วันแห่งความรักปีนี้ มูลนิธิรามาธิบดีฯ รวมพลังสร้างสรรค์กับ Aristotle (อริสโตเติ้ล) แบรนด์กระเป๋าชื่อดังสัญชาติไทย แบ่งปันความงามที่สัมผัสได้และอีกความหมายที่ลึกซึ้งของ ดอกกุหลาบ ผ่านผลงานการออกแบบบนแรงบันดาลใจจาก คำว่าให้ … ไม่สิ้นสุด พร้อมชวนคนไทยส่งต่อของที่ระลึกคอลเลคชั่นดอกกุหลาบไร้หนาม ให้ความสุขผลิบานและงอกงามในสังคมไทย
● อีกแง่งามของศิลปะและแฟชั่น
Aristotle แบรนด์กระเป๋าที่เกิดจากความตั้งใจและการปลุกปั้นของสองหัวเรือใหญ่ เติ้ล-ภณ รักสกุลนิตย์ และ โตโต้-อัฏฐนัน หงส์มณี ที่ผลิดอกอวดโฉมและสร้างความโดดเด่นในแวดวงแฟชั่นมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2550 นอกจาก
ความงดงามของลวดลายดอกกุหลาบและเทคนิคเย็บนูนอันเป็นเอกลักษณ์ ยังมีอีกแง่งามที่ Aristotle ยึดถือและซึมซับ จนเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมของแบรนด์ อย่าง “การเป็นผู้ให้” ที่หยิบยื่นความช่วยเหลือและแบ่งปันความสุขตอบแทนกลับคืนสู่สังคมในหลากหลายรูปแบบเสมอมา
“เติ้ล” ภณ รักสกุลนิตย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง พร้อมด้วย “พล” ภูไท อสิพงษ์ ดีไซเนอร์คนเก่งของแบรนด์ เล่าให้ฟังถึงโปรเจคการกุศลล่าสุดของ Aristotle ร่วมกับ มูลนิธิรามาธิบดีฯ เป็นครั้งแรก และอีกบทบาทในฐานะศิลปินจิตอาสาของทั้งคู่ว่า “วัฒนธรรมแห่งการให้ เป็นสิ่งที่พวกเราปลูกฝังในครอบคร้ว Aristotle เสมอมา เราเองเชื่อในพลังของความร่วมมือและต้องการมีส่วนช่วยสนับสนุนพันธกิจของมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสาธารณสุข และช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงการรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพให้กับคนไทยทุกคนในทุกระดับชั้น ซึ่งทีมงานทุกคนรู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีที่ได้นำงานศิลปะและความรู้เรื่องแฟชั่นที่เราทำอยู่มาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคม ในครั้งนี้เป็นอย่างมาก”
สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ Aristotle มีส่วนในการออกแบบกระเป๋าที่ระลึกการกุศลจำนวน 6 แบบ ผ่านการนำศิลปะและลายเส้นดอกกุหลาบสีแดงมาร้อยเรียงเป็นเรื่องเล่าที่มีความหมาย โดยรายได้จากการจัดจำหน่ายจะนำไปสมทบทุนกับมูลนิธิรามาธิบดีฯ ในหลากหลายภารกิจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การแก้ปัญหาความขาดแคลนของเครื่องมือแพทย์ การสร้างโอกาสในการรักษาให้กับผู้ป่วยยากไร้ที่ไม่สามารถรับภาระค่ารักษาได้ ไปจนถึงการช่วยเตรียมความพร้อมทางด้านบุคลากร และงานวิจัยเพื่อการรับมือต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เป็นต้น
● ดอกกุหลาบไร้หนาม กับบางเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
ในส่วนของแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเล็กชั่นกระเป๋าที่ระลึกการกุศลครั้งนี้สองศิลปินจิตอาสาบอกว่า “มีที่มาจากปณิธานของมูลนิธิรามาธิบดีฯ หรือคำว่าให้… ไม่สิ้นสุด เราเลือกลายเส้นเป็นดอกกุหลาบ เพราะดอกกุหลาบสีแดงเป็นสัญลักษณ์สากลที่แสดงถึงความรัก ทั้งยังเป็นลวดลายที่แสดงถึงตัวตนของ Aristotle และสอดคล้องกับสีแดงจากหัวใจอินฟินิตี้ สัญลักษณ์ของที่ระลึกของมูลนิธิ ที่สื่อถึงการให้ที่มอบความสุขใจทั้งต่อผู้ให้และผู้รับอย่างไม่สิ้นสุด”
“เราเชื่อว่า ทุกๆการให้ จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ และสร้างคุณาประโยชน์ได้อีกมากมาย
ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาที่ว่าทำไมเราถึงออกแบบลวดลายให้มีลักษณะพันเกี่ยวกันไปมา ก็เพราะว่าต้องการสื่อถึงอีกความหมายของดอกกุหลาบที่งอกงามมาจากเมล็ดพันธุ์แห่งการให้นี้ว่า ‘ความสุขจากการแบ่งปัน’ เป็นดอกกุหลาบพันธุ์เลื้อยที่แตกกิ่งก้านต่อไปได้เรื่อยๆ มอบความอิ่มเอิบใจต่อผู้ที่พบเห็นได้ตลอดเส้นทาง ที่แม้บางเส้นทางนั้นอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบก็ตาม” คุณพล หนึ่งในศิลปินจิตอาสา ผู้มีแพชชั่นด้านศิลปะและการออกแบบ กล่าวเสริมได้อย่างเห็นภาพ
“สังเกตไหมว่า ดอกกุหลาบบนกระเป๋าทุกใบนั้นไม่มีหนาม?” คุณเติ้ล อีกศิลปินจิตอาสา กล่าวถามชวนให้คิดตาม ก่อนอธิบายปิดท้ายพร้อมรอยยิ้มและดวงตาที่เป็นประกายว่า “ด้วยเพราะเราปรารถนาให้ผู้ใช้กระเป๋ามีความสุข และผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการต่างๆ หรือได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิรามาธิบดีฯ พ้นจากอุปสรรคขวากหนามที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ อีกความงดงามที่อยากให้เป็นรูปธรรมและจับต้องได้นี้ จึงถูกนำมาสื่อสารไว้บนกระเป๋าดอกกุหลาบไร้หนามของผู้มีจิตศรัทธาทุกคน ในโอกาสวันแห่งความรักปีนี้”
ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมส่งต่อดอกกุหลาบไร้หนาม สร้างความสุขให้ผลิบานในสังคมไทย เติมเต็มความหวัง และสร้างโอกาสในการรักษาให้กับผู้ป่วยยากไร้ทั่วประเทศ ผ่านการสนับสนุนกระเป๋าที่ระลึกคอลเลคชั่นมูลนิธิรามาธิบดีฯ x Aristotle ทั้ง 6 แบบ ราคาเริ่มต้น 229 – 329 บาท ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป โดยสามารถสั่งซื้อสินค้าหรือร่วมสมทบทุนบริจาคได้ที่ มูลนิธิรามาธิบดีฯ หรือทุกช่องทางของมูลนิธิรามาธิบดีฯ FB • IG • LINE @RAMAFOUNDATION และ www.ramafoundation.or.th หรือโทร 02 201 2222
กลับมาอีกครั้งกับโปรโมชั่นสุดคุ้ม!! #สวยครบจบที่วันบาท
โปรโมชั่นยืนหนึ่งตลอดกาลที่ไม่ควรพลาดแม้แต่นาทีเดียว
กลับมาไวเหมือนติดสปีด! วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย ส่งโปรปังต้อนรับปีวัวด้วย “Watsons 1 Baht” ซื้อชิ้นที่ 2 ในราคาบาทเดียว เอาใจนักช็อปช่วงกักตัวที่ต้องเน้นกักตุนแบบจัดหนัก ทั้งของใช้ส่วนตัว สกินแคร์ เครื่องสำอาง และสินค้าเสริมสุขภาพ เสิร์ฟความสุขให้คุณได้สวยยิ่งขึ้นในทุก ๆ วัน
พบกับโปรโมชันความสวยยืนหนึ่งตลอดกาลได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ถึง 24 มีนาคม 2564 ที่ร้านวัตสันทุกสาขาทั่วประเทศไทย หรือช้อปออนไลน์ผ่านวัตสันออนไลน์ และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่วัตสันทุกสาขา, Line Official @WatsonsTH เว็บไซต์ Watsons.co.th หรือแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore
#ชิ้นที่สอง 1 บาท รีบช้อปเลยที่เว็บไซต์ Watsons!
รวมรายการสินค้าร่วมรายการที่น่าสนใจ เช่น
- การ์นิเย่มาสก์ 1ชิ้น ทุกสูตร ราคาปกติ 69-79บาท ชิ้นที่สอง 1 บาท
- เมย์เบลลีน เดอะ ครีมมี่ แมท ลิป เรด รีมิกซ์ ราคาปกติ 179บาท ชิ้นที่สอง 1 บาท
- วัตสันทรีทเมนท์แว็กซ์ 500 มล. ราคาปกติ 129 บาท ชิ้นที่สอง 1 บาท
- น้ำยาบ้วนปากลิสเตอรีน 500มล ราคาปกติ 129-136 บาท ชิ้นที่สอง 1 บาท
- คอลลี่ ไลโคพีน 6,500มก. ราคาปกติ 494 บาท ชิ้นที่สอง 1 บาท
- มิซึมิ สมูธ คลีนซิ่ง วอเตอร์ 500มล. ราคาปกติ 490 บาท ชิ้นที่สอง 1 บาท
- มีส์ซองแซน ฮัลโลบับเบิ้ล คัลเลอร์ (ทุกสี) ราคาปกติ 399 บาท ชิ้นที่สอง 1 บาท
ลอรีอัล ประเทศไทย เดินหน้าปลุกตลาดความงาม ส่งลิปสติกจิ้มจุ่มแบบซอง จากเมย์เบลลีน นิวยอร์ก แบรนด์เครื่องสำอางอันดับ 1 ของโลก เพิ่มทางเลือกแก่ผู้บริโภคไทยผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อและไฮเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ
ด้วยสถานการณ์โควิดที่มีผลกระทบต่อสุขภาพจิตและกำลังใจของคนไทย ผลสำรวจจากอิปซอสส์รายงานว่า 44% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้รับผลกระทบดังกล่าว และรายงานจากกูเกิ้ลยังพบว่าคนไทยมีการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโรคซึมเศร้ามากขึ้นถึง +37% นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังพบว่าเครื่องสำอางเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้บริโภคใช้เสริมแต่งเพื่อสร้างอารมณ์และความรู้สึกเชิงบวก
แบรนด์เมย์เบลลีน นิวยอร์ก เป็นแบรนด์เมคอัพตัวท๊อปที่ประสบความสำเร็จและครองใจสาวไทย ด้วยราคาที่เข้าถึงได้และคุณภาพมาตรฐานระดับโลก โดยมีผลิตภัณฑ์เรือธงยอดขายอันดับ 1 หลากหลายผลิตภัณฑ์ อาทิ รองพื้นฟิตมี ลิปสติกจิ้มจุ่มขายดีหลากหลายรุ่น และ มาสคาร่าไฮเปอร์เคิร์ลยอดขายอันดับ 1 ตลอดกาล
“เมย์เบลลีน นิวยอร์ก เซนเซชั่นแนล ลิควิด แมท เป็นลิปสติกแบบจิ้มจุ่ม ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในประเทศไทย โดยเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคไทยได้มากขึ้น เราได้ขยายรูปแบบผลิตภัณฑ์ แบบแท่งสู่แบบซองเป็นครั้งแรก โดยมีดีไซน์บรรจุภัณฑ์แตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นในตลาด เราต้องการทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงและเพลิดเพลินกับผลิตภัณฑ์ที่สีสันสวยงามและคุ้มค่าได้อย่างสะดวกสบาย” นางอินเนส คาลไดรา กรรมการผู้จัดการ ลอรีอัล ประเทศไทย กล่าว
“อุตสาหกรรมความงามในประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ก่อนสถานการณ์โควิดย้อนไปตั้งแต่ปี 2556 อุตสาหกรรมความงามไทยเติบโตโดยเฉลี่ยประมาณกว่า 7% ทุกปี แม้ในปี 2563 จะเป็นปีที่ท้าทายที่อุตสาหกรรมความงามได้รับผลกระทบโดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องสำอางและมีผู้เล่นแข่งขันในตลาดมากมาย แต่ ลอรีอัล ประเทศไทย ยังสามารถครองตำแหน่งบริษัทยอดขายอันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและเครื่องสำอางในประเทศไทยในปัจจุบัน และเรามั่นใจว่าด้วยนวัตกรรม คุณภาพ ประสิทธิภาพและความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของเรา รวมถึงรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จะสามารถทำให้เราก้าวสู่ตำแหน่งบริษัทบิวตี้เทคอันดับหนึ่งในประเทศไทย” นางอินเนส คาลไดรา กล่าวเสริม
เมย์เบลลีน นิวยอร์ก เซนเซชั่นแนล ลิควิด แมท แบบซอง มาพร้อม 4 เฉดสี เนื้อแมทสีแน่น สดชัด เกลี่ยลื่น ไม่แห้ง ไม่หนักปาก สีสวยเหมาะอินเทรนด์ กับทุกลุค มีจัดจำหน่ายแล้ว ในราคาขายแนะนำ 59 บาท ที่โลตัส โลตัสเอ็กซ์เพรส มินิบิ๊กซี ซีเจ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และ ร้านค้าเครื่องสำอางทั่วไป
‘แฟนต้า’ โดย กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวแฟนต้า สูตรไม่มีน้ำตาลเป็นครั้งแรก กับ 2 รสชาติ แฟนต้า กลิ่นส้ม และแฟนต้า กลิ่นสตรอเบอร์รี่ ที่พกความสนุก ซ่า พร้อมความอร่อยของกลิ่นผลไม้ แต่ปราศจากน้ำตาล การันตีด้วยสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice)[1] ตอกย้ำความเป็นในผู้นำตลาดน้ำสี ที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภค เพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทเครื่องดื่มเต็มรูปแบบ
นางสาวมัณฑนา หล่อไกรเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมื่อเทรนด์เครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลยังคงมาแรงต่อเนื่อง ‘แฟนต้า’ ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ในตลาดเครื่องดื่มอัดลมกลิ่นผลไม้ที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยด้วยส่วนแบ่งการตลาด 67.1%[2] จึงได้คิดค้นและพัฒนาทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการเครื่องดื่มไม่มีน้ำตาล และยังคงต้องการเติมสีสัน ความสนุกซ่าให้ชีวิต ตอบโจทย์ด้วยแฟนต้า ไม่มีน้ำตาล กลิ่นส้ม และกลิ่นสตรอเบอร์รี่ ความอร่อย มันส์ ซ่า ที่ต้องลอง เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะก้าวสู่การเป็นบริษัทเครื่องดื่มเต็มรูปแบบ ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ แฟนต้ายังได้จัดเตรียมกิจกรรมทางการตลาด ทั้งโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ สื่อดิจิทัล สื่อนอกบ้าน การสื่อสาร ณ จุดขายและในร้านค้า ไปจนถึงการร่วมมือกับเพจชื่อดังด้านการรีวิวขนมอย่างเพจ ‘กินหนม’ พร้อมสร้างคอนเทนต์มันส์ๆ และกิจกรรมสนุกซ่าตลอดทั้งแคมเปญ เพื่อตอกย้ำความเป็นเครื่องดื่มที่เสริมรสชาติในการดื่มควบคู่กับขนมขบเคี้ยว”
แฟนต้า กลิ่นส้ม และกลิ่นสตรอเบอร์รี่ สูตรไม่มีน้ำตาล ได้รับการรับรองสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice) จากมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการฯ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล วางจำหน่ายให้ได้ลิ้มลองความอร่อย มันส์ ซ่า หอมกลิ่นผลไม้ แบบปราศจากน้ำตาลได้แล้ววันนี้ ในบรรจุภัณฑ์และขนาดที่หลากหลาย ทั้งแบบกระป๋องขนาด 325 มิลลิลิตร ขวดพลาสติก PET ขนาด 330 มิลลิลิตร ขวดพลาสติก PET ขนาด 500 มิลลิลิตร และพบกับขวดพลาสติก PET ขนาดใหญ่ 1.5 ลิตรได้ในเดือนมีนาคม ที่ร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ
***
[1] กลุ่มเครื่องดื่ม ประเภทน้ำอัดลม น้ำตาลทั้งหมด ≤ 6 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร และ ไม่เกิน 18 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบรรจุ เฉพาะเครื่องดื่มที่มีหนึ่งหน่วยบริโภคมากกว่า 150% ของหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิง และขนาดบรรจุไม่เกิน 500 มิลลิลิตร โซเดียม ≤ 40 มิลลิกรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร อ้างอิงตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาสัญลักษณ์โภชนาการอย่างง่าย ตามประกาศคณะอนุกรรมการพัฒนาเเละส่งเสริมการใช้สัญลักษณ์โภชนาการอย่างง่าย
[2] การคำนวณข้อมูลตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม ของโคคา-โคล่า ส่วนหนึ่งอ้างอิงจากข้อมูลดัชนีค้าปลีกรายเดือน ที่รายงานโดย Nielsen สำหรับตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม ในช่วงเวลา 12 เดือน สิ้นสุด ณ เดือนธันวาคม พ.ศ.2563 ซึ่งเป็นข้อมูลของตลาดในประเทศไทย ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ Nielsen (Copyright © 2020, Nielsen)
มูจิ ประเทศไทย เปิดศักราชใหม่ ประกาศปรับราคาสินค้ากลุ่มเสื้อผ้า และสินค้ากลุ่มของเครื่องใช้ในบ้าน รวม 217 รายการ สานต่อกลยุทธ์สำคัญของแบรนด์ในประเทศไทย เพื่อให้ผู้บริโภคไทยเข้าถึงสินค้ามูจิ (MUJI) ได้ง่ายและมากขึ้น หนุนแฟนคลับไทยช้อปสินค้าญี่ปุ่นให้หายคิดถึง รับสถานการณ์การเดินทางไปต่างประเทศยังมีข้อจำกัดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยสินค้าจำนวน 212 รายการจาก 217 รายการที่ปรับราคาในครั้งนี้มีจำหน่ายทั้งที่สาขาและทางออนไลน์ของ MUJI ผ่านทาง Central Online ตลอด2 ปีที่ผ่านมา MUJI ได้ปรับลดราคาสินค้ารวม 1,033 รายการ และยังคงมุ่งมั่นในการบริหารจัดการกระบวนการผลิต รวมทั้งการกระจายสินค้าให้สามารถปรับราคาสินค้าลงอย่างต่อเนื่องเพื่อผู้บริโภคไทยได้อีก
นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ MUJI คือให้สินค้า MUJI สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น ผ่านกลยุทธ์การตลาดด้านราคาและการกระจายสินค้า โดยด้านกลยุทธ์ด้านราคานั้น MUJI ได้ทยอยปรับราคาสินค้าที่นำมาจำหน่ายในประเทศไทยลงตั้งแต่ปี 2562 โดยเริ่มต้นจากสินค้ากลุ่มกลุ่มเสื้อผ้า และสินค้ากลุ่มของเครื่องใช้ในบ้าน ควบคู่กับการสื่อสารราคาใหม่ ณ จุดขาย ให้กับลูกค้าที่มาเลือกซื้อสินค้าที่สาขา และได้พยายามปรับราคาสินค้าอย่างต่อเนื่องในปี 2563 ที่ผ่านมา อาทิ เสื้อยืดคอกลมรุ่นเบสิก กางเกงขายาว ชุดชั้นใน ถุงเท้า เครื่องเขียน สินค้าเพื่อสุขภาพ เป็นต้น รวม 769 รายการ
ล่าสุด เปิดศักราชใหม่ ปี 2564 นี้ MUJI เดินหน้าปรับราคาสินค้ากลุ่มเสื้อผ้า จำนวน 38รายการ และสินค้ากลุ่มของเครื่องใช้ในบ้าน จำนวน 179 รายการ รวมจำนวนสินค้าที่ปรับราคาลงในครั้งนี้ทั้งสิ้นกว่า 217 รายการ เพื่อให้ผู้บริโภคไทยสามารถเข้าถึงสินค้า MUJI ได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น ประกอบกับเป็นการช่วยตอบโจทย์ข้อจำกัดของการเดินทางไปต่างประเทศในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่ยังคงเอื้ออำนวยให้ผู้บริโภคได้ท่องเที่ยวและซื้อสินค้าที่ชื่นชอบจากประเทศที่ไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะสินค้าจากญี่ปุ่น ทั้งนี้ สินค้าที่ปรับลดราคา ในกลุ่มเสื้อผ้า ได้แก่ รายการสินค้าเสื้อผ้าเบสิก ทั้งเสื้อเชิ้ต เสื้อยืดคอกลม กางเกงยืน กางเกงชิโน่ และสินค้ากลุ่มของเครื่องใช้ในบ้าน ทั้งผ้าคลุมเตียง (Duvet) หมอน (Pillow) ปูเตียง (Bed Linen) กล่องพลาสติกสำหรับเก็บของ (PP Storage) และ เฟอร์นิเจอร์ ได้แก่ เตียง (Bed) เก้าอี้ยาว (Couches) รวมทั้ง โต๊ะและเก้าอี้ (Tables & Chairs) เป็นต้น
ทั้งนี้ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา MUJI ได้ปรับราคาขายปลีกสินค้าลง โดยในปี 2562 ได้ปรับลงราคาสินค้ากลุ่มเสื้อผ้า และสินค้ากลุ่มของเครื่องใช้ในบ้าน รวม 264 รายการ และในปี 2563 ที่ผ่านมา ได้ทำการปรับราคาสินค้า MUJI ในประเทศไทยรวม 769 รายการ โดยแบ่งเป็นสินค้าในกลุ่มเสื้อผ้า จำนวน 127 รายการ และสินค้ากลุ่มของเครื่องใช้ในบ้าน 642 รายการ โดยในปี 2564 นี้ MUJI เริ่มต้นปีด้วยการปรับสินค้ากลุ่มเสื้อผ้าและสินค้ากลุ่มของเครื่องใช้ในบ้าน รวม 217 รายการ ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป นอกจากนี้ MUJI มีแผนที่จะปรับราคาอีกหลายรายการในปีนี้
“เราพบว่ากลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น คิดถึงการเดินทางท่องเที่ยวและการช้อปปิ้งสินค้าตอนท่องเที่ยว แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญกับการท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยจะเห็นว่ามีผู้บริโภครีโพสต์ภาพการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ผ่านมา ก่อนสถานการณ์โควิด-19 ในโซเชี่ยลมีเดียต่าง ๆ MUJI ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าว รวมทั้งลูกค้าที่เป็นแฟนสินค้า MUJI และผู้บริโภคทั่วไปได้ใช้สินค้า MUJI ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในทุกกลุ่มสินค้า ทั้งนี้ เรายังคงพยายามที่จะปรับราคาสินค้าลงต่อไป” นายอกิฮิโร่กล่าว
อนี่ง MUJI มุ่งมั่นในการนำเสนอสินค้าคุณภาพดี มีประโยชน์ ในราคาที่สมเหตุสมผลให้กับผู้บริโภคในประเทศไทย ด้วยเป้าหมายให้ MUJI เป็นแบรนด์สินค้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น โดยการปรับราคาสินค้าเกิดจากการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง การลดกระบวนการการผลิตที่ไม่จำเป็น แต่ยังคงเพิ่มประสิทธิผลในการผลิตที่ได้คุณภาพ หรือแม้แต่การบริหารจัดการกระบวนการกระจายสินค้า เพื่อให้มีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนภาพรวมของสินค้าได้ดีที่สุด และนำประโยชน์จากกระบวนการดังกล่าวไปส่งต่อสู่ลูกค้า ซึ่งผู้บริโภคในประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการเข้าถึงสินค้าคุณภาพมาตรฐาน MUJI ได้ในราคาที่จับต้องได้และสมเหตุสมผล
แชมพูโปรเฟสชั่นแนลขวดแรก ที่สะท้อนความงามที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ด้วยการออกแบบเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบของการผลิต การผสานอันเยี่ยมยอดของประสิทธิภาพระดับโปรเฟสชั่นแนลและความงามที่ยั่งยืน
ใช้เวลาคิดค้นกว่า 4 ปี กว่า 262 สูตร นี่ไม่ใช่แค่แชมพู นี่คือคำยืนยันเรื่องความยั่งยืนจากเรา การรันตีด้วยรางวัล ELLE Green Beauty Stars 2020, Byrdie Eco Beauty Awards 2020 และ Marie Claire Hair Award 2020
ความยั่งยืน
● มีการชดเชยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตทั้งวงจรอย่างครบถ้วนถึง 100% (Carbon Neutral คือ ไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศสุทธิเพิ่มขึ้นจากการดำเนินธุรกิจหรือการบริการของผลิตภัณฑ์)
● ผลิตและที่ดาวิเนสวิลเลจ ที่ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานชดเชย 100%
ความเป็นธรรมชาติและย่อยสลายได้ทางชีวภาพ
● ส่วนผสมจากธรรมชาติถึง 98% โดยหลักเกณฑ์การให้ความหมายของคำว่า “ส่วนผสมจากธรรมชาติ” ของดาวิเนสแตกต่างและเข้มงวดกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมทั่วไป เพื่อเป็นการแสดงความมุ่งมั่นของเราเรื่องความโปร่งใสต่อลูกค้า และตอกย้ำเรื่องผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนอย่างแท้จริง
● ย่อยสลายทางชีวภาพได้ถึง 98,2%
● สารชำระล้างจากธรรมชาติ 93%
ส่วนผสมหลักสำคัญ
● ควินัว ให้เส้นผมนุ่ม เงางาม เติมความชุ่มชื้น
● น้ำมันมะกอก ดอกทานตะวัน กะหล่ำและข้าวสาลี
● ข้าวโพด อุดมไปด้วยกรดอมิโน อ่อนโยน ทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
● อุดมไปด้วยกดไขมันอิ่มตัว ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับซีบั่ม (Sebum) บนหนังศีรษะ จึงทำความสะอาดได้อย่างอ่อนโยน
● สารลดแรงตึงผิวลิขสิทธิ์เฉพาะของดาวิเนส ที่ได้จากน้ำมันมะกอก Olivo Quercetano จาก Slow Food Presidium ซึ่งดาวิเนสสร้างขึ้นมาเองเพื่อรองรับแนวทางความหลากหลายทางชีวภาพ
● สารลดแรงตึงผิวที่มาจากน้ำมันปาล์มที่ยั่งยืน ได้รับการรับรองโดย RSPO องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ทำให้มั่นใจได้ว่าน้ำมันถูกผลิตขึ้นตามเกณฑ์ของสิ่งแวดล้อมและสังคม ช่วยลดผลกระทบจาก การเพาะปลูกที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่น
● กลิ่นหอมจากธรรมชาติ 100%
● สารกันเสียจากธรรมชาติ 100%
● สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของทุกส่วนผสม ย้อนกลับไปได้ 100%
● ปราศจาก สี ซิลิโคน ส่วนผสมจากสัตว์ และสารกันเสียสังเคราะห์
บรรจุภัณฑ์
● บรรจุภัณฑ์ทำจากพลาสติกที่ทำขึ้นจากอ้อยจากทางตอนใต้ ประเทศบราซิล สามารถรีไซเคิลได้ 100%
● บรรจุภัณฑ์ ใช้พลาสติกน้อยกว่าแบรนด์อื่นๆ ในขนาดเดียวกันถึง 48%ทำให้นำหนักขวดเบาลง
● บรรจุภัณฑ์ออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบต่อการขนส่ง บรรจุได้มากขึ้น 17% ต่อพาเลท เทียบกับมาตรฐานเดิมของดาวิเนส
● บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้จนหยดสุดท้ายเพื่อความไม่สิ้นเปลืองและไม่เพิ่มของเสีย
● ขวด ฉลาก และฝาปิด ทำจากวัสดุที่ไม่ต้องมีการแยกส่วน (แยกประเภท) เมื่อนำไปรีไซเคิล
คุณสมบัติ
● ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน
● คืนความชุ่มชื่น และความยืดหยุ่นให้กับเส้นผม
● ใช้ได้ทุกวัน สำหรับเส้นผมทุกประเภท
● ดีต่อเส้นผมและสิ่งแวดล้อม
วิธีใช้: ชโลมแชมพูลงบนหนังศีรษะที่เปียก นวดเบาๆแล้วล้างออก
สถานที่จัดจำหน่าย
A Single Shampoo ขนาด 250 ml ราคา 830 บาท มีวางจำหน่ายที่ซาลอนตัวแทนดาวิเนส หรือสามารถสั่งซื้อได้ทาง Davines Thailand Facebook page
เผยความเจิดจรัสไร้ขีดจำกัด ด้วยลุคโกลวสุดเย้ายวนน่าหลงใหล ดั่งสาวที่เปี่ยมไปด้วยความสุขในช่วงฤดูกาลใบไม้ผลิ จากนิยามใหม่แห่งความงาม “The Euphoria Collection” ที่ช่วยเติมความโดดเด่น เย้ายวนให้กับดวงตา เรียวปาก และใบหน้า ที่จะทำให้สาว ๆ ดูสวยโดดเด่นกว่าเคย The Euphoria Collection ล้ำหน้าด้วยส่วนผสม Euphoric Color Complex สูตรเอกสิทธิ์ของนาร์ส ที่หลอมรวมอณูมุกสะท้อนแสงกับเม็ดสีที่มอบความชัดเจนสมจริง สร้างผลลัพธ์ของเนื้อสีโปร่งแสง บางเบา กระจ่ายตัวสม่ำเสมอประดับผิวเปล่งปลั่งเป็นเงางามตามธรรมชาติ ครีเอทลุคของดวงตาทอประกายกับริมฝีปากฉ่ำสกาวระยับแสงบนผิวพรรณเปล่งปลั่ง บ่งบอกถึงความสุขจากภายใน เพราะนาร์สเชื่อว่าหนึ่งในลุคการแต่งหน้าที่งดงามที่สุด คือลุคของใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสุข
โดยคอลเล็กชั่นนี้ประกอบไปด้วย
● EUPHORIA FACE PALETTE (LIMITED EDITION) ราคา 2,500 บาท
เผยมิติความประกายเปล่งปลั่งเป็นเงางาม จุดประกายความสุขให้ผิวด้วยพาเล็ตต์ รุ่นพิเศษ รวมอายแชโดว์และไฮไลท์ไว้ในหนึ่งเดียว ประกอบไปด้วยอายแชโดว์ 8 เฉด 3 เนื้อผลิตภัณฑ์ให้คุณครีเอทลุคได้หลากหลาย ได้แก่ซาติน, แมตต์ และกลิตเตอร์ และไฮไลท์ที่ช่วยเผยผิวเปล่งประกายสวยทุกแสง 3 เฉดสี ที่สามารถปรับระดับความเข้ม และเกลี่ยให้กลมกลืนเพื่อสะท้อนแสงตกกระทบจากทุกทิศทางเสริมประกายเสน่ห์หรูหราเย้ายวนจนมิอาจห้ามใจ
● EUPHORIA FACE DEW ราคา 1,250 บาท
เพิ่มความชุ่มชื่นผ่านสัมผัสบางเบาของ Multipurpose Liquid Luminizer ลูมิไนเซอร์สูตรลิควิดอเนกประสงค์ เบาสบายไม่หนักผิว สร้างลุคผิวดูชุ่มชื่น อิ่มน้ำ เปล่งประกายทุกองศา ฉ่ำวาวต้องแสงเป็นเงางามในทันที ด้วยเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของ NARS ที่ไม่มีส่วนผสมจากกลิตเตอร์ แต่ยังคงมอบประสิทธิภายให้ผิวดูกระจ่างใส เปล่งปลั่งเป็นเงางามตามธรรมชาติยิ่งกว่าที่เคย
● AFTERGLOW LIP SHINE ราคา 1,100 บาท
เผยเรียวปากเปล่งประกายหรูหราน่าหลงใหล มากกว่าที่เคย ด้วย Afterglow Lip Shine ลิปกลอสใหม่จาก NARS ที่จะเปลี่ยนทุกประสบการณ์ลิปกลอสที่คุณรู้จัก สู่ลิปกลอสเนื้อสัมผัสบางเบา ทาง่ายเนียนลื่น ติดทนนาน มอบเรียวปาก เปล่งประกายแวววาวขั้นสุด แบบที่ไม่มีเคยมีมาก่อน พร้อมมอบคุณสมบัติในการบำรุง จากน้ำมันเมล็ดราสเบอร์รี่และสารสกัดจากทับทิมช่วยให้ความชุ่มชื้นและป้องกันเรียวปากที่คุณรัก จากมลภาวะภายนอก ช่วยให้เรียวปากดูอวบอิ่มขึ้น ส่องแสง เปล่งประกาย Afterglow Lip Shine มาพร้อมเฉดสีเปล่งประกายให้เลือก 5 เฉดสี ที่สามารถใช้ได้กับทุกลุคและทุกไลฟ์สไตล์
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) จับมือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมเปิดตัว บริการ ATM ข้ามธนาคาร ไม่เสียค่าธรรมเนียม เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าผู้ถือบัตรกรุงศรี เดบิต และบัตรเอทีเอ็ม ธ.ก.ส. ทุกประเภท ในการใช้บริการ ATM ได้อย่างครอบคลุม สามารถทำธุรกรรมถอนเงิน และสอบถามยอดเงินคงเหลือที่เครื่องเอทีเอ็มกรุงศรี และ ธ.ก.ส. กว่า 8,800 เครื่องทั่วประเทศ ฟรี! ค่าธรรมเนียมการทำรายการต่างธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. 64 – 14 ก.พ. 65
ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรกรุงศรี เดบิต จะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมต่างธนาคารโดยทันทีในขณะที่ทำรายการ และสำหรับผู้ถือบัตรเอทีเอ็ม ธ.ก.ส. จะได้รับคืนค่าธรรมเนียมที่ถูกเรียกเก็บเข้าบัญชีในวันถัดไป
ปัจจุบัน กรุงศรีมีเครื่องเอทีเอ็มจำนวนราว 6,500 เครื่องทั่วประเทศ และ ธ.ก.ส. มีเครื่องเอทีเอ็มจำนวนราว 2,300 เครื่องทั่วประเทศ บริการดังกล่าวจะยกระดับประสบการณ์ความสะดวกสบายให้กับลูกค้าทั้งสองธนาคาร
ยกร้าน O&B สาขา centralwOrld มาไว้ที่บ้านเพียงปลายนิ้วคลิ๊ก
อยากไปเดินช้อปปิ้งที่ศูนย์การค้าแต่ยังไม่มีเวลา จะสั่งของออนไลน์ก็อยากเห็นสินค้าก่อน ปัญหาเหล่านี้กำลังจะหมดไปเมื่อศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จับมือกับร้าน O&B ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ยกระดับประสบการณ์การช้อปสินค้าผ่าน Virtual Shopping ให้ลูกค้าช้อปผ่านออนไลน์ได้เสมือนยกร้าน O&B Flagship store @ centralwOrld มาไว้ที่บ้าน เพียงใช้บริการ Warp ma Shop ผ่านทาง Line Official Account ของ O&B สาขา CentralwOrld พนักงานจะพาลูกค้าเดินชมและเลือกสินค้าเสมือนกับการมาซื้อสินค้าหน้าร้าน ให้คุณไม่พลาดกับทุกคลอเลคชั่นใหม่ พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษมากมายและบริการจัดส่งภายใน 2 ชั่วโมง (สำหรับลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ) สะดวกสบาย Exclusive ไม่เหมือนใคร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น ปรับโฉมเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ที่ใช้งานเร็วขึ้น ง่ายขึ้น และครบทุกผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การชอปปิงและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค พร้อมเพิ่มบริการใหม่อย่าง Pay in store โดยลูกค้าสามารถชอปปิงทางช่องทางออนไลน์และเลือกชำระเงินที่ร้าน นับเป็นการสานต่อกลยุทธ์ O2O (Online to Offline) ของยูนิโคล่ พร้อมมอบคูปองส่วนลดมูลค่า 100 บาท สำหรับผู้ใช้งานใหม่
นางเขมจิรา เทศประทีป ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ยูนิโคล่ยึดหลักปรัชญาไลฟ์แวร์ (LifeWear) เป็นแกนหลักในการดำเนินงาน โดยมุ่งมั่นส่งมอบเครื่องแต่งกายคุณภาพดีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับทุกคนในทุกๆ วัน และในช่วงเวลาที่โลกยังอาจต้องเผชิญความท้าทายอย่างต่อเนื่อง ยูนิโคล่ได้ให้ความสำคัญในการคิดค้นผลิตภัณฑ์และบริการให้สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างตรงจุด การปรับโฉมเว็บไซต์และแอปพลิเคชันในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การทางการตลาดที่จะช่วยให้ประสบการณ์การชอปปิงสะดวกสบายกว่าที่เคย โดยได้เชื่อมโลกออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันผ่านโมเดลธุรกิจ O2O”
เว็บไซต์และแอปพลิเคชันรูปแบบใหมนับเป็นที่รวบรวมสินค้าของยูนิโคล่ที่ใหญ่ที่สุดและครบครันมากที่สุด เปรียบเสมือนสาขาแฟลกชิปในรูปแบบดิจิทัล นอกจากจะโดดเด่นด้วยระบบอินเทอร์เฟสที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังได้ปรับปรุงเพื่อเว็บไซต์ให้รองรับระบบการให้บริการที่ครอบคลุม 2 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อมอบการบริการสำหรับทั้งผู้บริโภคชาวไทยและต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ทั้งนี้ ยังนำเสนอบริการและสิทธิพิเศษใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานของลูกค้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็น
● ส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ใช้งานใหม่และสิทธิพิเศษมากมาย
ยูนิโคล่มอบคูปองส่วนลดมูลค่า 100 บาท สำหรับลูกค้าคนสำคัญที่โหลดแอปพลิเคชันและสร้างบัญชีผู้ใช้งานใหม่เป็นครั้งแรก และสิทธิพิเศษเมื่อซื้อสินค้าที่ร้านสาขาของยูนิโคล่พร้อมสแกนบาร์โค้ดผ่านแอปพลิเคชัน ลูกค้าจะได้รับคูปองส่วนลดมูลค่า 50 บาท สำหรับใช้ซื้อสินค้าที่ร้านในครั้งถัดไปเมื่อมียอดครบ 1,500 บาทขึ้นไป
● ตอบโจทย์ทุกความต้องการ กับบริการจัดส่งถึงที่ หรือ เลือกบริการ Click & Collect พร้อมบริการใหม่ ชำระเงินที่ร้านสาขา (Pay in Store)
ลูกค้าสามารถเลือกชอปและสั่งสินค้าจากยูนิโคล่ได้เพียงแค่ปลายนิ้ว โดยมีเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายจากคอลเลคชันมากมายให้เลือกหา พร้อมตัวเลือกไซส์พิเศษ นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกบริการจัดส่งรวดเร็วถึงที่และสามารถตรวจสอบได้ หรือใครที่ไม่สะดวกรับสินค้าที่บ้าน สามารถเลือกใช้บริการ Click & Collect เพื่อค้นหาร้านยูนิโคล่สาขาใกล้เคียงและรับสินค้าที่สาขาซึ่งได้เลือกไว้ พร้อมบริการใหม่ Pay in store ที่อำนวยความสะดวกด้วยการสั่งซื้อผ่านออนไลน์สโตร์ และชำระค่าสินค้าได้ด้วย เงินสดหรือบัตรเครดิตที่หน้าร้านสาขา โดยสินค้าจะถูกส่งจากคลังสินค้าไปยังร้านสาขาที่ถูกเลือก นับเป็นบริการใหม่นอกเหนือจากการชำระด้วยบัตรเครดิต และบริการ Cash on Delivery
สามารถสัมผัสประสบการณ์ชอปรูปแบบใหม่กับยูนิโคล่ได้แล้ววันนี้ ที่เว็บไซต์ https://www.uniqlo.com/th/th/ หรือผ่าน ยูนิโคล่แอปพลิเคชัน ทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพียงค้นหาคำว่า UNIQLO TH บน Apple App Store หรือ Google Play Store
เว็บไซต์นี้มีการเก็บ Cookies เพื่อปรับปรุงการให้บริการ จิ้มดู นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม