Beauty Arrival

PANDORA ร่วมกับดิสนีย์ เตรียมส่งคอลเลคชั่น Star Wars เอาใจแฟนคลับสุดยอดมหากาพย์

สงครามแห่งดวงดาวจะอุบัติขึ้นอีกครั้ง ในรูปแบบของเครื่องประดับแห่งกาแลคซี่ Pandora ร่วมกับดิสนีย์ ส่งคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดเอาใจแฟนคลับสุดยอดภาพยนตร์มหากาพย์ชื่อดัง “สตาร์วอร์” (Star Wars)

แพนดอร่า (Pandora) เครื่องประดับและจิวเวลรีชื่อดังสัญชาติเดนมาร์ก ผู้สร้างสรรค์สร้อยข้อมือและชาร์มอันเต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ และครองใจผู้หญิงทั่วโลก มานานกว่า 20 ปี เดินหน้าสร้างสีสันอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเตรียมออกคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดร่วมกับดิสนีย์ กับการนำคาแรคเตอร์ของตัวละครสำคัญ และสัญลักษณ์จากมหากาพย์ชื่อดัง “สตาร์วอร์” ที่ครองใจแฟนๆ มาสร้างตำนานบทใหม่ให้เกิดขึ้นผ่านครื่องประดับ 10 ชิ้นพิเศษของแพนดอร่าเป็นครั้งแรก

Francesco Terzo และ A. Flippo Ficarelli ประธานกรรมการฝ่ายสร้างสรรค์คนสำคัญของแบรนด์แพนดอร่า กล่าวว่า “เราต้องการจะนำเสนอให้เห็นถึงอีกมิติหนึ่งของสตาร์วอร์ ที่เดินทางจากภาพยนตร์ไตรภาคที่คนทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี มาถึงยุคใหม่ของภาพยนต์ซีรีย์ล่าสุดดิสนีย์ สตาร์วอร์: “The Mandalolian” โดยครั้งนี้ทีมออกแบบได้บรรจงสร้างสรรค์ เพื่อจะแปลงโฉมคาแรคเตอร์ตัวละครสำคัญของสตาร์วอร์ให้กลายมาเป็นเครื่องประดับมาสเตอร์พีซ ที่ยังคงเน้นความปราณีต รายละเอียดดีเทลงานฝีมือทุกชิ้นที่ทำขึ้นโดยช่างฝีมือผู้ชำนาญ”

คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด Star Wars x Pandora นำเสนอชาร์มสุดพิเศษถึง 10 แบบ โดยชาร์มแต่ละชิ้นได้ถูกออกแบบมาด้วยความใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงคาแรคเตอร์สำคัญของเรื่อง อาทิ ชาร์ม Darth Vader (ดาร์ธ เวเดอร์) ซิธลอร์ดแห่งกาแลคซี่ วายร้ายแห่งจักรวาล , ชาร์มหุ่นยนต์คู่หูคู่ซี้ C-3PO และ R2-D2 ที่ส่วนหัวและแขนขาสามารถขยับได้, ชาร์มหุ่นยนต์แอนดรอย์ BB-8 (บีบีเอท), ชาร์ม Chewbacca (ชิวแบคคา หรือ ชิวอี้) บัดดี้ขนยาว เจ้าสัตว์อวกาศแสนน่ารักที่โดดเด่นตรงดีไซน์เข็มขัดในรูปแบบ 3มิติ, ชาร์ม The Child ตัวละครใหม่จากภาพยนตร์ซีรีย์ดิสนีย์ สตาร์วอร์ : The Mandalorian

นอกจากนี้ยังมีชาร์มรุ่น Limited Edition ออกมาให้สะสมกันอีกด้วยคือ Pandora Shine ชาร์มโลโก้สตาร์วอร์ สุดคลาสสิคสีทอง โดดเด่นด้วยวัสดุงดงามชุบทอง 18k

1 ตุลาคมนี้ เตรียมพบกับปรากฎการณ์ตำนานสตาร์วอร์ กับคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด Star Wars x Pandora ที่พร้อมเปิดฉากให้แฟนๆได้เป็นเจ้าของแล้วที่ร้านแพนดอร่าทุกสาขาทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. Call Center 02.264.5080 หรือทางออนไลน์ Line @pandora.th

#PANDORATH #STARWARSxPANDORA #TANACHIRA

Vivo V20 ซีรีส์ ยกระดับนิยามของความบางเบา พร้อมเก็บภาพความสุขทุกอารมณ์ได้ตรงใจ

สมาร์ตโฟนเปี่ยมสไตล์ ในดีไซน์ที่บางและเบาอย่างเหลือเชื่อ สมาชิกใหม่ล่าสุดของครอบครัว Vivo V ซีรีส์ พร้อมยกระดับความบางเบาของสมาร์ตโฟนขึ้นไปอีกขั้น ทีมดีไซน์ของ Vivo เสาะแสวงหาการออกแบบเพื่อสร้างสรรค์สมาร์ตโฟนที่เหล่าคนยุคโซเชียลสามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบายและเพียบพร้อมด้วยดีไซน์เก๋ในขณะเดียวกัน ด้วยแรงบันดาลใจจากข้าวของที่ใช้ในชีวิตประจำวันและจากธรรมชาติ เพื่อนำเสนอดีไซน์ที่ท้าทายกับกรอบนิยามของ ‘ความบาง’ จะบางได้สักแค่ไหน เท่าชิ้นพิซซ่า เท่าใบว่านหางจระเข้ หรือเท่าเลนส์แว่นกันแดด? ด้วยความบางเพียง 7.39 มิลลิเมตร สมาร์ตโฟน V20 Pro เป็นโมเดลใหม่เอี่ยมจาก V20 ซีรีส์ จึงขึ้นแท่นเป็นสมาร์ตโฟนที่เพรียวบางที่สุดในปี 2563 นี้ และหนักเพียง 170 กรัม ตอกย้ำการออกแบบสมาร์ตโฟนสุดล้ำสมัยที่ควรค่าแก่การเป็นรุ่นเรือธงอย่างแท้จริง

ด้านสมาร์ตโฟน V20 Pro พร้อมสื่อตัวตนของผู้ใช้และนำเสนอเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยของ Vivo ด้วยความบางเพียง 7.39 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 170 กรัม ครองตำแหน่งสมาร์ตโฟน 5G ที่เพรียวบางที่สุดในโลก

ภายใต้ดีไซน์บางเฉียบของสมาร์ตโฟน V20 ซีรีส์ มาพร้อมนวัตกรรมการถ่ายภาพบนมือถือสุดล้ำสมัยของ Vivo อย่างกล้องหน้าคู่พร้อมฟีเจอร์ Eye Autofocus เพื่อโฟกัสติดตามดวงตาอัตโนมัติ ในแง่การออกแบบเพื่อยกระดับความโฉบเฉี่ยว Vivo ยังได้พัฒนาดีไซน์ Dual Tone Step ที่เพิ่มมิติความลึกแต่ยังคงความเพรียวบางในสมาร์ตโฟน V20 ซีรีส์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวกล้องที่นูนออกมาให้เทอะทะเหมือนสมาร์ตโฟนเรือธงด้านการถ่ายภาพรุ่นก่อนๆ โดยส่วนบนมีเลนส์กล้องหลักสีดำ ในขณะที่ส่วนล่างดีไซน์มาในรูปแบบวงแหวนพร้อมโทนสีเดียวกันกับฝาหลัง เมื่อนำมาประกอบรวมกันจึงเป็นดีไซน์ที่เพียบพร้อมทั้งประโยชน์ใช้สอยและสุนทรียศาสตร์ เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมกล้องถ่ายภาพกับแฟชั่น วิทย์กับศิลป์ และเทคโนโลยีกับมนุษย์ นับเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถในการประดิษฐ์และพัฒนาของ Vivo อย่างแท้จริง


สมาร์ตโฟน Vivo V20 ซีรีส์ จะเปิดตัวในไทยใน 21 กันยายน 2563 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.vivo.com/th/about-vivo/news

ECCO ST.1 สนีกเกอร์ใหม่ล่าสุด ให้ work and play ได้อย่างมีสไตล์ตลอดวัน

บริษัท เอคโค่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้า ECCO แบรนด์คุณภาพชั้นนำระดับโลกจากประเทศเดนมาร์ก เปิดตัวรองเท้า ECCO ST.1 (เอคโค่ เอสที.วัน) สนีกเกอร์รุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับคอลเลคชั่นประจำฤดูกาล Autumn/Winter2020 ที่ตอบโจทย์ฟังก์ชั่นการใช้งานในรูปแบบสวมใส่ได้ทั้งชีวิตประจำวันผสมผสานลุคสปอร์ตเข้าไว้กับความแอคทีฟ คงไลฟ์สไตล์ที่ดูโดดเด่นมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

และสำหรับรองเท้า ECCO ST.1 สนีกเกอร์คอลเลคชั่นประจำฤดูกาล Autumn/Winter2020 นั้นได้เพิ่มความโดดเด่นด้วยกลุ่มสี color block ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ทำให้ง่ายต่อการมิกซ์แอนด์แมทซ์กับการแต่งกายในทุก ๆ วัน

● สวมใส่สบายในทุกวัน
ECCO ST.1 เป็นรองเท้าผลิตจากหนังแท้คุณภาพพรีเมียมจากโรงงานผลิตหนังของเอคโค่เอง ผสมผสานกับเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์อย่าง FLUIDFORM™ เทคโนโลยีที่เป็นรากฐานแห่งความสบายและยืดหยุ่นของรองเท้าเอคโค่ อีกทั้งยังช่วยรองรับสรีระของเท้าได้อย่างลงตัว นอกเหนือจากนั้นยังมีเทคโนโลยีที่เป็นจุดไฮไลท์สำคัญของรองเท้ารุ่น ECCO ST.1 อย่าง SHOCK-THRU ที่รองรับการกระแทกในเวลาเดินทำให้สวมใส่สบายไม่ว่าจะทำกิจกรรมใด


รองเท้าจาก Autumn / Winter 2020 Collection เริ่มวางจำหน่ายแล้วที่ร้านเอคโค่สาขา CENTRAL WORLD ,CENTRAL BANGNA , MEGA BANGNA , ZPELL , CENTRAL FESTIVAL PATTAYA , CENTRAL FESTIVAL CHIANG MAI และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับรองเท้ารุ่น ECCO's ST.1 รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆจากแบรนด์เอคโค่ สามารถติดตามข่าวสารที่ www.facebook.com/EccoThailand และ Instagram ECCO_THAILAND

#ECCOSHOES #ECCOTHAILAND #ECCOST1

ถ่ายเซลฟีได้เหนือกว่า ด้วยกล้องหน้าสุดคมชัด 44MP Eye Autofocus บน Vivo V20 ซีรีส์

อีกระดับของเทคโนโลยีเพื่อสุดยอดประสบการณ์เซลฟีกับกล้องหน้าชัดระดับ 44 ล้านพิกเซล มาพร้อมเทคโนโลยีระบบโฟกัสด้วยสายตา ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างความสุขในทุกช่วงเวลาชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน Vivo เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงV20 ซีรีส์ ที่ทุกคนเฝ้าคอย เพื่อยกระดับการถ่ายเซลฟีที่คมชัดกว่าและโฟกัสได้ดีขึ้นในดีไซน์สุดบางเบา สมาร์ตโฟน Vivo V20 ซีรีส์ ชัดระดับ 44 ล้านพิกเซล มาพร้อมเทคโนโลยีระบบโฟกัสด้วยสายตา (Eye Autofocus) เพื่อการถ่ายภาพบุคคลได้อย่างสวยงาม เต็มที่ในทุกรายละเอียดของสีสันและความลึกของภาพ

จัดเต็มกับกล้องหน้าสองตัวบน Vivo V20 ซีรีส์ ด้วยกล้องหลัก Super Definition ความละเอียดสูง 44 ล้านพิกเซล ที่เก็บได้ครบทุกรายละเอียดในระยะใกล้สูงสุดถึง 15 เซนติเมตรและซูมได้ไกลกว่าด้วยระยะโฟกัสแบบไม่จำกัด พร้อมด้วยกล้อง Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลอีกตัวเพื่อเก็บรายละเอียดภาพมุมกว้างได้ดียิ่งขึ้น การเปิดตัวสมาร์ตโฟนV20 ซีรีส์ ล่าสุดจาก Vivo พร้อมแล้วที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ของกล้องหน้าบนมือถือ และนำเสนอนวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค

สุดยอดความคมชัดทั้งโฟกัสใกล้และไกล ถ่ายได้นิ่งกว่าในทุกความเคลื่อนไหวและสภาพแสง

เพราะดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ Vivo V20 ซีรีส์จึงใส่ฟีเจอร์ระบบโฟกัสด้วยสายตา (Eye Autofocus) เพื่อสุดยอดความคมชัดทุกรายละเอียดของดวงตา โดยจะสามารถตรวจจับทุกความเคลื่อนไหวและการแสดงอารมณ์ พร้อมสำหรับการถ่ายเซลฟีในทุกที่ทุกเวลา โดยฟีเจอร์ Eye Autofocus จะโฟกัสติดตามดวงตาได้อย่างแม่นยำเมื่อมีการเคลื่อนไหว และจะสลับระยะโฟกัสได้อย่างราบรื่นทั้งใกล้และไกล คุณสมบัติสุดล้ำนี้ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องมองที่เลนส์กล้องเมื่อถ่ายเซลฟี แต่สามารถแสดงความรู้สึกได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อเก็บทุกรายละเอียดภาพอย่างง่ายดายในทุกๆ ช่วงเวลาที่น่าจดจำ

สมาร์ตโฟน Vivo V20 ซีรีส์ ติดตั้งอัลกอริทึม AI ทรงพลังที่ช่วยในการถ่ายภาพบุคคลขณะแสงน้อยในโหมด Super Night Selfie เพิ่มความสว่างของใบหน้าโดยรวม เพื่อสุดยอดความคมชัดของการถ่ายภาพบุคคลหรือ Portrait ด้วยกล้องหน้าแม้ในสภาพแสงน้อย นอกจากนี้ ฟีเจอร์ Selfie Softlight Band ที่ติดตั้งมาในตัวเครื่องจะมอบอุณหภูมิสีที่สมบูรณ์แบบ และให้โทนสีผิวที่เป็นธรรมชาติ โดยปรับตามสภาพแสงแวดล้อมโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ถ่ายภาพเซลฟีในสภาพแสงน้อยหรือเวลากลางคืนได้เป็นเรื่องง่ายและจัดภาพได้คมชัด

หมดกังวลเมื่อต้องถ่ายวิดีโอด้วยกล้องเซลฟีบนสมาร์ตโฟน V20 ซีรีส์ ด้วยโหมด Steadiface Selfie Video โหมด Slo-Mo Selfie Video และโหมด 4K Selfie Video เพื่อบันทึกวิดีโอเซลฟีสุดคมชัดระดับ 4K อย่างมีศิลปะได้ง่ายๆ โดยสามารถถ่ายวิดีโอในชีวิตประจำวันสุดแอคทีฟได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาพเบลอจากการสั่นด้วยโหมด Steadiface Selfie Video ไม่ว่าคุณจะวิ่งจ๊อกกิ้งตอนเช้า เข้าคลาสออกกำลังกายสุดเข้มข้น หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง สมาร์ตโฟนV20 ซีรีส์ ก็สามารถบันทึกวิดีโอในทุกช่วงเวลา ด้วยกล้องพอร์ทเทรตที่นิ่งกว่าเดิมอีกระดับสมาร์ตโฟน Vivo V20 ซีรีส์ จะเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยในวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563



ติดตามข่าวสารของ Vivo ได้ที่ https://www.vivo.com/th/about-vivo/news

เตรียมพบกับ Uniqlo U ฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวปี 2020 18 กันยายนนี้

การผสมผสานความเรียบหรูและใส่สบายได้อย่างลงตัว

ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น เตรียมวางจำหน่ายคอลเลคชั่นล่าสุดของ ยูนิโคล่ ยู (Uniqlo U) ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวปี 2020 ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนนี้ คอลเลคชั่นนี้ออกแบบโดยผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ คริสตอฟ เลอแมร์ (Christophe Lemaire) ร่วมกับทีมงานที่ศูนย์วิจัยและพัฒนา ยูนิโคล่ (UNIQLO R&D) ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส โดยได้เสริมความคลาสสิกด้วยเฉดสีกลางๆ ที่เข้ากับหลายโทนผิว พร้อมผสานหลากสีสันที่เข้ม เรียบ เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นและสบาย โดยคอลเลคชั่นนี้มีเสื้อผ้าผู้หญิง 38 ไอเทม เสื้อผ้าผู้ชาย 39 ไอเทม และเครื่องแต่งกายอื่นๆ อีก 4 ไอเทม

● พัฒนาเพื่อผู้หญิง: รายละเอียดและความสบาย
ไอเทมสำหรับผู้หญิงได้แรงบันดาลใจมาจากความเรียบง่ายแบบมินิมัล ด้วยการออกแบบที่ดูคลีนสบายตา เน้นฟังก์ชั่นการใช้งาน เข้ากับการแต่งกายในยุคปัจจุบัน ไอเทมที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกฤดูกาลมาพร้อมการเพิ่มรายละเอียดและการให้ความรู้สึกสบายมากยิ่งขึ้นเมื่อสวมใส่ การใช้โทนสีกลางๆ ที่สามารถสวมใส่ได้สำหรับทุกโทนผิว ช่วยเสริมบรรยากาศอบอุ่นและสบาย การใช้เฉดสีฟ้าอมเทาช่วยตัดสีได้อย่างมีเสน่ห์ ความมันวาวจากผ้าซาตินและผ้าวิสคอสย่นยังช่วยเสริมสไตล์ให้ดูหรู พร้อมให้ลุคประณีตด้วยทรงตรงเรียบๆ

เสื้อโค้ทยาวบุผ้าผสมผสานความเรียบหรูเข้ากับความอบอุ่นได้อย่างลงตัว เดรสสไตล์วินเทจยังได้รับการออกแบบมาอย่างประณีตบรรจง ใส่สวยแถมยังสบาย ส่วนเสื้อผ้าถัก (Knit) ใส่แล้วเข้ารูปดูดี ขณะที่แจ็คเก็ตผ้าเจอร์ซี่ผสมผ้าวูลทรงบ็อกซีแม้ทรงจะคล้ายเสื้อผู้ชายแต่ก็เข้ากับรูปร่างผู้หญิงได้เป็นอย่างดี

● พัฒนาเพื่อผู้ชาย: เสริมความอบอุ่นอย่างมีระดับ
ไอเทมสำหรับผู้ชายได้แรงบันดาลใจมาจากพลังแห่งวัฒนธรรมสตรีทของวัยรุ่นยุโรปหลายทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งความคลาสสิกและความสปอร์ตอยู่ในเสื้อผ้าทรงบ็อกซีและชุดโอเวอร์ไซส์ทรงหลวม โดยยังคงความเรียบหรูด้วยสีดำ สีขาว และ

สีฟ้าเข้ม รวมถึงสีส้มเข้มและสีม่วงแดงที่ให้กลิ่นอายของยุคนั้นได้ดี สำหรับเนื้อผ้าและผ้าชั้นนอกที่ให้ความอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นผ้าคอร์ดูรอย ผ้าฟลีซผสมผ้าวูล และเจอร์ซี่ผ้าวูล ยังช่วยเสริมความสบายยิ่งขึ้นเมื่อสวมใส่

แจ็คเก็ตทรงบลูซอนบุผ้าคอร์ดูรอยที่มาในทรงกลมยังช่วยเสริมความอบอุ่นและดูดีมีระดับ ส่วนเสื้อโค้ททรงบ็อกซีครึ่งตัวยังมีปกเสื้อแบบโอเวอร์ไซส์และเพิ่มผ้าอีกชั้นด้านหน้าเพื่อช่วยกันลม (storm placket) ขณะที่ผ้าฟลีซขนนุ่มยังช่วยเสริมให้เสื้อเชิ้ตทรงแจ็คเก็ตสามารถสวมใส่ได้ทั้งด้านนอกและด้านใน ส่วนแจ็คเก็ตตัวสั้นสุดเก๋ยังเสริมความอบอุ่นด้วยผ้าฟลีซผสมผ้าวูล


สามารถดูรายละเอียดของคอลเลคชั่นนี้เพิ่มเติมได้ที่ https://www.uniqlo.com/uniqlo-u/20fw/th

MU:CON 2020 งานแสดงดนตรีสุดยิ่งใหญ่ที่รวมทัพศิลปิน K-pop และ K-Indie กว่า 70 วง

MU:CON 2020 เริ่มฤดูกาลใหม่ของงานแสดงดนตรีนานาชาติกรุงโซล อัดแน่นไปด้วยงานแสดงดนตรีจากศิลปินทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์กว่า 4 วันเต็ม! พร้อมระเบิดความมันส์กันได้ตั้งแต่วันที่ 23-26 กันยายน 2563 นี้

แฟนเพลง K-pop และ K-Indie สามารถติดตามบรรยากาศงานวันเปิดแบบสดๆ ได้ในวันที่ 23 กันยายน 2563 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) และเตรียมรับความบันเทิงจากศิลปินกว่า 70 คนจาก MU: CON แบบไม่มีค่าใช้จ่ายได้ทาง KOCCA official YouTube channel ตั้งแต่วันที่ 24 ถึง 26 ตั้งแต่เวลา 17.00 - 21.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)


ติดตามศิลปิน K-Pop คลื่นลูกใหม่ของวงการและติดตามให้กำลังใจพวกเขาได้ที่ mucon.kr

ร้าน Dookki Topokki Buffet จัดโปรโมชั่นสุดปัง ปุริเย่! นักเรียนนักศึกษา ลด 10%

ร้าน Dookki Topokki Buffet บุฟเฟ่ต์ต๊อกบกกีอันดับ 1 จากประเทศเกาหลี เอาใจนักเรียน นักศึกษา จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ ลดทันที 10 % เมื่อแสดงบัตรนักเรียน หรือนักศึกษา สามารถอิ่มอร่อยกันแบบจุใจได้ ภายใน 90 นาที เฉพาะ วันจันทร์ - ศุกร์ ตลอด 5 วัน ยกเว้นวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 11:00 - 22:00 น. เฉพาะที่ ศูนย์การค้าเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) เท่านั้น ณ ชั้น 3 ตั้งเเต่วันนี้ - วันที่ 25 กันยายน 2563 เท่านั้น!!

หมายเหตุ : อายุไม่เกิน 23 ปีบริบูรณ์ โดยยึดวัน เดือน ปีเกิดในบัตรประจำตัวประชาชน และศึกษาในสถานศึกษาในประเทศไทยหรือสถานศึกษาในต่างประเทศ รวมถึงชั้นเนติบัณฑิต โรงเรียนฝึกอาชีพและโรงเรียนสอนภาษาที่กระทรวงศึกษาธิการรับรองหลักสูตร ณ วันที่ใช้ส่วนลด

10 ศิลปินชื่อดังระดับประเทศ ร่วมเนรมิต JWD Art Space สู่ดินแดนแห่ง ART TOY

เจดับเบิ้ลยูดี อาร์ทสเปซ ร่วมกับ 10 ศิลปินชื่อดัง นำโดย วสันต์ สิทธิเขตต์, จิตต์สิงห์ สมบุญ, เมธี น้อยจินดา, ยุรี เกนสาคู, ลำพู กันเสนาะ, P7, วุฒิกร คงคา, สุธี คุณาวิชยานนท์, ยุนโม คู และ ไลน์เซ็นเซอร์ ถ่ายทอดเรื่องราวและแนวคิดเกี่ยวกับสังคม ความเชื่อ เล่าผ่านประติมากรรมบรอนซ์สีสันจัดจ้าน พร้อมผลงานศิลปะหลากรูปแบบ ทั้ง ดนตรี เพ้นท์ติ้ง ประติมากรรมชิ้นยักษ์ หรือ แม้แต่ผ้ายันต์ นิทรรศการเข้าชมฟรี ตั้งแต่ วันนี้ - 11 ตุลาคม 2563 ที่ “JWD Art Space" จุฬาลงกรณ์ ซอย 16

นิทรรศการ Pop Me Up มีจุดเริ่มต้นมาจากโปรเจ็ค Character ME ที่เป็นการสร้างสรรค์ผลงาน ART TOY ของ 10 ศิลปินดังเพื่อฉลองการเปิด JWD Art Space ออกแบบผลงานประติมากรรมจากบรอนซ์ที่มีสีสันสดใสจัดจ้าน มีชีวิตชีวา ดูแล้วสนุกสนาน เพื่อทำเป็น Art Product ผลงานละ 69 ชิ้น เพื่อจำหน่ายเป็นของขวัญของฝากให้กับคนรักงานศิลปะ โดยในนิทรรศการครั้งนี้ นอกจากจะได้ชมผลงานจากโปรเจ็ค Character ME แล้ว ศิลปินยังได้เพิ่มงาน Painting ที่แต่ละท่านสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ คอนเซ็ปต์ของแต่ละชิ้นงานจะมีความเชื่อมโยงกับผลงาน Character Me ได้แก่

1. ผลงานของ วสันต์ สิทธิเขตต์ จากจินตนาการสู่ผลงาน “เสรีชน” ที่สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า “มนุษย์เกิดมาพร้อมปีกแห่งเสรี” ให้ลมโบกโบยพวกเขาไป ปลดปล่อยความคิดจากพันธนาการ จะเห็นได้จากสัญลักษณ์นกพิราบบนศีรษะที่สื่อถึงความมีอิสระ ใช้สีส้ม น้ำเงิน แดง เป็นตัวแทนเชิงสัญลักษณ์

2. ยุรี เกนสาคู ได้สะท้อนเรื่องราวทางสังคม แต่งเติมความป๊อปด้วยสีสันสดใสที่ฉาบบนผืนผ้าใบและประติมากรรมบรอนซ์กับผลงานใหม่ในชื่อ ‘Who run the world?’ ที่ใช้ Soft power ในสภาพการณ์ปัจจุบัน สร้างการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ Lady Key และเจ้าหนูแฮมทาโร่จะชวนคุณมาวิ่งเข้าสู่พรมแดนใหม่ที่ผสมความคิดสร้างสรรค์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

3. เคลื่อนไหวไปกับกราฟฟิคป๊อปๆ สไตล์ เมธี น้อยจินดา ที่ครั้งนี้เขามากับ Animation พร้อม Sound Design สำหรับประติมากรรมบรอนซ์ได้สร้างเป็นรูปหมาป่าเล่นกีต้าร์นามว่า Bark1 ซึ่งเขาออกแบบเองเมื่อสองปีก่อน หมาป่าที่มีคาแรกเตอร์แบบสฟิงซ์ แต่เชื่อมโยงกับตัวตนของเมธี ความหลงใหลที่มีต่อกีต้าร์ จึงกลายมาเป็นสามสี สามคาแรกเตอร์ ให้คุณเลือกเป็นเจ้าของ

4. พบกับคาแรกเตอร์ดีไซน์จากจินตนาการของ P7 ศิลปินสตรีทสไตล์ คาแรกเตอร์ที่ ไม่เคยสร้างซ้ำจะทำให้คุณหลงรัก The Saxon Horizon P7 นักฆ่าแห่งหุบเขา SAXO N หมีถือขวานที่ออกแบบและสร้างเรื่องราวผ่านความทรงจำในวัยเด็กเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ขึ้นมา

5. ลำพู กันเสนาะ ศิลปินมากอารมณ์ขัน โดดเด่นในเรื่องการอุปมาอุปมัยและฝีแปรงที่เด่นชัด ดังจะเห็นได้จากผลงานประติมากรรมบรอนซ์ Eating Coconut ที่สร้างในคอนเซ็ปต์เธอนั่งกินมะพร้าวอยู่กับแฟนหนุ่มในยามบ่าย แล้วลูกมะพร้าวก็ตกลงมาบนหัว

6. สุธี คุณาวิชยานนท์ ศิลปินรุ่นใหญ่หัวใจ POP สร้างผลงานนางกวักยุค 2020 ที่ทำให้นิ้วกลางกลายเป็นการกวักเรียก ทั้งยังทำให้สนุกขึ้นด้วยการใช้สีอันหลากหลาย สัญลักษณ์บางอย่างจึงแตกต่างออกไป ทำให้เห็นว่าบางครั้งวัฒนธรรมที่แตกต่างก็แสดงมุมมองที่มีอารมณ์ ขันออกมาได้

7. วุฒิกร คงคา กับผลงานในแนวคิด ‘The Scar’ ลวดลายและเส้นสายที่ปรากฏบนพื้นผิวใบหน้าเปรียบดังประสบการณ์ของมนุษย์ ริ้วรอยเหล่านั้นอาจถูกมองว่าเป็นความไม่สมบูรณ์ แต่ความจริงแล้วคือคือความงามอีกรูปแบบหนึ่ง

8. จิตต์สิงห์ สมบุญ กับผลงาน Trust Doll สื่อถึงเรื่องราวแห่งความรักความคิดถึง เพราะผู้หญิงคือทุกแรงปรารถนาในโลกของความเป็นชาย พวกเขาจึงมักสร้างสัญลักษณ์บางอย่าง ดังตัวแทนแห่งความทรงจำยามที่เหล่าผู้ชายต้องออกไปรบในศึกสงครามอันห่างไกลและยาวนาน

9. Line Censor ที่สร้างสรรค์ ‘ตัวกาล’ (กา-ละ) ยุคที่ตำนานของ ‘ตัวกินเวลา’ ถูกเล่าขานใหม่ด้วยวิถีโมเดิร์น สัตว์ปรัมปราจะถูกตกแต่งใหม่ด้วยการผสมผสานวัฒนธรรมร่วม สตรีทอาร์ท และจิตรกรรมร่วมสมัยยุค

10. และปิดท้ายที่ Youenmo Koo ศิลปินเกาหลีเพียงคนเดียวของโปรเจคนี้ เขาออกแบบประติมากรรม ‘Cynical Bear ‘Bloom in a dream’ คาแรกเตอร์เด็กรุ่นใหม่ที่มีความคิดขัดแย้งกับโลก ด้วยท่านอนฉี่ขึ้นบนฟ้าแล้วเกิดเป็นดอกไม้ แต่สื่อสารออกมาให้ดูน่ารัก


นิทรรศการ “Pop Me Up” พร้อมแล้วที่รอให้คุณมาชมด้วยตัวเอง กับประติมากรรมบรอนซ์ร่วมสมัยกับเพ้นท์ติ้งชุดใหม่ เปิดให้เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย จัดแสดงแล้ววันนี้ - 11 ตุลาคม 2563 เปิดให้บริการทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. ที่ JWD Art Space, จุฬาลงกรณ์ ซอย 16 ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/JWDArtSpace/ และ www.jwd-artspace.com

ผิวสะอาดพร้อมชุ่มชื้นในหนึ่งเดียวกับ กลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ยูเซอริน อัลตร้าเซ็นซิทีฟ (ไฮยาลูรอน)

ไม่ว่าคุณจะมีผิวแบบไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของความสะอาด ซึ่งนับว่าเป็นการดูแลผิวขั้นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวอ่อนแอแพ้ง่าย ยิ่งต้องดูแลล้างหน้าให้สะอาด เพราะผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่าย หากมีสารตกค้าง แต่ยิ่งทำความสะอาดผิวมากเท่าไหร่ ผิวยิ่งกลับแห้งและระคายเคืองได้ง่าย เพราะสารทำความสะอาดผิวทั่วไป อาจทำร้ายให้ผิวบอบบาง และเสียความชุ่มชื้น

ครั้งแรก ของการทำความสะอาดผิวหน้าด้วย ไฮยาลูรอน (Hyaluron) ที่ช่วยให้ทั้งสะอาด และอ่อนโยน พร้อมเติมความชุ่มชื้นขั้นสุด ในหนึ่งเดียว ด้วยการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึกด้วย APG Complex พร้อมพลังไฮยาลูรอน สารเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว ที่สูญเสียความชุ่มชื้นไปในระหว่างการทำความสะอาดผิว ผิวจึงนุ่มชุ่มชื้นอิ่มน้ำทันทีหลังใช้ พร้อมช่วยฟื้นบำรุงเกราะปกป้องผิวที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ให้ผิวแข็งแรงขึ้น

สูตรอ่อนโยน เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย ปราศจาก SLS, สารสบู่, แอลกอฮอล์, พาราเบน และน้ำหอม ด้วยสองขั้นตอนง่ายๆ

● ขั้นตอนที่ 1 – ยูเซอริน อัลตร้าเซ็นซิทีฟ [ไฮยาลูรอน] ไมเซลล่าร์ วอเตอร์ โฟม (Eucerin Ultrasensitive [HYALURON] Micellar Water Foam) เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางด้วยไมเซลล่าร์ โฟมเนื้อนุ่ม จึงช่วยลดการเสียดสีจากสำลี ลดการทำร้ายเกราะปกป้องผิว ขนาด 150 ml ราคา 540 บาท

● ขั้นตอนที่ 2 – ยูเซอริน อัลตร้าเซ็นซิทีฟ [ไฮยาลูรอน] คลีนซิ่ง เจล (Eucerin UltraSENSITIVE [Hyaluron] Cleansing Gel) ล้างทำความสะอาดสิ่งตกค้างบนผิวหน้าอีกครั้งด้วยเนื้อเจลไฮยาลูรอน สะอาด อ่อนโยน ไม่แห้งตึง พร้อมให้ความชุ่มชื้น ขนาด 200 ml ราคา 540 บาท



พิสูจน์ผลรับจากผู้ใช้จริง 98% รู้สึกผิวเด้ง ชุ่มชื้นขึ้น สามารถหาซื้อกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ยูเซอริน อัลตร้าเซ็นซิทีฟ (ไฮยาลูรอน) ได้แล้วในวัตสัน, บู๊สท์ และร้านขายยาชั้นนำทั่วไป ข้อมูลเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่ https://bit.ly/34fbgRZ

Casio จับมือทีมเอฟวัน Scuderia AlphaTauri เปิดตัวนาฬิกา EDIFICE รุ่นใหม่

บริษัท Casio Computer Co., Ltd. ประกาศเปิดตัวนาฬิกาโครโนกราฟโลหะรุ่นใหม่ในไลน์นาฬิกาสมรรถนะสูง EDIFICE ได้แก่รุ่น EQB-1100AT และ ECB-20AT ซึ่งมาพร้อมคอนเซปต์ "ความเร็วและอัจฉริยะ" ของทางแบรนด์ โดยเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่เกิดจากความร่วมมือกับทีมแข่งรถฟอร์มูล่าวัน Scuderia AlphaTauri เจ้าของแชมป์ 2020 Italian GP

Casio เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการของ Scuderia Toro Rosso มาตั้งแต่ปี 2016 ซึ่ง EQB-1100AT และ ECB-20AT นับเป็นนาฬิการุ่นแรกหลังจากที่ทีมเปลี่ยนชื่อเป็น Scuderia AlphaTauri ในฤดูกาลนี้ ตัวหน้าปัดของนาฬิกาใช้สีกรมท่าไล่เฉดไปสีขาว ซึ่งเป็นสีประจำทีม Scuderia AlphaTauri และยังเป็นสีน้ำเงินกรมท่าเดียวกับสีของแบรนด์ EDIFICE นาฬิการุ่น ECB-20AT โดดเด่นด้วยตัวเรือนและสายสีน้ำเงินกรมท่า ขณะที่ทั้งสองรุ่นมีโลโก้ของทีมประดับอยู่บนหน้าปัด ฝาหลัง และสายนาฬิกา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบที่ผสมผสานกับมุมมองระดับโลกของ Scuderia AlphaTauri

นาฬิการุ่น EQB-1100AT มีตัวเรือนบาง 9.6 มม. และกรอบทรงแปดเหลี่ยมที่ทำจากคาร์บอน ซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในวงการมอเตอร์สปอร์ต และแสดงเวลาได้พร้อมกันในสองเมือง นาฬิการุ่น ECB-20AT มาพร้อมกับตัวจับเวลาแบบ Schedule Timer และสายนาฬิกาหนังที่มีโลโก้ของทีมสลักอยู่ สำหรับหน้าปัดนาฬิกาทั้งสองรุ่น ทำจากคริสตัลแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วน ซึ่งแข็งแรงพอสำหรับกลไกลของทีม ตัวนาฬิกายังสามารถปรับเวลาโดยอัตโนมัติเมื่อจับคู่กับสมาร์ทโฟนผ่านแอปเฉพาะ อีกทั้งยังปรากฏโลโก้ของทีมบนหน้าปัด ฝาหลัง และสายนาฬิกาของทั้งสองรุ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบที่ผสมผสานกับมุมมองระดับโลกของ Scuderia AlphaTauri นาฬิกาทั้งสองรุ่นนี้จึงเป็นนาฬิการุ่นพิเศษที่สนับสนุนเหล่าสมาชิกในทีมที่ต้องเดินทางไปทั่วโลกและจัดตารางเวลาอย่างแม่นยำ ไม่พลาดแม้นาทีเดียว