Beauty Arrival

Innergie แบรนด์จาก Delta ในสินค้ากลุ่ม Mobile Power เปิดตัวแคมเปญรักษ์โลก เพื่อลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย

แคมเปญ เก่าแลกใหม่ จาก Innergie เปลี่ยนอะแดปเตอร์เก่าที่ไม่ใช้ หรือ ชำรุดให้มีมูลค่าและยังช่วยกำจัดอะแดปเตอร์อย่างถูกวิธี เพียงนำอะแดปเตอร์ที่ไม่ใช้แล้ว มาแลกเป็นส่วนลดสูงสุด 500 บาท เพื่อซื้ออะแดปเตอร์ One For All Series ที่ร้าน .life และ iStudio by Copperwired ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2564 เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลได้ง่ายขึ้น

แคมเปญนี้ยังช่วยสนับสนุนลูกค้าที่เลือกซื้อสินค้าอย่างมีสติ ด้วยการนำเสนออะแดปเตอร์ One For All ซีรีย์ ที่สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้หลากหลาย ตั้งแต่โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต มือถือ และอุปกรณ์อื่นๆ Innergie ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตอบสนองทุกความต้องการในการชาร์จด้วยอะแดปเตอร์ที่มีคุณภาพสูงเพียงแค่ตัวเดียว

ในฐานะที่เป็นผู้นำระดับโลกทางด้านพลังงานและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เดลต้านำเสนอผลิตภัณฑ์ “อัจฉริยะ” ที่มีประสิทธิภาพสูง Innergie ได้ใช้นวัตกรรมของ Delta เพื่อสร้างวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

Innergie มุ่งมั่นที่จะปกป้องโลกร่วมกับลูกค้าและผู้ถือหุ้น จากรายงานของกรมควมคุมมลพิษ ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยมีประมาณเกือบ 4 แสนตันต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี เป็นทวีคูณ

การกำจัดผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หากไม่ผ่านกระบวนการจัดการที่ถูกต้อง ขยะเหล่านี้ก็จะเป็นพิษกลับมาทำลายสิ่งแวดล้อมและมนุษย์เราได้ เนื่องจากขยะประเภทนี้ย่อยสลายได้ยากและมีส่วนประกอบของสารที่เป็นพิษต่อธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต

ในยุคดิจิทัลนี้ เรามีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายมากมายและจำนวนอะแดปเตอร์จะมีเยอะขึ้นตามจำนวนอุปกรณ์ที่เรามี Innergie ได้พัฒนาอะแดปเตอร์อเนกประสงค์ที่สามารถปรับกระแสไฟอัตโนมัติตามแต่อุปกรณ์ที่ใช้ เพื่อลดจำนวนอะแดปเตอร์ในการใช้งานลง

การเลือกอะแดปเตอร์ที่เหมาะสม จาก Innergie ช่วยให้ผู้ใช้งานประหยัดเงิน ประหยัดพื้นที่และปกป้องโลกใบนี้Innergie ทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อส่งมอบหลักการของ Delta “Smarter. Greener. Together.” มุ่งสร้างนวัตกรรมพลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับแคมเปญ https://th.myinnergie.com/tradein

MUJI ย้ำยังมั่นใจตลาดไทย แปลงโฉมสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ใหญ่ขึ้นกว่า 3 เท่า

มูจิ ประเทศไทย ตอกย้ำความมั่นใจศักยภาพตลาดไทย ล่าสุดปรับโฉม MUJI สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ใหม่ทั้งหมด พร้อมเปิดให้บริการ 1 เมษายน 2564 นี้เป็นต้นไป ขยายพื้นที่เพิ่มกว่าเดิมมากกว่า 3 เท่า จาก 359 ตารางเมตร เป็น 1,400 ตารางเมตร เพิ่มร้านกาแฟเป็นสาขาที่ 3 ในประเทศไทย รวมทั้งให้บริการด้านการออกแบบภายใน (MUJI Interior Consultation Service) และบริการตัดขากางเกง ฟรี! ชี้ศักยภาพตลาดย่านรามอินทราทำเลทองแห่งใหม่ เป็นแหล่งรวมที่อยู่อาศัยและโฮมออฟฟิศหนาแน่น ประกาศปรับราคาเสื้อผ้า MUJI WALKER กันยูวีแบบแห้งเร็ว ลดราคาสูงสุด 30% ในราคาเริ่มต้นเพียง 390 บาท รับลมร้อน

นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด MUJI ยังคงมองประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพ นอกจากกลยุทธ์ปรับราคาสินค้าเป็นราคาที่ผู้บริโภคคนไทยเข้าถึงได้ง่ายแล้วยังเดินหน้ากลยุทธ์ขยายช่องทางการจำหน่ายในส่วนออนไลน์และออฟไลน์ ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ล่าสุดหลังจากที่ MUJI สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ได้ให้บริการลูกค้า MUJI ในย่านรามอินทราและพื้นที่ใกล้เคียงมากกว่า 4 ปี MUJI ได้ปรับปรุงสาขาดังกล่าวเป็นรูปโฉมใหม่ทั้งหมด โดยขยายเนื้อที่ให้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า จากพื้นที่ให้บริการเดิม 359 ตารางเมตร เป็น 1,400 ตารางเมตร สำหรับรองรับการให้บริการลูกค้าในย่านดังกล่าวซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากโลเกชั่นทำเลดังกล่าวเป็นทำเลศักยภาพที่มีจำนวนผู้อยู่ที่มีกำลังซื้ออาศัยหนาแน่น พร้อมเปิดให้บริการสาขาโฉมใหม่ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 นี้

“แฟชั่นไอส์แลนด์เป็นโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่บนถนนรามอินทรากิโลเมตรที่ 10 ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่ทอดยาวคาบเกี่ยวพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งเหนือและฝั่งตะวันออก เชื่อมโยงถนนสายหลักและสายรองสำคัญ ๆ หลายสาย รวมทั้งมีโครงการรถไฟฟ้าระบบรางเดี่ยวสีชมพูที่กำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2565 ช่วยอำนวยความสะดวกเชื่อมต่อการเดินทางให้สะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำเลนี้จึงนับเป็นทำเลศักยภาพย่านหนึ่งที่มีโครงการที่อยู่อาศัยกระจายตัวอยู่จำนวนมาก รวมทั้งเริ่มเป็นย่านของโฮมออฟฟิศ ประกอบกับเดิมกลุ่มคนทำงานกระจายตัวออกมาซื้อที่พักอาศัยในทำเลนี้เป็นจำนวนมาก จึงมีกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ นับเป็นอีกหนึ่งในโลเกชั่นที่ MUJI มองเห็นศักยภาพและให้ความสำคัญ จึงเลือกปรับปรุงโฉมสาขานี้เป็นอันดับต้น ๆ ภายใต้แนวคิดให้ MUJI เป็นแบรนด์สินค้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น” นายอกิฮิโร่ กล่าว

MUJI สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์โฉมใหม่ตั้งอยู่ที่โซน Grand Station ชั้น 1 ในศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ บนพื้นที่ 1,400 ตารางเมตร มีสินค้า MUJI ให้เลือกกว่า 3,000 รายการ ภายในสาขายังมีร้านกาแฟ “MUJI Coffer Corner” เป็นร้านกาแฟสาขาที่ 3 ในประเทศไทย ตกแต่งด้วยบรรยากาศแบบธรรมชาติอบอุ่นเรียบง่ายสไตล์ MUJI และยังมี 2 บริการ ภายในสาขาดังกล่าว ได้แก่ บริการ MUJI Interior Consultation Service ซึ่งเป็นบริการที่ปรึกษาด้านออกแบบภายใน ให้ลูกค้าสามารถปรึกษาหรือขอคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ หรือปัญหาด้านการจัดเก็บพื้นที่ที่จำกัด จากที่ปรึกษาด้านการตกแต่งภายในของ MUJI เพื่อการอยู่อาศัยที่มีประสิทธิภาพ สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ภายใต้ “ความสวยงาม” และ “ความเรียบง่าย” และบริการตัดขากางเกงฟรี! สำหรับลูกค้าที่ซื้อกางเกง MUJI ที่ร่วมรายการพร้อมแสดงใบเสร็จให้แก่พนักงานภายในสาขา

นายอกิฮิโร่ กล่าวเสริมว่า เพื่อดำเนินงานตามหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ MUJI ให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้มากยิ่งขึ้น ผ่านกลยุทธ์การตลาดด้านราคาและเพื่อเป็นการต้อนรับหน้าร้อน MUJI ได้ปรับราคาสินค้า MUJI WALKER กันยูวีแบบแห้งเร็ว อาทิ เสื้อโปโล เสื้อแขนสั้น ฮูดดี้ เสื้อยืดแขนกุด กางเกงผ้าแห้งยืดได้ 4 ทิศ รองเท้าผ้าใบลดแรงกระแทกบริเวณส้นเท้า เป็นต้น โดยปรับราคาลดลงสูงสุดถึง 30% ด้วยราคาสินค้าเริ่มต้นเพียง 390 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ทั้งนี้ MUJI WALKER เป็นเสื้อผ้าสวมใส่แบบชุดลำลอง หรือใส่ออกกำลังกายเบา ๆ มีคุณสมบัติดูดซับและแห้งเร็ว พร้อมปกป้องรังสียูวี เนื้อผ้าฝ้ายสัมผัสนุ่มสบายผิว มาพร้อมแถบสะท้อนแสง เพื่อให้มองเห็นตัวผู้ใส่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในเวลากลางคืน

พบกับ MUJI สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ โฉมใหม่ได้ที่พิกัด 587, 589 อาคารศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ห้องเลขที่ GSSH114 (โซนแกรนด์สเตชั่น Grand Station) ชั้น 1 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร 10230 (โทร 02-040-5411) พร้อมต้อนรับซัมเมอร์ด้วยการเลือกช้อปเสื้อผ้าและรองเท้า MUJI WALKER ในราคาสบายกระเป๋า ได้ที่MUJI ทุกสาขา รวมทั้งช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์ ทั้งในแพลตฟอร์มเว็ปไซต์ www.central.co.th/en/muji และ Central ในแอปพลิเคชันhttp://centralapp.central.co.th/app.php

ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก สืบสานอัตลักษณ์มรดกความเป็นไทย ฉลองเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ในงาน “เดอะ มาร์เก็ต สงกรานต์ฉลองนคร ๒๕๖๔”

ศูนย์การค้า เดอะมาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) ร่วมกับ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม, สภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และจังหวัดปทุมธานี จัดงาน “เดอะ มาร์เก็ต สงกรานต์ฉลองนคร” ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันงดงามสะท้อนผ่านอัตลักษณ์แห่งความเป็นไทย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์มหามงคล ร่วมกราบสักการะสรงน้ำขอพร ๙ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ได้แก่ ๑. หลวงพ่อพระพุทธโสธร ๒. หลวงพ่อ วัดไร่ขิง ๓. หลวงพ่อ วัดบ้านแหลม ๔. หลวงพ่อโต วัดบางพลี ๕. หลวงพ่อทันใจ ๖. หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา วัดท่าซุง ๗. พระพุทธชินราช ๘. พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ๙. หลวงพ่อโตวัดพนัญเชิง พร้อมขอเชิญร่วมทำบุญระฆังเงินระฆังทอง และเพลิดเพลินไปกับการช้อป ชิม ชิลล์สินค้าและอาหารอิ่มอร่อยมากมายภายในงานตั้งแต่วันที่ ๖ – ๑๘ เมษายน ศกนี้ บริเวณ ชั้น M (R Walk และ M Hall) และชั้น G (Outdoor)

โดยมี สุฐิตา โชติจุฬางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักกรรมการ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ย่านราชประสงค์) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ตลอดจนศิลปินนักแสดง กิตตน์ก้อง ขำกฤษ และเฌอเบลล์ - ลัลณ์ลลิน เตจะสา ร่วมพิธีเปิดงานซึ่งจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๔ ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ M Hall ชั้น M ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์)

‘ทีฟาล์ว’ ปลื้มยอดขายออนไลน์โตกว่า 2 เท่า เดินหน้าร่วมมือ ช้อปปี้ ขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ พร้อมอัดโปรเด็ด ลดดับร้อน

ทีฟาล์ว ผนึก ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เดินกลยุทธ์บุกตลาดอีคอมเมิร์ซต่อเนื่อง หลังปลื้มยอดขายบนช้อปปี้เติบโตกว่า 2 เท่า ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา พร้อมปักธงกระตุ้นยอดขายตั้งแต่ช่วงต้นปีกับโปรเด็ด ลดดับร้อน ในมหกรรมการช้อปปิ้งสุดยิ่งใหญ่ Shopee 4.4 Mega Shopping Day ที่มาพร้อมกับส่วนลดสูงสูงสุด 70% และโค้ดรับ Shopee Coins คืนสูงสุด 50% ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 4 เมษายน 2564

นายปฐม ยงค์มาลย์วงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท กรุ๊ป เอสอีบี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กและเครื่องครัว ภายใต้แบรนด์ ทีฟาล์ว (Tefal) เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์โควิด-19ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในปฏิกิริยาเร่งสำคัญ ที่ทำให้ผู้คนหันเข้ามาสนใจและพึ่งพาการช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อเติมเต็มความต้องการในการซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น และด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไป ‘ทีฟาล์ว’ จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของอีคอมเมิร์ซที่เปรียบเสมือนส่วนขยายสำคัญที่จะช่วยเพิ่มการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง จึงได้ปรับกลยุทธ์หันมาโฟกัสในการทำการตลาดบนโลกออนไลน์มากยิ่งขึ้นและได้จับมือทางธุรกิจกับ ‘ช้อปปี้’ เพื่อยกระดับการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์และสามารถขยายฐานผู้บริโภคมายังอีคอมเมิร์ซได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลังจากความร่วมมือกับ ช้อปปี้ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทีฟาล์ว สามารถเข้าถึงระบบการจัดการหลังบ้านที่ครบครัน อีกทั้งยังสามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือทางการตลาดและฟีเจอร์ยอดนิยมของช้อปปี้ อาทิ Shopee Live และ Shopee Feed จนสามารถสร้างยอดขายที่เติบโตของร้านค้า Tefal Official Store บน Shopee Mall ได้มากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว ซึ่งนับว่าเป็นเสียงสะท้อนสำคัญที่บ่งบอกให้ถึงพฤติกรรมการบริโภคบนช่องทางออนไลน์ของเหล่านักช้อป อีกทั้งยังเป็นเสียงการันตีถึงประสิทธิภาพและความต้องการของสินค้าจากทีฟาล์วบนตลาดออนไลน์”

“ด้วยเหตุนี้ ทีฟาล์ว จึงได้รุกเดินหน้าขยายความร่วมมือกับ ช้อปปี้ ในปี 2564 เพื่อพัฒนาและยกระดับความสามารถในการทำการตลาดบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นกระตุ้นยอดขายตั้งแต่ในช่วงต้นปีกับมหกรรมการช้อปปิ้งในแคมเปญ Shopee 4.4 Mega Shopping Day ที่ทีฟาล์วได้เตรียมนวัตกรรมเครื่องครัวสุดไฮเทค มามอบให้แก่เหล่าผู้บริโภคด้วยความสะดวกสบายเพียงปลายนิ้วสัมผัส พร้อมนำสินค้าตัวท็อปมาร่วมโปรโมชั่นและส่วนลดมากมายอาทิ ส่วนลดสูงสุด 70% และโค้ดรับ Shopee Coins คืนสูงสุด 50% ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 4 เมษายน 2564 ” นายปฐม กล่าวเสริม

เตรียมพบกับมหกรรมการลดราคากับโปรเด็ด ดับร้อน ในแคมเปญ Shopee 4.4 Mega Shopping ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 4 เมษายนนี้ ที่ทีฟาล์วได้ขนกองทัพนวัตกรรมเครื่องครัวมามอบให้เหล่าผู้ใช้งานอย่างจุใจ ในช่วงหน้าร้อนนี้ โดยมีไฮไลท์อยู่ที่

⦁ ส่วนลดสุดคุ้มเฉพาะบน Shopee Mall: ร่วมช้อปกับนวัตกรรมเครื่องครัวตัวท็อปจากทีฟาล์ว ที่มาลดราคาทั้งร้านสูงสุด 70% พร้อมลดอีกต่อด้วยโค้ดรับ Shopee Coins คืนสูงสุด 50% และรับสิทธิพิเศษสุดเลอค่าอีกมากมาย เมื่อชำระเงินผ่าน ShopeePay

⦁ ของรางวัลและของแถมสุดร้อนแรง: เมื่อช้อปสินค้าที่ร่วมรายการโปรโมชั่น เหล่านักช้อปมีสิทธิ์รับของรางวัลสุดพิเศษจากทีฟาล์ว อาทิ รับหม้อทอดไร้น้ำมัน EY1018 มูลค่า 3,590 บาท ฟรี เมื่อซื้อเตารีด SV8062 และ รับฟรีเครื่องปั่น BL4211 มูลค่า 1,590 บาท เมื่อซื้อ เครื่องดูดฝุ่น TY6975

เตรียมช้อปสินค้าตัวท็อปจาก Tefal Official Store บน Shopee Mall กับโปรเด็ด ลดดับร้อน ในแคมเปญ Shopee 4.4 Mega Shopping Day ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 4 เมษายน 2564 ได้ที่ https://shopee.co.th/tefal_official_shop

Vivo Y72 5G วางจำหน่ายให้เป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ จัดเต็มครบทุกฟีเจอร์เด็ด พร้อมเชื่อมต่อ 5G ทุกที่ ทุกเวลา

Vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก ประกาศวางจำหน่าย Vivo Y72 5G สมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดจากตระกูล Y Series อย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ที่ราคา 9,999 บาท หลังจากที่เปิดตัวในประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ในงาน Exclusive Online Launch พร้อมปล่อยโปรโมชันพิเศษให้สั่งจองล่วงหน้าไปแล้วเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

Vivo Y72 5G มาพร้อมกับเทคโนโลยีรองรับการเชื่อมต่อ 5G พร้อมแนวคิด ‘5G เข้าถึงทุกที่ ทุกเวลา’ เพื่อมอบประสบการณ์สุดลื่นไหลในทุกสถานการณ์ เก็บทุกภาพความประทับใจด้วยกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพได้คมชัดทุกท่วงท่า เลนส์มุมกว้างพิเศษ Super Wide-Angle (120 องศา) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพได้กว้างสะใจทุกองศา และเลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สร้างสรรค์สิ่งเล็กๆ รอบตัวให้มีชีวิตชีวามากขึ้น พร้อมรองรับฟีเจอร์ Super Night Mode, Super Night Selfie, โหมดกันสั่น EIS และ Eye Autofocus พร้อม RAM 8GB พร้อมทำงานด้วยชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 700 รุ่นล่าสุด เต็มที่กับทุกกิจกรรมตลอดวันด้วยแบตเตอรี่ 5,000 มิลลิแอมป์ พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว 18W มีให้เลือกสองสี ได้แก่ Graphite Black และ Dream Glow สวยโดดเด่น เปล่งประกายหลากหลายมิติ

Vivo Y72 5G เปิดให้เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ที่ Vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมรับฟรี! ของแถมสุดพิเศษ Bluetooth body weight scale มูลค่า 1,099 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://www.vivo.com/th

อาร์ทิสทรีเผยตัวช่วยให้สาวๆ "ผิวสวย ฉ่ำ โกลว์" รับซัมเมอร์ ด้วย “ARTISTRY STUDIO LOS ANGELES EDITION”

ร้อนนี้ไม่ต้องกลัว! เครื่องสำอางอาร์ทิสทรีจากแอมเวย์ ชวนสาวๆ โชว์ "ผิวสวย ฉ่ำ โกลว์" ครีเอทลุคสุดปังรับแดดซัมเมอร์ ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่จากอาร์ทิสทรี สตูดิโอ คอลเลกชันใหม่ล่าสุด “อาร์ทิสทรี สตูดิโอ ลอสแอนเจลิสเอดิชั่น (ARTISTRY STUDIO LOS ANGELES EDITION)” ที่สุดของไอเท็มเด็ดคู่ซี้ข้างกายช่วงซัมเมอร์ ตัวช่วยที่จะทำให้สาวๆ สวยพร้อม ทั้งผิวหน้าฉ่ำวาวเป็นประกาย พร้อมกับผิวกายเนียนนุ่ม หอม สดชื่น อวดลุคผิวโกลว์บ่มแดด โซฮอตจนทะเลต้องลุกเป็นไฟ! ด้วยผลิตภัณฑ์สีสันสดใสอินสไปร์มาจากบรรยากาศของเมืองแอล.เอ. และชายหาดแคลิฟอร์เนีย ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานสีสันแสนเย้ายวนชวนฝัน เพิ่มความสดใสด้วยแพ็คเกจดีไซน์โดดเด่นจากภาพวาดสีน้ำฝีมือศิลปินสาวชาวอิตาลี “โรแบร์ต้า เซตา” สะท้อนคาแรคเตอร์สาวสวยมั่น โดดเด่นทันสมัย เผยไลฟ์สไตล์ริมหาดแคลิฟอร์เนียได้อย่างลงตัว

สร้างลุคผิวโกลว์สวยบ่มแดดไปกับ ARTISTRY STUDIO LOS ANGELES EDITION ซึ่งประกอบด้วย

● อาร์ทิสทรี สตูดิโอ ลอสแอนเจลิส เอดิชั่น แปซิฟิค ปรู๊ฟ อาย แชโดว์ ครีม (Artistry Studio Los Angeles edition Pacific Proof Eye Shadow Cream) อายแชโดว์ชนิดครีม สูตรกันน้ำ เกลี่ยได้กลมกลืนไม่มีพลาด เพิ่มเสน่ห์ให้เปลือกตาโกลว์เปล่งประกายระยิบระยับ ฉ่ำวาว ยาวนาน แม้โดนน้ำก็ไม่มีหลุด ส่วนผสมบำรุงผิวจากน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก วิตามินอี และเนยเมล็ดมะม่วง ปราศจากพาราเบนและน้ำหอม มีให้เลือกถึง 2 สี ได้แก่ สีทองแชมเปญ ประกายชิมเมอร์ (แอลเอ แซนด์) และสีชมพูทองแดง ประกายชิมเมอร์ (แอลเอ ซันเซ็ท) ราคาสมาชิก 580 บาท ราคาขายปลีก 635 บาท

● อาร์ทิสทรี สตูดิโอ ลอสแอนเจลิส เอดิชั่น แปซิฟิค ปรู๊ฟ บราว เพอร์เฟ็คเตอร์ (Artistry Studio Los Angeles edition Pacific Proof Brow Perfector) มาสคาร่าคิ้ว ปัดคิ้วให้ฟู ดูมีมิติ หรือจะปัดให้เรียงเส้นสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยขนแปรงขนาดเล็กช่วยให้จัดแต่งคิ้วได้ละเอียดตามต้องการ สูตรกันน้ำ ติดทนทาน ล็อกคิ้วเป๊ะตลอดวัน มีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าวเพื่อเพิ่มการบำรุง ปราศจากพาราเบนและน้ำหอม ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำตาลอ่อน/กลาง โทนอุ่น (บีช โท้ป) และสีน้ำตาลกลาง/เข้ม (บีช บราวน์) ราคาสมาชิก 535 บาท ราคาขายปลีก 590 บาท

● อาร์ทิสทรี สตูดิโอ ลอสแอนเจลิส เอดิชั่น ไลท์ส, คาเมร่า ลิป ออยล์ กลอสส์ (Artistry Studio Los Angeles edition Lights, Camera Lip Oil Gloss) ลิปออยล์กลอสส์ เนื้อสัมผัสใหม่ที่นุ่มลื่น ไม่เหนียวปาก ประกายแวววาวสู้แสงแดด ช่วยสร้างสรรค์ลุคสวยใส ริมฝีปากสวยสุขภาพดี มอบริมฝีปากอวบอิ่ม ฉ่ำวาวน่าจุ๊บ มีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน เชีย บัตเทอร์ วิตามินอี ให้กลิ่นหอมหวานของมะพร้าว ปราศจากพาราเบนและส่วนผสมจากสัตว์ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีชมพูอ่อน ทาแล้วดูสดใส (สีแปซิฟิค คอรัล) สีใสประกายกลิตเตอร์ มอบริมฝีปากดูชุ่มชื้น (สีแปซิฟิค เวฟ) ราคาสมาชิก 575 บาท ราคาขายปลีก 630 บาท

● อาร์ทิสทรี สตูดิโอ ลอสแอนเจลิส เอดิชั่น ไลท์ส, คาเมร่า เฟซ สติ๊ก (Artistry Studio Los Angeles edition Lights, Camera Face Stick) ไฮไลท์แบบแท่งเนื้อผสมด้วยเนื้อครีมไฮไลท์และเนื้อบาล์ม
ให้ฟินิชลุคที่โกลว์แบบเป็นธรรมชาติแนบเนียนไปกับผิว เติมความโกลว์ฉ่ำ ให้ผิวหน้าเปล่งประกายแวววาวสะท้อนกับแสงแดด แกนกลางเป็นบาล์มบำรุงผิวซึ่งมีส่วนผสมของไฮยารูรอนิค แอซิด มอยส์เจอไรเซอร์ น้ำมันมะพร้าว และวิตามินอี ปราศจากพาราเบนและน้ำหอม สามารถใช้ได้กับทุกสีผิว มอบสีชมพูระเรื่อสำหรับคนผิวขาว และให้ลุคผิวกระจ่างโปร่งแสงสำหรับคนผิวเข้ม ราคาสมาชิก 450 บาท ราคาขายปลีก 495 บาท

● อาร์ทิสทรี สตูดิโอ ลอสแอนเจลิส เอดิชั่น บอดี้ บาร์ (Artistry Studio Los Angeles edition Body Bar) บอดี้ บาร์ ที่ช่วยบำรุงและขัดผิวได้อย่างอ่อนโยน เผยผิวเนียนนุ่มรับซัมเมอร์ มาพร้อมกลิ่นหอมที่ชวนให้หลงรัก มีให้เลือก 2 สูตรด้วยกัน ได้แก่ แปซิฟิค ซันเซ็ท บอดี้ บาร์ สบู่ก้อนบำรุงผิว ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื่น ด้วยคุณค่าจากกลีเซอริน น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันมะกอก พร้อมหอมละมุนด้วยกลิ่นของผลไม้เมืองร้อน และไม้หอมอบอวล แปซิฟิค เวฟ โพลิชชิ่ง บอดี้ บาร์ สบู่ขัดผิวที่ช่วยขจัดผิวแห้งกร้านด้วยผงขัดผิวเนื้อละเอียดจากหินภูเขาไฟและกะลามะพร้าว มาพร้อมกลิ่นหอมสดชื่นจากซิตรัสและดอกไม้น้ำนานาชนิด ราคาสมาชิก 270 บาท ราคาขายปลีก 295 บาท

● อาร์ทิสทรี สตูดิโอ ลอสแอนเจลิส เอดิชั่น เพอร์ฟูม เพ็นซิล (Artistry Studio Los Angeles edition Perfume Pencil) ไอเท็มน้ำหอมแบบพกพาที่ช่วยสร้างเสน่ห์ให้คุณตลอดวัน น้ำหอมเนื้อบาล์มในรูปแบบดินสอ พกพาสะดวก พร้อมกลิ่นสดชื่น มีให้เลือก 2 กลิ่น ได้แก่ สตาร์สตรัค มอบกลิ่นหอมสดชื่นด้วยมนต์เสน่ห์ความหอมของกลิ่นซิตรัสที่เปรี้ยวซ่า ชวนให้นึกถึงแสงแดดที่เจิดจ้าผสานกับดอกไม้ที่ทำให้คุณรู้สึกสดชื่น เพิ่มเลเยอร์กลิ่นหอมด้วยการใช้คู่กับ แปซิฟิค เวฟ โพลิชชิ่ง บอดี้ บาร์ โคสทัล ไวบ์ กลิ่นหอมละมุนนุ่มนวลด้วยเสน่ห์ความหอมที่ผสมความสดชื่นและความหอมหวานของผลไม้เมืองร้อนและไม้หอมอบอวล ราคาสมาชิก 480 บาท ราคาขายปลีก 525 บาท

เติมความสดใสท้าแดดโชว์ ผิวสวย ฉ่ำ โกลว์รับซัมเมอร์ ด้วยผลิตภัณฑ์คอลเลกชันล่าสุด “ARTISTRY STUDIO LOS ANDELES EDITION” ได้ตั้งแต่ 5 เมษายนนี้ รับประกันความพอใจ ยินดีคืนเงิน สนใจสั่งซื้อได้จากนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Amway Contact Center 0-2725-8000 หรือ www.amway.co.th, www.facebook.com/artistrythailand และทางอินสตาแกรม @ArtistryThailandOfficial


#ArtistryStudio #ArtistryThailand #Passionista #WearItShareIt

ฟู้ดแพนด้า เปิดตัว ‘แพนด้า อวอร์ดส์’ ครั้งแรกในไทย การันตีความอร่อยกว่า 1,000 ร้านค้า จาก 77 จังหวัดทั่วไทย

ฟู้ดแพนด้าตอกย้ำความเป็นผู้นำและผู้บุกเบิกตลาดผู้ให้บริการส่งอาหารออนไลน์เจ้าแรกและเป็นแอปพลิเคชั่นเดียวที่ให้บริการครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ มอบรางวัล แพนด้า อวอร์ดส์ (panda awards) ครั้งแรกในประเทศไทย ให้แก่ร้านอาหารและพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศเพื่อเป็นการรับรองคุณภาพและมาตรฐานของเหล่าร้านอาหารและพาร์ทเนอร์ ที่สามารถรักษาคุณภาพและมาตรฐาน จนเป็นที่นิยมและเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้งานจริงทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของความสำเร็จทางด้านการดำเนินการธุรกิจตลอดระยะเวลากว่า 8 ปีของฟู้ดแพนด้า

ณ ตอนนี้เรียกได้ว่าฟู้ดแพนด้าคือ food delivery platform เจ้าแรกที่เปิดให้บริการในประเทศไทยแบบครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดเจ้าแรกและเจ้าเดียว พร้อมด้วยทีมงานคนในพื้นที่กว่า 70 คนทั่วประเทศที่มีความเข้าใจพฤติกรรมการบริโภคของคนแต่ละจังหวัดได้เป็นอย่างดี และยังเข้าใจถึงอุปสรรคข้อจำกัดของร้านอาหาร ที่ทำให้สามารถนำเทคโนโลยีมาผลักดันร้านอาหารท้องถิ่นให้เข้าถึงผู้บริโภคในยุค O2O (Online-to-offline) ได้ง่ายขึ้น การจัดให้มีการมอบรางวัลแพนด้า อวอร์ดส์ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นกลยุทธ์ใหม่ของผู้ให้บริการส่งอาหารออนไลน์เจ้าแรกของประเทศไทย ที่สามารถกล่าวได้ว่านี้คือรางวัลสำหรับร้านค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วประเทศอย่างแท้จริง

นอกจากนี้แล้วยังถือเป็นเครื่องหมายการันตีความอร่อยเปี่ยมคุณภาพสุดยิ่งใหญ่อันล่าสุดของประเทศ ที่มอบให้กว่า 1,000 ร้านอาหาร จาก 77 จังหวัดทั่วไทย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การกิน ครอบคลุมร้านค้าทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารท้องถิ่น ร้านสตรีทฟู้ด และ International Chain โดยร้านที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับเกียรติบัตร โล่รางวัล (แล้วแต่ประเภทรางวัล) เพื่อเป็นเครื่องหมาย การันตีถึงการรักษาคุณภาพและมาตรฐานของร้านค้า พร้อมทั้งเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เดินหน้าพัฒนาสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับผู้บริโภค เพราะถึงแม้ว่า ‘ความอร่อย’ จะเป็นรสนิยมส่วนบุคคล แต่เมื่อใดที่ตราสัญลักษณ์แห่งความอร่อยและคุณภาพได้ปรากฏตัวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแปะอยู่ที่หน้าร้านหรือการแชร์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียทั้งหลาย น้ำย่อยในกระเพาะก็พาลร่ำร้องให้พิสูจน์ความอร่อยด้วยตัวเองเสียทุกครั้ง และสัญลักษณ์เหล่านั้นก็ยังเปรียบเสมือนการคัดเลือกมาให้เราแล้วว่าคำว่าผิดหวังจะไม่มีการมาร่วมโต๊ะมื้ออาหารอย่างแน่นอน

เกณฑ์การวัดคะแนนแพนด้า อวอร์ดส์ (panda awards) จะวัดจากร้านที่มีคะแนนความนิยมจากผู้บริโภคและมียอดการสั่งซื้อที่สูงอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้แบ่งรางวัลเป็น 3 ประเภท จำนวนกว่า 1,015 รางวัล จากร้านค้ากว่า 120,000 ร้านอาหารทั่วประเทศไทย ได้แก่
● Customer’s Choice รางวัลที่มอบให้กับร้านโปรดของลูกค้าฟู้ดแพนด้า คัดเลือกจากร้านที่มีเรตติ้งสูงสุดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 789 รางวัล ครอบคลุมแนวอาหารทั้ง อาหารฝรั่ง อาหารไทย อาหารสตรีทฟู้ด ไปจนถึงเบเกอรี่ และคาเฟ่
● Rising Star รางวัลดาวรุ่งพุ่งแรง คัดเลือกจากร้านที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 216 รางวัล ครอบคลุมอาหารในหมวด อาหารสตรีทฟู้ด อาหารเอเชียน และเครื่องดื่ม
● International Chain คัดเลือกจากร้านที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เรตติ้งสูงสุดและระยะเวลาการจัดส่งที่เร็วที่สุด แบ่งเป็น 7 กลุ่มรางวัล ได้แก่
1. Top Trendiest Chain ร้านดังปังต่อเนื่อง ได้แก่ Bonchon
2. Customer’s Choice ร้านโปรดผู้ใช้ foodpanda ได้แก่
- กลุ่ม Cuisine: The Pizza Company
- กลุ่ม Beverage: Cafe Amazon
- กลุ่ม Dessert: Mister Donut
- Best Services ร้านนี้บริการดีเยี่ยม ได้แก่ Starbucks
- Best Customer Care ร้านที่ดูแลลูกค้าดีเยี่ยม ได้แก่ MK Restaurant
- Operational Excellence มีการจัดการร้านยอดเยี่ยม ได้แก่ McDonald’s และ Chester’s
- Most Memorable ที่หนึ่งในใจผู้ใช้ foodpanda และที่มียอดการสั่งซื้อครอบคลุมในทุกจังหวัด ได้แก่ KFC
- Rising Star ร้านใหม่ดาวรุ่ง มีการเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ Texas Chicken

กว่า 1,015 รางวัลที่มอบให้ร้านอาหารทั่วประเทศ ไม่เพียงแต่สร้างมาตรฐานให้กับร้านค้าแต่ยังแสดงให้เห็นถึงพันธกิจของฟู้ดแพนด้า ที่มุ่งมั่นสนับสนุน Local Community ช่วยเหลือร้านค้าเล็กๆ ในชุมชน เพื่อสร้างรายได้ การเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น และความแข็งแกร่งทางธุรกิจที่ยั่งยืนในทุกจังหวัด ให้เข้าถึงการดำเนินธุรกิจบนโลกออนไลน์มาโดยตลอด

ดังนั้นจึงมีร้านอาหารในชุมชนไม่น้อยที่ได้รางวัลในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ ในหมู่บ้าน หรือคาเฟ่ชุมชนในตึกแถวริมทาง ด้วยความเชื่อที่ว่าทุกคน ทุกร้าน ล้วนแต่มีความสำคัญในการเติบโตของฟู้ดแพนด้าทั้งสิ้น และยิ่งในปัจจุบันที่ความต้องการบริการส่งสินค้าที่เพิ่มมากขึ้นเท่ากับได้มีส่วนช่วยสร้างโอกาสทางรายได้ให้แก่ไรเดอร์ โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกภาคส่วนต้องมีการปรับตัว

ที่ผ่านมาฟู้ดแพนด้ายังส่งแคมเปญดีๆ และคิดกลยุทธ์ทางการตลาดมาช่วยเหลือร้านค้าในชุมชนโดยตลอด อาทิ แคมเปญที่คืนชีพร้านอาหารขนาดเล็กในท้องถิ่นด้วยแฮชแท็ก #หมีร้านให้ช่วยSAVE เพื่อให้ผู้คนได้รู้จักกับร้านเล็กๆ ในท้องถิ่น ทำให้มีโอกาสสร้างรายได้ท่ามกลางวิกฤต COVID-19 ในตอนนั้นฟู้ดแพนด้าไม่ได้แค่ช่วยเหลือเฉพาะร้านค้าที่อยู่ในระบบเท่านั้น แต่ยังต้องการช่วยเหลือร้านในท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 ด้วยกันทั้งหมด หรือแม้แต่การคงจุดแข็ง ‘บริการส่งฟรี’ กว่า 50,000 ร้าน ที่สามารถช่วยลดต้นทุนให้กับร้านค้าขนาดเล็กได้เป็นอย่างมาก และยังกระตุ้นให้ผู้บริโภคอยากใช้บริการของแพลทฟอร์มฟู้ดแพนด้ามากยิ่งขึ้น

คุณเองก็มีส่วนร่วมสนับสนุนร้านอาหารท้องถิ่นและสร้างมาตรฐานร้านอาหารทั่วประเทศได้เช่นกัน เริ่มต้นจากการสั่งอาหารผ่านฟู้ดแพนด้า และช่วยกันแสดงความคิดเห็นหรือให้กำลังใจร้านค้าที่คุณโปรดปราน เพราะแรงสนับสนุนจากผู้ใช้งานจะช่วยผลักดันให้ร้านอาหารรักษามาตรฐานที่ดีต่อไป


สามารถดูร้านค้าที่ได้รับรางวัล panda awards ทั้งหมดได้ที่ https://www.facebook.com/FoodpandaThailand/posts/3534152210047030

ใหม่! ลิปทินท์เนื้อแมทท์ Cathy Doll Mini Lip & Cheek Nude Matte Tint

มอบสีสันที่เหมาะกับทุกวันของคุณด้วย Cathy Doll Mini Lip & Cheek Nude Matte Tint (เคที่ดอลล์มินิลิปแอนด์ชีคนู้ดแมทท์ทินท์) ลิปทินท์ไซส์มินิ ใช้ง่าย พกง่าย แถมสีสวยละมุนสุดๆ เหมาะกับสาวๆ ที่ชอบลิปเนื้อแมทท์แต่ไม่แห้งมากจนเกินไปเม็ดสีชัด กลบสีปากได้สนิท แนบฟิตริมฝีปาก ให้สัมผัสเบาสบายนุ่มละมุนริมฝีปาก เกลี่ยง่าย เพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงด้วยน้ำแร่ธรรมชาติจากเกาะเชจู ที่ช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ริมฝีปากและพวงแก้มได้เป็นอย่างดี ที่ช่วยเป็นเกราะป้องกันมลภาวะ มาพร้อมกลิ่นหอมสดชื่นของเบอร์รี่ สามารถทาได้ทั้งปากและแก้มมีให้เลือก 8 เฉดสี ราคาเพียง 89 บาท

#01 Winny Pink (วินนี่พิ้งค์)
#02 Bright Coral (ไบร์ทคอรัล)
#03 Punch Me (พั้นช์มี)
#04 Sun Peach (ซันพีช)
#05 Twin Orange (ทวินออเร้นจ์)
#06 win Kiss (วินคิส)
#07 Bright Brick (ไบร์ทบริค)
#08 Brownie Red (บราวนี่เรด)

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และสั่งซื้อสินค้าได้ที่ร้าน KARMART หรือช่องทางออนไลน์ www.karmarts.com, Facebook: cathydollclub, Instagram: Cathy Doll และ Line: @karmart หรือร้าน Watsons, Lazada, Shopee และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

“เคที่ดอลล์” จัดทริปล่องเรือยอร์ชเที่ยวท้าแดดรับซัมเมอร์ Cathy Doll x Sp Saypan Happy Summer กับเหล่าบิวตี้บล็อกเกอร์ตัวแม่ของเมืองไทยที่จังหวัดภูเก็ต

บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด(มหาชน) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องสำอางคุณภาพ นำโดย คุณแก๊ป - พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาดและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ จัดทริป Cathy Doll x Sp Saypan Happy Summer ล่องเรือยอร์ชสุดหรูสู้แดดที่จังหวัดภูเก็ต พร้อมขนเหล่าบิวตี้บล็อกเกอร์ตัวแม่ของเมืองไทย นำโดย คุณสายป่าน-จิรพร บูรณพงศ์ จากเพจ Sp Saypan พรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์ Cathy Doll Ultra Light Sun Fluid SPF50 PA++++ และบิวตี้บล็อกเกอร์ระดับแนวหน้า อาทิ นัท-นิสามณี เลิศวรพงษ์, นุ่น นพลักษณ์, เอแคลร์ จือปาก, อายตา-ศรสวรรค์ ใจมั่น, มิกซ์ เฉลิมศรี, การ์ตูน-กรินทร์ อ่องชุ่ม, โซโนนุ้ย-พิชชากร เคียร่า บาลลา, ฝน จากเพจนักรีวิวสมัครเล่น และหญิงแย้-นนทพร ธีระวัฒนสุข เที่ยวท้าแดดรับซัมเมอร์ ล่องเรือยอร์ช ชมหาดทรายขาว ชมความสวยงามของย่านเมืองเก่า ตลอด 3 วัน 2 คืน ที่จังหวัดภูเก็ต

โดยในทริปครั้งนี้ ทาง Cathy Doll ได้คุณสายป่าน จากเพจ Sp Saypan พรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์ Cathy Doll Ultra Light Sun Fluid SPF50 PA++++ มาร่วมทริป พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่จำเป็นสำหรับซัมเมอร์นี้ให้กับเหล่าบล็อกเกอร์ โดยมี คุณเป๊ก-เปรมณัช สุวรรณานนท์ มารับหน้าที่เป็นพิธีกร ร่วมพูดคุยรวมทั้งยังมีแขกรับเชิญสุดพิเศษได้แก่ คุณนิว- นภัสสร ภูธรใจ ที่มาร้องเพลงเพราะๆ ดับความร้อนกันกลางเรือยอร์ชสุดหรู และคุณเอ-ทิวากร โสภาอัศวภรณ์ เมคอัพอาร์ตติสท์ระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มาร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อป แนะนำทริคการแต่งหน้ารับซัมเมอร์นี้ให้แก่เหล่าบรรดาบล็อกเกอร์ตัวแม่อีกด้วย

Cathy Doll Ultra Light Sun Fluid SPF50 PA++++ ครีมกันแดดที่จำเป็นสำหรับซัมเมอร์นี้ ด้วยคุณสมบัติการกันแดดขั้นสูง กับค่า SPF50 และ PA ถึง 4+ เหมาะสำหรับออกแดดจ้า ออกทริปกลางแจ้ง เนื้อครีมบางเบา ซึมซาบไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่ให้ค่าการปกป้องผิวจาก UVA และ UVB ได้สูง สามารถทาทับเมคอัพได้ ทั้งยังไม่ทิ้งคราบขาวบนผิวหรือทำให้เป็นอุปสรรคต่อการแต่งหน้า เหมาะสำหรับผิวที่มีแนวโน้มไวต่อแดด พร้อมปลอบประโลมผิวจากรังสีความร้อนของแสงแดด ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอย่างว่านหางจระเข้ ปราศจากสีและพาราเบน เพื่อผิวหน้าพร้อมรับแสงแดดอย่างมั่นใจตลอดทั้งวัน

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทางทาง Facebook Cathy Doll สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/cathydollclub

สนใจสินค้าสามารถหาซื้อได้ที่ KARMARTS Shop ทุกสาขา, ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ, Shopping Online : www.online.karmarts.com/intro, Call Center : 0-2805-2756-60 และ Line ID : @karmart

กลับมาเอาใจแฟนๆ กันอีกครั้งกับโลคอลแคมเปญ “มิคกี้ โก ไทยแลนด์” ภาคต่อของความน่ารักในสไตล์ไทยๆที่ทุกคนต้องหลงรัก

“มิคกี้ เมาส์” เป็นคาแรกเตอร์ที่แตกต่างจากตัวการ์ตูนอื่นๆ ทั่วไป ด้วยความน่ารักเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัย มิคกี้ เมาส์จึงสามารถครองใจแฟนๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม มิคกี้ เมาส์มีแต่ความสนุกสนาน คิดบวก และพร้อมมอบความหวังให้กับทุกคนเสมอ เขาสามารถทำให้ผู้ใหญ่หวนนึกถึงความหลังเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก และเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เด็กๆ ได้ ในขณะเดียวกันก็สร้างความบันเทิง และสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้คนในทุกที่ที่เขาไป

‘มิคกี้ โก ไทยแลนด์ - Mickey GO Thailand’ เป็นโลคอลแคมเปญที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2562 และเป็นครั้งแรกที่คาแรกเตอร์ดิสนีย์ได้สัมผัสกับความเป็นไทย โดยทางดิสนีย์ได้นำศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนไทยมาปรับให้เข้ากับคาแรกเตอร์ที่แฟนๆ ทั่วโลกรวมถึงชาวไทยชื่นชอบ และได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ชาวไทย สำหรับในปีนี้ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ ประเทศไทยกลับมามอบ ‘ช่วงเวลาแห่งความมหัศจรรย์’ หรือ ‘Magical Moments’ ให้กับแฟนๆ ทุกคนอีกครั้งกับแคมเปญ ‘มิคกี้ โก ไทยแลนด์ เฟส 2 (Mickey GO Thailand Phase 2)’ เอาใจแฟนๆ ด้วยความน่ารักสดใสของคาแรกเตอร์ที่แฟนๆ ดิสนีย์ทุกคนคุ้นเคย และชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นมิคกี้ เมาส์ มินนี่ เมาส์ โดนัลด์ ดั๊ก และกู๊ฟฟี่ ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ พร้อมจับมือกับแบรนด์พันธมิตรชั้นนำจากหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สินค้าลิขสิทธ์ที่จะทำให้ทุกคนเต็มอิ่มไปกับความน่ารักในแบบไทยๆ ของมิคกี้ เมาส์ และผองเพื่อน ที่สร้างสรรค์เพื่อแฟนๆ ชาวไทยตลอดปี 2564 นี้

แคมเปญ ‘มิคกี้ โก ไทยแลนด์ เฟส 2’ พกความน่ารักมาแบบจัดเต็มกับ 3 สไตล์แบบไทยๆ ได้แก่
1. “Taste of Excitement – สนุกกับศิลปะมวยไทย” แรงบันดาลใจที่ได้มาจากกีฬามวยไทย ซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติ และศิลปะการป้องกันตัวของประเทศไทยที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน งานนี้มิคกี้ เมาส์ และมินนี่ เมาส์ จึงได้ใส่ชุดมวยไทยเป็นครั้งแรก ที่มาในสีโทนเย็น และโทนร้อนประกอบกัน มีสีหลักคือสีแดง และสีน้ำเงิน เพื่อสื่อถึงความซุกซน ความมีน้ำใจนักกีฬา และความฮึกเหิม
2. “Taste of Festival – ครื้นเครงกับเทศกาลไทยๆ” มิคกี้ เมาส์ และผองเพื่อนจะมาร่วมสนุกกับการเล่นน้ำสงกรานต์ในวันปีใหม่ไทยที่เป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในชุดสีโทนเย็นอย่าง สีชมพู สีเขียวอ่อน สีเหลือง และยังมีโอกาสได้ลอยกระทง ที่ถือว่าเป็นวันเทศกาลที่สวยงามที่สุดของประเทศไทยอีกด้วย
3. “Taste of Street Food – อร่อยกับสตรีทฟู้ดเมืองไทย” สตรีทฟู้ดในกรุงเทพฯ ทั้งอร่อย และราคาไม่แพง เป็นโอกาสอันดีที่เหล่าคาแรกเตอร์จะได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นของคนไทยอย่างแท้จริง และภาพอาหารก็ออกแบบมาได้น่ารัก และน่ารับประทานในเวลาเดียวกัน อย่างต้มยำกุ้ง ผัดไทกุ้งสด ชาไทย ข้าวเหนียวมะม่วง และมะพร้าว

พันธมิตรแบรนด์ดังของดิสนีย์ที่เข้าร่วมแคมเปญฯ ประกอบด้วย กลุ่มเครื่องแต่งกายจาก ยูนิโคล่ Josilins แตงโม แกรนด์สปอร์ท Characters Studio และ Blaq Lyte Studio กลุ่มของเล่นจาก Cartoon Characters และ Wisely (Funko) กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้านจาก ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ โดยสินค้าจากทุกแบรนด์จะเริ่มทยอยจัดจำหน่ายตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป ทางช่องทางออนไลน์ของช้อปปี้ กับแคมเปญ Mickey Go Thailand และในห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อต่างๆ ทั่วประเทศ