาสเดินทางผ่านราชประสงค์ วอล์ก ก็สามารถเดินไปด้วย ฟังเพลงเพราะ ๆ ไปด้วย และนอกจากเพลงไทยกอดไทยแล้วยังมีอีกหลายบทเพลง จากเพื่อนๆ พี่ๆ ศิลปินมากมาย ที่ตั้งใจมอบบทเพลงเพื่อส่งต่อกำลังใจให้ผ่านพ้นวิกฤติไปด้วยเช่นกัน และนอกจากบทเพลงแล้วก็อยากจะขอเชิญชวนทุกคนมาชมงานศิลปะจากศิลปินหลากหลายวงการ ที่ต้องการสร้างกำลังใจและเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมด้วยกันนะครับ”
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายความสุข รีสตาร์ทธุรกิจ พร้อมฟื้นฟูการท่องเที่ยว กับแคมเปญ “Ratchaprasong Stronger Together : Arts from The Heart” งานศิลปะสร้างกำลังใจ ตลอดเส้นทางบนราชประสงค์ วอล์ก (R-Walk) ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 และหลังจากนั้นจะมีการนำภาพผลงานศิลปะทั้งหมดไปจัดแสดง ณ ชั้น G เกษรทาวเวอร์ และจะมีการจัดจำหน่ายภาพผลงานศิลปะ เพื่อนำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายไปบริจาคเพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลตำรวจ และสถาบันบำราศนราดูร ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ค We Love Ratchaprasong เว็บไซด์ www.bkkdowntown.com และอินสตาแกรม: Ratchaprasong
#StrongerTogether #ArtsfromtheHeart #งานศิลปะสร้างกำลังใจ
ฉีกทุกกฎเดิมๆ ของการฟังเพลงด้วยหูฟังไร้สาย CX 400BT True Wireless รุ่นใหม่ล่าสุดจากเซนไฮเซอร์ที่กลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งด้วยสุดยอดเทคโนโลยีด้านเสียงอะคูสติกขั้นสูงเพื่อมอบประสบการณ์ฟังเพลงผ่านหูฟังในทุกๆ วันของคุณให้น่าตื่นเต้นกว่าที่เคย ด้วยระบบควบคุมที่ปรับแต่งได้ง่าย การออกแบบที่พิถีพิถันให้ใส่ได้สบายหูทั้งวันตลอดการใช้งานที่ยาวนานต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง และนานสูงสุด 20 ชั่วโมงหากชาร์จผ่านเคส เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนรักเสียงเพลงตัวจริงห้ามพลาด
“หูฟังไร้สาย CX 400BT True Wireless จะทำให้คุณสัมผัสคุณภาพเสียงเหนือระดับได้อย่างง่ายดาย” นายคริส โลว์ รองประธานฝ่ายค้าปลีก เซนไฮเซอร์ เอเชีย กล่าว “ที่ผ่านมา หูฟังไร้สายระดับพรีเมียมของเราได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการหูฟังไร้สายด้วยเทคโนโลยีด้านเสียงอะคูสติกขั้นสูง และในวันนี้เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอคุณภาพเสียงขั้นสูงนี้ในรูปแบบของหูฟังไร้สายสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะเราเชื่อว่าคุณภาพเสียงไม่ควรถูกตัดทอนไปพร้อมกับสาย หูฟังไร้สาย CX 400BT True Wireless จึงตอบโจทย์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
หูฟังไร้สาย CX 400BT True Wireless ส่งมอบประสบการณ์เสียงเหนือระดับอันเป็นเอกลักษณ์ของเซนไฮเซอร์ด้วย ไดนามิก ไดรเวอร์ขนาด 7 มม. เอกสิทธิ์ของเซนไฮเซอร์ที่เป็นที่กล่าวขานอย่างทั่วถึง อย่างเช่นในหูฟัง MOMENTUM True Wireless 2 ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ด้วยระบบเสียงสำหรับหูฟังไร้สายระดับพรีเมียมที่พัฒนามาเพื่อผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงโดยเฉพาะ หูฟังรุ่นนี้จึงสามารถส่งมอบระบบเสียงสเตอริโอที่มีความแม่นยำสูง (High-fidelity Stereo) พร้อมเสียงเบสที่หนักแน่นกับเสียงแหลมที่ใสเป็นธรรมชาติ เก็บครบทุกรายละเอียด เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานด้วยแอปพลิเคชัน Sennheiser Smart Control ปรับแต่งหรือสร้างชุดเสียงได้ตามต้องการด้วยอีควอไลเซอร์ที่ติดตั้งอยู่ในตัวหูฟัง นอกจากนี้หูฟังไร้สาย CX 400 BT True Wireless ยังรองรับตัวแปลงสัญญาณไม่ว่าจะเป็น SBC, AAC และ aptX ซึ่งสามารถรับประกันคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมสำหรับอุปกรณ์มือถือได้ทั้งระบบ iOS และระบบ Android
● ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน
หูฟังไร้สาย CX 400 BT True Wireless ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา สัมผัสความบันเทิงและเชื่อมต่ออย่างง่ายดายไม่ติดขัดด้วยระบบควบคุมแบบสัมผัสที่ปรับแต่งได้ของหูฟังรุ่นนี้ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถออกแบบวิธีการควบคุมเสียง การโทร หรือระบบการสั่งงานด้วยเสียง เช่น Google Assistant หรือ Siri ได้ตามต้องการ
สำหรับการรับสายและการใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะบนอุปกรณ์มือถือ หูฟังไร้สาย CX 400 BT True Wireless ตอบโจทย์ผู้ใช้งานด้วยฟังก์ชั่นไมโครโฟนลดเสียงรบกวนรอบข้างเพื่อให้การโต้ตอบเป็นไปอย่างธรรมชาติ แม่นยำ และชัดเจน อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ไม่ติดขัดด้วยการส่งสัญญาณไร้สายอย่างไร้ที่ติผ่านเทคโนโลยีบลูทูธ 5.1 ที่สามารถใช้และจัดการได้อย่างสะดวกสบายผ่านแอปพลิเคชัน Sennheiser Smart Control
● สวมใส่สะดวกสบาย สัมผัสความบันเทิงได้ตลอดทั้งวัน
หูฟังไร้สาย CX 400BT True Wireless การันตีความสบายยามสวมใส่ พร้อมมอบความเพลิดเพลินให้ผู้ใช้ตลอดวันด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 7 ชั่วโมง และนานสูงสุด 20 ชั่วโมงเมื่อชาร์จผ่านเคสระหว่างการเดินทาง
หูฟังไร้สาย CX 400BT True Wireless ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์และดีไซน์ที่เรียบง่ายและสมดุลอย่างลงตัวนี้มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำและสีขาว พร้อมมอบความสบายขณะสวมใส่ตลอดทั้งวัน ผนวกกับคุณภาพในการผลิตขั้นสูงที่การันตีการใช้งานอย่างทนทาน นอกจากนี้ หูฟังรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับอะแดปเตอร์ที่มีให้เลือกถึง 4 ขนาดเพื่อการสวมใส่ที่พอดีกับหูและการลดเสียงรบกวนภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ที่เซนไฮเซอร์ ออนไลน์ สโตร์ (https://th.sennheiser.com) และร้านตัวแทนจำหน่ายของเซนไฮเซอร์ ในราคา 7,990 บาท
ครั้งแรกในเมืองไทยที่ LINE STICKERS และ LINE MELODY จับมือกันสร้างอุโมงค์ Art Gallery ที่ยาวที่สุด มาพร้อมคอนเซปต์ JOIN THE JOY ให้ทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์แบบจอย จอย กันได้เต็มที่ กับแกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยคาแรคเตอร์ยอดนิยมจาก LINE STICKERS ในหลากหลายสไตล์ จัดเต็มทั้งลายเส้นน่ารัก ลายเส้นเก๋ๆ คูลๆ หรือจะสายหวานก็มี แถมงานนี้ยังเอาใจสายถ่ายภาพ กับมุมถ่ายภาพที่ยาวกว่า 100 เมตร จากผลงานของครีเอเตอร์และศิลปินชั้นนำรวมกว่า 180 คน นอกจากจะได้ไปตามหาสติกเกอร์ที่ชอบ ไปเช็คอินได้รูปเก๋ๆ คู่กับคาแรคเตอร์ตัวโปรดแล้ว ยังสามารถสแกน QR Code เพื่อซื้อสติกเกอร์ที่ชื่นชอบได้ทันที หรือถ้าใครเป็นสายฟังเพลง ภายในอุโมงค์ Art Gallery นี้ก็ยังมีเมโลดี้ฮอตฮิตจาก LINE MELODY จากกว่า 30 ศิลปินให้ได้ไปดาวน์โหลดเป็นเสียงรอสาย เสียงเรียกเข้ากันได้อีกด้วย ง่ายๆ แค่นี้ ก็คงต้องบอกว่าไม่ไปไม่ได้แล้ว
วันหยุดยาวนี้ ใครยังไม่มีแพลนไปไหน แนะนำให้ปักหมุดที่งานนี้ได้เลย เปิดตัวปังๆ ก่อนใครที่แลนด์มาร์คนี้ รับรองว่าไม่ซ้ำใครแน่นอน เปิดให้ชมตั้งแต่วันที่ 4 – 30 กันยายนนี้ เวลา 6 โมงเช้า – เที่ยงคืน ที่ MRT พหลโยธิน ทางออก 3
ติดตามอัพเดทความเคลื่อนไหวของ LINE STICKERS และ LINE MELODY ได้ที่ LINE Official Account @linestickersth และ @linemelodyth
#JOINTHEJOY #LINEThailand #อุโมงค์สติกเกอร์ไลน์
ชมวีดีโอจำลองอุโมงค์ Art Gallery ได้ที่ https://tv.line.me/v/15542293
สมเป็นผู้บริหารยุคดิจิทัลรุ่นใหม่ไฟแรงจริง ๆ เมื่อ ณิชธีรกานต์ คงเรืองศรี ผู้บริหารสาวสวย บริษัท ออคีย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จับมือ ศิวกร สิริวงศ์ภานุพงศ์ ผู้บริหารหนุ่ม แห่งช้อปปี้ (ประเทศไทย) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน จัดหนัก จัดเต็ม กับแคมเปญมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ Shopee 9.9 Super Shopping Day ยกพาเหรดสินค้าออคีย์ จัดดีลและโปรโมชั่นสุดพิเศษกับ ไอเทมชาร์จเร็ว ลดสูงสุด 90% พร้อมแจกโค้ดส่วนลดสูงสุด 999 บาท และโค้ดส่วนลดเพิ่มอีกสูงสุด 50% โปรโมชั่นเอาใจสายช้อปยุคนิวนอร์มัลมากมายขนาดนี้ นักช้อปออนไลน์ต้องรีบกดเข้า Shopee เลือกซื้อสินค้าก็หมดโปรโมชั่น 9 เดือน 9 กันให้ไว
ร่วมช้อปสินค้าจาก AUKEY ในช่วง Shopee 9.9 Super Shopping Day พร้อมกดติดตามร้านค้า AUKEY Thailand Official Store บน Shopee เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุด ได้ที่https://shopee.co.th/aukeythailandofficialstore
วาโก้ดำเนินธุรกิจมาครบ 50 ปีในปี 2563 นี้ โดยให้ความสำคัญกับการวิจัยด้านสรีระและวัตถุดิบ รวมถึงพัฒนาการออกแบบ ตัดเย็บมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ สวมใส่สบาย คุ้มค่าต่อการซื้อ จึงเป็นแบรนด์ที่ผู้หญิงทุกช่วงวัยให้ความไว้วางใจ การันตีด้วยรางวัลล่าสุด No.1 Brand Thailand 2019-2020 หมวด Woman Underwear แบรนด์ยอดนิยมสูงสุดอันดับ 1 ในหมวดหมู่ชุดชั้นในสตรี โดยรักษาแชมป์อย่างต่อเนื่องมาตลอด 9 ปี
ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการ บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์ชุดชั้นในอันดับ 1 ล่าสุดเราได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เจาะกลุ่มวัยนักเรียน นักศึกษา ระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัย อายุระหว่าง 16-22 ปีและกลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน กับคอลเลกชัน Wacoal Super Bra ปรับเป๊ะ ให้ทุกรูปอกสวย ด้วย AUTO ADAPTIVE MOLD เพราะวัยรุ่นเป็นกลุ่มที่ความหลากหลายทางด้านความคิด การแสดงออกและไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง อีกทั้งต้องการความมั่นใจด้วยการมีสรีระที่โดดเด่น Wacoal Super Bra คือคอลเลกชันที่ดีที่สุดของวาโก้ในปี 63 นี้เพราะเป็นบราที่คิดค้นและวิจัย จนได้มาเป็นนวัตกรรม AUTO ADAPTIVE MOLD โมลพิเศษปรับสรีระให้ทรงอกสวยได้รูป พร้อม 5 ความพิเศษที่ให้มากกว่าที่เคยมี ได้แก่ 1. บราไร้โครงโค้งรับลำตัว 2. ขอบบนเต้ายืดหยุ่นไม่กดทับ 3. ฟองน้ำไล่ตามระดับอกสวยทุกคัพ 4. ข้างกระชับ อกชิด 5. สวย เป๊ะ ใส่สบาย นอกจากพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว Wacoal Super Bra ยังปรับราคาเบาๆ เพราะเข้าถึงและเข้าใจพฤติกรรมการซื้อของกลุ่มวัยรุ่น ด้วยความซุปเปอร์พิเศษเหล่านี้มั่นใจว่าจะทำให้ตลาดชุดชั้นในกลับมาคึกคักและได้รับการตอบรับที่ดีเช่นเคย ประกอบกับวิกฤติต่างๆ เริ่มคลี่คลายน่าจะกระตุ้นยอดขายปลายปี 63 นี้ได้” ธรรมรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย
ในปัจจุบันสื่อออนไลน์มีอิทธิพลอย่างมากในคนทุกกลุ่มและเพื่อเข้าถึงลูกค้าในทุกวัย ในวีดีโอโฆษณา Wacoal Super Bra วาโก้ได้ดึง Ogilvy เอเยนซี่แถวหน้าของไทยมาร่วมสร้างสรรค์วีดีโอโฆษณาบนออนไลน์ ด้วยศักยภาพและความครีเอทีฟจากผลงานต่างๆ ที่ได้รับรางวัลมากมายทั้งในไทยและต่างประเทศ วีดีโอโฆษณา Wacoal Super Bra ชุด Ant Ant Ant โดย Mood and Tone ได้นำกลิ่นอายความเป็นป๊อปอาร์ตสีสันสดใส นอกจากสร้างความน่าสนใจยังกระตุ้นให้คนดูเกิดความรู้สึกสนุกสนาน ด้วยรูปแบบการสื่อสารตรงไปตรงมาเข้าใจง่าย ทำให้กลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นสามารถจดจำผลิตภัณฑ์ได้ดี โฆษณาชุด Ant Ant Ant นำเสนอเรื่องราวความน่ารักของคู่รักวัยรุ่น ที่แฟนหนุ่มต้องตะลึงในความเป๊ะเพราะไม่ว่าเธอจะคัพไหนก็ปรับเป๊ะทุกรูปอก เธอทำอย่างไรถึงได้อกเป๊ะ! ติดตามได้ทาง Facebook, YouTube : Wacoal Thailand
Wacoal Super Bra มีจำหน่ายแล้วที่วาโก้ช็อปและเคาน์เตอร์วาโก้ ทั่วประเทศ พร้อมช่องทางออนไลน์ Wacoal Shop Online, Lazada, Shopee, JD central, Central Online ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/wacoal.th และ Line @wacoal.th
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) พร้อมด้วยพันธมิตรชั้นนำด้านธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย ร่วมเดินหน้าส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว และช่วยเหลือเครือข่ายบุคคลากรอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่ประสบวิกฤตจาก COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ร่วมจัดงาน “Guide Market #ตลาดนัดมัคคุเทศก์” ยกทัพคนท่องเที่ยวออกร้านค้า ร่วมช้อปกันฟินได้ในที่เดียว พบกับ อาหารอร่อย สินค้าคุณภาพ และบริการมากมาย ในราคาพิเศษจากกลุ่มไกด์ และบุคคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 150 ร้านค้า ไฮไลท์ห้ามพลาด ฟรี! เวิร์คชอปอัพสกิล รีสกิล ต่อยอดทักษะความรู้ให้ทันยุคนิวนอร์มอล อาทิเช่น ภาษาต่างประเทศ ได้แก่ ภาษาอังกฤษ, จีน, ญี่ปุ่น, ฮินดี (อินเดีย), สอนไพ่ทาโรต์พยากรณ์, ตัดต่อวิดีโอ, เวิร์คชอปแต่งหน้า, อบรมการใช้แอพริเคชั่น Zoom ให้เกิดประโยชน์เพื่อต่อยอดอาชีพมัคคุเทศก์ และเต้นลีลาศ ฟรี! ตัดผมชาย พร้อมรับคูปองมูลค่า 80 บาท เพื่อช้อปสินค้าภายในงาน และนวดฟรี 30 นาที โดยงานจัดขึ้น วันที่ 1 – 21 ก.ย. 63 ณ M Hall และโซน M2 ชั้น M ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์)
ยูนิลีเวอร์ (Unilever) ผู้นำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ระดับโลก สานต่อความสำเร็จในฐานะแบรนด์ที่ครองใจนักช้อปออนไลน์อันดับหนึ่งแท็กทีม ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ในเคมแปญ Shopee 9.9 Super Game Show จัดโปรโมชั่นแรงสุดแห่งปี ยกพาเหรดขบวนสินค้าจากแบรนด์ยอดนิยมลดสูงสุดถึง 50% พร้อมแจกโค้ดส่วนลดสูงสุด มูลค่า 400.- บาท และโค้ดส่วนลดสูงสุด 90% เมื่อชำระสินค้ายูนิลีเวอร์ผ่าน AirPay Wallet บนแพลตฟอร์มช้อปปี้ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 9 กันยายน 2563 นี้
ร่วมช้อปสินค้าจาก Unilever ในช่วง Shopee 9.9 Super Shopping Day พร้อมกดติดตามร้านค้า Unilever บน Shopee เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุด ได้ที่ https://shopee.co.th/Unilever_householdcare และ https://shopee.co.th/Unilever_beautyhotpro
เพลิดเพลินกับกิจกรรมสร้างสรรค์สุดมันส์และโปรโมชั่นสุดพิเศษ ร่วมสัมผัสประสบการณ์สำคัญที่ช่วยสร้างสมดุลของการใช้ชีวิต Life Well Balanced ที่ เดอะ ปาร์ค พร้อมไฮไลท์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในวันที่ 3 กันยายน
ขอเชิญชาวกรุงเทพฯ เตรียมต้อนรับการเปิด เดอะ ปาร์ค ไลฟ์ (The PARQ Life) ที่จะมอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์รีเทลรูปแบบใหม่ของคนเมือง เปิดให้บริการวันที่ 28 สิงหาคมนี้
โครงการเดอะปาร์ค ดังกล่าวได้รับการพัฒนาโดย ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริหารโดย บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่จะช่วยปรับโฉมชุมชนโดยรอบและมอบประสบการณ์ร้านค้าปลีกรูปแบบใหม่ ผ่านแนวคิด Life Well Balanced หรือการใช้ชีวิตอย่างสมดุล ผสานการออกแบบที่เน้นธรรมชาติอันรื่นรมย์ควบคู่เทคโนโลยีสุดล้ำอย่างลงตัว เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มอบความสมดุลแห่งการใช้ชีวิตที่สมบูณ์แบบระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต
และเพื่อฉลองการเปิดตัว เดอะ ปาร์ค ไลฟ์ จุดหมายสำหรับรีเทลไลฟ์สไตล์แห่งใหม่สำหรับคนเมือง พบกิจกรรมไฮไลท์สุดพิเศษในวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายนไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นมินิคอนเสิร์ตจาก สแตมป์ – อภิวัชร์ และการแสดงจากวง PGVIM จากสถาบันกัลยานิวัฒนา และวงคลองเตย ออเคสตร้า นำทีมโดยครูต้นกล้วย - วรินทร์ อาจวิไล ครูผู้เติมเต็มโอกาสทางด้านดนตรีแก่เด็กๆ ชุมชนคลองเตย รวมถึงกิจกรรมสุดพิเศษที่อัดแน่นทั้งสาระและความสนุกสนาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ Grow in The PARQ ที่พร้อมให้เพลิดเพลินมากมาย อาทิ GROW SMILE : เก็บภาพรอยยิ้มและความประทับใจกับเพื่อน และคนที่คุณรัก โดย studio ถ่ายภาพชั้นนำ .โซน GROW HEALTHY: เก็บแต้มเมนูเพื่อสุขภาพจากร้านอาหารชื่อดังใน เดอะ ปาร์ค ไลฟ์ เพื่อรับส่วนลดค่าอาหารพิเศษ โซน GROW STRONG: ออกกำลังพิชิตแคลฯ ชิงบัตรกำนัลจาก เดอะ ปาร์ค ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยเทรนเนอร์ผู้เชี่ยวชาญจาก Jetts Black และ MTM Academy และโซน GROW INSPIRATION: เติมเต็มแรงบันดาลใจและดื่มด่ำงานศิลปะจากศิลปินชื่อดังทั้งไทยและต่างประเทศ ที่รังสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟที่พร้อมสร้างรอยยิ้มและความประทับใจ รวมถึงโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมายตลอดเดือนกันยายน สะท้อนแนวคิด ‘Life Well Balanced’ เพื่อให้คนเมืองได้เพลิดเพลินอย่างแท้จริง
เคลียร์คิวให้พร้อม! แล้วมาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับ เดอะ ปาร์ค ไลฟ์ ไลฟ์สไตล์รีเทลรูปแบบใหม่ พร้อมยกระดับสมดุลแห่งการใช้ชีวิตอย่างลงตัวไปพร้อมกันในวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2563 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ เดอะ ปาร์ค ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมระหว่างถนนพระรามสี่และถนนรัชดาภิเษก และติดกับรถไฟฟ้าใต้ดิน ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/theparqbkk หรือ www.theparq.com
“ราโด ทรู ทินไลน์ เลส์ คูล์เลอร์ เลอ กอร์บูร์ซิ เย่” อานุภาพแห่งสีสันองค์ประกอบที่ลงตัวของการออกแบบและชุดสีเชิงสถาปัตยกรรมบนเรือนเวลา
หลังจากที่ RADO ผู้สรรสร้างนวัตกรรมเรือนเวลาระดับโลก สุดยอดงานออกแบบล้ำสมัย ผู้นำเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์ของวงการนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเลอ กอร์บูร์ซูซี่ (Les Couleurs Suisse) องค์กรที่อยู่ภายใต้ Foundation Le Corbusier ซึ่งถือสิทธิ์ในการออกใบอนุญาตการใช้ชุดสีเชิงสถาปัตยกรรม “Architectural Polychromy” ของนักออกแบบชื่อดังอย่าง เลอ กอร์บูร์ซิเย่ (Le Corbusier) แต่เพียงผู้เดียว และประสบความสำเร็จโดยได้รับเสียงตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากเมื่อปีที่ผ่านมา ในปีนี้ RADO จึงได้ผนึกกำลังร่วมมือกับพันธมิตรเดิมอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญในการต่อยอดความท้าทายด้านการออกแบบในโลกแห่งนวัตกรรมเรือนเวลาให้พัฒนาไปอีกระดับ
สีสันถือเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและมีความสำคัญต่อการออกแบบอย่างแท้จริง อานุภาพของสีได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยฟังก์ชั่นและเอฟเฟกต์ด้านการออกแบบสีนั้นได้รับการพัฒนาและวางแนวคิดใหม่ โดย เลอ กอร์บูร์ซิเย่ ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ส่งมอบสีสันให้กับงานด้านการก่อสร้าง ส่งมอบประสบการณ์จากความว่างเปล่าสู่ชุดสีเชิงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น มอบความกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติและสามารถผสมผสานได้ทุกแนวทาง ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องให้ความสำคัญต่อผลลัพธ์ของสีที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบและการออกแบบสีเชิงสถาปัตยกรรม
ซึ่ง Charles Edouard Jeanneret Gris (ชื่อโดยกำเนิดของ Le Corbusier) หนึ่งในสถาปนิกและนักออกแบบระดับตำนาน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานศิลปะ ภาพวาด กราฟิก ประติมากรรมและสิ่งทอ และเป็นผู้ที่สามารถจำแนกเฉดสีได้ถึง 63 เฉดสี จาก 2 คอลเลคชั่น ซึ่งทั้งหมดจะถูกแบ่งออกเป็น 9 กลุ่มด้วยเฉดและโทนสีที่ต่างกัน ระบบสีและสี 63 เฉดของ Le Corbusier นำไปสู่การพัฒนาชุดสีเชิงสถาปัตยกรรม “Architectural Polychromy” ที่ใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบันและได้รับการพิสูจน์โดยสถาปนิกและนักออกแบบชั้นนำว่าเป็นชุดสีเชิงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น
นอกจากนี้ระบบสีของ Le Corbusier ยังเป็นที่ยอมรับว่าสามารถถ่ายทอดข้อมูลด้านจิตวิทยาในทุกๆ เฉดสี โดยสีสันแห่งสถาปัตยกรรมของ Le Corbusier ได้ถูกคิดค้นและเปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1931 ก่อนพัฒนาต่อเนื่องและสร้างความฮือฮาอีกครั้งในปี 1959 ได้รับการพิสูจน์โดยสถาปนิกและนักออกแบบชั้นนำว่าเป็นชุดสีเชิงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น มอบความกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติและสามารถผสมผสานได้ทุกแนวทาง อีกทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ด้านการบุกเบิก เนื่องจากชุดสีนี้ยังคงได้รับการใช้งานอยู่ในปัจจุบันโดยสถาปนิกและนักออกแบบทั่วโลก และยังคงได้รับการยกย่องว่ามีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันและมีความสำคัญกับการออกแบบอย่างแยกกันไม่ได้ ตลอดระยะเวลาเกือบ 90 ปีหลังจากที่ชุดสีเหล่านี้ได้รับการเปิดตัวเป็นครั้งแรก
ขณะที่ RADO ผู้สรรสร้างนวัตกรรมเรือนเวลาระดับโลก เป็นผู้คิดค้นสุดยอดการออกแบบที่มีความล้ำสมัย เป็นที่รู้จักในนามว่า "ผู้นำเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์” ของวงการนาฬิกาในยุคปัจจุบัน ทั้งยังเป็นแบรนด์ที่เป็นผู้นำด้านการสร้างสีสันที่โดดเด่นและประสบความสำเร็จในการสร้างสีสันลงบนวัสดุไฮเทคเซรามิกถึง 14 สี นับตั้งแต่เริ่มมีการใช้ไฮเทคเซรามิกครั้งแรกในปี 1986 และได้กลายเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการพัฒนาสีในวัสดุไฮเทคเซรามิกนับแต่นั้นเป็นต้นมา
เพื่อเฉลิมฉลองสีสันแห่งตำนานและพิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบ ในปีนี้ RADO มีความภาคภูมิใจที่จะนำเสนอนาฬิการุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นจำนวน 9 สี 9 เรือน ในคอลเล็คชั่น True Thinline Les Couleurs™ Le Corbusier ที่มีชุดเซ็ตสีแบบพิเศษ ทำจากไฮเทคเซรามิก แต่ละเรือนเป็นตัวแทนของสีหนึ่งสีจากเก้ากลุ่มที่อยู่ในชุดสี แต่ละเรือนแสดงถึงความก้าวล้ำด้านเทคโนโลยีของ RADO ในการฉีดขึ้นรูปไฮเทคเซรามิกแบบเป็นชิ้นเดียว ถือเป็นการปฏิวัติวงการการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ด้านการบุกเบิกของแบรนด์ โดยมีเพียง RADO เท่านั้นที่สามารถผลิตสีเหล่านี้บนตัวเรือนเวลาระดับโลกได้
เว็บไซต์นี้มีการเก็บ Cookies เพื่อปรับปรุงการให้บริการ จิ้มดู นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม