“นอกจากผู้หญิง ดอกไม้คือสิ่งงดงามที่สุดที่พระเจ้ามอบให้แก่โลกใบนี้” คริสเตียน ดิออร์
ดอกไม้อยู่กลางใจของ DIOR
นับจากวันแรก เราอาศัยแรงบันดาลใจจากความงดงาม และพลังอำนาจแห่งมวลพฤกษามาใช้ออกแบบผลงานสร้างสรรค์อันสุดงดงามอย่างไม่จบสิ้น
บนริมฝีปากกับรอยยิ้มทุกหนแห่งคือ Rouge Dior ซึ่งถือกำเนิดจากความรัก และแรงปรารถนาของคริสเตียน ดิออร์ ที่จะแต่งเติมความงามให้แก่การแต่งกาย และรอยยิ้มของผู้หญิงทั้งหลาย ลิปสติกรุ่นแรกของห้องเสื้อชั้นสูงระดับตำนาน ถูกสรรค์สร้างขึ้นเมื่อปี 1953 ด้วยการถ่ายทอดทุกทักษะ ความชำนาญ และสไตล์อันทรงเอกลักษณ์ของ Dior ผ่านสีสันเจิดจ้า สว่างสดใสในฐานะตัวแทนจากโลกแฟชัน เป็นเวลากว่าหลายปีที่ลิปสติกแฟชันนี้ ได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่องหลายพันเฉดสี มอบรอยยิ้มนับครั้งไม่ถ้วนให้ผู้หญิงทั่วโลก
ปีเตอร์ ฟิลิปส์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และภาพลักษณ์ประจำแผนก Dior Makeup ได้เผยแง่มุมใหม่ในลิปสติกระดับไอคอนิกเพื่อแสดงออกถึงความเป็น ‘ลิปสติกแฟชัน’ ได้อย่างชัดเจนกว่าที่เคย ในปลอกบรรจุรุ่นใหม่เปลี่ยนรีฟิลล์ได้ ซึ่งมาพร้อมงานออกแบบอันทันสมัยท้าทายทุกสายตา คือสูตรผสมทรงเอกลักษณ์ทางการเน้นความชัดเจนสมจริงแห่งสีสัน อุดมไปด้วยบรรดาส่วนผสมพฤกษาสกัดปฏิบัติการถนอมผิวริมฝีปาก บทบรรจบอันลงตัวระหว่างความหลากหลายทางเฉดสี และเนื้อสัมผัสกับผลลัพธ์ทางการแต่งเติม รองรับทุกสไตล์การแต่งหน้า และแต่งกาย เหนืออื่นใดคือ ช่วยทวีความงดงามให้แก่ทุกโทนผิว
"Rouge Dior คือที่สุดแห่งลิปสติกเจ้าของภาพลักษณ์อันทรงแบบฉบับ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ปัจจุบัน ลิปสติกนี้ได้กลายเป็นไอคอนที่ตอบรับกับกระแสความนิยมของทุกยุคสมัย ซึ่งไม่เคยหยุดสร้างความอัศจรรย์ใจ” ปีเตอร์ ฟิลิปส์
● Rouge Dior บทรังสรรค์ผลงานร่วมสมัยระดับไอคอน
คริสเตียน ดิออร์ ผู้เคยฝันถึงการเป็นสถาปนิก ประสบความสำเร็จในการสรรค์สร้างลิปสติกรุ่นแรกให้เผยโฉมในรูปแบบของศิลปะวัตถุด้วยบรรจุภัณฑ์ทำจากวัสดุสีทอง และแก้วใส จำลองแบบเสาอนุสาวรีย์ในกลางจัตุรัสกองกอร์ดเพื่อยกย่องหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งมหานครปารีส ในขณะที่กาลเวลาผันผ่าน ลิปสติกนี้ก็ได้รังการรังสรรค์ขึ้นใหม่ตามยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งไม่ต่างอะไรจากการสร้างปรากฏการณ์หักล้างแนวคิดดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นปลอกบรรจุสีทอง หรือสีเบจ จนมาถึงสีน้ำเงินเข้มสดดุจท้องน้ำในมหาสมุทร และมาหยุดอยู่ที่ปี 2005 กับความงามสง่ารูปโฉมใหม่ในปลอกลิปสติกสีน้ำเงินเข้มอมน้ำอย่างที่เรียกว่า “มิดไนท์บลู” รองรับลายขัดสาน (cannage) หนึ่งในสัญลักษณ์ประจำห้องเสื้อ Dior
ล่าสุด Rouge Dior ใหม่สืบสานตำนานที่ยังมีชีวิตด้วยความทันสมัยยิ่งขึ้น และมีแบบฉบับยิ่งกว่า ด้วยการคาดวงแหวนรองรับอักษรย่อ Dior เพื่อเป็นบทสะท้อนความคอดกิ่วของส่วนเอวในเสื้อผ้าแฟชัน ซึ่งครองความโดดเด่นในแต่ละคอลเลคชันของแต่ละฤดูกาล ขณะเดียวกัน ปลอกบรรจุรุ่นใหม่ที่ยังประดับงานเดินของสีเงินกับอักษรย่อ CD ตามนามของผู้สร้างสรรค์ และก่อตั้ง ยังหลอมรวมงานออกแบบรูปทรงเพรียวบาง โฉบเฉี่ยว เข้ากับความภูมิฐานในฐานะเครื่องประดับแฟชันซึ่งอยู่เหนืออิทธิลของกระแสความนิยมทางยุคสมัย
นอกจากนั้น Rouge Dior รุ่นใหม่นี้ ยังขานรับนโยบายอนุรักษ์ระบบนิเวศอย่างยั่งยืนของ House of Dior ด้วยการกลับมาใช้บรรจุภัณฑ์ปลอกลิปสติกแบบเปลี่ยนรีฟิลล์ได้อีกครั้ง ตามวิสัยทัศน์ก้าวไกลแต่แรกเริ่มของคริสเตียน ดิออร์ ผู้สรรค์สร้างลิปสติกรุ่นแรกของตนในรูปแบบปลอกบรรจุแบบรีฟิลล์
● อานุภาพแห่งสีสัน ได้รับแรงบันดาลใจจากมวลพฤกษาของ Dior
ด้วยการจัดสัดส่วนระหว่างเม็ดสีกับส่วนผสมถนอมผิวริมฝีปากให้ได้สมดุลอย่างลงตัว Rouge Dior ทวีความงดงามแก่รอยยิ้มของผู้หญิงทุกคนภายใต้เนื้อสีชัดเจน สมจริงอย่างหมดจดจากการทาเพียงครั้งเดียว สูตรผสมอันเป็นที่รัก ได้รับการรังสรรค์ใหม่โดยอาศัยพฤกษศาสตร์วิทยาของ Dior เป็นแกนนำ ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา แผนกห้องทดลองค้นคว้าของแบรนด์ ได้รับแรงบันดาลใจจากวิทยาการแขนงนี้ในการนำไปสู่วัตถุดิบอันทรงอานุภาพอย่างที่สุด บรรดาส่วนผสมจากพฤกษาธรรมชาติ หลอมรวมประสิทธิภาพทางการปกป้อง ถนอมผิวริมฝีปากลงสู่ Rouge Dior เพื่อช่วยเร่งความคมชัดของเฉดสี ฟื้นบำรุงความงามของริมฝีปากอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน
- คุณสมบัติทางการปกป้องจาก red peony หนึ่งในดอกไม้ซึ่งคริสเตียน ดิออร์รัก และชื่นชมอย่างที่สุด พฤกษาสกัดนี้ช่วยเก็บกักความชุ่มชื่นตามธรรมชาติของผิวริมฝีปากเพื่อจุดประกายสดใสแห่งสีสัน เร่งระดับความสว่างให้เฉดสีของลิปสติกที่แต่งเติม
- สารสกัดจากดอกทับทิม ปฏิบัติการล้ำลึกในการฟื้นบำรุงความงามผ่านสัมผัสสบายผิว ริมฝีปากนุ่มละมุน แน่นกระชับ บรรดาริ้วรอยเส้นบางราวเลือนจาง ในขณะที่เนื้อสีผนึกแนบไม่ลอกตัว เลือนจาง หรือแตกริ้ว มอบความชัดเจนสมจริงได้นานต่อเนื่องยิ่งกว่าเคย
- เชียบัตเตอร์ เติมเต็มประสิทธิภาพทางการปกป้องของบรรดาพฤกษาสกัด มอบการบำรุงล้ำลึก เพราะผิวริมฝีปากที่เรียบเนียน ย่อมมอบความมั่นใจในการคลี่ตัวอย่างสม่ำเสมอของเนื้อลิปสติก รับประกันผลลัพธ์ความงามจากการแต่งเติม
● 34 เฉดสีจากห้องเสื้อแฟชันประดับความงามให้ทุกรอยยิ้ม
สีแดงคือสีแห่ง Dior อย่างที่คริสเตียน ดิออร์เคยกล่าวไว้ว่า “สีแดงคือสีแห่งชีวิต”
เมื่อปีค.ศ. 1947 สีแดงในฐานะสัญลักษณ์แห่งความปรารถนา และความเป็นผู้หญิง เติมความงามสง่าให้บรรดาผลงานการออกแบบของคริสเตียน ดิออร์ ตลอดจนจุดประกายสว่างไสวให้แก่การแสดงแบบเสื้อผ้าบนรันเวย์ด้วยชุดอันโด่งดังอย่าง ‘Coups de Trafalgar.’ ‘Zinnia’, ‘Satan’ และ ‘Sourire’ เหล่านี้เป็นตัวอย่างบางส่วน ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจอย่างต่อเนื่องให้แก่เหล่านักออกแบบรุ่นต่อมาของห้องเสื้อ ในขณะเดียวกัน ก็ยังช่วยเล่าขานเรื่องราวความเป็นมาในแต่ละยุคของวงการแฟชัน
เพื่อสะท้อนถึงความรักอันดื่มด่ำ กับพลังแห่งความปรารถนานี้ ปีเตอร์ ฟิลิปส์ได้ศึกษา และทบทวนทุกแง่มุมของลิปสติกอันทรงแบบฉบับ สัญลักษณ์ประจำแบรนด์ เพื่อรังสรรค์คอลเลคชันสีขึ้นใหม่ด้วยการมอบตัวเลือกถึง 35 เฉดสี แต่ละเฉดล้วนแฝงประกายไล่ลำดับความเข้มสลับแสงเงาเพื่อประดับความงามแก่รอยยิ้มของผู้หญิงทั้งหลาย ตลอดจนเป็นตัวแทนแนวคิดล้ำยุคที่ต้องการหักล้างกฎเกณฑ์ ขนบนิยมดั้งเดิม หรืออีกนัยหนึ่ง แสดงถึงความกล้าที่จะท้าทายกระแสความนิยมของแต่ละยุคสมัย เพื่อเป็นความพิเศษเหนือธรรมดาอย่างแท้จริง
ท่ามกลางความหลายหลากมากมายของสรรพสี นู้ด หรือสีเนื้อ เป็นเสมือนแขกรับเชิญผู้ทรงเกียรติในคอลเลคชัน “สีแดงบ่งบอกถึงตัวตน บุคลิก หรือความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริง ในขณะที่นู้ด กลายเป็นเฉดสีประจำวัน” คือคำอธิบายของปีเตอร์ ฟิลิปส์ ผู้จัดลำดับแต่ละเฉดสีให้ไล่เรียงกันอย่างสมดุล “สีนู้ด มีความแตกต่างกันไปสำหรับผู้หญิงแต่ละคน ผลลัพธ์ก็หลากหลายตามลักษณะของสีปาก ดังนั้น จึงสำคัญอย่างยิ่งในการออกแบบเฉดเพื่อให้มีจำนวนตัวเลือกสีที่เหมาะสม จากสีเบจอ่อนไปจนถึงสีเนื้อเข้มอมโทนชมพูกุหลาบอย่างที่เราเรียกว่าสีไม้พะยูง หรือสีโรสวูด มั่นใจได้ว่าผู้หญิงทุกคนจะพบเฉดสีซึ่งช่วยทวีความงดงามให้แก่ตนได้อย่างกลมกลืนที่สุด” ปีเตอร์ ฟิลิปส์กล่าวเสริม
● 4 เนื้อสัมผัสจากแฟชัน มอบความครบครันให้ผลลัพธ์
ความต่างทางเฉดสี ยังทวีความหลากหลายด้วยเนื้อสัมผัส จากซาตินทอประกายสว่างเป็นเงางามอันโด่งดังระดับตำนาน และเนื้อแม็ตอุดมเม็ดสีเข้มข้น มาสู่เนื้อสัมผัสใหม่เพิ่มเติมอีกสองผลลัพธ์ นั่นคือแม็ตพิเศษเนื้อ ‘กำมะหยี่’ มอบสัมผัสสบายผิว ติดทนนานกับ ‘เมทัลลิก’ แวววาว สดสว่าง ท้าทายทุกสายตา ลิปสติกแต่ละเฉดล้วนมีเนื้อสัมผัสเฉพาะตัว โดยอาศัยแรงบันดาลใจจากหนึ่งใน 4 เนื้อผ้าอันถือเป็นมรดกทางการสร้างสรรค์ในประวัติความเป็นมาของ Dior
‘กำมะหยี่’ หรือ velvet คือผลลัพธ์ซึ่งสะกดสายตาอย่างที่สุด ด้วยการขยายขอบเขตคำจำกัดความของ ‘ความแม็ต’ ออกไปโดยอาศัยการหลอมรวมความรักดื่มด่ำอันมีต่อสีสัน เข้ากับนวัตกรรมเครื่องสำอางเพื่อมอบสัมผัส และผลลัพธ์ที่แม็ตเนียนสูงสุด โดยไม่บั่นทอนประสิทธิภาพทางการถนอมผิวริมฝีปาก อีกทั้งยังมอบความรู้สึกสบายผิวต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง1 ไม่ทำให้ริมฝีปากแห้ง เนื้อสีไม่แตกริ้ว หรือลอกเลอะ มีเพียง Dior เท่านั้น ที่สามารถเก็บงำความลับทางการจัดสัดส่วนสมดุลเชิงคุณสมบัติให้ลงตัวได้เช่นนี้
Rouge Dior 4 เฉดก้าวขึ้นครองตำแหน่งไอคอนแห่งเมคอัพในที่สุด:
- 999 Velvet: สีแดงสดเข้ม เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน และอยู่เหนือกระแสความนิยมของยุคสมัย ผลงานรังสรรค์ลำดับสามจากลิปสติกสองรุ่นแรกของคริสเตียน ดิออร์ นั่นคือ 9 และ 99 ปัจจุบันครบครันด้วย 4 เนื้อสัมผัสเพื่อผลลัพธ์แบบฉบับ Rouge Dior
- 100 Nude Look: ถ่ายทอดสีเทาอมเบจของชุดนิวลุคปี 1947 ที่คริสเตียน ดิออร์ออกแบบ สร้างสรรค์มาสู่ลิปสติกสีนู้ดเฉดใหม่ ร่วมสมัย ให้ความคมชัดแก่รูปปากอย่างงดงาม
- 080 Red Smile: สีแดงสุกสว่างรุ่งโรจน์ และโชติช่วงดั่งดวงเพลิง อาศัยหนึ่งในสีแดง Dior รุ่นแรกปี 1950 เป็นต้นแบบการจุดประกายความงามสดใสให้รอยยิ้ม
- 525 Chérie: สีนู้ดโรสวูด ซึ่งตั้งชื่อตามคำเรียกน้องสาวผู้เป็นที่รัก และหนึ่งในหญิงซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของคริสเตียน ดิออร์
● กิจวัตร Rouge Dior
- Dior Contour: ก่อรูปปากคมชัดด้วยผลลัพธ์ระดับแฟชัน
เพื่อผลลัพธ์สุดประณีต พิถีพิถัน และสะดุดตาอย่างเหนือชั้น ปีเตอร์ ฟิลิปส์พัฒนาหลาก เฉดสีใหม่สำหรับไลเนอร์เขียนขอบปากให้รองรับกับลิปสติกแต่ละเฉดได้อย่างกลมกลืน ปลายทิปสัมผัสอ่อนนุ่มเหลือเชื่อเคลื่อนตัวอย่างราบรื่น ง่ายดายไปบนผิวริมฝีปาก มอบประสิทธิภาพตรึงเนื้อสีติดทนนานยิ่งขึ้น และเร่งความชัดเจนสมจริงของทุกเฉดสีให้ทวีความโดดเด่น สูตรผสมอุดมสารสกัดจากดอกpeony และดอกทับทิม ร่วมกันมอบความรู้สึกสบายผิว เมื่อใช้ร่วมกับลิปสติก ไลเนอร์ Dior Contour นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพติดทนนานยิ่งขึ้นอีก 2 ชั่วโมง2
- Dior Vernis: สัญลักษณ์แฟชันประดับเรียวเล็บ
เผยความงดงามด้วยสีสันจากห้องเสื้อแฟชันอย่างครบครันจนถึงปลายนิ้วด้วยสูตรผสมเร่งความระดับความเข้มทางการกระจายตัวเม็ดสีในเนื้อเจลเงางามวามวาวติดทนนานเป็นอย่างยิ่ง และเป็นครั้งแรกที่ Dior Vernis ผสมสูตรร่วมกับสารสกัดจากpeonyและพิสตาชิโอเพื่อบำรุงความแข็งแรงให้ผิวเล็บ
- Rouge Dior…
ความงดงามตราตรึงดึงดูดทุกสายตาด้วยลีลาหาญกล้าสุดท้าทาย Rouge Dior ได้ประดับริมฝีปากของทุกคนเพื่อสืบสานความปรารถนาของคริสเตียน ดิออร์ที่จะ “เติมแต่งความงามให้รอยยิ้มของอิสตรี” ในปี 2021 ปีเตอร์ ฟิลิปส์ได้จารึกบทใหม่ลงในหน้าประวัติศาสตร์ของแบรนด์ด้วยคอลเลคชันอันมีความเป็นแฟชันชัดเจนยิ่งขึ้นกว่ากาลก่อน
เหมือนเป็นการหวนคืนสู่รกรากที่มา ลิปสติกสีแดงอันทรงแบบบับได้เผยความงดงามใจกลางมหานครซึ่งมีความเป็น Dior สูงสุด: กรุงปารีส
รับบทโดยนาตาลี พอร์ตแมน ไอคอนแห่งวงการภาพยนตร์ ตำนานบทใหม่แห่งลิปสติกสืบทอดความหาญกล้า เจิดจรัส และสดใสในความงามสง่าแบบ Dior ด้วยสไตล์โฉบเฉี่ยว คล่องตัวจากบรรดาเครื่องประดับแฟชัน3 และริมฝีปากเฉิดฉายภายใต้เนื้อสีลิปสติก Rouge Dior นาตาลี พอร์ตแมนท์มอบคำจำกัดความใหม่ของ Parisian chic ผ่านเลนส์กล้องภาพยนตร์ของอิเนซ์ แอนด์ วินูห์
เสน่ห์เย้ายวนในความสุข สดใส สะกดทุกสายตาด้วยท่วงท่า และสีหน้าเล่นกับกล้องของกอร์ดอน วอน สไตเนอร์ แสดงให้เห็นถึงรอยยิ้มที่มอบชีวิตชีวาให้แก่ทุกเฉดสีของ Dior
#WeWearRouge #RougeDior @diormakeup @diorbeautylovers
1อาสาสมัคร 60 คนให้คะแนนประเมินผลจากการทดลองใช้ด้วยตัวเอง
2อาสาสมัคร 20 คน ประเมินผลทันทีใช้
3เครื่องประดับที่ผลิตขึ้นโดยปราศจากการใช้วัตถุดิบจากสัตว์ และก่ออันตรายใดๆ ต่อสัตว์โลกในระบบนิเวศ สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับนาตาลี พอร์ตแมนเป็นการเฉพาะ
คอลเลกชั่นเปิดตัวด้วยอุปกรณ์เสริมอิเล็กโทรนิกส์ใหม่ทั้งหมด ร่วมกับอุปกรณ์แอปเปิ้ลและซัมซุง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราว "Mickey Mouse Club 2021"
แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกอย่าง CASETiFY ได้จับมือร่วมกับ Disney เพื่อออกอุปกรณ์เสริมอิเล็กโทรนิกส์ซีรีส์ใหม่ล่าสุดช่วงหน้าหนาวนี้ โดยดิสนีย์ได้นำรูปแบบดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์มาพร้อมกับตัวละครดิสนีย์ที่น่ารัก อวดลวดลายลงบนสินค้ายอดนิยมของเคสซิฟาย พร้อมส่งทั่วโลกบนเว็บไซต์ www.CASETiFY.com/disney ในวันที่ 20 มกราคมนี้
ใน Disney x CASETiFY ซีรีส์ใหม่นี้ เคสซิฟายได้นำเรื่องราวคลาสสิกเบื้องหลังกลุ่มเพื่อนดิสนีย์ มาเล่าในยุคสมัยใหม่ ผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีอุปกรณ์เสริมอิเล็กโทรนิกส์ โดยเปิดตัวด้วยคอลเลกชั่นที่ใช้สำหรับไอโฟน12 และเครื่องอื่นๆ ภายใต้ชื่อ "มิคกี้เม้าส์คลับ" ซึ่งสินค้าเหล่านี้มาพร้อมกับกล่องมิคกี้เม้าส์ลวดลายลิมิเต็ด ในหลายหลายสีสันที่มีเสน่ห์ให้เลือกซื้อ ราคาเริ่มต้นที่ 35 ดอลล่าร์สหรัฐ
ในซีรีส์นี้ แฟนๆ ยังได้ตื่นเต้นกับการออกแบบลวดลายได้ด้วยตัวเองทั้งแบบโมโนแกรม รวมถึงใส่ข้อความที่ต้องการลงบนหลากหลายวัสดุทั้งแบบเคสหนังรักษ์โลก แบบเคสกระจก และแบบเคสกันกระแทกพิเศษ นอกจากนั้นนักช้อปยังได้คำเชิญพิเศษเพื่อเป็นกลุ่มแรกที่เข้าไปสัมผัสกับ Mickey Mouse Club Member's Badge Case แบบลิมิเต็ดในครั้งนี้ พร้อมวางจำหน่ายในวันเปิดตัว ราคา 70 ดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าอุปกรณ์เสริมทั้งหมดครอบคลุมทั้ง มือถือไอโฟน ซัมซุง แอร์พอต แมคบุ๊ค ไอแพต นาฬิกาข้อมือแอปเปิ้ล ที่ชาร์จแบตไร้สาย ที่ตั้งมือถือ และล่าสุดกับเครื่องฆ่าเชื้อโรคบนอุปกรณ์มือถือของ CASETiFY
"พวกเราตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับหนึ่งในบริษัทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งทั้งเคสซิฟายและดิสนีย์แบ่งบันแรงผลักดันเพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการร่วมกันเกิดคอลเลกชั่นใหม่นี้" นาย Wesley Ng ซีอีโอ CASETiFY กล่าว "การร่วมมือกันกับดิสนีย์ยังเรียกได้ว่าเป็นการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ ที่นำเอาความทันสมัยมารวมกับความคลาสสิกของตัวละครดิสนีย์"
Disney x CASETiFY คอลเลกชั่นจะเปิดตัวออนไลน์เพื่อให้ลงทะเบียนเข้าคิวจองในวันนี้ และแฟนๆ ยังสามารถเข้ามาซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมนี้เป็นต้นไป โดย Disney x CASETiFY ซีรีส์เป็นส่วนนึงของโปรแกรมความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์ภายใต้ชื่อว่า CASETiFY Co-Lab ที่จะนำเอาการร่วมแบรนด์ครั้งนี้มาเชื่อมโยงกับการสร้างประสบการ์ณในร้านค้า รวมถึงของชำร่วยลิมิเต็ดต่างๆ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าคอลเลกชั่นนี้ และ อัพเดทข่าวสาร สามารถเยี่ยมชมเวปไซต์ www.CASETiFY.com/disney และช่องทางไอจี เฟสบุ๊ค และทวิตเตอร์ @CASETiFY
ความสวยมีแค่ไซซ์เดียวเท่านั้นหรือ? นี่คือสิ่งที่ WACOAL CURVE DIVA ตั้งคำถาม พร้อมท้าทายกับความเชื่อเดิมๆ ที่ส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ว่ารูปร่างที่สวยจะต้องดูผอมเพรียวเท่านั้น ซึ่งขัดแย้งกับความเชื่อในโลกปัจจุบันที่เปิดกว้าง และยอมรับเรื่องความสวยงามที่แตกต่างกันมากขึ้น
WACOAL CURVE DIVA คัพดีเวอร์ บราที่เกิดมาเพื่อสาวคัพใหญ่ ไซซ์ DIVA โดยเฉพาะ พร้อมเคียงข้างสาวพลัสไซซ์ให้มั่นใจในรูปร่างตามแบบฉบับตัวเอง ชวนสาวๆ มาร่วมเปิดมุมมองใหม่ให้กว้างขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่า “ความสวยไม่ได้มีแค่ไซซ์เดียว” กับการเปิดตัว DIVA MANNEQUIN BY WACOAL CURVE DIVA หรือหุ่นไซซ์ DIVA เจ้าแรกของวงการชุดชั้นในเพื่อสาวพลัสไซซ์ จากแรงบันดาลใจที่อยากจะสะท้อนให้เห็นถึงความสวยของผู้หญิง แม้จะมีไซซ์ที่ต่างแต่ความสวยบวกความมั่นใจมีได้ไม่ต่างกัน โดยเชิญสาวคัพใหญ่ ไซซ์ DIVA มาเป็นต้นแบบในการวิเคราะห์สัดส่วนสรีระอย่างละเอียดในอิริยาบถต่างๆ โดยการใช้เทคโนโลยี 3D Printing การสร้างโมเดลเสมือนจริง 3 มิติ งานสรรสร้างหุ่นโชว์ชุดชั้นในที่เป็นตัวแทนความงามของสาวพลัสไซซ์ โดยวาโก้ชุดชั้นในอันดับ 1 ในใจผู้หญิงไทยได้เปิดตัวก่อนใคร บนพื้นที่จัดแสดงที่ถือเป็นจุดแลนด์มาร์คสำคัญ อาทิ ศูนย์การค้าสยาม พารากอน ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัล เดอะมอลล์ โรบินสันและวาโก้ช็อป รวมเกือบ 20 จุดเมื่อปลายปี 63 ที่ผ่านมา และเมื่อได้ปรากฏสู่สายตาผู้พบเห็น นอกจากจะทำให้เกิดกระแสการยอมรับเรื่องความสวย ไม่ได้มีแค่ไซซ์เดียวแล้ว ยังได้ช่วยกระตุ้นให้สาวพลัสไซซ์มีความสุขกับการเป็นตัวเอง และแสดงออกถึงความมั่นใจแบบไม่กังวลเรื่องไซซ์ ติดตามชมวีดีโอชุด WACOAL CURVE DIVA MANNEQUIN โดยรวมเรื่องราวการสร้างสรรค์เทคโนโลยี 3D Printing กว่าจะมาเป็นหุ่นไซซ์ DIVA ที่เป็นแรงบันดาลใจให้สาวพลัสไซซ์ได้เป็นอย่างดี เพราะไซซ์ที่สวยที่สุดคือไซซ์ที่เป็นคุณ ที่ Facebook และ YouTube : Wacoal Thailand
สอบถามฟังก์ชันและดีไซน์ของ WACOAL CURVE DIVA หรือทดลองสวมใส่ก่อนซื้อ ที่วาโก้ช็อปและเคาน์เตอร์วาโก้ทั่วประเทศ พร้อมช้อปออนไลน์ที่ https://shopfb.wacoal.co.th, Shopee และ Lazada
ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่นเตรียมวางจำหน่ายยูนิโคล่ ยู (Uniqlo U) คอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2021 ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคมนี้ (สินค้าบางไอเทมได้วางจำหน่ายก่อนแล้ว) โดยคอลเลคชั่นล่าสุดเป็นคอลเลคชั่นที่ 10 ที่ออกแบบโดยผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ คริสตอฟ เลอแมร์ (Christophe Lemaire) และทีมงานที่ศูนย์วิจัยและพัฒนา ยูนิโคล่ (UNIQLO R&D) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สะท้อนถึงความเบาสบายและความอิสระหลังจากฤดูหนาวที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน มาในโทนสีเอิร์ธโทนที่ผสมผสานกับสีสันสดใสทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกราวกับว่าธรรมชาติได้ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่ต้องการให้เสื้อผ้ามีความเรียบง่ายและมีความหมาย สวมใส่ได้หลายโอกาส เป็นส่วนสำคัญในชีวิตที่ใช้งานได้จริงยิ่งกว่าที่ผ่านมา ซึ่งคอลเลคชั่นนี้มีสินค้าสำหรับผู้หญิง 34 ไอเทม สินค้าสำหรับผู้ชาย 31 ไอเทม และใหม่ล่าสุดสำหรับยูนิโคล่ ยู (UNIQLO U) ในซีซั่นนี้ มีสินค้าสำหรับเด็ก 6 ไอเทม (สินค้าเด็กจะวางจำหน่ายวันที่ 26 กุมภาพันธ์)
● ใหม่สำหรับผู้หญิง
มาในทรงเรียบดูสะอาดตา น้อยแต่มากในสไตล์มินิมอล และเนื้อผ้าที่ดูแลรักษาง่าย ตั้งแต่เสื้อผ้าทอ เนื้อผ้าโปร่งที่บางเบา ทำมาจากผ้าวิสโคส (Viscose) และผ้าคอตตอนผสมโพลีเอสเตอร์ เสื้อผ้าถัก 3 มิติ (3D Knits) ที่ไร้รอยต่อถูกผลิตขึ้นมาจากเส้นใยที่ใช้กันในหน้าร้อน ไปจนถึงเสื้อเชิ้ตกึ่งผ้าโปร่งที่กลับมาอีกครั้งในลายทางสไตล์คลาสิคแบบของผู้ชาย ส่วนกางเกงยีนส์ก็โดดเด่นด้วยยีนส์ทรงกระบอกที่มาในทรงขาตรงสุดเนี้ยบ เสื้อทูนิคและชุดเดรสจากผ้าเรยอนที่เหลือบเงาเผยให้เห็นความพลิ้วไหวและเฉดสีที่นุ่มนวล กระโปรงจากผ้าคอตตอนทวิลสไตล์กระโปรงบานมาในทรงใหม่อย่างทรงเอไลน์ และเสื้อโค้ทที่มีการปรับความยาวให้สั้นลงเพื่อความคล่องตัวในการเดินทาง
● ใหม่สำหรับผู้ชาย
ออกแบบให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย คงทน เป็นชิ้นสำคัญที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้สวมใส่ มีสไตล์ที่เรียบง่ายจากการออกแบบที่คำนึงถึงรูปร่างของผู้ชายเป็นหลัก เนื้อผ้าจะให้ความสำคัญกับผ้าทอที่ทันสมัยอย่างผ้าคอตตอนป๊อปปลิ้นและผ้าทวิลสุดคลาสิค และเสื้อผ้าถัก 3 มิติ (3D Knits) ที่ใช้ผ้าลินินผสมคอตตอน ส่วนเสื้อยืด Uniqlo U ก็มาในลายทางที่ทุกคนชื่นชอบพร้อมดีไซน์ใหม่อย่างคอปาด กางเกงโดดเด่นด้วยสีเอิร์ธโทนแบบร่วมสมัย ในขณะที่เสื้อเทรกเกอร์แจ็คเก็ตและกางเกงยีนส์ทรงกระบอกสามารถใส่เข้าคู่ให้ลุคในโทนสีที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี
● ใหม่สำหรับยูนิโคล่ ยู ในซีซั่นนี้: เสื้อผ้าเด็ก
เริ่มต้นด้วยไอเทมสุดโปรดอย่างชุดเดรส เสื้อยืด และกางเกงขาสั้นแบบเดียวกันกับของผู้ใหญ่แต่ลดขนาดลงให้เป็นไซส์สำหรับเด็ก คอลเลคชั่นนี้จะทำให้เด็กๆ ทุกช่วงอายุได้สัมผัสประสบการณ์แห่งความสุขในการแต่งตัวด้วยสไตล์ที่เรียบง่าย พิถีพิถัน แต่สวมใส่สบาย ด้วยเนื้อผ้าที่คัดสรรมาเพื่อการสวมใส่ในทุกๆ วัน
แม้ซีซั่นจะลาจอกันไปแล้วเมื่อช่วงปลายปี 2020 ที่ผ่านมา แต่กระแสความนิยมของ Alice in Borderland หรือ อลิซในแดนมรณะ ซีรีส์แนวไซไฟระทึกขวัญบนเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ที่สร้างจากอะนิเมชั่นยอดฮิตของประเทศญี่ปุ่นนั้นกลับโด่งดังข้ามปี ได้รับความนิยมจากหมู่ผู้ชมถึงขั้นติดอันดับท็อป 10 ในเกือบ 40 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว ทำให้เน็ตฟลิกซ์ประกาศสร้างซีซั่นสองออกตามมาในปี 2021 นี้
ในซีซั่นแรกนั้น เรียวเฮ อาริสุ ตัวเอกของเรื่อง (รับบทโดย เคนโตะ ยามาซากิ) และเพื่อนๆ หลุดเข้ามาในโลกที่ผู้คนหายตัวไปจนหมด แถมพวกเขายังต้องร่วมเล่นเกมสุดโหดเพื่อให้ได้วีซ่าต่ออายุให้ตัวเองไปเรื่อยๆ อีกด้วย ซึ่งลุคของอาริสุตลอดทั้งเรื่องจะมาในแบบลำลองสบายๆ สไตล์เกมเมอร์บอยสมองใส โดยสวมเสื้อยืดตัวโคร่ง กางเกงขาสั้น กับรองเท้าแตะจาก Birkenstock รุ่นคลาสสิกอย่าง Arizona Birko-Flor สี Dark Brown ที่ใส่วิ่งยับเพื่อเอาชีวิตรอดในการแก้เกมมรณะในด่านแรก และอีกรุ่นคือ Gizeh EVA สี Khaki ที่ใส่ในการแก้เกมมรณะสุดหินเกมสุดท้ายก่อนจบซีซั่นที่หนึ่ง
ใครเป็นแฟนซีรีส์ยอดฮิตเรื่องนี้ สามารถแวะเข้าไปเลือกช้อปได้ที่ร้านและเคานเตอร์ทุกสาขาของ Birkenstock หรือคลิกเข้าไปช้อปฯ รองเท้ารุ่นล่าสุดได้แล้วที่เว็ปไซต์ www.ikonthailand.com
SK-II พร้อมร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สุดพิเศษอย่าง PITERA™ Essence XOXO New Year Limited Edition ด้วยแรงบันดาลใจจากอ้อมกอด รอยจูบรวมถึงบรรยากาศของการกลับมาพบกันในช่วงเทศกาลสุดพิเศษ
ด้วยความทันสมัยและความสดใสแห่งช่วงเทศกาลที่เพื่อน ครอบครัว และคนรักจะได้หวนกลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้ง บวกกับการก้าวเข้าสู่ปีวัวที่กำลังจะมาถึง SKII จึงเตรียมของขวัญสุดพิเศษสำหรับเทศกาลนี้อย่าง PITERA™ Essence XOXO New Year Limited Edition ที่จะให้คุณได้ ‘XOXO’ กับผลิตภัณฑ์ที่มาในกล่องสีทองสุดหรูหราที่จะเป็นเสมือนของขวัญแทนการกอดและการมอบรอยจูบแบบเสมือนจริง และเรายังได้รับความร่วมมือจากศิลปินชื่อดังอย่าง อังเดร ซาไลวา (André Saraiva) เจ้าของผลงานกราฟิตี้ที่สะท้อนตัวตนของเขาอย่าง Mr. & Mrs. A ที่จะเป็นภาพสะท้อนของความรักต่อพิเทร่า
Facial Treatment Essence คือผลิตภัณฑ์ซิกเนเจอร์ของ SK-II ที่มียอดขายอันดับหนึ่งในแบรนด์ ด้วยเอกลักษณ์อันยาวนานกว่า 40 ปี จากส่วนประกอบของพิเทร่า™ มากถึง 90% ที่พร้อมมอบพลังเพื่อผิวกระจ่างใสดุจคริสตัลจนเป็นที่ประทับใจของผู้หญิงนับล้านทั่วโลก
SK-II PITERA™ Essence XOXO New Year Limited Edition สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคา 7,400 บาท ที่เคาน์เตอร์ SK-II ทั่วโลก
#skii #PiteraEssence #FacialTreatmentEssence #XOXONewYear
ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการออกแบบเสื้อผ้าที่สร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับทุกคนในทุกวันตามปรัชญาไลฟ์แวร์ (LifeWear) พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยทุกคนให้ปกป้องตัวเองได้ดียิ่งขึ้นด้วยการปรับราคาหน้ากากแอริซึ่ม (AIRism Mask) ลดลงจากราคาเดิม 390 บาท ต่อแพ็คเหลือ 290 บาท (1 แพ็คมีทั้งหมด 3 ชิ้น) โดยสามารถหาซื้อได้ที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขาและออนไลน์สโตร์
หน้ากากแอริซึ่มเปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 ก่อนจะวางขายที่ไทยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยได้เสียงตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากลูกค้าจากคุณสมบัติเด่น 3 ด้าน นั่นคือ
● ให้การปกป้อง หน้ากากแอริซึ่มประกอบด้วยโครงสร้าง 3 ชั้นที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันให้ดียิ่งขึ้น โดยมีตัวกรองนาโนอยู่ชั้นกลางเพื่อช่วยปกป้องผู้สวมใส่จากฝุ่นละอองและเกสรดอกไม้ อีกทั้งเมื่อสวมใส่ยังสามารถป้องกันรังสียูวีได้มากกว่า 90%
● สามารถซักได้ แม้จะผ่านการซักด้วยมือหรือด้วยเครื่องซักผ้า แต่หน้ากากแอริซึ่มยังคงประสิทธิภาพในการปกป้องได้ดี ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกทาง โดยตัวกรองในหน้ากากยังคงคุณภาพดีหลังจากซักและนำกลับมาใช้ใหม่ 20 ครั้ง
● สัมผัสนุ่มสบายผิว ด้วยคุณสมบัติของผ้าแอริซึ่มที่นุ่มสบายและบางเบาระบายอากาศได้ดี ผู้ใช้จึงมั่นใจได้ว่าเมื่อสวมใส่หน้ากากแอริซึ่มแล้วจะรู้สึกนุ่มสบายผิว ไม่ร้อนอับ และหายใจได้อย่างโล่งสบาย
ยูนิโคล่ทุกสาขาและออนไลน์สโตร์มีหน้ากากแอริซึ่มให้ลูกค้าได้เลือกสรร 3 สี ไม่ว่าจะเป็นสีขาว สีดำ และสีเทา ในราคา 290 บาท รวมถึงมีไซซ์ที่หลากหลายเพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสวมใส่ได้กระชับกับใบหน้า ทั้งไซซ์ S ขนาดเล็กเหมาะสำหรับเด็ก ไซซ์ M ขนาดกลางและ L ขนาดใหญ่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ พร้อมไซซ์ XL ขนาดใหญ่พิเศษที่สามารถซื้อได้ในออนไลน์สโตร์ และร้านสาขาที่กำหนด (ได้แก่ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สยามพารากอน เอ็มควอเทียร์ เซ็นทรัลพลาซ่าพระราม 9 เมกะบางนา เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ ไอคอนสยาม เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์งามวงศ์วาน แฟชั่นไอส์แลนด์ และโรดไซด์ พัฒนาการ) โดยแต่ละแพ็คจะบรรจุหน้ากากแอริซึ่มจำนวน 3 ชิ้น
ยูนิโคล่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพดีในราคาเข้าถึงได้เพื่อช่วยให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น พร้อมตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบสิ่งดีๆ ให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงต้อนรับปี 2564
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: https://www.uniqlo.com/th/store/women/accessories/airism-masks.html
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘ฮ่องกง’ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทย ที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน รายล้อมไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งรสชาติอาหาร บรรยากาศ วัฒนธรรมการกินและผู้คน และหากไปถึงฮ่องกงแล้ว หนึ่งในร้านที่ต้องไปปักหมุดให้จงได้คงหนีไม่พ้น Ho Hong Kee ร้านบะหมี่เกี๊ยวเก่าแก่เจ้าดัง การันตีคุณภาพและรสชาติด้วยมิชลินสตาร์ 1 ดาว ส่งต่อความอร่อยกันแบบถ้วยต่อถ้วยมาอย่างยาวนานกว่า 74 ปี ซึ่งในวันนี้เราจะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยและบรรยากาศแบบฮ่องกงที่ไม่ต้องไปไหนไกล เพราะเรายกมาเสิร์ฟให้คุณแล้วเป็นสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สยามพารากอน!
แรกเริ่มเดิมทีนั้น Ho Chiu Hung ผู้เป็นคุณปู่ของผู้บริหาร Tasty Congee and Noodle Wantun (เทสตี้ คอนจี แอนด์ นูเดิ้ล หวั่นทั้น) ในปัจจุบัน มีร้านบะหมี่เกี๊ยวเล็กๆ ที่กวางโจวอยู่แล้ว ต่อมาลูกชายของเขา Ho Wing Fong จึงได้มาฝากตัวร่ำเรียนวิชาการทำบะหมี่และเกี๊ยวเพิ่มเติมจากปรมาจารย์ด้านการทำเกี๊ยวและเส้นบะหมี่ในฮ่องกง และเมื่อปี 1946 เขาและภรรยาก็ได้ตัดสินใจเปิดร้าน Ho Hung Kee ขึ้นที่ฮ่องกง
แม้เวลาจะผ่านไป แต่รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของ Ho Hong Kee ก็ยังครองใจคนรักบะหมี่เกี๊ยวและโจ๊กเหมือนเดิม อีกทั้งยังเปิดตัวแบรนด์ลูกอย่าง Tasty Congee and Noodle Wantun (เทสตี้ คอนจี แอนด์ นูเดิ้ล หวั่นทั้น) โดย Ho Koon Ming ทายาทรุ่นที่ 2 ผู้มาสืบสานตำนานความอร่อยสไตล์กวางตุ้ง ที่ยังคงรักษาสูตรและกรรมวิธีการปรุงแบบดั้งเดิมตลอดระยะเวลากว่า 24 ปีนับแต่เปิดบริการครั้งแรก จนได้รับการยอมรับในฐานะมิชลิน บิบ กูร์มองด์ (Michelin Bib Gourmand) จากฮ่องกง รางวัลที่มอบให้แก่ร้านอาหารที่นำเสนออาหารคุณภาพในราคาสมเหตุสมผล
เมื่อ Ho Koon Ming รับช่วงต่อกิจการจากผู้เป็นพ่อ และเปิดให้บริการในชื่อเทสตี้ คอนจี แอนด์ นูเดิ้ล หวั่นทั้น เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้าถึงความอร่อยจากอาหารที่บรรจงทำอย่างใส่ใจ เขายังคงมุ่งมั่นในการทำอาหารแนว Comfort Food ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพตามตำรับดั้งเดิม โดยเกี๊ยวของทางร้านนั้นต้องผ่านคุณสมบัติทั้ง 3 ด้าน คือ เส้นบะหมี่ น้ำซุป และตัวเกี๊ยวที่ต้องได้ขนาดพอดีคำและไส้มีสัดส่วนระหว่างเนื้อกุ้งและหมูในสัดส่วน 7:3 และทางร้านพิถีพิถันไปจนถึงขนาดของชิ้นเนื้อกุ้งเลยทีเดียว ส่วนตัวเส้นบะหมี่ที่เรียกว่า Jook Sing นั้นทางร้านก็ผลิตเองเช่นกัน
● อร่อยจนตัวลอยไปกับบะหมี่เกี๊ยวนุ่มลื่นดุจกลืนก้อนเมฆ
จากตำนานเล่าขานถึงอาหารว่างของชาวมณฑลหูหนาน สู่ “บะหมี่เกี๊ยว” อาหารชามโปรดอันโด่งดังของชาวกวางตุ้ง ที่ชื่อเรียกในภาษากวางตุ้งว่า ‘หวั่นทั้น’ นั้นพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายว่า “กลืนก้อนเมฆ” เพราะเกี๊ยวแผ่นบางซึ่งอัดแน่นด้วยไส้ที่ทำจากกุ้งแม่น้ำและเนื้อหมูติดมันเล็กน้อยต้มในหม้อ พอสุกแล้วจะค่อยๆ ลอยขึ้นคล้ายเมฆก้อนเล็กๆ
เมื่อก้อนเมฆที่มีความหวานตามธรรมชาติจากไส้เกี๊ยวที่ลอยอยู่ในน้ำซุปซึ่งเคี่ยวจากปลาลิ้นหมาตากแห้ง กระดูกหมู และไข่กุ้งนานหลายชั่วโมงจนมีรสชาติกลมกล่อม เคียงคู่กับบะหมี่เส้นเล็กที่ผลิตอย่างพิถีพิถันแล้วลวกให้สุกเนียนแบบ “อัลเดนเต” (al dente) ที่มีความกรุบนิดๆ ตัวเส้นไม่ยุ่ย จึงทำให้บะหมี่เกี๊ยวชามนี้ไม่ได้อร่อยเพราะความบังเอิญแต่อย่างใด แต่มาจากการปรุงอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน
● โจ๊กเนื้อละมุน รสชาติดีต่อใจ
นอกจากบะหมี่เกี๊ยวที่เป็นตัวชูโรงแล้ว เทสตี้ คอนจี แอนด์ นูเดิ้ล หวั่นทั้น ยังมีโจ๊กเนื้อเนียน ละมุนลิ้น เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมเครื่องเคียงหลากหลายให้เลือกสั่งตามความชอบ อาทิ เนื้อปลา เนื้อสไลด์ ลูกชิ้น หมูเค็ม ไข่เยี่ยวม้า ตับหมู เซี่ยงจี๊ ไส้หมู และไข่ไก่
สำหรับใครที่อยากลิ้มรสต้นตำรับแท้ๆ เห็นจะต้องเป็นโจ๊กรวมสไตล์กวางโจว ประกอบไปด้วยข้าวต้มโจ๊ก 1 ถ้วย และมีเนื้อสัตว์ต่างๆ จัดแยกมาเป็นเครื่องเคียง
● อยู่ที่ไหนก็อิ่มอร่อยได้ง่ายๆ ด้วยบริการเดลิเวอรี ส่งตรงถึงบ้าน
นอกจากเมนูอิ่มอร่อยสบายท้องอย่างโจ๊กและบะหมี่เกี๊ยวตามชื่อร้านแล้ว ทางร้านยังมีติ่มซำรสเลิศมากมายหลายสิบรายการด้วย ไม่ว่าจะเป็นฮะเก๋า ห่ามโส่ยโกะ มาไลโกว ขนมผักกาด ฟองเต้าหู้ห่อกุ้งทอด ซาลาเปาไส้หมูแดง ซาลาเปาทอดไส้ไข่เค็ม และเมนูบะหมี่ผัดหลายแบบให้เลือกชิมตามชอบ
เมนูอันหลากหลายของเทสตี้ คอนจี แอนด์ นูเดิ้ล หวั่นทั้น นั้นผ่านการรังสรรค์โดยเชฟมากประสบการณ์จากฮ่องกง ผู้มีความเชี่ยวชาญและความชำนาญที่ไม่เหมือนกัน เพื่อมอบประสบการณ์ความอร่อย เปลี่ยนเมนูธรรมดาให้กลายเป็นเมนูโปรดที่รับประทานได้ไม่มีเบื่อ ยกตำรับความอร่อยแบบฉบับฮ่องกงแท้ๆ มาให้อิ่มอร่อยและมีความสุขกับการรับประทานอาหารกันถึงเมืองไทยแล้ว ที่ เทสตี้ คอนจี แอนด์ นูเดิ้ล หวั่นทั้น ชั้น G สยามพารากอน
Tasty Congee, Hong Kong Comfort Food for Everyone เทสตี้ คอนจีฯ รสชาติแห่งความสุข ต้นตำหรับฮ่องกงส่งตรงสู่ทุกคน
#TasteOfHongkongWithTastyCongee
#TastyCongeeBKK
Facebook: @tastycongeebkk
Instagram: @tastycongeebkk
LINE OA: @tastycongeebkk
Cath Kidston (แคท คิดสตัน) ส่งความน่ารักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ต้อนรับปีใหม่ กับเหล่าการ์ตูนคาแรคเตอร์ขวัญใจคุณหนู Mr.Men & Little Miss
แคท คิดสตัน (Cath Kidston) นำทัพบรรดาตัวการ์ตูนคาแรคเตอร์สุดคลาสสิค ที่ครองใจเด็กๆทั่วโลกมายาวนานกว่า 50 ปี อย่าง Mr.Men (มิสเตอร์ เมน) & Little Miss (ลิตเติ้ล มิส) มาสร้างสีสันและความสดใสให้โลดแล่นอยู่บนลายปริ้นท์ยอดนิยม Garden Ditsy เป็นครั้งแรกในซีซั่นนี้
ความร่วมมือครั้งพิเศษระหว่าง Cath Kidston x Mr.Men & Little Miss ทำให้ผลงานของชาร์ล โร -เจอร์ ฮาร์กรีฟส์ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ตัวการ์ตูน นิทานอารมณ์ดี Mr. Men & Little Miss ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศอังกฤษ รวมถึงเด็กๆทั่วโลก ได้กลับมาโลดแล่นและสนุกขึ้นอีกครั้ง โดยคอลเลคชั่นนี้ได้นำ 3 ตัวการ์ตูนไฮไลท์อย่าง Little Miss Sunshine สาวน้อยอารมณ์ดีชอบหัวเราะ, Little Miss Chatterbox (ลิตเติ้ล มิส แชทเทอร์บ็อกซ์) สาวน้อยช่างพูด ช่างเจรจา และ little Miss Naughty (สาวน้อยแสนซน) มาสร้างสีสันบนไอเทมกระเป๋าเป้สำหรับเด็กเล็กและเด็กโต, กระเป๋าสตางค์, กระเป๋า Perfect Shopper, กระเป๋าพับเก็บได้ Foldaway Shopper, กระเป๋าเดินทาง, สินค้า Home อาทิ แก้วมัค, แก้วเก็บอุณหภูมิ, กล่องใส่อาหาร Lunch Box , สมุดโน๊ต ฯลฯ ในราคาเริ่มต้นที่ 290 – 2,790 บาท
ชวนกันมาช็อปคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด Cath Kidston x Mr.Men & Little Miss ที่จะช่วยเติมเต็มความน่ารัก และอารมณ์ดีให้กับทุกๆวันของคุณและคุณหนูๆ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ร้าน Cath Kidston เอ็กซ์คลูซีฟ 9 สาขาเท่านั้น พร้อมโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษ เมื่อซื้อสินค้าครบ 2,000 บาท รับส่วนลด On Top เพิ่มทันที 10% หรือช้อปสบายๆผ่านทางเว็บไซต์ที่ www.cathkidston.co.th
#CathKidstonTH #TANACHIRA
กรุงศรี มอบสิทธิพิเศษสุดคุ้ม 2 ต่อ ให้แก่ลูกค้าผู้ถือบัตรกรุงศรี เดบิต และ Krungsri Boarding Card เมื่อช้อปผ่าน www.kingpower.com และ แอปพลิเคชัน King Power ครบ 5,000 บาท/ใบเสร็จ ใส่โค้ดส่วนลด KSDEBIT20 ก่อนชำระเงิน รับสิทธิ์ ต่อที่ 1 ส่วนลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปสินค้าที่ร่วมรายการ (จำกัด 6,000 สิทธิ์ ตลอดระยะเวลาส่งเสริมการขาย) ต่อที่ 2 ฟรี! กระเป๋าใส่ Passport มูลค่า 390 บาท (จำกัด 3,000 สิทธิ์ ตลอดระยะเวลาส่งเสริมการขาย) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2564
#บัตรกรุงศรีเดบิตตัวท็อปเรื่องช้อปออนไลน์
เว็บไซต์นี้มีการเก็บ Cookies เพื่อปรับปรุงการให้บริการ จิ้มดู นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม