ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ประเดิมจัดมหกรรมเพื่อคนรักนาฬิกาครั้งใหญ่แห่งปี กับงาน‘ROBINSON THE ULTIMATE WATCH FAIR 2021’ (โรบินสัน เดอะ อัลติเมท วอทช์ แฟร์ 2021) ในคอนเซ็ปต์ ‘LIGHT OF GALAXY’ งานที่รวบรวมนาฬิกาทั้ง กลุ่มลักชัวรี่ แฟชั่น สมาร์ทวอทช์ รุ่นพิเศษ ลิมิเต็ด อิดิชั่น และเปิดตัวครั้งแรกภายในงาน รวมทั้งรุ่นใหม่ และรุ่นที่ได้รับความนิยม กว่า 50 แบรนด์ชั้นนำ อาทิ FRANCK MULLER FREDERIQUE CONSTANT BREITLING GRAND SEIKO PERRELET SEIKO ORIS LONGINES MAURICE LACROIX RADO GARMIN CASIO มาให้ช้อปพร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลดสูงสุด 30% ลดเพิ่ม 12.5% เมื่อใช้คะแนนเดอะวัน พร้อมรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 80,000 บาท เมื่อช้อปตามเงื่อนไข และลด / รับเพิ่มสูงสุด 20% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2564 ณ เซ็นเตอร์ คอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์
พร้อมมอบความเหนือระดับในการช้อปปิ้ง กับครั้งแรก! ของบริการสั่งซื้อสินค้าที่สะดวกสบายบนแพลทฟอร์มออมนิชาแนลของโรบินสัน ไม่ว่าจะเป็นช้อปผ่านเว็บไซต์ ROBINSON ONLINE ที่ www.robinson.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง ROBINSON CHAT & SHOP แชทบอกผู้ช่วยส่วนตัวที่ LINE @Robinson ROBINSON FACEBOOK INBOX และ FACEBOOK LIVE ให้ลูกค้าช้อปง่ายๆ ที่ FACEBOOK ROBINSON DEPARTMENT STORE ROBINSON CALL & SHOP โทรช้อปสินค้าผ่านเบอร์ 1425 รับสินค้าได้ทันใจ และบริการใหม่ล่าสุด PERSONAL SHOPPER ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวสำหรับทุกคน โทร.1425 กด 3 ที่จะอำนวยความสะดวก คอยให้คำแนะนำสิทธิพิเศษแก่ทุกท่านได้อย่างครบครัน
หน่วยธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด คู่ค้าแนวหน้าสำหรับบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องการขยายตลาดในประเทศไทย ได้ลงนามเซ็นสัญญาร่วมกับ บริษัท ดู เดย์ ดรีม จํากัด (มหาชน) ในการเป็นตัวแทนจําหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยดีเคเอสเอช จะเป็นผู้ขับเคลื่อนสัดส่วนทางตลาดของกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสุขภาพดีและเป็นธรรมชาติจาก ดู เดย์ ดรีม ซึ่งประกอบด้วยแบรนด์ SNAILWHITE Namu Life และ SoS
ดีเคเอสเอช ประเทศไทย จะให้บริการด้านการตลาดและการขาย คลังจัดเก็บสินค้า การกระจายสินค้าและโลจิสติกส์ รวมถึงการตลาดภาคสนาม แก่ ดู เดย์ ดรีม ซึ่งเป้าหมายความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การใช้ประโยชน์จากทีมขายที่มากความสามารถ และเครือข่ายการกระจายสินค้าผ่านช่องทางค้าปลีกที่ครอบคลุมทั่วประเทศของดีเคเอสเอช ในการเพิ่มยอดขายและสร้างความเติบโตแก่กลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ SNAILWHITE, Namu Life และ SoS
นางสาว นันทวรรณ สุวรรณเดช ประทานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดู เดย์ ดรีม จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า "เราเลือกเป็นคู่ค้ากับดีเคเอสเอช เนื่องจากดีเคเอสเอชได้เคยร่วมมือกับบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายแห่ง เราจึงมั่นใจว่าทางดีเคเอสเอช จะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีพร้อมกับผลักดันแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของเราให้อยู่ในอันดับต้นๆในใจของผู้บริโภคไทย ด้วยผลงานและความครอบคลุมด้านการกระจายสินค้าผ่านช่องทางการค้าปลีกสมัยใหม่และแบบดั้งเดิมของบริษัทฯ”
นาย ขวัญชัย อัสนี รองประธานฝ่ายบริหาร หน่วยธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “ดีเคเอสเอช มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรร่วมกับ บริษัท ดู เดย์ ดรีม ซึ่งเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ครองใจคนไทยทั่วประเทศ เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดจำหน่ายสินค้าและการหาข้อมูลเชิงลึกของตลาดอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ความงามและการดูแลผิว ซึ่งแสดงถึงความพร้อมของเราในการที่จะขับเคลื่อนส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์ SNAILWHITE Namu Life และ SOS เราหวังที่จะสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนและประสบความสำเร็จไปพร้อมกับทาง ดู เดย์ ดรีม”
Odd Concepts บริษัท ที่มีเทคโนโลยีในรูปแบบ AI เกี่ยวกับแฟชั่น (CEO : Kim Jeong-tae) เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI สำหรับการค้นหาสไตล์แฟชั่น เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นที่ชอบแฟชั่นในประเทศไทย
Odd Concepts ประกาศเปิดตัว “StyleCrush” (www.stylecrush.is) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มในการค้นหาสไตล์แฟชั่นในประเทศไทย
StyleCrush เป็นแพลตฟอร์มบนเว็บไซต์ที่เข้าถึงได้ง่าย ซึ่งผู้ใช้งานสามารถสร้างอัลบั้มแฟชั่นของตัวเองได้ โดย AI จะช่วยคุณในการค้นหาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสไตล์คล้ายคลึงกันที่ผู้ใช้ค้น เปรียบเทียบจากร้านค้า Marketplace และ ออนไลน์ eCommerce ชั้นนำของไทย อาทิเช่น Lazada, Shopee, JD Central และ Pomelo ที่อยู่บนแพลตฟอร์ม โดยสามารถทำเป็น Wishlist เพื่อทำให้คุณสนุกกับการเลือกดูสินค้าได้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถทำเป็นอัลบั้มดิจิตอลเพื่อรวบรวมสไตล์ที่คุณชอบลงในแพลตฟอร์มได้อีกด้วย
ผู้ใช้งาน StyleCrush สามารถอัปโหลดภาพสไตล์ของดาราดังยอดนิยม หรือ วางลิงก์รูปภายไปลงบนแพลตฟอร์ม AI จะทำการค้นหาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกับภาพที่ค้นหา และแนะนำว่าผลิตภัณฑ์ตัวไหนคล้ายคลึงกับรูปภาพที่ค้นหามากที่สุด ผู้ใช้สามารถเลือกสลับดูและค้นหาไปมาและเลือกดูสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ก่อนทำการซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย โดย AI จะสามารถช่วยผู้ใช้ค้นหาผลิตภัณฑ์ได้มากมายหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ ของ เสื้อ, กางเกง, กระเป๋า,รองเท้า หรือ เครื่องประกับต่างๆก็ได้ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ผู้ใช้สามารถปรับแต่ง Wishlist จากสินค้าแฟชั่นสไตล์ที่ชอบและสามารถบันทึกเก็บไว้บน Wishlist เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เก็บเป็นรายการที่สนใจส่วนตัว เพื่อช่วยให้สามารถเข้ามาทำการเปรียบเทียบและตัดสินใจอีกครั้งก่อนจะทำการไปซื้อขายที่ร้านค้า Online ได้อีกด้วยเช่นกัน
StyleCrush สะท้อนให้เห็นความต้องการของคน Gen ใหม่ๆ หรือ ผู้บริโภคยุคใหม่ที่อยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและรวดเร็วในอุตสาหกรรมแฟชั่นออนไลน์ AI ที่จะช่วยให้คุณค้นหาแฟชั่นสไตล์ที่ผู้ใช้ต้องการและจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการปรับเปลี่ยนในแบบของคุณในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า Brian S. Bae, Chief Strategy Officer ของ Odd Concepts กล่าวเสริม “เรารู้สึกของคุณสำหรับโอกาสในการเปิดตัว StyleCrush ในประเทศไทยและหวังว่าผู้ใช้จะสนุกกับการค้นหาสไตล์ที่ใช่สำหรับคุณและนำคุณไปเลือกซื้อสินค้าบนร้านค้าแฟชั่นได้อย่างสนุกสนาน”
Odd Concepts ก่อตั้งในปี 2555 เป็น บริษัท Vision AI ชั้นนำที่ให้บริการ PXL ซึ่งเป็น AI เกี่ยวกับการแนะนำผลิตภัณฑ์โดยทำการ Personalize ด้วยการค้นหาและวิเคราะห์รูปภาพให้กับร้านค้าแฟชั่นออนไลน์ มากกว่า 400 รายในประเทศเกาหลี, ญี่ปุ่น และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมซอง แบร์เช่ ปารีส (Maison Berger Paris) ผู้นำเครื่องหอมบ้านระดับพรีเมี่ยมจากประเทศฝรั่งเศส สร้างอากาศบริสุทธิ์ให้ทุกมุมในบ้าน ขอเชิญเลือกซื้อเครื่องหอมสำหรับบ้านครบทุกรูปแบบความหอม มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ และพิเศษสุดกับตะเกียงน้ำหอม กลุ่ม Art Edition ลดสูงสุด 60% ภายในงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 54 (the 54th Diplomatic Red Cross Bazaar) มหกรรมสินค้านานาชาติเพื่อการกุศลแห่งปี โดยความร่วมมือจากสภากาชาดไทยและคณะภริยาทูต พบกับเมซอง แบร์เช่ ปารีส ได้ที่ บูท R27 ระหว่างวันที่ 27 - 29 มีนาคม 2564 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ รอยัลพารากอนฮอล์ สยามพารากอน
THE NEXT ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาและจำหน่ายแว่นตาแบรนด์ BOLON ผุดป็อปอัพ สโตร์ “THE NEXT X BOLON” ใจกลางเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Reflective of Lifestyle” สะท้อนตัวตนผ่านใบหน้าของคุณ ด้วย #แว่นของญาญ่า ครบทุกคอลเล็คชั่น กว่า 1,000 แบบมากที่สุดในประเทศไทย ให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าและสาวกโบลอนได้อัพเดทเทรนด์ก่อนใคร พร้อมจำหน่ายแว่นตาโบลอนในราคาพิเศษลดสูงสุดเหลือเพียงชิ้นละ 2,975 บาท! ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2564
พบกับโปรโมชั่นสุดว้าวประจำเดือนมีนาคม ครั้งแรก! กับส่วนลดสูงสุด ราคาดีที่สุดในประเทศไทย ! เพียงซื้อแว่นตาโบลอนชิ้นที่ 2 ลดเพิ่มทันที 15% จากราคาโปรโมชั่นพิเศษที่งาน เหลือเพียงชิ้นละ 2,975 บาท! หรือรับส่วนลด 10% ทันทีที่ซื้อแว่นตาชิ้นแรก โปรโมชั่นพิเศษสำหรับซื้อแว่นตาโบลอนที่ป็อปอัพ สโตร์ “THE NEXT X BOLON” แว่นตาและแว่นกันแดด BOLON รุ่น Standard ทุกรุ่นทุกแบบ นำมาจำหน่ายในราคาพิเศษชิ้นละ 3,500 บาท, แว่นกันแดด รุ่นโพลาไรซด์ และแว่นสายตาพร้อมเลนส์ รุ่น ไทเทเนียม ราคาพิเศษชิ้นละ 4,500 บาท หรือซื้อแว่นตาแบบใดก็ได้ 1 ชิ้นขึ้นไปรับสิทธิ์แลกซื้อเลนส์ในราคา 690 บาท พร้อมของแถมและของที่ระลึกมากมาย ณ ชั้น 2 โซน Central Court centralwOrld
ติดตามกิจกรรมและโปรโมชั่นดีๆ จาก The Next X Bolon ได้ทาง Official Line @thenextoptical, Instagram thenextoptical, Facebook thenextoptical และ www.thenextoptical.com
#TheNextXBolon
เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับ Vivo Y72 5G สมาร์ตโฟนสำหรับ คนรุ่นใหม่ รุ่นล่าสุดในตระกูล Y Series ที่งานนี้ Vivo ขอจับมือพาสองหนุ่มคู่จิ้นอย่าง หยิ่น อานันท์ ว่อง และ วอร์ วนรัตน์ รัศมีรัตน์ ตัวแทนของคนรุ่นใหม่และนักแสดงนำจากซีรีส์วายชื่อดัง ‘กลรักรุ่นพี่ (Love Mechanics)’ แท็กทีมกันมาสร้างความฟินทะลุจอ พร้อมแจกความสดใสให้กับผู้ชมผ่านงาน Exclusive Online Launch สะท้อนความเป็นตัวตนของสมาร์ตโฟน Vivo Y72 5G ได้เป็นอย่างดี ทั้งดีไซน์ที่โดดเด่น ทันสมัย สเปกแบบจัดเต็ม ที่พร้อมรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง 5G ที่แรงและเร็วกว่าใครในราคาสบายกระเป๋าที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้ด้วยราคาไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท!
ภายในงานสองหนุ่ม หยิ่น-วอร์ ควงคู่ประชันเสียงร้องชวนหลงใหลผ่านบทเพลงใหม่ล่าสุดของทั้งสองคน "อ้อนไม่เก่ง” พร้อมร่วมมือกันทำภารกิจผ่านกิจกรรมสุดน่ารักที่ได้ฟีเจอร์ที่ทันสมัยของ Vivo Y72 5G มาเป็นตัวช่วย ทั้ง เกมจ้องตาห้ามกระพริบ ภายในเวลา 20 วินาที โดยใช้กล้องหลัก 64 ล้านพิกเซล ของสมาร์ตโฟน Y72 5G ที่มีโหมด Eye Auto Focus ช่วยเก็บภาพดวงตาสุดคมชัดของทั้งคู่ไว้เป็นหลักฐาน หรือเกมใบ้คำที่ทั้งคู่จะต้องผลัดกันใบ้คำและทายคำศัพท์จากโจทย์แต่ละหมวดหมู่ที่ถูกแสดงผลอย่างคมชัดบนหน้าจอ FHD+ ขนาด 6.58 นิ้ว ปิดท้ายด้วยโจทย์การถ่ายภาพโดยใช้ฟีเจอร์ Pose Master ตัวช่วยคนสำคัญสำหรับผู้ที่นึกท่าโพสไม่ออก เพียงแค่มีฟีเจอร์นี้ก็สามารถมีรูปภาพพร้อมท่าโพสสวยๆ เหมือนโมเดลมืออาชีพได้เลย
นอกจากนี้ ยังได้อีกสองตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ทั้งหนุ่ม ไมเคิล-ศิรชัช เจียรถาวร นักแสดงวัยรุ่นผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในโลกของการถ่ายภาพ และ อาชิ-อาชิตา ศิริภิญญานนท์ บิวตี้บล็อกเกอร์สาวคนสวย มาร่วมสร้างสีสันให้กับงานเปิดตัวในครั้งนี้ ผ่านกิจกรรมที่สุดโปรดพวกเขาบน Vivo Y72 5G สมาร์ตโฟนของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง
Vivo Y72 5G มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านความบันเทิง ทั้งหน้าจอที่ใหญ่สะใจ ชิปประมวลผลที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว แบตเตอรี่ที่อึดทนนานตลอดทั้งวัน รองรับการชาร์จเร็ว ถ่ายรูปเซลฟีกันได้อย่างจุใจด้วย กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล ที่รองรับฟีเจอร์ Solftlight Band ให้หน้าสว่างสดใสแม้ในที่แสงน้อย เก็บภาพความประทับใจทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนด้วยฟีเจอร์ Super Night Mode คมชัดทุกรายละเอียด และรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายสัญญาณแห่งอนาคตอย่าง 5G ได้อย่างลื่นไหล
งานนี้หนุ่ม หยิ่น-วอร์ การันตีความสวยของตัวเครื่อง Vivo Y72 5G ที่มาพร้อมกับ 2 เฉดสี Graphite Black สุดเท่ มอบความรู้สึกลึกลับ ด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท้องฟ้ายามค่ำคืน เหมาะกับลุคหนุ่มหยิ่น และสี Dream Glow สำหรับหนุ่มวอร์ ที่ให้ความรู้สึกไม่เหมือนกันในมุมมองที่แตกต่างกันออกไป บ่งบอกความเป็นตัวตนและสไตล์ของทั้งคู่ได้อย่างลงตัวVivo Y72 5G เปิดให้จองแล้ววันนี้ที่ราคา 9,999 บาท พร้อมรับของแถมสุดพิเศษ Bluetooth body weight scale มูลค่า 1,099 บาท และ Power Bank 10000mAh มูลค่า 799 บาท รับไปเลยทันที ฟรี! สำหรับผู้ที่จองตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. 64 - 30 มี.ค. 64 ณ Vivo Brand Shop ทุกสาขา ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ Vivo Official Online Store ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.vivo.com/th
#VivoY725GLaunch #5Gเข้าถึงทุกที่ทุกเวลา
อีฟแอนด์บอย ชวนคนรักน้ำหอมทั่วไทยร่วมดื่มด่ำกับความหอมสุดพิเศษจากน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลกที่รวบรวมมากว่า 500 แบรนด์ ในงาน ‘EVEANDBOY GARDEN OF PERFUME’ พบกับนิทรรศกาลน้ำหอมสุดปัง 5 คอนเซ็ปต์ The Air, The Stream, The Floral, The Botanic และ The Oriental ผ่านเทสเตอร์น้ำหอมที่ดีไซน์มาแบบพิเศษชิ้นต่อชิ้น ร่วมสัมผัสได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 28 มีนาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 22.00 น. ที่ SIAM SQUARE 1 ชั้น LG หน้าร้าน EVEANDBOY
น้ำหอม เป็นไอเท็มที่เป็นมากกว่าเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นที่นิยมของคนจำนวนมากในปัจจุบัน เพราะเป็นเสมือน ไอเท็มที่จะช่วยเสริมเสน่ห์ เพิ่มความมั่นใจ โดยแต่ละกลิ่นก็จะมีความแตกต่างกันออกไป แล้วแต่คนชอบและโอกาส ซึ่งนั่นทำให้การฉีดน้ำหอมสามารถบอกถึงตัวตนและเอกลักษณ์ของคนนั้นได้ด้วย โดยสำหรับ EVEANDBOY เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าว่าเป็นดั่ง Beauty Destination ที่มีสินค้าความงามหลากหลายให้เลือกสรร ทั้งสกินแคร์ เครื่องสำอางที่โดดเด่นถูกใจนักช้อปทั้งคนไทยและต่างประเทศ ทั้งยังเป็นศูนย์รวมน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลก มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ Masstige Brand, Luxury Brand และ Niche Brand ซึ่งนอกจากความหลากหลายแล้ว ยังการันตีว่าเป็นน้ำหอมแท้จากบริษัทผู้นำเข้าชั้นนำ 100% เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำ Beauty Destination อีฟแอนด์บอย จึงจัดนิทรรศการ ‘EVEANDBOY GARDEN OF PERFUME’ เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกลิ่นหอมในรูปแบบ Art Exhibition ที่แตกต่างและไม่เหมือนใครมาจัดแสดงครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง รวบรวมน้ำหอมในดวงใจหลายๆ คนกว่า 1,000 รุ่นให้กับคนรักน้ำหอมทั่วไทยได้มาทดลอง สัมผัสความหอมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมโปรโมชั่นที่มีเสน่ห์เกินต้านทาน เรียกได้ว่ามางานนี้งานเดียวจะต้องได้รับน้ำหอมกลิ่นที่ถูกใจกลับไปอย่างแน่นอน
ภายในงาน ตื่นตาตื่นใจกับสวนน้ำหอมสไตล์ Art Exhibition ครั้งแรกของเมืองไทย ‘EVEANDBOY GARDEN OF PERFUME’ กับ 5 คอนเซ็ปต์สุดปังที่ต้องไปเช็คอินและดื่มด่ำความหอมทุกจุด
● The Air คอนเซ็ปต์ที่ให้คุณได้สัมผัสความหอมสดชื่นเบาสบาย ที่ลอยอยู่ในอากาศ
● The Stream คอนเซ็ปต์ที่นำเสนอความหอมที่มาในรูปแบบของหยดน้ำหอม ที่กลั่นตัวเป็นสายน้ำ
● The Floral คอนเซ็ปต์ที่ให้คุณมีความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนดอกไม้ที่กำลังผลิบานผัดกลิ่น
● The Botanic คอนเซ็ปต์ที่จะมอบความสดชื่นเหมือนกำลังอยู่ท่ามกลางป่าและธรรมชาติ
● The Oriental คอนเซ็ปต์ที่จะปลุกพลังชีวิตกับคลื่นพลังความหอมสุดร้อนแรง จากฝั่งตะวันออก
โดยสามารถทดลองกลิ่นหอมของทั้ง 5 คอนเซ็ปต์ ผ่านเทสเตอร์น้ำหอมที่ดีไซน์มาแบบพิเศษและประณีตที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของคอนเซ็ปต์นั้นๆ พร้อมศึกษาน้ำหอมกลิ่นที่สนใจ ด้วยแผ่นเทสน้ำหอมและข้อมูลที่จะบรรยายรายละเอียดของกลิ่นต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ
พบน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 1,000 กลิ่น ลดสูงสุดถึง 60% พร้อมร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปสำหรับลูกค้า คนพิเศษให้ได้ร่วมสนุก และโปรโมชั่นสุดปัง!
ปังที่ 1 : รวมน้ำหอมแบรนด์ดังลดสูงสุด 60%
ปังที่ 2 : เพียงซื้อน้ำหอมที่ร่วมรายการครบ 4,500 บาท รับเพิ่มฟรีน้ำหอม 1 ขวด ยิ่งซื้อยิ่งแถม
ปังที่ 3 : เพียงซื้อน้ำหอมใดๆ ที่ร่วมรายการ 1 ชิ้น รับของสมนาคุณสุดพิเศษทันที
ปังที่ 4 : เพียงช้อปน้ำหอมครบ 3,500 บาท ร่วมสนุกรับของสมนาคุณสุดพิเศษในตู้ Lucky Box ทันที
ปังที่ 5 : FRAGRANCE EXHIBITION ขนน้ำหอม COUNTER BRAND ระดับโลกมาท้าพิสูจน์ความหอมแบบจัดเต็ม
ปังที่ 6 : EXCLUSIVE SMELLING STRIPS แผ่นเทสน้ำหอมลวดลายเฉพาะแบรนด์ไม่เหมือนใคร เฉพาะงานนี้เท่านั้น
ปังที่ 7 : ร่วมกิจกรรม WORKSHOP สุดพิเศษ กับแบรนด์น้ำหอมชั้นนำ อาทิ BVLGARI , MONTBLANC , COACH , LANVIN สัมผัสกลิ่นหอมตราตรึงใจ และกิจกรรมดีๆ ได้ในงานนี้ ที่เดียวเท่านั้น
พิสูจน์ความหอมจากน้ำหอมในดวงใจจากแบรนด์ดังที่ชื่นชอบได้ใน นิทรรศการ ‘EVEANDBOY GARDEN OF PERFUME’ ระหว่างวันที่ 19 – 28 มีนาคม 2564 เวลา 10.00 น. – 22.00 น. ณ SIAM SQUARE 1 ชั้น LG หน้าร้าน EVEANDBOY
Keds (เคดส์) ต้อนรับปีใหม่ด้วยคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2021 ที่นำความสดใสและกลิ่นอายของธรรมชาติมาสะท้อนผ่านโปรดักซ์ใหม่นี้ โดยได้ 1 ใน Global Brand Ambassador ประจำคอลเลคชั่นนี้อย่าง โบว์-เมลดา สุศรี ที่เคยร่วมงานกับเคดส์ในฐานะ Brand Endorser เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ในซีซั่นนี้โบว์นำความสดใสเบอร์ใหญ่มาพร้อมกับรองเท้าคอลเลคชั่นล่าสุดในคอนเซ็ปต์ A Lady with the Nature โดยแมทช์รองเท้าทั้ง 7 รุ่น 7 สไตล์กับลุครับหน้าร้อนในแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าสไตล์ชังกี้อย่างรุ่น Triple Kick Amp Leather White และรุ่น Crew Kick Alto Leather Cream-Leopard หรือจะเป็นรองเท้าที่สวมใส่สบายอย่างรุ่น Double Decker Organic Cotton Print และรุ่น Trio Eco Sandal Sage นอกจากนี้ยังมีรุ่นยอดนิยมอย่าง Champion TRX Marble, Triple Up Marble และรุ่นพิเศษอย่าง Ladies Print Organic Cotton อีกด้วย
ซึ่งทั้งในฐานะหนึ่งใน Global Brand Ambassador และแฟนรองเท้าเคดส์ นางเอกคนสวยกล่าวว่า “ปกติโบว์เลือกใส่สนีกเกอร์ของเคดส์ในชีวิตประจำวันอยู่แล้วค่ะ เพราะด้วยบุคลิกเราเป็นคนที่ไมได้เรียบร้อยมาก จะชอบทำอะไรรวดเร็ว เลยชอบรองเท้าที่ให้ทั้งความสบายและคล่องตัวในคราวเดียวกัน แล้วยิ่งในด้านการดีไซน์ด้วยแล้ว เคดส์ที่มีทั้งความเฟมินิลและความสปอร์ตทำให้แมทช์กับเสื้อผ้าได้หลากสไตล์อีกด้วย”
เตรียมพบกับคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2021 ได้ในเดือนเมษายนนี้ และที่ Facebook และ Instagram : @KedsThailand
ลอรีอัล มุ่งมั่นพลิกโฉมฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม (R&I) ครั้งสำคัญ ด้วยการใช้หลัก ‘วิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อม’ (Green Sciences) ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นไปตามความตั้งใจของบริษัทที่จะนำเสนอสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเคารพต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยภายในปี 2573 ส่วนผสม 95% ของผลิตภัณฑ์ลอรีอัลจะมาจากพืชที่สามารถปลูกทดแทนได้ แหล่งแร่ธาตุที่ใช้แล้วไม่หมดสิ้น หรือกระบวนการผลิตแบบหมุนเวียน ขณะที่การพัฒนาสูตรต่างๆ ทั้ง 100% จะพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำเป็นสำคัญ
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ดีทั้งต่อสุขภาพและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้น และการปกป้องโลกเป็นประเด็นที่สำคัญยิ่งในขณะนี้ การปรับเปลี่ยนการทำงานของฝ่าย R&I ของลอรีอัลนั้นมีเป้าหมายที่ท้าทายมาก โดยลอรีอัลจะใช้ธรรมชาติเป็นแรงขับเคลื่อน เพื่อสร้างสรรค์ส่วนประกอบทางเลือก ซึ่งมาจากวัตถุดิบที่สามารถปลูกทดแทนหรือหมุนเวียนได้ เพื่อทดแทนส่วนผสมที่ผลิตหรือมีส่วนประกอบจากปิโตรเลียมซึ่งเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป
ลอรีอัลจะใช้วิทยาการด้านวิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อมล่าสุด เพื่อให้การผลิตส่วนผสมต่างๆ เป็นไปอย่างยั่งยืน และสกัดสิ่งที่ดีที่สุดจากธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในปี 2563 ที่ผ่านมา วัตถุดิบ 80% ของลอรีอัล กรุ๊ป สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ขณะที่วัตถุดิบ 59% เป็นวัตถุดิบที่สามารถผลิตทดแทนหรือหมุนเวียนได้ และ 34% เป็นวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ หรือมีต้นกำเนิดจากธรรมชาติ โดยส่วนผสม 29% ที่ใช้ในสูตรต่างๆ ของลอรีอัลนั้น ได้รับการพัฒนาขึ้นตามหลักการของเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Chemistry)[1]
นิโคลา ฮิโรนิมุส รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กล่าวว่า “ลอรีอัลกำลังก้าวเข้าสู่การพลิกโฉมฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมของบริษัทด้วยวิทยาการวิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของบริษัทนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เราตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2573 เราจะสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ความงามที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นและปลอดภัย สำหรับผู้บริโภคทั้งหญิงและชายทั่วโลก พร้อมทั้งปกป้องสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป”
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ลอรีอัลได้ทุ่มเทและใช้ทรัพยากรด้านวิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงวิทยาการความก้าวหน้าล่าสุดในด้านวิทยาศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งพัฒนาการใหม่ๆ ในด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ด้านการพัฒนาสูตรต่างๆ และเครื่องมือในการสร้างแบบจำลอง นอกจากนี้ บริษัทกำลังเดินหน้าการสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับมหาวิทยาลัย สตาร์ทอัพ และซัพพลายเออร์วัตถุดิบของบริษัท
บาร์บารา ลาเวอร์นอส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี กล่าวเสริมว่า “วิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราสามารถตั้งเป้าหมายด้านวิทยาศาสตร์และเทคนิคที่ท้าทายได้ หลักการที่อิงตามเศรษฐกิจหมุนเวียนจะทำให้เราสามารถคิดค้นและยกระดับประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ในมาตรฐานใหม่ และค้นพบประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ความงามอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยใส่ใจต่อโลกและไม่ทำให้คุณภาพหรือความปลอดภัยลดลง”
ณ ปัจจุบัน ลอรีอัล มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในแต่ละขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกมากกว่า 100 ขั้นตอน ครอบคลุมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นคอนเซปต์ของผลิตภัณฑ์ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด มีกระบวนการพัฒนาและทดสอบคุณสมบัติของตัวผลิตภัณฑ์ ให้คงคุณภาพตลอดอายุการใช้งาน โดยผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ใน ลอรีอัล กรุ๊ป ส่วนใหญ่มีอายุอย่างน้อย 3 ปี นับจากเดือนปีที่ผลิต โดยผลิตภัณฑ์ของลอรีอัลทั่วโลกได้รับการทดสอบและรับรองคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยตลอดระยะเวลาของอายุผลิตภัณฑ์
● ยึดหลักความโปร่งใสมากยิ่งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจและเลือกผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีความรับผิดชอบ
ลอรีอัลยังคงยึดมั่นในหลักความโปร่งใส โดยจะริเริ่มโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงข้อมูล และการสื่อสารกับผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถสะท้อนคุณค่าที่ผู้บริโภคยึดมั่น
- ลอรีอัลจะรักษาความโปร่งใสตามคำประกาศ โดยการสื่อสารผ่านเว็บไซต์ “Inside Our Products” เพื่อให้ข้อมูลที่ตอบข้อสงสัยของผู้บริโภคเกี่ยวกับส่วนผสมที่ใช้ในสูตรต่างๆ และส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ซึ่งครอบคลุมส่วนผสมเกือบ 1,000 รายการ เผยแพร่ใน 45 ประเทศ ใน 8 ภาษา และจะมีการความตระหนักรู้ของข้อมูลเพิ่มเติมผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ใน 20 ประเทศ
- ข้อมูลความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์จะได้รับการเผยแพร่เพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์แบรนด์หลักต่างๆ อาทิ ลอรีอัล ปารีส,
การ์นิเย่, ลา โรช-โพเซย์, เมย์เบลลีน นิวยอร์ก, เคเรสตาส และ YSL
- บริษัทได้ทำแคมเปญสื่อสารข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมจากผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเมื่อเดือนมิถุนายน 2563 ภายใต้โปรแกรม L'Oréal for the Future นำร่องโดยแบรนด์ การ์นิเย่ และในอนาคตทุกแบรนด์ของลอรีอัลจะทยอยทำการสื่อสารข้อมูลดังกล่าวอย่างครอบคลุม
● พัฒนาความปลอดภัยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม
ความปลอดภัย และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานของลอรีอัล
ลอรีอัลได้บุกเบิกการทดสอบทางเลือก ที่นำมาใช้ทดแทนการทดลองผลิตภัณฑ์กับสัตว์ด้วยการสร้างโครงสร้างผิวหนังจำลองเสมือนจริงขึ้น เพื่อประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ลอรีอัลได้ยกเลิกการทดลองผลิตภัณฑ์กับสัตว์ในปี 2532 ก่อนที่การทดลองกับสัตว์จะถูกประกาศว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายในอีก 14 ปีต่อมา นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ถึงวิธีการทดสอบทางเลือกนี้ในจีน ซึ่งในปี 2557 ทางการจีนได้ประกาศยกเลิกการทดลองกับสัตว์สำหรับเครื่องสำอางประเภทพื้นฐาน
(non-functional) ที่ผลิตภายในประเทศ และในปีนี้ การดำเนินการในเรื่องดังกล่าวมีความก้าวหน้าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรัฐบาลจีนได้ยกเลิกข้อกำหนดการทดลองกับสัตว์ในส่วนเครื่องสำอางที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยให้ใช้ใบรับรองมาตรการ GMP แทน
ลอรีอัลมีการปรับปรุงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของสูตรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2538 บริษัทได้สร้างห้องปฏิบัติการวิจัยเพื่อประเมินและจำลองรูปแบบผลกระทบของผลิตภัณฑ์ต่อระบบนิเวศ (น้ำและดิน) และความหลากหลายทางชีวภาพ ตามโครงการเพื่อความยั่งยืน L’Oréal for the Future ลอรีอัลตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2573 ส่วนผสม 95% ของบริษัทจะมาจากแหล่งชีวภาพหรือกระบวนการผลิตแบบหมุนเวียน โดยสูตรทั้ง 100% ที่ได้รับการพัฒนาจะต้องผ่านการทดสอบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายให้กับความหลากหลายของระบบนิเวศทางน้ำทั้งในทะเล และแหล่งน้ำจืด
เตรียมตัวนับถอยหลัง ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วสำหรับงานเปิดตัว Vivo Y72 5G สมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดจากตระกูล Y Series ที่พร้อมจะเผยโฉมให้ได้รับชมกันอย่างเป็นทางการ ใน วันที่ 22 มีนาคม นี้ โดยจุดเด่นของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้มาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 64 ล้านพิกเซล อัดแน่นด้วยฟีเจอร์กล้องขั้นเทพที่สามารถเก็บทุกภาพความประทับใจได้อย่างน่าทึ่ง วันนี้ Vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก จะพาไปชมตัวอย่างภาพบางส่วนที่ถ่ายด้วยสมาร์ตโฟนรุ่นนี้กัน
- เอาอยู่ทุกช็อตประทับใจ แม้ในพื้นที่แสงน้อย
- เก็บภาพคมชัดทุกรายละเอียดด้วยกล้องหลักคุณภาพสูง
- ถ่ายภาพบุคคล (Portrait) ได้สวยงามระดับมืออาชีพ เก็บครบทุกสีสัน แม้ในเวลากลางคืน
- สร้างสรรค์ภาพถ่ายในมุมมองใหม่ เก็บภาพสิ่งเล็กๆ รอบตัวให้มีชีวิตชีวามากขึ้น
- ถ่ายภาพเซลฟีด้วยกล้องหน้าในความละเอียดสูง สวยโดดเด่น สะดุดตา ในทุกสภาพแสง จะกลางวันหรือกลางคืนก็เอาอยู่
สามารถเข้ารับชม Exclusive Online Launch งานเปิดตัว Vivo Y72 5G พร้อมกันได้ ผ่านทาง Live Streaming 3 ช่องทาง ทั้ง เฟซบุ๊กเพจ Vivo Official ช่องยูทูบ Vivo official Channel และ LINE Official Vivo Thailand ในวันจันทร์ที่ 22 มีนาคม 2564 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป สายถ่ายภาพตัวจริง ห้ามพลาด!
#VivoY725GLaunch #5Gเข้าถึงทุกที่ทุกเวลา
เว็บไซต์นี้มีการเก็บ Cookies เพื่อปรับปรุงการให้บริการ จิ้มดู นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม