Beaty Arrival

ฉีกขนบแห่งความนู้ด ไปกับ THE SLIM GLOW MATTE & WATER STAIN GLOW ในคอลเลคชั่น ILLICIT NUDES

แบบไหนที่เรียกว่า “นู้ดแนวใหม่”? นู้ดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ อันเป็นความลับฉบับนู้ดที่รู้กันเฉพาะสาว YSL
แนวคิดหนึ่งจากมรดกตกทอดของอีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้ คือ ความเฟมมินีนที่นอกกรอบ

สองเนื้อสัมผัส - สองลิปฟินิชแบบนู้ด ที่เลือกได้ระหว่างความนู้ดแบบแวววาวกับความนู้ดแบบแม็ตต์ แต่ไม่ว่าจะเลือกความนู้ดแบบไหน เรียวปากก็ยังคงเปล่งประกายเสมอ สองแนวทางใหม่ในการแต่งริมฝีปากแบบนู้ด ทว่ามีหนทางเดียวที่จะเปล่งประกาย นั่นคือ การฉีกขนบนู้ดแบบเดิมๆ
ท่ามกลางภูมิประเทศที่ยังคงความบริสุทธิ์ของเทือกเขาแอตลาสส่วนที่อยู่ในเขตประเทศโมร็อกโก ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องสภาพภูมิอากาศรุนแรงสุดขั้ว อีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้ได้สร้างสวนพฤกษศาสตร์ชั้นเลิศขึ้นมา และนำพืชสมุนไพรซึ่งเก็บเกี่ยวโดยสหกรณ์สตรีในท้องถิ่นมาศึกษาเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับประสิทธิภาพของพืชสมุนไพรเหล่านั้นให้มากขึ้น ด้วยสูตรผสมซึ่งผสานด้วยสารสกัดรากมาร์ชเมลโลว์ (Althaea Officinalis Root Extract) จากสวนอูริกา (Ourika) ของอีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้ ที่ช่วยให้ริมฝีปากดูมีชีวิตชีวา


● โกลวในแบบของคุณไปกับ THE SLIM GLOW MATTE
The Slim Glow Matte กับเทรนด์ความงามแบบ “ลูมินัสแม็ตต์” (luminous matte) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมาใช้กับการแต่งริมฝีปาก ด้วยการนำเสนอความแม็ตต์ในรูปแบบใหม่ที่งามเจิดจรัส
The Slim Glow Matte จุดความเจิดจ้าให้เรียวปากของคุณในฟินิชแบบแม็ตต์ ด้วยสูตรผสมที่เสริมคุณค่าด้วยอณูประกายมุกขนาดจิ๋วสะท้อนแสง ให้ความรู้สึกราวริมฝีปากเปลือยเปล่า แต่มอบสีสันที่ดึงดูดความสนใจ และฟินิชแบบลูมินัสแม็ตต์
คอลเล็กชั่น The Slim คือการนำเสนอลิปสติกที่คุณเคยรู้จักในรูปแบบใหม่ ด้วยแท่งทรงสี่เหลี่ยมที่เพรียวบางเป็นพิเศษ เพื่อมอบความแม่นยำในการขับเน้นรูปปาก
จากปลอกสีทองและสีเงินของลิปสติกสูตรดั้งเดิมในตระกูล The Slim ที่โดดเด่นและคุ้นเคยกันดี วันนี้ The Slim Glow Matte มาในปลอกสีโรสโกลด์เลอค่าน่าปรารถนา สลักตราสัญลักษณ์อักษรย่อ YSL ซึ่งออกแบบโดยกาสซ็องดร์ (Cassandre) ปลอกเวอร์ชั่นใหม่นี้ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราทว่าในขณะเดียวกันก็ดูเท่โดยไม่ต้องพยายาม ตามแบบฉบับอีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์
เพียงแค่หยิบ The Slim Glow Matte ออกมาจากกระเป๋าถือของคุณ ก็เป็นที่จับจ้องของทุกสายตาที่มองมา ด้วยลิปสติกที่หรูหราและเฉี่ยวล้ำเกินใครของอีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์แท่งนี้

● แต่งริมฝีปากให้แวววาว เจิดจ้า ด้วย WATER STAIN GLOW
แวววาวเตะตา สีสันโดนใจ และยังเป็นการค้นพบจุดที่ลงตัวที่สุดระหว่างความเจิดจ้ากับความติดทนนานแบบลิปสเตนอีกด้วย
เพื่อสร้างลิปสเตนที่แวววาว เปล่งประกาย เทคโนโลยีของ อีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้สร้างลิปฟินิชที่เสริมส่งความงามตามธรรมชาติของริมฝีปากด้วยการแสดงสีสันบนเรียวปากที่สดชัด ในแบบที่ “ยังคงเป็นริมฝีปากของคุณ...แต่ดูดีกว่าเดิม”
โกลวสเตน (glow stain) ซึ่งอุดมด้วยน้ำ มอบความเปล่งประกายที่วาววับยิ่งขึ้น ผลลัพธ์คือความนู้ดแนวใหม่ และสีสันบนเรียวปากที่เจิดจ้า สะดุดตา
ในสูตรยังผสานส่วนผสมของผงว่านหางจระเข้ (Aloe Barbadensis Leaf Juice Powder) เพื่อความรู้สึกสบายริมฝีปากอีกด้วย
ขวดทรงเหลี่ยมโปร่งแสงและแวววาวเช่นเดียวกับเอฟเฟ็คต์ที่ลิปสเตนนี้สร้างสรรค์ขึ้นบนริมฝีปาก มาพร้อมกับฝาสีโรสโกลด์สลักตราสัญลักษณ์อักษรย่อ YSL ซึ่งออกแบบโดยกาสซองดร์ พกพา Water Stain Glow ติดตัวยามออกนอกบ้าน แล้วสร้างห้วงเวลาแห่งความเปล่งประกายได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

‘สไปรท์’ เปิดตัว ลุคใหม่! สู่ขวดใสเพื่อรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น แต่อร่อยซ่าเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ‘สไปรท์’ ลุคใหม่! เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากขวดพลาสติกสีเขียวเป็นพลาสติกใสเพื่อให้สามารถนำขวด ‘สไปรท์’ ไปรีไซเคิลหลังการบริโภคได้ง่ายขึ้น พร้อมประกาศความเป็นผู้นำตลาดน้ำใสซ่าซึ่งครองใจผู้บริโภคด้วยรสชาติความอร่อยซ่าสดชื่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งสูตรออริจินอลและสูตรไม่มีน้ำตาล โดยในการปรับลุคครั้งนี้ ทางกลุ่มฯ ได้เตรียมจัดเต็มกิจกรรมทางการตลาดเพื่อตอกย้ำเรื่องรสชาติที่มอบความสดชื่นอร่อยซ่าไม่เปลี่ยนแปลงด้วย

นางสาวมัณฑนา หล่อไกรเลิศ ผู้อำนวยการการตลาด บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “’สไปรท์’ เป็นแบรนด์เครื่องดื่มระดับโลกของเดอะโคคา-โคล่า คัมปะนี อีกแบรนด์หนึ่ง ที่สามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทยมาได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยตำแหน่งผู้นำตลาดน้ำอัดลมกลิ่นเลมอนไลม์ตัวจริง ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงมากถึง 78.4%[1] ในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำใสซ่า ซึ่งการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่จากขวดพลาสติกสีเขียวเป็นขวดใสในครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามวิสัยทัศน์ World Without Waste ที่มุ่งใช้บรรจุภัณฑ์อย่างมีความรับผิดชอบและส่งเสริมการนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลให้ได้มากที่สุด แต่ถึงแม้จะมีการปรับเปลี่ยนสีของบรรจุภัณฑ์ไป ผู้บริโภคยังคงมั่นใจได้เสมอว่า ‘สไปรท์’ ทั้งสูตรออริจินอลและสูตรไม่มีน้ำตาลที่ผู้บริโภคชื่นชอบนั้น จะยังคงรสชาติส่งมอบความสดชื่นของเลมอนไลม์ผ่านความอร่อยซ่าอันเป็นเอกลักษณ์ไว้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง”

เป้าหมายหลักของโคคา-โคล่า ภายใต้วิสัยทัศน์ระดับโลก World Without Waste คือการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์เพื่อนำกลับมารีไซเคิลในปริมาณเทียบเท่ากับปริมาณบรรจุภัณฑ์ที่จำหน่ายออกสู่ตลาดให้ได้ ก่อน พ.ศ.2573 และเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โคคา-โคล่าได้ปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ของ ‘สไปรท์’ ในหลายประเทศทั่วโลก เพื่อช่วยให้มีการนำขวด ‘สไปรท์’ กลับมารีไซเคิลได้ง่ายขึ้น ซึ่งเดิมแม้ว่าขวดพลาสติกสีเขียวของ ‘สไปร์ท’ ที่ผลิตจาก Polyethylene Terephthalate หรือ PET จะสามารถรีไซเคิลได้ตามคุณสมบัติของวัสดุอยู่แล้ว แต่มักไม่เป็นที่นิยมในการนำมารีไซเคิล เพราะจะต้องมีการแยกมารีไซเคิลต่างหาก เพื่อไม่ให้มีการปะปนกับขวด PET ชนิดใส ซึ่งมีความนิยมมากกว่าและนำไปเพิ่มมูลค่าผ่านกระบวนการรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้หลากหลายกว่า ด้วยเหตุนี้ การปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ ‘สไปรท์’ เป็นขวดพลาสติกใสจะช่วยเพิ่มอัตราการรีไซเคิลของบรรจุภัณฑ์ให้สูงขึ้น

นอกจากนั้น ภายใต้การเปิดตัว ‘สไปรท์’ ลุคใหม่ขวดใส ที่มาพร้อมกับรสชาติความสดชื่นเหมือนเดิมนี้ โคคา-โคล่า ประเทศไทย ยังได้เตรียมกิจกรรมทางการตลาดไว้มากมาย ทั้งโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัล สื่อนอกบ้าน การสื่อสาร ณ จุดขายและในร้านค้า ไปจนถึงการร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ในการจัดกิจกรรมเพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคถึงรสชาติอร่อยซ่าเหมือนเดิม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการตระหนักรู้ด้านการเพิ่มมูลค่าให้กับขวดพลาสติก การนำขยะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลด้วย

‘สไปรท์’ ลุคใหม่! ขวดใส มีวางจำหน่ายในขนาดที่หลากหลาย ผู้บริโภคสามารถเลือกเติมความสดชื่นด้วยรสชาติอร่อยซ่าอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘สไปรท์’ ในลุคใหม่ขวดใส ได้แล้ววันนี้ที่ช่องทางการจำหน่ายต่างๆ ทั่วประเทศ

ยูนิลีเวอร์ จัด 4 ไอเทมยอดนิยมจากสุดยอดแบรนด์ดัง ร่วมโปรเด็ดในแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale

เมื่อใกล้เข้าช่วงสิ้นปี นอกจากอากาศจะเป็นใจ ส่งเข้าสู่บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองและความรื่นเริงแล้ว อีกเทศกาลที่พลาดไม่ได้ก็คือเทศกาลแห่งการช้อปปิ้งออนไลน์ ที่ใคร ๆ ก็ชอบ เพราะเป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่เหมาะกับการจับจ่าย ซื้อของเข้าบ้าน มองหาสินค้าไอเทมถูกใจ วันนี้ยูนิลีเวอร์ในฐานะสุดยอดแบรนด์ผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์โปร์ดักส์ ที่เป็นที่ไว้ใจของผู้บริโภคมายาวนาน จึงได้เตรียมท๊อป 4 ไอเทมยอดนิยมของยูนิลีเวอร์ ที่ลงขายเมื่อไหร่ก็หมดไวตลอด มาให้นักช้อปได้เลือกสรรและรีบหยิบลงตะกร้าเป็นเจ้าของก่อนใคร เพราะในแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale นี้ ยูนิลิเวอร์เตรียมอัดโปรแรง ลดราคากระหน่ำ ใครมือไว มือดี ต้องรีบคว้า กดซื้อรัว ๆ ก่อนหมดโปรเด็ดแล้วจะบ่นเสียดายกัน

เปิดด้วยสินค้าตัวแรก เอาใจสาว ๆ ที่รักในการดูแลตัวเอง และกำลังมองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าโดนใจสักตัว ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ใช้สะดวก ครบจบในขวดเดียว พร้อมดูแลปรนนิบัติผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ กับ พอนด์ เอจมิราเคิล อัตติเมท ยูธ เอสเซนส์ เอสเซนส์ตัวดังจาก พอนด์ ที่สาว ๆ เทใจให้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ ด้วยส่วนผสมอันทรงคุณค่า ทริปเปิ้ลไฮยาลูรอนิคที่จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นสู่ชั้นผิวอย่างล้ำลึก สาหร่ายสีแดงจากประเทศฝรั่งเศส ลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกอย่างมีประสิทธิภาพ ไบฟิด้า เฟอร์เมนต์ ฟื้นบำรุงและเสริมเกราะป้องกันให้ชั้นผิว เพื่อผิวดูเปล่งปลั่ง สุขภาพดี และ วิตามินบี3 ปรับผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมลดเลือน ฝ้า กระ และจุดด่างดำ คุณสมบัติเลิศขนาดนี้ สาว ๆ กดช้อปออนไลน์ทันใจ พร้อมรับโปรสุดพิเศษ ได้ใน Unilever Beauty Hot Pro บน ช้อปปี้ ได้เลยค่ะซิส

บำรุงผิวหน้าแล้ว ก็ต้องไม่ลืมผิวกาย ยิ่งช่วงนี้ ลมหนาวมาเยือน แถมแดดก็ยังแรงดีเป็นพิเศษ ทำเอาผิวสาวๆ เกินจะทานทน ทั้งแดด ทั้งแห้ง ยูนิลีเวอร์ จึงได้จัด วาสลีน ซุปเปอร์ วิตามิน ไวท์เทนนิ่ง เซรั่ม ตัวช่วยบำรุงผิวกายตัวเด็ดโดนใจ ที่สาว ๆ อินฟลูเอนเซอร์ บิวตี้บล็อกเกอร์ ต่างยกให้ยืนหนึ่งตั้งแต่เริ่มวางจำหน่าย เพราะไม่ได้เป็นแค่เซรั่มบำรุงผิวกาย แต่วาสลีน คิดค้นซุปเปอร์วิตามินเซรั่ม ซี่งเป็นวิตามินสกัดเข้มข้น แบบเดียวกับเซรั่มผิวหน้า ที่จะช่วยบูสเตอร์ให้ผิวกระจ่างใสขั้นสุด และช่วยลดจุดด่างดำได้มากกว่าเซรั่มธรรมดาถึง 3 เท่า เนื้อเซรั่มที่แม้ว่าจะมีวิตามินเข้มข้น แต่เนื้อบางเบา พร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น ช่วยฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส แลดูอ่อนเยาว์ ที่สำคัญราคาน่าคบ พร้อมให้สาว ๆ เป็นเจ้าของได้ในง่ายๆ บนช้อปปี้

สาวยุคใหม่สวยใสผิวดีแล้ว ก็ต้องไม่ลืม เติมน้ำหอมให้กับเสื้อผ้า เสริมพลังความมั่นใจด้วย บรีส แคปซูล คลีนแอนด์เฟรซ คุณสมบัติสุดล้ำสูตรเข้มข้นพิเศษ 3 อิน 1 เอนไซม์ขจัดคราบเฉียบขาด แคปซูลน้ำหอมล็อกความหอมยาวนาน ถนอมสีผ้าถึงเส้นใย แคปซูลละลายน้ำ พร้อมถนอมเครื่องซักผ้าทั้งผาบน ผาหน้า มีจำหน่ายพร้อมโปรสุดพิเศษแล้ววันนี้ ในแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale

ปิดท้ายลิสต์รายการช้อปปิ้งของใช้เข้าบ้าน กับอีกหนึ่งไอเทมเด็ด ที่จะทำให้สาว ๆ นักช้อปหันมาเพลิดเพลินกับการล้างจาน แบบหอมละมุน กับ ซันไลต์ สเปรย์ล้างจาน เมจิคโฟม กลิ่นยูซุ นวัตกรรมสเปรย์ล้างจาน ซันไลต์ พร้อมเทคโนโลยีเมจิกโฟม สำหรับทำความสะอาดคราบมัน คราบอาหาร คราบไหม้ ซอกซอนได้อย่างทั่วถึง แม้กระทั่งส่วนที่เข้าถึงได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นขวดแก้วทรงสูง กระติกน้ำ หลอด หรือกาน้ำชา ทำความสะอาดได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น และกลิ่มหอมสดชื่นจากส้มยูซุ ถนอมมือคนล้าง แต่เด็ดขาดกับคราบเลอะ พร้อมเนรมิตงานครัวให้ชิก ๆ คูล ๆ ได้ง่าย ๆ


เพลิดเพลินกับการช้อปสินค้าแบรนด์คุณภาพภายใต้เครือยูนิลีเวอร์ ใน Unilever Household Care Official Store บน ช้อปปี้ ได้แล้ววันนี้ ถึง 11 พฤศจิกายน 2563 พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ กับส่วนลดสูงสุด 60% พร้อม แจกเงินคืนสูงสุด 1,111 coins แจกทั้งวัน (6 ช่วงเวลา) และของสมมนาคุณและ พิเศษส่งฟรี! สินค้าขายดีไม่มีขั้นต่ำ ในแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale เท่านั้น!

ติดตามข่าวสารเพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นสุดพิเศษ จาก Unilever ได้ที่ Unilever Household Care Official Store บนช้อปปี้ ที่ https://shopee.co.th/unilever_householdcare และ Unilever Beauty Hot Pro ได้ที่ https://shopee.co.th/unilever_beautyhotpro

แพนทีน เปิดตัวนวัตกรรมล่าสุด แพนทีน โกลด์ เพอร์เฟคชัน ซีรีส์ เผยอีกขั้นของนิยามผมสวยวิถีใหม่ เหมือนทำซาลอนทรีทเม้นท์

แพนทีน ผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลผม เข้าใจถึงวิถีใหม่ของการดูแลผมที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญในเรื่องความสวยงามและการดูแลตัวเองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปีที่ผ่านมาที่หลาย ๆ คนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อสุขอนามัย ทำให้เกิดวิถีใหม่ในการดูแลตัวเอง รวมถึงเส้นผม โดยหลาย ๆ คนหันมาเรียนรู้และเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้สามารถทำได้ด้วยตัวเองแต่เห็นผลลัพธ์ไม่ต่างจากการใช้บริการตามร้านเพื่อความงามต่าง ๆ

แพนทีน จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะคิดค้นนวัตกรรมการดูแลผมที่เหนือไปอีกขั้นกับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด แพนทีน โกลด์ เพอร์เฟคชัน ซีรีส์ ที่อุดมไปด้วยคอลลาเจนเข้าฟื้นฟู บำรุงเส้นผมให้กลับมาแข็งแรง ดูสุขภาพดี เผยผมสุดสตรองเด้งสวยมีน้ำหนักและเปล่งประกายเงางามข้ามวัน พร้อมนำเทรนด์นิยามใหม่แห่งผมสวยต้องพร้อม #สะบัดเบาซ์ ในทุกเวลาไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบทไหน แม้ข้ามวันยังคง #สะบัดเบาซ์ โชว์ผมสุดสตรองได้

มร. เฮา ทราน, ผู้จัดการอาวุโสกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม บริษัทพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราเข้าใจถึงวิถีชีวิตใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปทุก ๆ ปีของผู้บริโภคและต้องการที่จะนำนวัตกรรมการดูแลเส้นผมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมานำเสนอเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีในการดูแลเส้นผม ในปีนี้เราเห็นถึงวิถีใหม่ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญถึงการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่สามารถดูแลได้ด้วยตัวเอง แต่ให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากการทำทรีทเม้นท์ในซาลอน แพนทีน โกลด์ เพอร์เฟคชัน ซีรีส์ ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมคอลลาเจน ไบโอติน และ วิตามิน B3 คือคำตอบของการดูแลเส้นผมที่มาพร้อมกับนิยามใหม่ของผมสวย #สะบัดเบาซ์ ที่เผยผมสวยเช้าจรดเย็นและวันถัดไป ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับสาวยุคใหม่พร้อมกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย”

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของแพนทีนได้นางเอกชั้นนำของเมืองไทย ญาญ่า - อุรัสยา เสปอร์บันด์ มานำทีมเผยนิยามผมสวยใหม่ #สะบัดเบาซ์ “ด้วยตารางงานที่แน่นมากในแต่ละวัน ทำให้ญาญ่าต้องเจอความร้อนจากการทำผมและเปลี่ยนทรงผม วันละหลาย ๆ ชั่วโมง แต่ญ่าก็ไม่กังวล เพราะแพนทีน คือตัวช่วยในเรื่องการดูแลผมที่ดีที่สุด ช่วยให้ญ่าสามารถดูแลสุขภาพผมให้ดูสตรอง สวยได้เองในทุก ๆ วัน โดยเฉพาะ แพนทีน โกลด์ เพอร์เฟคชัน เป็น perfect solution สำหรับญ่า ที่ช่วยให้ผมดูสวย พร้อมสะบัดเบาซ์ ทำได้ง่าย ๆ ที่บ้านเหมือนทำซาลอนทรีทเม้นท์ ขนาดตื่นมาอีกวันผมก็ยังสวยเด้ง ญ่าเลยมีเวลาไปทำอะไรที่สนุกๆ ได้มากขึ้น ญ่า love แพนทีนมากค่ะ และญ่าท้าให้คุณมาสะบัดเบาซ์ด้วยกันนะคะ”


แพนทีน โกลด์ เพอร์เฟคชัน ซีรีส์ มี 2 สูตรประกอบด้วย
● แพนทีน โกลด์ เพอร์เฟคชัน สูตร Weighty Bounce เพื่อผมเด้งสวยมีน้ำหนัก
ช่วยฟื้นบำรุงเส้นผมจากรากจรดปลายด้วยคอลลาเจนและไบโอติน (Biotin) เพื่อผมสวยมีน้ำหนักพร้อม #สะบัดเบาซ์ ในทุกโอกาส ให้ผมกลับมามีชีวิตชีวาเช้าจรดเย็นจนถึงวันถัดมา

แชมพูและคอนดิชันเนอร์ ขนาด 300 มล. 199 บาท และ 530 มล. 279 บาท

● แพนทีน โกลด์ เพอร์เฟคชัน สูตร Radiant Glow เพื่อผมเปล่งประกายเงางาม
ช่วยคืนประกายเงางามให้เส้นผมจนสังเกตได้ด้วยคอลลาเจนและวิตามิน B3 ให้เส้นผมเปล่งประกายในแบบโกลด์เพอร์เฟคชัน ช่วยมอบประกายสดใสให้กับเส้นผม คืนความนุ่มชุ่มชื่นให้กับปอยผมที่เสียมานาน

แชมพูและคอนดิชันเนอร์ ขนาด 300 มล. 199 บาท และ 530 มล. 279 บาท

● แพนทีน โกลด์ เพอร์เฟคชัน โพสต์ สไตลิ่ง แฮร์ รีแพร์ มาสก์ เพื่อฟื้นบำรุงผมเสียสะสมจากการจัดแต่งทรงผม
แฮร์มาสก์ที่ดีที่สุดของแพนทีนด้วยเนื้อมาสก์เข้มข้นด้วยสูตรคอลลาเจน พร้อมเข้าบำรุงล้ำลึก รู้สึกถึงความนุ่มสลวยตั้งแต่สระ มาสก์บำรงเข้มข้นแต่ไม่เหนอะหนะ ทิ้งไว้เพียงความนุ่มสลวยตั้งแต่โคนจรดปลายภายหลังสระ ให้ผมคุณมีน้ำหนักพร้อม #สะบัดเบาซ์ ได้แม้ในวันถัดมา

ขนาดกระปุก 160 กรัม 279 บาท และขนาดซอง 15 มล. 25 บาท (*ขนาดซอง 15 มล. เริ่มจำหน่ายวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป)



#สะบัดเบาซ์ #แพนทีนโกลด์

แฟชั่นชุดนอนที่ต้องมี Wacoal x Issue ฉลองส่งท้ายปี รับส่วนลดถึง 50%

วาโก้จัดโปรฯ เด็ดช้อปให้เข็ดเพื่อสายแฟชั่นกับชุดนอนที่ได้มากกว่าใส่นอน Wacoal x Issue สไตล์ Sleepwear Fashion เพียงซื้อสินค้าวาโก้ครบ 1,500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับส่วนลดแลกซื้อ Wacoal x Issue สูงสุด 50% ขอสงวนสิทธิ์แลกซื้อในวันเดียวกันไม่เกิน 3 ชุดต่อ 1 ใบเสร็จ เริ่ม 24 ตุลาคม 2563 - 30 พฤศจิกายน 2563 ลดเยอะรีบช้อปเฉพาะปีนี้เท่านั้นที่ เคาน์เตอร์วาโก้ สาขาศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม, เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, สยามพารากอน วาโก้ช็อป สาขา เมกา บางนา, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาพระราม 9, รามอินทรา, บ่อวิน จ.ชลบุรี, ขอนแก่น, อุดรธานี, เชียงใหม่, หาดใหญ่ และโอเชี่ยนจังซีลอน

หรือช้อปสะดวกบนออนไลน์กับโปรโมชัน 11.11 ชุดนอน Wacoal x Issue ลดไร้เงื่อนไขจัดไป 50% เฉพาะ 11 พฤศจิกายน 2563 วันเดียวเท่านั้นที่ www.facebook.com/wacoal.th, Lazada, Shopee, JD สอบถามเพิ่มเติม Facebook /Line @wacoal.th

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ เปิดตัวคอลเลคชั่น Fall ปี 2020

คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld) คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วงปี 2020 สำหรับสตรีนำความร่วมสมัยที่ได้รับอิทธิพลจากช่วงเวลาในประวัติศาสตร์และสถานที่ต่างๆ โดยมีสไตล์อ้างอิงมาจากศตวรรษที่ 18 ในแถบยุโรปซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คาร์ลหลงใหลผสานกับรายละเอียดงานช่างฝีมือสุดประณีต ซิลลูเอทในยุค90’s และจิตวิญญาณที่ดูสง่างามน่าเกรงขามที่ถูกตีความจากแรงบันดาลใจสุดคลาสสิคผ่านมุมมองของยุคสมัยปัจจุบัน โดยได้ผลลัพธ์คือความแปลกใหม่ในแง่มุมความเป็นผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลในแบบฉบับของความชิคในยุคสมัยใหม่

หนึ่งในบุคคลทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในศตวรรษ คือพระนางมารีอ็องตัวแน็ต (Marie Antoinette) แห่งฝรั่งเศสผู้ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันด้วยรสนิยมในแฟชั่นที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งแบรนด์คาร์ล ลาเกอร์-เฟลด์ได้ย้อนรำลึกถึงซิลลูเอทอันโดดเด่นในยุคของพระนาง อันประกอบไปด้วย รูปทรงชุดคอร์เซ็ตลายตะเข็บแบบเพพลั่มและชายผ้าระบายจับจีบในเฉดสีชมพูคอตต้อนแคนดี้ที่ถูกนำมาผสมผสานเข้ากับเฉดสีขาวและดำอันเป็นเอกลักษณ์ของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ในขณะเดียวกันสไตล์การแต่งกายในธีม 90’s Power Dressing ก็ได้ปรากฏให้เห็นผ่านแฟชั่นไอเท็มชิ้นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชุดสูทและกางเกงเข้าชุด เสื้อแจ็คเก็ต และกางเกง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการปรับแต่งออกมาให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น

แรงบันดาลใจทางประวัติศาสตร์ในคอลเลคชั่นนี้ยังได้รับอิทธิพลจากประเทศอังกฤษแถบตอนเหนือ โดยเฉพาะเครื่องแต่งกายในยุคสมัยของพระราชินีแอนน์ (Queen Anne) และคนสนิทของพระองค์อย่าง ซาราห์ เชอร์ชิล (Sarah Churchill) ดัชเชสแห่งมาร์ลโบโรห์ (Marlborough) โดยสไตล์ในยุคดังกล่าวมีรากฐานมากจากการตัดเย็บที่มีโครงสร้างอันทำให้เกิดรูปทรงบริเวณไหล่ การตัดเย็บแบบซ่อนตะเข็บผ้า การตัดเย็บแขนเสื้อที่มีขนาดขยายใหญ่ รวมไปถึงเครื่องแต่งกายที่ทำมาจากเครื่องหนังหัวจรดเท้า ในส่วนของเสื้อคลุมตัวนอกก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน ซึ่งประกอบไปด้วยเสื้อโค้ท โอเวอร์ไซส์ทรงโคคูน เสื้อคลุมทรงเคปผ้ากำมะหยี่ เสื้อคลุมทรงพอนโซ และเทรนช์โค้ท อีกทั้งยังได้อิทธิพลการออกแบบในสไตล์มัสคูลีนซึ่งปรากฏให้เห็นในชุดสูทลายทาง ชุดเดรสหนัง และเสื้อคลุมสเวตเตอร์ทรงเคปที่มีรายละเอียดการปักผ้าแบบโบราณ

การเดินทางในทวีปยุโรปครั้งนี้ได้มาบรรจบลงที่ประเทศเยอรมันสถานที่ซึ่งบทเพลงของอมาเดอุส โมทซาร์ท (Amadeus Mozart) ดังสะท้อนไปทั่วงานเต้นรำสวมหน้ากากในพระราชวัง เช่นเดียวกับงานออกแบบของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ในสไตล์งานปาร์ตี้ ด้วยการเลือกใช้โทนสีเข้ม และพื้นผิวเมทัลลิคผสมผสานเข้ากับเนื้อผ้าชั้นดี และเลื่อมที่เป็นประกาย โดยแฟชั่นไอเท็มชิ้นสำคัญประกอบไปด้วยเสื้อโค้ทขนเฟอร์พิมพ์ลายเสือดาว กระโปรงพู่สีเมทัลลิค และเสื้อเชิ้ตที่ได้รับ แรงบันดาลใจมาจากยุค
90’s ที่มีคอร์เซ็ตในตัว

คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วงปี 2020 รวมไปถึงคอลเลคชั่นแคปซูลยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากการออกแบบของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ในยุค 1990s ที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านการตัดเย็บบริเวณชายผ้าในรูปแบบใหม่ๆ และการเลือกสรรเนื้อผ้าที่เข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการระลึกถึงผลงานสร้างสรรค์ของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์


● แอคเซอซอรี่
ภาพรวมคอลเลคชั่นนี้เต็มไปด้วยการผสมผสานระหว่างสีสันและลวดลายใหม่ๆ ซึ่งเพิ่มความน่าสนใจ และความรู้สึกแปลกใหม่ ซิลูเอทของกระเป๋า เคไอคอน (K/Ikon) ถูกนำมาปรับเปลี่ยนใหม่ด้วยเทคนิคการพิมพ์ลวดลายของหนังงู และหนังจระเข้ ที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีของดอกฟูเซีย (Fuchsia) และลายกราฟฟิตี้ที่ปรากฏอยู่บนกระเป๋าโท้ททรงโอเวอร์ไซส์ กระเป๋าถือขนาดกลางและเล็ก รวมไปถึงเครื่องหนังชิ้นเล็กอื่นๆ

ในฤดูกาลนี้ กระเป๋าคาร์ล เซเว่น (KARL SEVEN) ได้ถูกปรับเปลี่ยนใหม่ด้วยการลายพิมพ์หนังจระเข้ในเฉดสีดำ ขาว และเทา รวมไปถึงลายพิมพ์หนังงูในเฉดสีของดอกฟูเซีย (Fuchsia) และโทนสีแบบธรรมชาติ โดยแฟชั่นแอคเซสซอรี่ประกอบไปด้วยกระเป๋าสะพายขนาดกลาง ขนาดเล็ก กระเป๋าขนาดจิ๋ว และเครื่องหนังชิ้นเล็กอีกมากมายที่มีลวดลายพิมพ์ของหนังจระเข้และหนังงู

สำหรับช่วงเทศกาลสำคัญยังมีตัวเลือกเพิ่มเติมในส่วนของสีเมทัลลิคและลายปักแบบต่างๆ ซึ่งชื่อคาร์ล เซเว่น (KARL SEVEN) นั้นเป็นชื่อที่มาจากหมายเลขนำโชคของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ คือหมายเลขเจ็ด

สำหรับช่วงเทศกาลนี้ กระเป๋าในตระกูล เค ซิกเนอเจอร์ (K/Signature) ได้ถูกนำกลับมาพร้อมฟินิชชิ่งลายกากเพชรและลายปัก ระยิบระยับ ส่วนแฟชั่นแอคเซอซอรี่ที่ไม่ควรพลาดนั้น คือกระเป๋าขนเฟอร์ที่ดูนุ่มสบายแต่ยังคงความชิคในเวลาเดียวกัน

เค ออโตกราฟ (K/Autograph) เป็นกระเป๋าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลายเซ็นของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ที่ปรากฏให้เห็นบนตัวล็อคกระเป๋าโลหะ ซึ่งสอดคล้องไปกับตัวย่อของชื่อคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ตามรูปแบบที่เขาได้เคยเขียนไว้ในวัยหนุ่ม โดยประกอบไปด้วยกระเป๋าสะพายที่มีสายสะพายจากโซ่ และกระเป๋าสะพายข้างที่มีสายสะพายจากหนัง ซึ่งกระเป๋าคู่นี้ได้ถูกออกแบบมาในสามเฉดสี ได้แก่ สีแดงแบบคลาสสิคที่จับคู่เข้ากับตัวล็อคสีเงิน สีเฮเซลวู้ดที่จับคู่เข้ากับตัวล็อคสีกันเมทัล (Gun Metal) และสีดำที่จับคู่กับตัวล็อคสีทอง ซึ่งตัวล็อคสุดพิเศษนี้ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่บนกระเป๋าทรง K/Autograph Urban อีกด้วย ซึ่งเป็นกระเป๋าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเข็มขัด ประกอบไปด้วยสายกระเป๋าที่ทำมาจากโซ่เส้นใหญ่ โดยภายในกระเป๋ามีช่องเก็บของสองช่องที่มีซิปด้านบน ซึ่งสามารถเลือกถือได้สองแบบไม่ว่าจะถือจากที่จับด้านบนหรือใช้สายสะพายยาวเพื่อสะพายด้านข้าง โดยมีให้เลือก 2 ขนาด คือ ขนาดใหญ่และเล็ก ในโทนสีดำ สีธรรมชาติ และสีฟ้ามัลติ คัลเลอร์

กระเป๋า เค คุชั่น (K/Kushion) นั้นถูกนำมาปรับขยายให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น โดยสร้างสรรค์ขึ้นจากแผ่นนุ่นที่ให้ความรู้สึกนุ่ม มีน้ำหนักเบาและวัสดุที่มีพื้นผิวที่เกิดจากเทคนิคการอัดพลีทในสองสไตล์ คือ กระเป๋าโท้ททรงโอเวอร์ไซส์ที่สามารถพับได้ และกระเป๋าคลัทช์ที่สามารถถอดสายออกได้ โดยกระเป๋าทั้งสองแบบนี้มีให้เลือกในเฉดสีดำแบบคลาสสิค และเฉดสีเมทัลลิค ที่ถูกประดับด้วยแถบชื่อแบรนด์ Karl Lagerfeld ประทับไว้บนตัวกระเป๋าด้านนอก

ในลำดับสุดท้าย กระเป๋า เค สตูดิโอ (K/Studio) ถูกนำมาปรับเปลี่ยนและเพิ่มลูกเล่นใหม่ด้วยการประทับด้วยแพทเทิร์นตัวอักษร “K” ที่มีลักษณะใหญ่ขึ้นพร้อมทั้งเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่เพื่อให้ดูมีความโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น



#KARLLAGERFELD #KARLLAGERFELDTH #PATLuxuryGroup

เบอร์ทอลลี่® ปล่อยโปรโมชั่นสุดคุ้มกับส่วนลดสูงสุดถึง 30%

เบอร์ทอลลี่® แบรนด์น้ำมันมะกอกอันดับหนึ่งของโลกจับมือ Tops Online มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อน้ำมันมะกอกสูตรใดก็ได้ขนาด 500 มิลลิลิตร บนช่องทางออนไลน์เพื่อร่วมปลุกพลังเชฟในตัวผู้บริโภคชาวไทย

ผู้บริโภคที่เลือกซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่สูตรใดก็ได้ขนาด 500 มิลลิลิตรบนเว็บไซต์ Tops Online ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน จะได้รับส่วนลดมูลค่า 75 บาท หรือส่วนลดสูงสุด 30% เมื่อใส่รหัสคูปองออนไลน์ ‘BT75’ และกดสั่งซื้อสินค้า

เมื่อกดใช้รหัสส่วนลดดังกล่าว ลูกค้า Tops Online จะสามารถซื้อน้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ สูตร Extra Virgin ในราคาพิเศษที่ 200 บาท (จากราคาปกติ 275 บาท) สูตร Organic Extra Virgin ในราคาพิเศษที่ 250 บาท (จากราคาปกติ 325 บาท) หรือสูตร Extra Light ในราคา 164 บาท (จากราคาปกติ 239 บาท)

โปรโมชั่นในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อช่วยสนับสนุนผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการปรับเปลี่ยนแนวทางสู่วิถีชีวิตที่มีสุขภาพและมีภูมิคุ้มกันโรคที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงความขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยทุกคนที่สนับสนุนเบอร์ทอลลี่อย่างดีเสมอมา

พร้อมกันนี้ เบอร์ทอลลี่ ประเทศไทย ยังได้เปิดตัว Messenger Bot เป็นครั้งแรกบน Facebook Page เพื่อช่วยให้คำแนะนำและแนวทางการเลือกใช้น้ำมันมะกอกชนิดต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมแก่ผู้บริโภค โดย Messenger Bot นี้ได้รับการออกแบบมาอย่างชาญฉลาดเพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่ายขึ้นถึงความแตกต่างของน้ำมันมะกอกแต่ละสูตร อีกทั้งยังทำหน้าที่ตอบคำถามที่พบบ่อย และช่วยอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้าลดราคา

ลูกค้าสามารถพบกับ Messenger Bot ในชื่อ “Mild” ได้ที่ช่องทาง Facebook Messenger บนหน้าเพจ Bertolli Thailand โดยจะช่วยเชื่อมต่อและประสานการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนช่วยลดขั้นตอนการทำงานแบบแมนนวลเพื่อช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

แม้ว่าการบริโภคและการนำน้ำมันมะกอกมาใช้ปรุงอาหารในประเทศแถบเอเชีย จะเคยเป็นที่นิยมกันเฉพาะอาหารที่ปรุงโดยไม่ใช้ความร้อนเป็นส่วนมาก แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เชฟและผู้บริโภคในแถบนี้ต่างหันมาใช้น้ำมันมะกอกชนิดต่างๆ ปรุงอาหารที่ผ่านกรรมวิธีที่ใช้ความร้อนกันมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้บริโภคชาวไทยยังได้ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย

น้ำมันมะกอกอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวในปริมาณมาก ซึ่งช่วยลดความดันโลหิตและลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ งานค้นคว้าวิจัยจำนวนมากพบว่าผู้ที่บริโภคน้ำมันมะกอกมีโอกาสที่จะเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและโรคความดันโลหิตสูงที่น้อยกว่าถึงร้อยละ 35 นอกจากนี้ น้ำมันมะกอกยังเต็มไปด้วยสารต้านการอักเสบและได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด

น้ำมันมะกอกถือเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารแบบสารพัดประโยชน์ และสามารถนำมาใช้ปรุงอาหารไทยในชีวิตประจำวันได้อย่างง่ายดาย ตั้งแต่ใช้ปรุงน้ำสลัด ใช้ผัดหรือทอดผัก หรือแม้แต่ใช้หมักอาหารหรือใช้ทำขนม ก็สามารถทำได้เช่นกัน

เบอร์ทอลลี่มุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพสู่ลูกค้าคนสำคัญของเรา และจะเดินหน้าพัฒนาแนวทางใหม่ๆ เพื่อช่วยสนับสนุนผู้บริโภคในด้านต่างๆ ต่อไป


ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชั่นครั้งนี้ได้ทางเว็บไซต์ https://www.tops.co.th/th/campaign/promotion-bertolli-28-oct-10-nov-2020 พร้อมพบกับ Mild หรือ Messenger Bot ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกได้ที่เพจ Bertolli Thailand ทาง https://www.facebook.com/BertolliTH/

เทสโก้ โลตัส จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ ลดสูงสุด 70 % ในแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale

เทสโก้ โลตัส ร่วมกับ ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ ในแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale รวมสินค้าอุปโภค บริโภคมากมายมาเอาใจนักช้อป ลดกระหน่ำสูงสุด 70% พร้อมเก็บโค้ดส่วนลดที่หน้าร้าน Tesco Lotus Official Store กับโค้ดส่วนลดเพิ่มอีก 1,111 บาท ยิ่งช้อปกันยิ่งขึ้นไปอีกกับโปรโมชั่นจาก AirPay ที่เพียงชำระเงินบน ช้อปปี้ ผ่าน AirPay Wallet ก็สามารถใช้โค้ดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ

งานนี้ห้ามพลาดในแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale กันได้เลยบน Tesco Lotus Official Store ตั้งแต่วันนี้ - 11 พฤศจิกายนนี้ บน ช้อปปี้ ที่ https://shopee.co.th/tesco_lotus

ซื้อวาโก้ลดหย่อนภาษีได้ กับโครงการ “ช้อปดีมีคืน”

วาโก้ออกโปรโมชันเด็ดๆ กับสินค้าคุณภาพดีเพื่อสาวขาช้อปอย่างต่อเนื่อง พร้อมขานรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐกับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” อีกหนึ่งมาตรการที่ออกมาเพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้าหรือบริการภายในประเทศช่วงปลายปี 2563 โดยเมื่อซื้อสินค้าวาโก้ ณ วาโก้ช็อป, เคาน์เตอร์วาโก้ทุกสาขาทั่วประเทศ และทุกช่องทางวาโก้ออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2563 สามารถนำใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษี 2563 ตามยอดที่ซื้อจริงสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท

โดยมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ใช้สำหรับผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และควรเช็คสิทธิ์พร้อมศึกษารายละเอียดเงื่อนไขจากประกาศกรมสรรพากรเพิ่มเติมที่ www.rd.go.th *เงื่อนไขเป็นไปตามโครงการช้อปดีมีคืนที่รัฐบาลกำหนด

“SUNTUR” ร่วมกับ “JWD Art Space” เปิดนิทรรศการ “A Little Letter from Someone Somewhere”

SUNTUR ร่วมกับ เจดับเบิ้ลยูดี อาร์ทสเปซ เปิดนิทรรศการศิลปะชุด A Little Letter From Someone Somewhere ครั้งแรกของนิทรรศการ Paintings & Sounds โดย SUNTUR และ 26 ศิลปินนักร้องนักดนตรีชื่อดังของเมืองไทย ร่วมถ่ายทอด 25 ผลงานภาพวาด ประติมากรรม และ บทเพลง ที่เชื่อมประสบการณ์มากกว่าแค่ตาเห็น ผลงานที่รวบรวมเรื่องราวอารมณ์ ความรู้สึก ความสัมพันธ์ จากประสบการณ์ทั้งความจริงและภาพฝัน ผ่านเสียงสนทนาของผู้คนรอบตัว ร้อยเรียงถ่ายทอดเป็นผลงานศิลปะที่พร้อมส่งข้อความและเนื้อหาสู่ผู้ชมผ่าน “การมองเห็น” และ “รับฟัง”.. เขาจะมาช่วยเก็บบันทึกและส่งต่อความทรงจำในวันนี้ของผู้ชม โดยทุกท่านสามารถเขียนจดหมายหรือโปสการ์ดถึงตัวเอง โดยทางทีมงานจะนำส่งจดหมายนั้นไปถึงมือทุกคนในปี พ.ศ. 2573 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า.. นิทรรศการ ชุด A Little Letter From Someone Somewhere เข้าชมฟรีทุกวัน (เว้นวันจันทร์) ตั้งแต่วันนี้ - 24 พฤศจิกายน 2563 ณ JWD Art Space จุฬาลงกรณ์ ซอย 16 (อย่าลืมพกหูฟังและโทรศัพท์มือถือไปด้วย)

นิทรรศการ A Little Letter from Someone Somewhere ครั้งนี้สร้างสรรค์ผลงานภาพวาดโดย SUNTUR “ซันเต๋อ-ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล” ศิลปินนักวาดภาพประกอบที่โดดเด่นของเมืองไทยที่ได้ชักชวนนักร้องนักดนตรี 26 ท่านมาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกสร้างสรรค์เป็น “ซาวน์” ประกอบให้กับ “ภาพ” ได้แก่ พงษ์สิทธิ์ คําภีร์, ป๊อด-ธนชัย, แสตมป์-อภิวัชร์, สิงโต นําโชค, อิ้งค์-วรันธร, ลุลา, สมเกียรติ, อะตอม-ชนกันต์, Polycat, Funky Wah Wah, The Darkest Romance, Mints, Zweed n’Roll, Gongkan & Brother, นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์, Another Day Another Render, Mon Monik, Nap a Lean, Safeplanet, Wanyai, Boss Kuno, Stoondio, The 10th Satueday, Q Flure, Salaporr ร่วมด้วย เขียนไขและวานิช โดยในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน), เสาวนีย์ อภิวันทน์โอภาศ, ปุณณภา ปริเมธาชัย ผู้อำนวยการ เจดับเบิ้ลยูดี อาร์ทสเปซ, ปานปอง วงศ์สิรสวัสดิ์ และแขกผู้มีเกียรติมากมาย ร่วมแสดงความยินดี

ซันเต๋อ-ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล กล่าวว่า นิทรรศการ A Little Letter from Someone Somewhere ได้ขยายพื้นที่สร้างประสบการณ์ศิลปะที่มากกว่าตาเห็นด้วยการชักชวน 26 ศิลปินทั้งนักร้องนักแต่งเพลงและผู้กำกับ มาร่วมตีความจากภาพผลงานศิลปะ แล้วสร้างสรรค์เสียงเพลงตลอดจนเสียงสนทนาเพื่อประกอบและถ่ายทอดเรื่องราว เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถซึมซับเรื่องราวของแต่ละภาพ ผ่านเสียงเพลง บทหนังสั้น ฯลฯ โดยแต่ละรูปภาพจะมี QR Code ให้ผู้ชมสแกนเพื่อเชื่อมต่อเข้าไปฟังผ่านโทรศัพท์มือถือของตนเอง

“A Little Letter from Someone Somewhere” รวบรวมงานที่เริ่มวาดตั้งแต่ปี 2018 เป็นนิทรรศการศิลปะสไตล์เล่าเรื่อง ในภาพมีองค์ประกอบหลักของภาพเป็น Someone (คน) และ Somewhere (สถานที่) คือการบันทึกความรู้สึก และส่งต่อข้อความที่เราอยากสื่อสารผ่านภาพวาดในช่วงเวลานั้นๆ แม้ว่าภาพอย่างเดียวจะทำหน้าที่ของมันได้ แต่เมื่อภาพมีซาวด์ที่อินสไปร์มาจากการตีความของศิลปิน เกิดเป็นความเพลิดเพลินจะทำให้ผู้ชมมองภาพได้นานและลึกซึ้งขึ้น แล้วอย่าลืมพกหูฟังและโทรศัพท์ส่วนตัวมาด้วยนะครับ” ซันเต๋อ กล่าว

ทางด้าน ชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา CEO บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะของผู้ก่อตั้ง JWD Art Space ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จครั้งนี้ของศิลปินคนรุ่นใหม่อย่างซันเต๋อ ตนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ทางศิลปินได้เลือก JWD Art Space เป็นสถานที่จัดแสดงผลงาน เพราะได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม และจะเห็นได้ว่าผู้เข้าชมส่วนมากเป็นคนรุ่นใหม่ ถือเป็นอีกบทพิสูจน์ว่าทุกคนสามารถเข้าถึงผลงานศิลปะได้ และในฐานะของนักสะสมตนก็ได้ซื้อภาพที่ชื่อว่า Are You Proud of me เก็บไว้ และภาพนี้มีความหมายลึกซึ้งขึ้นมากเมื่อได้ดูและฟังเพลงที่ The Darkest Romance ได้ตีความภาพออกมา ขอบคุณที่ให้เกียรติ JWD Art Space เป็นส่วนหนึ่งของการจัดแสดงผลงานดีๆ แบบนี้
ขณะที่ ปุณณภา ปริเมธาชัย ผู้อำนวยการ เจดับเบิ้ลยูดี อาร์ทสเปซ กล่าวว่า ความตั้งใจของ JWD Art Space คือการทำให้ศิลปะสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าใจผลงานได้ โดยงานนี้เป็นการจัดแสดงศิลปะแบบ Interactive เป็นอีกมิติที่จะทำให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงศิลปะได้ง่ายขึ้นที่ไม่ได้มีแค่งานเพนท์ติ้ง แต่ยังมีการผสมผสานสื่อที่หลากหลาย เช่น ดนตรี, ห้องแสดง Digital Art โดยมีห้องไฮไลต์คือ Letter to Future ห้องจัด Projection Mapping ที่ซันเต๋อได้จัดเตรียมตู้จดหมายให้ผู้ชมเขียนจดหมายส่งถึงตัวเองหรือใครสักคนในอีก 10 ปีข้างหน้า เราหวังว่าผู้ชมจะมีความสุขกับ 25 เรื่องราวนี้

นอกจากนี้ในงานยังมีพื้นที่จำหน่ายของที่ระลึกเพื่อเก็บเรื่องราวความประทับใจในรูปแบบของเก๋ๆ จาก SUNTUR STORE’S Pop-up ทั้ง ภาพพิมพ์, โปสการ์ด, เข็มกลัด, กระเป๋า, ผ้าเช็ดแว่น พร้อมด้วยสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษที่ได้ร่วมมือกับหลากหลายแบรนด์ไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Madmatter, Arty&Fern Eyewear และ Everyday Karmakamet ที่ได้ตีความภาพวาดออกมาเป็นกลิ่นผ่านเทียนหอมและรูมสเปรย์ที่จำหน่ายเฉพาะในนิทรรศการนี้เท่านั้น

นิทรรศการ A Little Letter from Someone Somewhere โดย SUNTUR จัดแสดงระหว่าง 24 ตุลาคม – 24 พฤศจิกายน 2563 นี้ที่ JWD Art Space จุฬาลงกรณ์ ซอย 16 เปิดให้บริการทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. ติดตามข่าวสารของ JWD Art Space ได้ที่ www.facebook.com/JWDArtSpace/ หรือ https://www.jwd-artspace.com/