บริษัท บู๊ทส์ รีเทล ประเทศไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามชั้นนำ เปิดตัวผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมชั้นนำจากประเทศอังกฤษ ภายใต้แบรนด์นอตี้ (NOUGHTY) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ต้อนรับซัมเมอร์ด้วย 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วยดูแลเส้นผมสำหรับสาวๆ โดยเฉพาะ โดยกว่า 97% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ ปราศจากส่วนผสมที่มาจากสัตว์ พาราเบน ปิโตรเคมี ซัลเฟต และซิลิโคน มอบสัมผัสอันนุ่มนวลและมีกลิ่นหอม นอกจากนี้ ยังมีความอ่อนโยนที่สามารถใช้ได้กับทุกคนในครอบครัว ประกอบด้วย กลุ่ม นอตี้ ทู เดอะ เรสคิว (NOUGHTY To The Rescue) เปลี่ยนผมแห้ง ผมชี้ฟู ผมเสีย ให้แลดูสุขภาพดีอีกครั้ง เติมความชุ่มชื่นผมขาดน้ำให้กลับมานุ่มจรดปลาย ครบทั้งแชมพู คอนดิชันเนอร์ แฮร์เซรั่ม และทรีทเม้น นอตี้ เวฟ ฮัลโหล (NOUGHTY Wave Hello) แชมพูและคอนดิชันเนอร์ให้สาวๆ บอกลาวันที่เคยมีสภาพเส้นผมไม่ได้ดั่งใจ เปลี่ยนเป็นเส้นผมที่ชุ่มชื้น นุ่มสลวย พร้อมลอนสวยธรรมชาติ และ นอตี้ ทัฟ คุ้กกี้ (NOUGHTY Tough Cookie) แชมพูและคอนดิชันเนอร์ ช่วยลดปัญหาผมเปราะขาดง่าย บำรุงเส้นผมที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
เปิดประสบการณ์ใหม่สำหรับสาวผมลอนซึ่งต้องการการบำรุงมากกว่าเส้นผมชนิดอื่น พร้อมบอกลาปัญหาผมชี้ฟูพันกัน เปราะบางและขาดง่าย ด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม นอตี้ ทู เดอะ เรสคิว (NOUGHTY To The Rescue) ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาผมเสีย มาครบทั้งแชมพู คอนดิชันเนอร์ เซรัม และทรีทเมนต์ เปลี่ยนผมแห้ง ผมชี้ฟู ผมเสีย ให้แลดูสุขภาพดี ฟื้นฟูความชุ่มชื้นให้เส้นผมกลับมาแข็งแรง ทำให้ผมมีวอลลุ่ม ดูเงางามอย่างมีมิติ
ผลิตภัณฑ์ นอตี้ ทู เดอะ เรสคิว (NOUGHTY To The Rescue) ประกอบด้วย
1. To The Rescue Shampoo Booster Hydration (ทู เดอะ เรสคิว แชมพู บูสเตอร์ ไฮเดรชัน) ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 295 บาท ผสานสารสกัดจากเมล็ดทานตะวัน เพิ่มความชุ่มชื้นให้เส้นผม พร้อมสารสกัดจากสวีทอัลมอนด์ เติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผมนุ่มสลวย และยังมีสารลดแรงตึงผิวจากมะพร้าว SLMI (Sodium Lauryl Methyl Isethionate) ปราศจากซัลเฟต ช่วยฟื้นฟูผมแห้ง ผมชี้ฟู ผมเสีย ให้กลับมานุ่มจรดปลายแข็งแรงอีกครั้ง
2. To The Rescue Conditioner Booster Hydration (ทู เดอะ เรสคิว คอนดิชันเนอร์ บูสเตอร์ ไฮเดรชัน) ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 295 บาท บำรุงสุขภาพผมด้วยสารสกัดจากเมล็ดทานตะวัน สารสกัดจากสวีทอัลมอนด์ และเชีย บัทเทอร์ ดูแลเส้นผมให้มีสัมผัสนุ่มลื่น ประสานส่วนผสมจากน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันมะกอก กำจัดปัญหาผมพันกัน กักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความเงางามแก่เส้นผม
3. To The Rescue Intense Moisture treatment (ทู เดอะ เรสคิว อินเทนซ์ มอนส์เจอร์ ทรีทเม้นต์) ขนาด 300 มิลลิลิตร ราคา 350 บาท ทรีทเมนท์บำรุงเส้นผมเข้มข้น ฟื้นฟูผมแห้งเสียและผมอ่อนแอจากกระบวนการเคมี เปลี่ยนผมแห้งเสียให้กลับมาแข็งแรงด้วยสารสกัดจากแบล็คโอ๊ตส์ (Black Oats) ปรับสภาพเส้นผมให้ชุ่มชื้นเงางามสารสกัดจากเมล็ดทานตะวัน คืนความชุ่มชื้นให้เส้นผม สารสกัด เชีย บัทเทอร์ และน้ำมันมะพร้าว ที่ช่วยบำรุงและซ่อมแซมผมเสียอย่างล้ำลึก ให้ผมกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
4. To The Rescue Anti Fizz Serum (ทู เดอะ เรสคิว แอนตี้ ฟลิสซ์ เซรั่ม) ขนาด 75 มิลลิลิตร ราคา 350 บาท ปรับสภาพเส้นผมให้มีชีวิตชีวาด้วยสารสกัดจากสวีทอัลมอนด์และสารสกัดจากน้ำมันอาร์แกน ลดปัญหาผมชี้ฟู เพิ่มความยืดหยุ่นให้เส้นผม เติมสารอาหารบำรุงผมด้วยสารสกัดจากลำข้าวสาลี ลดปัญหาผมพันกันและผมแตกปลาย ปราศจากพาราเบน ซิลิโคน ปิโตรเคมี และซัลเฟต ปกป้องผม และเปลี่ยนผมแห้งเสียให้กลับมาชุ่มชื้นอีกครั้ง กู้ชีพผมแห้งให้กลับมานุ่มจรดปลาย
● นอตี้ เวฟ ฮัลโหล (NOUGHTY Wave Hello) บอกลาวันลอนผมไม่ได้ดั่งใจ ด้วยสารสกัดจากน้ำมันอะโวคาโด ช่วยให้ลอนผมเด้งเอาอยู่ ผมลอนนุ่ม แลดูชุ่มชื้น สุขภาพดี เพิ่มความหอมสดชื่นด้วยกลิ่นโอเชียน เฟรช (Ocean Fresh) ที่พร้อมทำให้คุณรู้สึกเหมือนทุกวันเป็นวันหยุด ประกอบด้วย
- Wave Hello Shampoo (เวฟ ฮัลโหล แชมพู) ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 295 บาท เติมอาหารบำรุงเส้นผมด้วยสารสกัดจากน้ำมันอะโวคาโด และพืชที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ คืนความชุ่มชื้นให้เส้นผม ให้เกล็ดผมนุ่มน่าสัมผัส ผสานส่วนผสมจากสาหร่ายคลอเรลลา เสริมกำลังให้เส้นผมแข็งแรงไม่เปราะขาดง่าย พร้อมกรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญต่อเส้นผม ฟื้นฟูเส้นผมด้วย SLMI (Sodium Lauryl Methyl Isethionate) สารลดแรงตึงผิวที่ได้จากมะพร้าว
- Wave Hello Conditioner (เวฟ ฮัลโหล คอนดิชันเนอร์) ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 295 บาท ผสมสารสกัดจากน้ำมันอะโวคาโด ที่อุดมไปด้วยวิตามิน ช่วยล็อคความชุ่มชื้น บำรุงรักษาให้เส้นผมแข็งแรง สารสกัดจากสาหร่ายทะเลเคลป์ เปี่ยมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม สาหร่ายคลอเรลลา บำรุงเส้นผม เสริมกำลังให้เส้นผม และกรดอะมิโน พร้อมวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อเส้นผม ช่วยให้ลอนผมเด้งเอาอยู่ผมลอนนุ่ม แลดูชุ่มชื้น สุขภาพดี บอกลาวันลอนผมไม่ได้ดั่งใจ
● นอตี้ ทัฟ คุ้กกี้ (NOUGHTY Tough Cookie) เน้นการปกป้องเส้นผมจากมลภาวะในอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นควันพิษ หลอมรวมส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติ เปี่ยมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ไม่ว่าจะเป็นบิลเบอร์รี ซีบัคธอร์น และคลาวด์เบอร์รี่ และส่วนผสมที่สกัดจากรำข้าวสาลี จึงช่วยคืนความชุ่มชื้น ยืดอายุเส้นผม และเสริมสุขภาพของเส้นผมให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ประกอบด้วย
- Tough Cookie Shampoo (ทัฟ คุ้กกี้ แชมพู) ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 295 บาท อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ด้วยสารสกัดจากบิลเบอร์รี่ ซีบัคทอร์น คลาวด์เบอร์รี่ ช่วยปกป้องและบำรุงผมด้วยเทคโนโลยีต่อต้านมลพิษ ผสานสารสกัดจากธัญพืช ช่วยปกป้องเส้นผมจากสภาวะมลพิษฟื้นฟูผมเสียช่วยให้ผมแลดูเงางาม แข็งแรงขึ้น
- Tough Cookie Conditioner (ทัฟ คุ้กกี้ คอนดิชันเนอร์) ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 295 บาท ปกป้องเส้นผมจากมลภาวะสารสกัดจากธัญพืช ช่วยลดปัญหาผมเปราะขาดง่าย ฟื้นฟูผมให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
สัมผัสมิติใหม่ของผลิตภัณฑ์นอตี้บำรุงเส้นผมได้แล้ววันนี้ ณ ร้านบู๊ทส์ ทุกสาขาทั่วประเทศ ร้านค้าออนไลน์ Lazmall บนลาซาด้า, ShopeeMall บน Shopee, Boots Mobile Application และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางFacebook.com/bootsthailand และ th.boots.com
noughtyhaircare.com | @sogooditsnoughty | #NOUGHTYTH #BootsThailand
ห้างเซ็นทรัล และ ห้างโรบินสัน ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ จัดแคมเปญ “Central Happy Songkran” และ “Robinson สาดสุขสงกรานต์” จับมือ 2 ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดัง Alex Face (อเล็ก เฟส) - พัชรพล แตงรื่น และ ANO (อะโนะ) – อโณทัย นิรุตติเมธี ร่วมออกแบบผลงาน Sculpture (ประติมากรรม) สุดอาร์ตครั้งแรก! ที่ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และห้างโรบินสัน พระราม 9 พิเศษกับไอเท็มสุดคิวต์พรีเมียมลิมิเต็ดเอดิชั่นออกแบบโดย 2 ศิลปิน พร้อมจัดเต็มด้วยกิจกรรมและโปรโมชั่นลดสูงสุด 40% ตลอดเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 7 – 20 เมษายน 2564
โดยบรรยากาศการเปิดตัวแคมเปญ “Central Happy Songkran” ที่ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และ “Robinson สาดสุขสงกรานต์” ที่ห้างโรบินสัน พระราม 9 เต็มไปด้วยสีสันความสนุกสนานทั้งการแสดงพิเศษ Street Performance Show การโชว์เล่นเซิร์ฟสเก็ตแอคทีฟไลฟ์สไตล์ยอดฮิต และไฮไลต์พิเศษกับการเปิดตัว Sculpture จาก 2 ศิลปิน โดย Alex Face (อเล็ก เฟส) กับผลงาน “Colour Splash” และ ANO (อะโนะ) กับผลงาน “Splash Love To Life” โดยมีเหล่าเซเลบริตี้จากหลากหลายวงการ อาทิ จิตต์สิงห์ สมบุญ, มรุวุตม์ บูรณศิลปิน, นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์, ภากร ดำรงวัฒนโภคิน, ภาณุพัฒน์ แสวงหอม, ม.ล.เยาวภา รังสิต, ณัฏฐประภา ชุณหะวัน, กานต์ จาติกวณิช, จิรดา ศิริวุฒิ, ภาคภูมิ วราเวียง ร่วมเช็คอินถ่ายรูปกับ Sculpture แลนด์มาร์คแห่งใหม่สงกรานต์นี้
รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นปีที่ไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศได้ ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันเราจึงตั้งใจที่จะส่งมอบความสุขและความสนุกสนานให้กับลูกค้าทุกคนได้มาร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลปีใหม่ไทยกับเพื่อนๆ และครอบครัวแบบไม่ต้องเดินทางไกล ในงาน “Central Happy Songkran” ภายใต้คอนเซ็ปต์#สงกรานต์เถอะเรา และ “Robinson สาดสุขสงกรานต์” กับคอนเซ็ปต์ #สาดสุขสนุกไม่เก็บทรง ซึ่งความพิเศษในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่เราได้ดึง 2 ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดัง Alex Face (อเล็ก เฟส) และ ANO (อะโนะ) มาร่วมออกแบบผลงาน Sculpture สุดอาร์ต ที่ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และห้าง โรบินสัน พระราม 9 เพื่อให้ลูกค้าได้มาเช็คอินถ่ายรูป พร้อมออกแบบไอเท็มสุดคิวต์พรีเมียมลิมิเต็ดเอดิชั่น และบัตรของขวัญ “Central & Robinson Gift Card” ลายพิเศษจาก 2 ศิลปิน มาให้แฟนคลับ ลูกค้า นักสะสม ได้ช้อปปิ้งแบบไม่ซ้ำใคร
นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรม และโปรโมชั่นสุดพิเศษ พร้อมเตรียมเซอร์ไพรส์ให้กับลูกค้าห้างเซ็นทรัล และโรบินสัน กับผลงาน Sculpture โดยศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดังแต่ละภูมิภาคที่จะยกไปให้ลูกค้าได้เช็คอินถ่ายรูปกัน ในสาขาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ห้างเซ็นทรัลพระราม 2 ห้างเซ็นทรัลอุดรธานี ห้างเซ็นทรัลภูเก็ต ห้างโรบินสัน พิษณุโลก โรบินสันไลฟ์สไตล์ สระบุรี และโรบินสันไลฟ์สไตล์ ตรัง สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่า “Central Happy Songkran” และ “Robinson สาดสุขสงกรานต์” จะช่วยสร้างสีสัน สร้างความสุข และความสนุกสนานให้กับลูกค้าทุกคน” วริศรา กล่าวทิ้งท้าย
ทางด้าน Alex Face (อเล็ก เฟส) - พัชรพล แตงรื่น ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดังเจ้าของผลงานกระต่ายสามตาสุดเก๋ กล่าวถึงการได้ร่วมงานกับห้างเซ็นทรัลในครั้งนี้ว่า “รู้สึกยินดีมากครับที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งความสุข ความสนุกสนานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ผ่านผลงาน Sculpture ที่ผมออกแบบ โดยผลงานของผมชิ้นนี้ มีชื่อว่า “Colour Splash” สร้างสรรค์ขึ้นโดยใช้เทคนิคพ่นด้วยสีสเปรย์ซึ่งเป็นเทคนิคที่ผมถนัด โดยคอนเซ็ปต์ครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจมากจากตอนที่ผมนึกถึงบรรยากาศความสนุกสนานและความสดใสของเทศกาลสงกรานต์ แต่สำหรับในปีนี้เราไม่สามารถสาดน้ำเล่นกันได้เหมือนปกติ การสาดสีลงบนผืนผ้าใบหรือผนังก็น่าจะเป็นความสนุกอีกแบบหนึ่งที่สนุกสนานไม่แพ้กัน นอกจากนี้ผมยังได้ร่วมออกแบบสินค้าแลกซื้อคอลเลกชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่น และบัตรของขวัญ “Central Gift Card” ให้กับห้างเซ็นทรัลด้วย ก็หวังว่าทุกคนที่ได้เห็นผลงานจะชื่นชอบ และมีความสุขสดใสในเทศกาลสงกรานต์นี้ ผมขอเชิญชวนทุกคนให้มาเดินเล่น ช้อปปิ้ง และแวะมาเช็คอินถ่ายรูปกับผลงาน Sculpture ของผมที่ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กันเยอะๆ นะครับ”
ด้าน ANO (อะโนะ) – อโณทัย นิรุตติเมธี ศิลปินสตรีทอาร์ตสาวสวยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กล่าวถึงแรงบันดาลใจของการออกแบบผลงานชิ้นนี้ว่า “ห้างโรบินสัน เป็นห้างที่เนะผูกพันมาตั้งแต่เด็กๆ การที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานกับห้างที่เรารักและผูกพัน ได้สร้างสรรผลงาน พร้อมออกแบบสินค้าแลกซื้อคอลเลคชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่น และบัตรของขวัญ “Robinson Gift Card” เป็นอะไรที่เนะตื่นเต้นมากๆ ค่ะ สำหรับผลงาน Sculpture ของเนะชิ้นนี้ชื่อว่า “Splash Love To Life” โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการที่เนะอยากกระจายความสุขผ่านสีสันต่างๆ เพราะเชื่อว่าสีทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ และพลังงานด้านบวก ที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตามงานศิลปะ เนะอยากแชร์ความสุขให้กับทุกคนที่เดินผ่าน หรือได้เห็นผลงานชิ้นนี้ โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ที่ทุกคนไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวไปไกลๆ ได้ ก็อยากให้ผลงานชิ้นนี้ได้มาสร้างสีสัน สร้างพลัง ให้ทุกคนสดชื่นมีชีวิตชีวา มีความสุขในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ด้วยกันค่ะ”
มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับแคมเปญ “Central Happy Songkran” และ “Robinson สาดสุขสงกรานต์” ที่ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันทุกสาขา (ยกเว้นห้างเซ็นทรัล ป่าตอง และห้างโรบินสัน จังซีลอน ป่าตอง) กับพรีเมียมลิมิเต็ดเอดิชั่น และบัตรของขวัญ “Central & Robinson Gift Cards” ที่ออกแบบโดย 2 ศิลปิน พร้อมด้วยกิจกรรมและโปรโมชั่นลดสูงสุด 40% ตลอดเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 7 - 20 เม.ย. 64
โดยสามารถเลือกช้อปได้ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ พร้อมมั่นใจด้วยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่จะทำให้คุณช้อปได้อย่างสบายใจปลอดภัยไร้กังวล หรือสามารถเลือกช้อปผ่าน Central App ครบครันเหมือนยกห้างเซ็นทรัลมาไว้บนมือถือ เว็บไซต์ www.central.co.th และ www.robinson.co.th ช้อปสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง Central / Robinson Chat & Shop แชตและช้อปสินค้าผ่านไลน์ @centralofficial และ @Robinson Central / Robinson Call & Shop โทรช้อปสินค้าที่เบอร์ 1425 และบริการใหม่ล่าสุด! Personal Shopper ผู้ช่วยช้อปส่วนตัว โทร.1425 กด 3 บริการพิเศษที่จะคอยให้คำแนะนำข้อมูลต่างๆ อย่างครบครัน Central / Robinson Facebook Live และ Facebook Inbox ช้อปผ่าน Inbox และ Live ที่ www.facebookcom/CentralDepartmentStore และ www.facebook.com/RobinsonDepartmentStore
ธรรมรัตน์ โชควัฒนา (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการ บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ (ที่ 4 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวคอลเลกชัน บรายีนส์ Wacoal x Mc Jeans คอนเซ็ปต์ บรายีนส์ทำงานหรือเที่ยวก็เปรี้ยวเป๊ะ! จากไอเดียการนำบราไอเท็มสำคัญสำหรับผู้หญิง บวกกับไอเท็มยอดฮิตอย่างยีนส์ที่หยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ไม่มีเอาท์เข้ากับทุกสไตล์ โดยมี อินทิรา นาคสกุล (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บมจ.ไทยวาโก้ กิตติมา วัชโรภาส (ที่ 3 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจและการขาย บมจ.แม็คกรุ๊ป และคณะผู้บริหารเข้าร่วมงาน ณ แกรนด์สเตชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ โดย Wacoal x Mc Jeans จำหน่ายแล้วที่วาโก้ช็อปและร้านแม็คยีนส์ สาขาที่ร่วมรายการ พร้อมช่องทางออนไลน์ Wacoal Thailand และ www.mcshop.com สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02-296-9979
“FSMART” ผนึก 4 บิ๊กบริษัทประกันฯ จ่ายทุกกรมธรรม์จบครบที่ “ตู้บุญเติม” ให้คนไทยเที่ยวสงกรานต์อุ่นใจ ในราคาสบายกระเป๋ากับประกันอุบัติเหตุเริ่มต้นเพียง 15บาท ประกันภัยโควิด-19 เริ่มปีละ 99 บาท-พ.ร.บ.รถยนต์ 603 บาท พร้อมจับมือ TQM จัดประกันแจกฟรีให้ลูกค้าบุญเติม 5 หมื่นราย เสียชีวิตจากอุบัติเหตุและการติดเชื้อหรือแพ้วัคซีนโควิด-19 รับสิทธิคุ้มครอง 1 แสนบาท
นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (FSMART) ผู้นำเครือข่ายช่องทางบริการอัตโนมัติ และบริการทางการเงินครบวงจร ภายใต้ชื่อ “ตู้บุญเติม" กล่าวว่า บริษัทเล็งเห็นความสำคัญ ของนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ส่งเสริมการทำประกันภัยรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) นำระบบประกันภัยเข้าสู่ชุมชน บริษัทจึงได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นจุดรับชำระบริการประกันภัย ที่ “ตู้บุญเติม” เพื่อให้ประชาชนในทุกระดับ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงและได้รับความคุ้มครอง รวมถึงได้รับสิทธิประโยชน์ ต่าง ๆ จากการประกันภัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เอาประกัน หรือทายาทของผู้เอาประกัน
“บริษัทเดินหน้าดำเนินธุรกิจจุดรับชำระบริการประกันภัยที่ “ตู้บุญเติม” พร้อมส่งต่อบริการประกันภัยที่ตอบโจทย์ ทั้งราคาและความคุ้มครองที่เหนือความคาดหมาย เพื่อทำให้การซื้อประกันภัยในรูปแบบต่าง ๆ เป็นเรื่องง่าย เข้าถึงทุกคนและทุกชุมชน ผ่าน “ตู้บุญเติม” ที่ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 130,000 ตู้ กระจายอยู่ในชุมชน ทุกภูมิภาคทั่วไทย ซึ่งสามารถตอบโจทย์การกระจายประกันภัยรายย่อยให้เข้าถึงชุมชนได้เป็นอย่างดี” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้จับมือกับ 4 พันธมิตรหลัก ซึ่งเป็นบริษัทรับประกันภัยขนาดใหญ่ ประกอบด้วย บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด หรือ TQM โบรกเกอร์ประกันภัยรายใหญ่, บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกันออกผลิตภัณฑ์ประกันภายใต้คอนเซ็ปต์ “คุ้มครองอุ่นใจ ในราคาสบายกระเป๋า” เป็นรูปแบบการประกันภัยที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าบุญเติม ซึ่งเน้นความคุ้มครอง และผลประโยชน์ที่จำเป็นในชีวิต เช่น ความคุ้มครองในการรักษาพยาบาล ความคุ้มครองเมื่อเกิดการการสูญเสีย หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง และการเสียชีวิต ด้วยเบี้ยเริ่มต้นไม่ถึงร้อยบาท ซึ่งจะทำให้ลูกค้า และกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่สามารถเข้าถึงประกันภัยในอดีต สามารถซื้อและได้รับความคุ้มครองได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ในปัจจุบัน “ตู้บุญเติม” ยังรับชำระประกันภัยตั้งแต่ พ.ร.บ.รถยนต์นั่งส่วนบุคคล เริ่มที่ 603 บาท ประกันภัยโรคระบาดยอดฮิตในช่วงหน้าฝนที่ครอบคลุมตั้งแต่โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา โรคไข้สมองอักเสบ เจอี, โรคไข้ปวดข้อยุงลาย, โรคไข้หวัดใหญ่ เบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 199 บาท, ประกันภัยกลุ่มโควิด-19 เบี้ยประกัน เริ่มเพียง 99 บาท/ปี และให้เลือกรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการประกันภัย ได้ถึง 2,000,000 บาท รวมทั้งยังมีแบบประกันภัยที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับ “ตู้บุญเติม” คือ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล เบี้ยเริ่มต้นเพียง 15 บาท คุ้มครองการเสียชีวิต 100,000 บาท ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าของบุญเติมได้เป็นอย่างดี โดยรูปแบบการประกันภัยทั้งหมด บริษัทได้ร่วมกับพันธมิตร ในการออกแบบ เพื่อให้ลูกค้าบุญเติมมีประกันพื้นฐานชั้นดีที่มีความครอบคลุมและคุ้มค่า สามารถรับมือค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น และครอบคลุมโรคใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นทุกปี
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเดือนเมษายนนี้ บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ หรือ TQM ได้นำประกันภัย “สงกรานต์อุ่นใจ นิวนอร์มอล ซุปเปอร์พลัส” มาแจกฟรีให้กับลูกค้าบุญเติมถึง 50,000 สิทธิ์ คุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และการติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงคุ้มครองการแพ้วัคซีนโควิด-19 ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาท นาน 30 วัน การแจกประกันอุบัติเหตุในครั้งนี้ถือเป็นการแจกครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่ควรพลาด “ตู้บุญเติม” จึงเข้าร่วมส่งมอบความห่วงใย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ไม่ว่าเดินทางใกล้หรือไกลก็อุ่นใจเมื่อมี “ตู้บุญเติม” อยู่ใกล้ โดยลูกค้าสามารถกดรับสิทธิ์ได้ที่ “ตู้บุญเติม” ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน - 31 พฤษภาคม 2564 นี้
อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจการให้บริการผ่าน “ตู้บุญเติม” โดยนำบริการการซื้อประกันภัยจากพันธมิตร มาส่งถึงมือผู้ต้องการใช้ประกันภัยในการสร้างรูปแบบการใช้ชีวิตแบบใหม่ รองรับการเกิดสิ่งที่คาดไม่ถึงของชีวิต และร่วมกับพันธมิตรในการทำให้การประกันชีวิตเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อประกันภัยที่ “ตู้บุญเติม” สามารถสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ศูนย์บริการลูกค้าบุญเติม 1220
ผู้กำกับและนักแสดงฮอลลิวูด ร่วมแสดงพลังกับ Humane Society International (HSI) ในการสร้างสรรค์ “Save Ralph” แอนิเมชันแบบสต็อปโมชัน เพื่อรณรงค์ให้ทั่วโลกยุติการใช้เครื่องสำอางที่ทดลองกับสัตว์ ซึ่งถึงแม้จะมีผลบังคับใช้ใน 40 ประเทศแล้ว แต่ยังมีอีกหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ที่ยังคงมีการผลิตเครื่องสำอางโดยทดลองกับสัตว์อยู่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ในบางประเทศมีการหันกลับมาทดลองกับสัตว์ ซึ่งหมายถึงว่ายังมีสัตว์จำนวนมากที่กำลังทุกข์ทรมานและเสียชีวิตโดยไม่มีเหตุจำเป็นอย่างเงียบ ๆ
ไทก้า ไวติติ, ริคกี้ เกอร์เวส์, แซ็ค เอฟฟรอน, โอลิเวีย มันน์, ปอม คลีเมนทีฟ, ทริเซีย เฮลเฟอร์ และคนในวงการภาพยนตร์อีกมากมายร่วมมือกับ HSI เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในเรื่องอันโหดร้ายนี้ ด้วยการร่วมพากย์เสียงในแอนิเมชัน “Save Ralph” โดยตั้งใจเป็นกระบอกเสียงแทนเหล่าสัตว์ที่ต้องทนทุกข์กับการทดลอง และเชิญชวนผู้บริโภครวมถึงผู้กำหนดนโยบายมาร่วมมือกับ HSI ในการห้ามผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางที่ทดลองกับสัตว์ โดย สเปนเซอร์ ซัสเซอร์ ผู้เขียนบทและผู้กำกับจาก Hesher และ The Greatest Showman และผู้อำนวยการสร้างอย่าง เจฟฟ์ เวสปาร์ จาก Voice of Parkland มาร่วมมือกับสตูดิโอ Arch Model เพื่อมอบชีวิตให้กับเจ้ากระต่ายราล์ฟ โดยจะถ่ายทอดในภาษาโปรตุเกส สเปน ฝรั่งเศส และเวียดนาม ร่วมกับ โรดริโก้ ซานโตโร เดอนี วีลเนิฟว์ และนักพากย์อีกมากมายในภาษาต่าง ๆ พร้อมกันนี้ยังมีเวอร์ชั่นคำบรรยายในภาษาต่าง ๆ ในเอเชีย ได้แก่ ภาษาไทย เขมร ลาว อินโดนีเซียและมาเลเซียอีกด้วย นอกจากนี้นักแสดงสาว แม็กกี้ คิว ยังร่วมส่งคลิปวิดิโอเพื่อส่งต่อข้อความเพื่อสนับสนุนการรณรงค์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน
สามารถรับชมแอนิเมชันและสื่อการเรียนรู้ เพื่อตระหนักถึงสถานการณ์การทดลองกับสัตว์ในปัจจุบัน รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ hsi.org/Ralph
เจฟฟรีย์ ฟล็อคเคน ประธานกรรมการองค์การ Humane Society International กล่าวว่า “Save Ralph เป็นสัญญาณเตือนให้เราตระหนักถึงความทุกข์ทรมานของสัตว์ทดลองเครื่องสำอาง ซึ่งบัดนี้ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องร่วมมือกับยุติการทารุณกรรมนี้พร้อมกันทั่วโลก เพราะทุกวันนี้เรามีผลิตภัณฑ์ทางเลือกจำนวนมากที่เชื่อถือได้ และมีความปลอดภัยในการใช้งานโดยไม่ทำการทดลองกับสัตว์ ดังนั้นจึงไม่ควรมีข้ออ้างใด ๆ ที่จะต้องสร้างความทรมานให้แก่สัตว์ อย่าง ราล์ฟ ในกระบวนการทดลองเครื่องสำอางหรือส่วนผสมต่างๆ”
ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญรณรงค์จาก HSI โดยมีกระต่ายราล์ฟเป็นตัวละครหลัก ซึ่งให้เสียงพากย์โดย ไทกา ไวติติ ถ่ายทอดผ่านการสัมภาษณ์ถึงชีวิตประจำวันในฐานะ “สัตว์ทดลอง” ในห้องแล็บ แคมเปญ #SaveRalph สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อต่อต้านการทดลองกับสัตว์ โดยใช้วิธีการบอกเล่าเรื่องราวและนำเสนอในรูปแบบแปลกใหม่ ซึ่งมีเจ้ากระต่ายราล์ฟเป็นตัวดำเนินเรื่อง เพื่อให้ผู้คนได้เห็นสภาพของสัตว์ทดลองจำนวนนับไม่ถ้วน ที่ต้องเผชิญกับความทรมานที่เกิดขึ้นใน แล็บทดลองทั่วโลก แคมเปญนี้ช่วยกระตุกใจผู้คนให้มาเป็นส่วนหนึ่งในการต่อต้านการทดลองกับสัตว์ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบบถาวร
สเปนเซอร์ ซัสเซอร์ ผู้กำกับ กล่าวว่า “ตัวสัตว์ทดลองเองไม่มีทางเลือก ดังนั้นจึงเป็นความรับผิดชอบของเราที่จะต้องทำอะไรสักอย่าง เมื่อเรามีโอกาสทำแคมเปญร่วมกับ Humane Society International ผมคิดว่าการเล่าเรื่องราวผ่านแอนิเมชันแบบสต็อปโมชันเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการถ่ายทอดเนื้อหาเหล่านี้ หากคุณได้รู้ความจริงว่าสัตว์ทดลองถูกปฏิบัติอย่างโหดร้ายขนาดไหน คุณจะทนดูมันไม่ได้แน่ ๆ สิ่งที่ผมตั้งใจไว้คือให้แอนิเมชันเรื่องนี้ช่วยให้เราได้ส่งต่อความจริงในรูปแบบที่ไม่หนักเกินไปนัก ผมหวังว่าคนดูจะตกหลุมรักราล์ฟ และอยากร่วมมือกันสู้เพื่อราล์ฟ และสัตว์อื่น ๆ ที่เผชิญชะตากรรมเช่นเดียวกัน และเราต้องช่วยกันยุติการทดลองกับสัตว์แบบถาวร”
คลอเดีย ดัง ถิ เฟือง เถา ผู้จัดการแคมเปญแห่ง Humane Society International ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “#SaveRalp” เป็นโครงการสาธารณะระดับโลกที่จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนและรณรงค์ในการสร้างความตระหนักรู้ถึงความทุกข์ทรมานอันเลวร้ายที่สัตว์ต้องทนในการทดสอบเครื่องสำอาง แคมเปญนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ออกกฎหมายเห็นความจำเป็นที่ต้องมีการห้ามการทดลองในสัตว์อย่างจริงจัง เพราะไม่ควรมีสัตว์ตัวไหนต้องทนทรมานหรือตายเพื่อความงามอีกต่อไป เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ผลสำรวจจาก Ipsos โดย Humane Society International แสดงให้เห็นว่าในอาเซียนได้มีการร่วมกันต่อต้านการทดลองกับสัตว์ในกระบวนการผลิตเครื่องสำอางโดยกว่า 83% เป็นเสียงจากคนไทย และโดยเฉลี่ย 87% เป็นเสียงจากผู้คนจากประเทศต่าง ๆ ทั่วอาเซียน และเราขอให้ทุกคนช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ราล์ฟ ด้วยการช่วยกันแชร์แอนิเมชันนี้”
ทรอย เซเดิล รองประธานด้านการการวิจัยและพิษวิทยา องค์กร HSI กล่าวว่า “มันง่ายมากที่จะพูดว่าบริษัทที่ยังทำการทดลองกับสัตว์คือต้นตอของปัญหา แต่ในความเป็นจริงองค์กรเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาเช่นกัน ก่อนอื่นเราต้องเปลี่ยนแปลงกฎหมาย และตอนนี้เรากำลังทำงานร่วมกันกับผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อย่าง Lush, Unilever, P&G, L’Oréal และ Avon เพื่อรณรงค์ต่อต้านการทดลองกับสัตว์ในตลาดเครื่องสำอางที่ทรงอิทธิพลระดับโลกอีกหลายแห่ง โดยมีเจ้ากระต่ายราล์ฟ มาเป็นกระบอกเสียง เพื่อช่วยร่วมผลักดันกฎหมายนี้ให้สำเร็จ”
นอกจากนี้ แม็กกี้ คิว นักแสดงฮอลลิวูดยังกล่าวว่า “ฉันเชื่อในความเป็นมนุษย์ และฉันรู้สึกว่า ถ้าพวกเขาได้รับรู้ถึงความทรมานอันแสนสาหัสที่เหล่าสัตว์ทดลองต้องเผชิญเพื่อความงามแล้ว มนุษย์เองก็คงจะต้องการอะไรที่แตกต่างออกไป เนื่องจากการทดลองเครื่องสำอางในสัตว์นั้นยังถูกกฎหมายอยู่ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฉันจึงขอเชิญชวนให้ผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ ระมัดระวังในการซื้อมากขึ้น สำหรับฉันแล้ว ฉันรู้ดีว่าไม่จำเป็นต้องใช้สินค้าที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายเพื่อความงามเลย และฉันว่าคุณเองก็คงเหมือนกัน มาส่งเสียงเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันนะคะ!!”
แคมเปญชิ้นนี้มุ่งสื่อสารไปที่ 16 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ บราซิล แคนาดา ชิลี เม็กซิโก แอฟริกาใต้ และ 10 ประเทศทั่วภูมิภาคอาเซียน รวมถึงองค์กรพันธิตรต่างๆ เช่น Humane Society แห่งสหรัฐอเมริกา และ Humane Society Legislative Fund ในการผลักดันกฎหมายในสหรัฐอเมริกา โดย HSI ยืนหยัดเพื่อสนับสนุนการรณรงค์ต่อต้านนี้ เช่นที่เคยเกิดขึ้นในยุโรปมาแล้วเมื่อผู้มีอำนาจได้พยายามอุดช่องโหว่ทางกฎหมายด้วยการเรียกร้องให้มีการทดสอบส่วนผสมเครื่องสำอางในสัตว์ให้อยู่ภายใต้กฎหมายเคมี โดย #SaveRalph นั้นจะเป็นเหมือนสปอตไลท์ที่ส่องแสงสว่างไปยังประเทศต่าง ๆ เพื่อผลักดันอนาคตที่ปราศจากการทรมานสัตว์ดังที่ประชาชนและผู้บริโภคคาดหวัง
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสัตว์ทดลองในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง
- ผลสำรวจล่าสุดระบุว่า 83% ของคนไทย สนับสนุนการต่อต้านการทดลองในสัตว์
- ในบางประเทศ กระต่ายอย่างราล์ฟยังคงถูกล็อคคอเพื่อทดลองเครื่องสำอางด้วยการหยดส่วนผสมลงในตาและผิวหนังที่โดนโกนขนทิ้ง โดยหนูตะเภาและหนูชนิดอื่นเองก็ต้องถูกโกนขนเช่นเดียวกัน เพื่อทำการทดสอบเคมีลงบนผิวหนังหรือบนหู โดยไม่มีสัตว์ตัวไหนเลยที่ได้รับยาแก้ปวด และสุดท้ายพวกมันก็ต้องถูกฆ่าทั้งหมด
- ใน 40 ประเทศทั่วโลก ได้ยกเลิกการทดลองกับสัตว์ในกระบวนการผลิตเครื่องสำอางแล้ว โดย HSI และพันธมิตรเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินการผลักดันการรณรงค์ต่อต้านในประเทศอินเดีย ไต้หวัน นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ กัวเตมาลา ออสเตรเลีย และ 10 รัฐในบราซิล รวมถึงประเทศตุรกี อิสราเอล นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์และในสหรัฐอเมริกาอย่างรัฐแคลิฟอเนีย อิลลินอยส์ เนวาดา และเวอร์จิเนีย ก็ไม่มีการทดลองกับสัตว์แล้วเช่นกัน
- มีแบรนด์เครื่องสำอางกว่า 2,000 แบรนด์ทั่วโลกที่ไม่มีการทดลองกับสัตว์ และได้ชื่อเป็นเครื่องสำอางที่ปราศจากความโหดร้าย (Cruelty-free) ซึ่งรวมถึง Lush, Garnier, Dove, Herbal Essences และ H&M บริษัทเหล่านี้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย โดยใช้ส่วนผสมที่ผ่านการใช้งานอย่างปลอดภัยมาแล้วร่วมกับเครื่องมือประเมินความปลอดภัยในการใช้งานที่ทันสมัยโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทดลองกับสัตว์ ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีคู่มือการแนะนำการซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกออกมา ดังนั้น HSI จึงขอแนะนำ LeapingBunny.org เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลอันเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริโภค
- HSI เตือนว่า แม้แต่เครื่องสำอางที่ปราศจากความโหดร้ายก็ยังมีความเสี่ยง หากกฎหมายความปลอดภัยของสารเคมี ยังคงเรียกร้องให้มีการทดสอบส่วนผสมทางเคมีใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในสัตว์ทดลอง นั่นเป็นเหตุผลที่แคมเปญ #SaveRalph ให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทดสอบกับสัตว์อย่างเข้มงวด
- นอกเหนือจากการดำเนินการตามกฎหมาย HSI และพันธมิตรของเรากำลังร่วมมือกันเพื่อพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมในการประเมินความปลอดภัยที่ปราศจากการทดลองกับสัตว์เพื่อสนับสนุนบริษัทขนาดเล็กและหน่วยงานของรัฐให้เปลี่ยนจากการทดลองกับสัตว์ไปสู่วิธีการอื่นที่ไม่มีสัตว์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นวิธีการที่ทันสมัย พร้อมใช้งานและมั่นใจว่าจะมีความปลอดภัยกับมนุษย์ได้ดีกว่าการทดสอบกับสัตว์
จากการค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่องกว่า 27 ปีของ “อมอร์แปซิฟิก” ผู้นำอันดับหนึ่งด้านความงามจากประเทศเกาหลีใต้ ล่าสุดนักวิจัยได้ค้นพบ “ซูเปอร์เพียวเรตินอล” (Super Pure Retinol) หรือ “เรตินอลบริสุทธิ์รูปแบบพิเศษ” ที่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มอัตราการหมุนเวียนเปลี่ยนเซลล์ผิวช่วยให้ริ้วรอยของผิวตื้นขึ้น นำมาซึ่งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของ LANEIGE (ลาเนจ) กับนวัตกรรมเพื่อต่อต้านความร่วงโรย “ลาเนจ เพอร์เฟค รีนิว ยูธ เรตินอล ครีม” (Laneige Perfect Renew Youth Retinol Cream) ครีมลดเลือนริ้วรอยที่สามารถใช้ได้ทั่วใบหน้าและรอบดวงตาเพื่อดูแลปัญหาริ้วรอยเฉพาะจุด การันตีด้วย 6 รางวัลความสำเร็จและสิทธิบัตรมากมายจากทั่วโลก เทคโนโลยีเอกสิทธิ์ที่คิดค้นขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับลาเนจกับ 3 ส่วนผสมหลักเพื่อต่อต้านริ้วรอย ได้แก่ “เรตินอลบริสุทธิ์รูปแบบพิเศษ” ที่ดีที่สุดของอมอร์แปซิฟิค เพราะมีความบริสุทธิ์สูงมากถึง 95% ซึ่งเป็นความบริสุทธิ์สูงสุดที่เป็นไปได้ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างมีประสิทธิภาพ ผสานเข้ากับ “ไตรเปปไทด์จากฝรั่งเศส” อันประกอบด้วยกรดอะมิโนกระชับผิว 3 โมเลกุล ช่วยกระตุ้นการผลิตโปรคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ และ “กรดไฮยารูโลนิคขนาด 5 โมเลกุล” ที่เข้าเติมเต็มความชุ่มชื้นได้ถึง 5 ระดับชั้นผิว ป้องกันการเสื่อมสลายของคอลลาเจน ช่วยลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นและกระชับผิว แก้ปัญหาความร่วงโรยจากผลกระทบของอุปกรณ์ดิจิทัล
LANEIGE Perfect Renew Youth Retinol Cream เป็นเรตินอลบริสุทธิ์ 95% ใช้ได้กับ 8 จุดริ้วรอยบนใบหน้า ได้แก่ หน้าผาก, ระหว่างคิ้ว, ใต้ตาและหางตา, รอยหัวเราะ, มุมปาก, บริเวณลำคอ และ บริเวณอื่นที่เห็นเส้นริ้วรอย ตลอดจนริ้วรอยอันเกิดจากการเผชิญกับแสงจากจอและความร้อนจากอุปกรณ์ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ หรือ จอคอมพิวเตอร์ และปัญหาริ้วรอยที่เกิดจาก Phone Face1 ขณะใช้ สมาร์ทโฟน อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวหน้าหย่อนคล้อยก่อนวัยของคนยุคนี้ โดย 3 ส่วนผสมทรงประสิทธิภาพเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยของผิวจาก ลาเนจ ได้แก่
1. ซูเปอร์เพียวเรตินอล (Super Pure Retinol) หรือ “เรตินอลบริสุทธิ์รูปแบบพิเศษ” ที่ดีที่สุดของอมอร์แปซิฟิค เพราะมีความบริสุทธิ์สูงถึง 95% ซึ่งเป็นความบริสุทธิ์สูงสุดที่เป็นไปได้ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเข้าทำงานโดยตรงกับริ้วรอย เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนและขัดขวางการย่อยสลายคอลลาเจน
2. ไตรเปปไทด์จากฝรั่งเศส (Tripeptide from France) กรดอะมิโนกระชับผิว 3 โมเลกุล ช่วยกระตุ้นการผลิตโปรคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ โดยเปปไทด์จะส่งสัญญาณสู่เซลล์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเมื่อพบว่ามีการทำลายคอลลาเจนมากเกินไป
3. กรดไฮยาลูโรนิก 5 ชั้น (5-Layer Hyaluronic Acids) เข้าเติมเต็มความชุ่มชื่นในชั้นผิว เพิ่มความแน่นและเร่งความกระชับ 3 โซนผิว อันได้แก่ ใต้ตา ร่องรอยยิ้ม และ มุมปาก ป้องกันการเสื่อมสลายของคอลลาเจนและช่วยในการดูดซึมเรตินอลลงสู่ผิวหนัง เมื่อผิวได้รับความชุ่มชื้นอย่างเต็มที่จากกรดไฮยาลูโรนิก ผิวจะฟูขึ้นส่งผลให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ผิวแลดูกระชับและอิ่มแน่น เต่งตึง
นอกจาก 3 ส่วนผสมหลักแล้ว “ลาเนจ เพอร์เฟค รีนิว เรตินอล ครีม” (Laneige Perfect Renew Retinol Cream) ยังมีส่วนผสมของ “ใบบัวบก” ที่มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาผิวและซ่อมแซมผิวสำหรับผิวที่ไวและแพ้ง่าย และ “กรดทรานซามิก” (Tranexamic Acid) ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง กระจ่างใส นอกจากนี้ ลาเนจยังให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์นี้เป็นพิเศษ เนื่องจากเรตินอลจะเป็นสารที่ “ไวต่อแสง” เราจึงคิดค้น “บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ” ที่สามารถต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (อนุมูลอิสระ) ด้วย 3 การออกแบบพิเศษ ได้แก่ 1) ฝาด้านในตรงปลายหลอดถูกปิดผนึกเพื่อลดการไหลเข้าของอากาศเมื่อไม่ได้เปิดใช้งาน 2) เพิ่มจุกปิดผนึกอีกชั้นเพื่อป้องกันการแตกหักในระหว่างบีบเนื้อผลิตภัณฑ์ 3) เพิ่มแผ่นอลูมิเนียมป้องกันอีกหนึ่งชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้อ็อกซิเจนเข้าไปในหลอดได้ขณะเปิดใช้เนื้อครีม ด้วยเทคนิคการออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบพิเศษนี้ จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของส่วนผสมเรตินอลว่าจะคงความเสถียรภาพจากความเสี่ยงของ แสง อ็อกซิเจน และความชื้น ได้อย่างสูงสุด
วิธีใช้ ให้ใช้ Perfect Renew Youth Retinol Cream เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการดูแลผิวขั้นพื้นฐาน และใช้ครีมกันแดดเสมอในเวลาเช้า เพื่อการปรับผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แนะนำให้ใช้ ดังนี้
สัปดาห์ที่ 1 - ใช้คืนเว้นคืน ในปริมาณเม็ดถั่วเขียวและทาเฉพาะจุดที่มีปัญหาริ้วรอย
สัปดาห์ที่ 2 - ใช้ทุกคืน ในปริมาณเม็ดถั่วเขียวและทาเฉพาะจุดที่มีปัญหาริ้วรอย
สัปดาห์ที่ 3 - ใช้ทุกคืน ในปริมาณเม็ดถั่วเหลือง และทาทั่วผิวหน้า
สัปดาห์ที่ 4 เป็นต้นไป - ใช้ทุกวัน เช้า-ก่อนนอน ในปริมาณเม็ดถั่วเหลือง และทาทั่วผิวหน้า
จากผลการทดสอบพบกว่า หลังจากใช้ Perfect Renew Youth Retinol Cream เพียง 1 สัปดาห์ ริ้วรอยบริเวณตาลดลง -32.714 % รอยหัวเราะลดลง -22.8% ริ้วรอยรอบปากลดลง -21.5% และบริเวณริ้วรอยอื่นก็ลดลงเช่นกัน สัมผัสได้ถึงผิวที่กระชับ และริ้วรอยที่ลดลงได้หลังใช้ 1 สัปดาห์
*เนื่องจาก “เรตินอล” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องเลี่ยงจาก แสงแดด ออกซิเจน และความชื้น ดังนั้น “บรรจุภัณฑ์” จึงต้องได้รับการออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษ ด้วยวัสดุหลอดอลูมิเนียม 9 ชั้น เพื่อเป็นเกราะป้องกันอ็อกซิเจน และป้องกันกระบวนการเกิดอ็อกซิเดชั่น ทำให้คุณภาพของครีมคงความเสถียรจนหมดหลอด*
พบที่สุดแห่งการนวัตกรรมแห่งพลังความอ่อนเยาว์ Laneige Perfect Renew Youth Retinol Cream (ปริมาณ 15 มล. ราคา 1,650 บาท / ปริมาณ 30 มล. ราคา 2,750 บาท) และผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอยใน “กลุ่มผลิตภัณฑ์ Perfect Renew Youth” ได้ ณ เคาน์เตอร์ลาเนจ ทุกสาขา หรือ ช่องทาง Line: @laneigechatandshop ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นเพิ่มเติม คลิ๊ก https://www.facebook.com/laneigethailand
Wongnai ร่วมกับ บัตรเครดิต JCB ฉลองครบรอบครั้งที่ 10 ของ สุดยอดเทศกาลอาหารอันดับหนึ่ง “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2021” ในธีม “Japanese Top Gems” เอาใจคออาหารญี่ปุ่นด้วยดีลสุดคุ้มจากสุดยอดร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศหลากหลายสไตล์ที่ Wongnai ได้คัดสรรมามากว่า 40 ร้าน ในราคา 799 บาท, 1,499 บาท และ 2,499 บาท (net) ซื้อดีลสุดคุ้มได้ที่ เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Wongnai ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 พฤษภาคมนี้
Wongnai Bangkok Restaurant Week 2021: Japanese Top Gems ยกทัพสุดยอดร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นเยี่ยมหลากหลายสไตล์โดยเชฟมากประสบการณ์กว่า 40 ร้าน ที่พร้อมใจกันจัดลดพิเศษแบบที่ไม่เคยลดมาก่อน สูงสุดถึง 54% เอาใจคออาหารญี่ปุ่นแบบจัดเต็มทั้ง โอมากาเสะ ซูชิ ชาบูและสุกี้ยากี้ เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสรสชาติและประสบการณ์แบบญี่ปุ่นต้นตำรับจากร้านดังมากมายไม่ว่าจะเป็น OMAKASE TEN, KISSO, 山里 Yamazato, Eishin by meruto, SUSHI MORI, NABEZO, TENYUU, Tokyoxxx Premium Ari และอีกมากมายรวมกว่า 40 ร้าน ที่ Wongnai ได้คัดสรรมาอย่างตั้งใจ ลิ้มรสครบชุดกับราคาแบบฟูลคอร์ส เริ่มต้นที่ 799 บาท, 1499 บาท และ 2499 บาท (net) กับเมนู Signature Set ที่ประกอบไปด้วย Appetizer, Main Course, Dessert และ Beverage
ในโอกาสครบรอบครั้งที่ 10 ของเทศกาลอาหารอันดับหนึ่ง Wongnai Bangkok Restaurant Week 2021 พร้อมมอบสิทธิพิเศษ สำหรับผู้ถือบัตรเครดิต JCB รับส่วนลด 15% สูงสุด 300 บาท เมื่อซื้อดีลร้านอาหารในแคมเปญ Wongnai Bangkok Restaurant Week 2021 (จำกัด 1 สิทธิ์ ต่อ 1 บัญชี จำนวน 1,000 สิทธิ์ตลอดแคมเปญ)
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อดีล Wongnai Bangkok Restaurant Week 2021 : Japanese Top Gems ได้ที่ https://www.wongnai.com/restaurantweek หรือที่แอปพลิเคชัน Wongnai ตั้งแต่วันนี้-15 พฤษภาคมนี้ และสามารถใช้สิทธิ์ได้ถึงวันที่ 15 มิถุนายนนี้เท่านั้น
WeTV ผู้นำการให้บริการวิดีโอสตรีมมิงแอปพลิเคชันในฐานะ “ศูนย์รวมความบันเทิงแห่งเอเชีย” (Asian Premium Selection) เดินหน้าขยายฐานผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือ “AIS PLAY” ในฐานะผู้ให้บริการ VDO Streaming Service Provider ส่งแพ็คเกจ WeTV VIP ทั้งแบบรายเดือน รายสัปดาห์ และรายวันในราคาสุดคุ้มส่งตรงถึงมือลูกค้าเอไอเอสทั้งในระบบเติมเงิน และรายเดือน ให้เหล่าคอซีรีส์ได้รับชมออริจินัล คอนเทนต์คุณภาพดี และวาไรตี้ดังจากทั่วทั้งเอเชีย ดูได้ทุกที่...ทุกเวลา แบบถูกลิขสิทธิ์ ดูฟรี แบบไม่มีโฆษณาคั่น เริ่มสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
คุณกนกพร ปรัชญาเศรษฐ ผู้จัดการ WeTV ประจำประเทศไทย บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำด้านการให้บริการแอปพลิเคชันวิดีโอสตรีมมิงของประเทศไทย WeTV มุ่งมั่นที่จะนำเสนอคอนเทนต์คุณภาพหลากหลายรูปแบบ เพื่อส่งมอบความบันเทิงให้แก่ผู้ใช้บริการอยู่เสมอ การร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ AIS PLAY ในครั้งนี้ จึงเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่จะทำให้ทั้ง WeTV และ AIS PLAY สามารถนำเสนอคอนเทนต์คุณภาพให้กับลูกค้าซึ่งเป็นผู้ใช้งานกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น รวมถึงมอบประสบการณ์ความบันเทิงแห่งเอเชียด้วยการส่งแพ็คเกจเสริม WeTV VIP ในราคาสุดคุ้มเริ่มต้นเพียงวันละ 9 บาทเท่านั้น ซึ่งสมาชิก WeTV VIP สามารถเลือกรับชมออริจินัล และเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์คุณภาพจาก WeTV ด้วยความคมชัดระดับ HD ทุกเรื่อง ทุกรายการ ทุกตอนได้ไม่อั้น ไม่มีโฆษณามาคั่นให้กวนใจ โดยสามารถดูได้ถึงสองเครื่องต่อหนึ่งบัญชี นอกจากนี้สมาชิก WeTV VIP จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วม Fast Track เพื่อดูตอนใหม่ล่วงหน้าก่อนใคร และกิจกรรมพิเศษอีกมากมายที่รออยู่”
นางสาวศิวพร เพ่งผล หัวหน้าแผนกงานบริหารวิดีโอและบรอดคาสท์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า "ช่วง 2 – 3 ปี ที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า VDO Content มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งส่วนผู้ให้บริการ ผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหม่ๆ และการขยายฐานของผู้รับชมภายในประเทศ ผ่านช่องทางรับชมที่หลากหลาย โดย AIS PLAY ในฐานะผู้ให้บริการ VDO Streaming Service Provider ได้พัฒนาการให้บริการคอนเทนต์ ทั้งการผลิตออริจินัลคอนเทนต์ พัฒนารูปแบบการนำเสนอใหม่ๆ และร่วมทำงานกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการร่วมกับ WeTV แอปพลิเคชันวิดีโอสตรีมมิงแหล่งรวมคอนเทนต์คุณภาพจากทั่วเอเชียที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากผู้ชมชาวไทยมาพร้อมเสิร์ฟคอนเทนต์ความบันเทิงให้กับลูกค้าเอไอเอสทั้งแบบรายเดือนและเติมเงินได้เลือกรับชมกันอย่างจุใจและคุ้มค่ากับแพ็กเกจ WeTV VIP ทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ และพิเศษสุดกับแพ็กเกจรายเดือนเพียง 59 บาทต่อเดือนและเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า สามารถสมัครและชำระค่าบริการได้ภายในบิลชำระค่าบริการได้อย่างสะดวก ง่าย และปลอดภัย"
รายละเอียดแพ็คเกจเสริม WeTV VIP กับสิทธิสุดพิเศษให้ลูกค้าเอไอเอสได้ดูคอนเทนต์ระดับคุณภาพจากทั่วเอเชียได้ในราคาสุดคุ้ม!
● แพ็คเกจเสริมรายเดือน
คิดค่าบริการเดือนละ 59 บาท จากปกติราคาเดือนละ 89 บาท อีกทั้งยังได้รับสิทธิ์ชมฟรี 30 วันแรก สำหรับลูกค้าเอไอเอสแบบเติมเงิน และรายเดือนที่สมัครใช้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 สิงหาคม 2564 สำหรับลูกค้าที่สมัครใช้บริการ WeTV เป็นครั้งแรกอีกด้วย
● แพ็กเกจเสริมแบบรายสัปดาห์
แพ็คเกจเสริมแบบ 7 วัน สำหรับลูกค้าเอไอเอสแบบเติมเงิน รับสิทธิ์ชมฟรี 7 วันแรก หลังจากนั้นคิดค่าบริการเพียงเดือนละ 19 บาทเท่านั้น สำหรับลูกค้าที่สมัครใช้บริการ WeTV เป็นครั้งแรก
● แพ็กเกจเสริมแบบรายวัน
แพ็คเกจรายวัน สำหรับลูกค้าเอไอเอสแบบเติมเงิน ด้วยราคาสบายกระเป๋าเพียงวันละ 9 บาทเท่านั้น!
สำหรับลูกค้าเอไอเอสที่สมัครแพ็คเกจเสริม WeTV VIP เตรียมพบกับขบวนซีรีส์และรายการวาไรตี้ดังทั่วเอเชีย ทั้งไทย จีน เกาหลี และอีกมากมาย เช่น
● CHUANG 2021 เวทีที่เฟ้นหาสุดยอดบอยกรุ๊ปจากเด็กฝึกทั่วโลก : http://bit.ly/Chaung2021
● เดอะ เดบิวต์..อวสานไอดอล (The Debut) : http://bit.ly/TheDebutWeTV
● MOUSE : http://bit.ly/WeTVMOUSE
● คุณคือป้อมปราการของฉัน (You Are My Hero) : http://bit.ly/YouAreMyHERO
● ร้อยรักปักดวงใจ (พากย์ไทย) The Sword and the Brocade : http://bit.ly/TheSwordAndTheBrocadeTH
โดยลูกค้าแพ็คเกจเสริมสามารถดูฟรีครบทุกตอนได้ที่ WeTV VIP เท่านั้น ลูกค้าเอไอเอสที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/WeTVVIPxAISPlay
นาฬิกาสวยๆ สักเรือน ก็เปรียบเสมือนเครื่องประดับ ที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์และตัวตนของผู้สวมใส่ หลายคนสวมใส่นาฬิกาเป็นหนึ่งในแอคเซสซอรี่ที่ช่วยคอมพลีทลุค มิกซ์แอนด์แมทให้เข้ากับแฟชั่นเทรนด์ ในขณะที่หลายคนให้ความสำคัญกับนาฬิกาเป็นของสะสมและการลงทุนที่เพิ่มมูลค่าในอนาคต ด้วยเหตุนี้ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จึงจัดมหกรรมเพื่อคนรักนาฬิกาครั้งใหญ่แห่งปี ‘ROBINSON THE ULTIMATE WATCH FAIR 2021’ (โรบินสัน เดอะ อัลติเมท วอทช์ แฟร์ 2021) ในคอนเซ็ปต์ ‘LIGHT OF GALAXY’ รวบรวมนาฬิกาทั้งกลุ่มลักชัวรี่ แฟชั่น สมาร์ทวอทช์ รุ่นพิเศษ ลิมิเต็ด อิดิชั่น มาให้กลุ่มวอทช์เลิฟเวอร์ได้ช้อปที่แรกก่อนใคร! กว่า 50 แบรนด์ พร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2564 ณ เซ็นเตอร์ คอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์
สำหรับตัวอย่างไฮไลท์ของแบรนด์นาฬิกาชั้นนำภายในงาน ‘ROBINSON THE ULTIMATE WATCH FAIR 2021’ ในครั้งนี้ ประกอบด้วย
● แบรนด์ FRANCK MULLER กับคอลเลคชั่นพิเศษ FRANCK MULLER x VATANIKA THAILAND LIMITED EDITION รุ่น MASTER SQUARE™ VATANIKA ROUGE DIAMOND LIMITED EDITION คอลเลคชั่นที่มีเฉพาะประเทศไทย ซึ่งออกแบบโดยดีไซน์เนอร์สาว FRIEND OF FRANCK MULLER คุณแพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ตัวเรือนเป็นโรสโกลด์ล้อมเพชร หน้าปัดแล็คเกอร์สีแดงสด โดดเด่นด้วยตัวเลขโรมัน V และ XI ประดับเพชร สายหนังจระเข้สีแดง ตัวเครื่องเป็นระบบควอตซ์ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 9 เรือนในโลกเท่านั้น ในราคา 1,214,000 บาท
● ด้านแบรนด์ ORIS ได้เตรียมนาฬิกา 2 รุ่นไฮไลท์ คือ ORIS WHARK SHARK LIMITED EDITION ที่มาพร้อมตัวเรือนนาฬิกาไดฟ์เวอร์ รุ่น ORIS AQUIS GMT และผลิตจำนวนจำกัด 2,016 เรือน เพื่อระลึกถึงปีที่สหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้ประกาศให้เป็นปีสำคัญในการปกป้องประชากรฉลามวาฬ ในราคา 115,900 บาท และ ORIS AQUIS DATE 41.5 mm (CHERRY) นาฬิกาสำหรับนักประดาน้ำรุ่นล่าสุด ORIS AQUIS DATE CHERRY RED กับการพลิกโฉมด้วยหน้าปัดเฉดสีแดงฉ่ำ รวมถึงการขัดแต่งแบบ SUNBURST อันโดดเด่น ตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาดหน้าปัด 41.5 มม. เหมาะกับข้อมือสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรี เข้ากับไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิตประจำวัน พร้อมหน้าต่างวันที่ตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงกลไกที่เปี่ยมประสิทธิภาพ ทั้งชุดเข็มและหลักชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสง SUPER LUMINOVA ที่เข้ากับขอบ BEZEL สแตนเลสสตีลพร้อม DIVING SCALE ตัวนูนที่ได้แรงบันดาลใจจากรุ่นยอดฮิต AQUIS DATE RELIEF ในราคา 83,900 บาท และอีกหลากหลายคอลเลคชั่น พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษเฉพาะในงาน และรับ ORIS SUMMER PREMIUM (เฉพาะรุ่น) อีกด้วย
● ส่วน THE SWATCH GROUP ได้ขนทัพนาฬิกาที่เป็นคอลเล็คชั่นไฮไลท์ของแต่ละแบรนด์มาเปิดตัวในงานนี้เป็นที่แรก เริ่มจากแบรนด์ LONGINES นำคอลเล็คชั่น SPIRIT ที่หลอมรวมประวัติศาสตร์เข้ากับนวัตกรรม โดยผสมผสานยุครุ่งโรจน์ของการบินให้เข้ากับดีไซน์อันงดงามและคุณสมบัติของนาฬิกายุคปัจจุบัน มาพร้อมกลไกไขลานอัตโนมัติที่ได้รับการรับรองระดับโครโนมิเตอร์โดย COSC RADO นำรุ่น CAPTAIN COOK BRONZE ที่สาวก RADO รอคอย กับสีใหม่ล่าสุดในตัวเรือนบรอนซ์เคลือบทองคำตัดกับหน้าปัดและขอบตัวเรือนไฮเทคเซรามิกสีแดงเบอร์กันดี ส่วน MIDO นำนาฬิกาดำน้ำลุคสปอร์ต OCEAN STAR 200C ขอบเซรามิค กันน้ำลึก 200 ม. มาเป็นไฮไลท์ในงานนี้
● ต่อด้วย GRAND SEIKO กับ SEIKO PROSPEX นาฬิกาดำน้ำที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกาะอิริโอโมเตะ มี 3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น SPB207 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกาะอิริโอโมเตะ กันน้ำได้ 300 เมตร พร้อมกับตัวเรือนแบบหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียวไร้รอยต่อ และสร้างขึ้นเพื่อรองรับการทำงานใต้น้ำหรือการดำน้ำต่อเนื่อง (Saturation Diving) หรือการดำน้ำแบบปกติที่อาศัยถังอากาศ (Scuba Diving) ผลิตเพียง 3,000 เรือนทั่วโลก, SLA047 เป็นการต่อยอดความสำเร็จด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ กันน้ำได้ 200 เมตร ผลิตเพียง 6,000 เรือนทั่วโลก, SSC807 นาฬิกาโครโนกราฟที่ใช้กระแสไฟฟ้าที่ถูกเปลี่ยนจากพลังงานแสงอาทิตย์ กันน้ำได้ 200 เมตร โดยผลิตจำกัดเพียง 4,000 เรือนทั่วโลก
● และอีกหนึ่งแบรนด์อย่าง GARMIN ที่เตรียม 3 รุ่นไฮไลท์ VENU SQ MUSIC 2 สีใหม่ BLACK/ROSE GOLD กรอบดิสเพลย์สีโรสโกลด์สุดฮิตตัดกับสายนาฬิกาสีดำทำให้ดูโดดเด่น และสี WHITE/SLATE GOLD สายนาฬิกาสีขาวดูเรียบและเพิ่มความเข้มด้วยกรอบดิสเพลย์สีดำ ทั้ง 2 รุ่นมีจุดเด่นที่หน้าจอสีสดใส ผสมผสานกับสไตล์การใช้งานแบบประจำวัน ราคา 8,490 บาท เมื่อช้อปภายในงานรับ FREE JOOX VIP 3 เดือน และยังสามารถจัดเก็บเพลย์ลิสเพลงในนาฬิกากับติดตามสุขภาพและข้อมูลออกกำลังกายได้ด้วย และอีกหนึ่งรุ่นที่สาย GAMER ไม่ควรพลาด พร้อมยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมไปกับรุ่น INSTINCT, E-SPORTS EDITION BLACK LAVA ไม่ได้เพียงแค่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยวิเคราะห์ผลการเล่นเกมผ่านโปรไฟล์กิจกรรมอีสปอร์ตที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ ใช้ STR3AMUP เพื่อบรอดคาสต์ระดับความเครียดและอัตราการเต้นของหัวใจผ่านการสตรีมเกม มาเทรนร่างกายและเตรียมสมองให้พร้อมต่อการเล่นเกมไปกับ INSTINCT รุ่นนี้ราคา 10,990 บาท
● ปิดท้ายด้วยแบรนด์ยอดนิยมอย่าง CASIO กับ “CASIO G-SHOCK ได้เปิดตัวผลงานใหม่จาก MR-G KACHI-IRO SERIES ประกอบด้วย 3 โมเดล ได้แก่ MRG-B2000B-1ADR, MRG-B2000R-1ADR ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายและชุดเกราะของเทพเจ้าญี่ปุ่น และรุ่น MRG-B1000BA-1ADR สำหรับผู้ที่ชอบตัวเรือนขนาดกลาง ที่มาพร้อมโครงสร้างที่ป้องกันการกระเทือนได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดิม สามารถกันน้ำได้ถึง 200 เมตร และมีระบบมัลติฟังก์ชันต่างๆ ที่ให้ผู้สวมใส่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ ถือเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่ใช้เป็นเครื่องบอกเวลาแห่งศตวรรษที่ 21 เลยก็ว่าได้ และอีกหนึ่งรุ่น G-SHOCK MT-G x SANKUANZ (LIMITED MODEL) ในคอนเซ็ปต์ 'KILL THE WALL' ที่ทลายกำแพงระหว่าง STREET FASHION ที่เข้าถึงได้ง่าย และความหรูหราสไตล์ LUXURY หลอมรวมเป็นดีไซน์ที่ลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เรียกได้ว่าเป็นโมเดลที่โดนใจสาย LUXURIOUS STREET FASHION อย่างแน่นอน
โดยงานนี้มีเหล่าเซเลบริตี้วอทช์เลิฟเวอร์ร่วมอัพเดทคอลเลคชั่นนาฬิกาก่อนใคร ไม่ว่าจะเป็น ดีไซเนอร์สาวสุดฮอตอย่าง มิ้นท์-ณิชชา บุณยากร ที่มาร่วมแชร์ทริคในการเลือกนาฬิกาของตนเองว่า “มิ้นท์เป็นคนที่ชอบแฟชั่น ชอบแต่งตัว สำหรับมิ้นท์นาฬิกาก็เปรียบเสมือนเครื่องประดับ ส่วนตัวจะชอบใส่นาฬิกาหลากหลายแบบขึ้นอยู่กับโอกาส มิ้นท์ชอบนาฬิกาแบบบอยไซส์ ขนาดประมาณ 36 38 40 มิล เพราะมิ้นท์เป็นคนตัวเล็กที่มีข้อมือค่อนข้างใหญ่ อย่างในงานนี้นาฬิกาที่มิ้นท์ชอบมากที่สุดคือ FRANCK MULLER x VATANIKA THAILAND LIMITED EDITION รุ่น MASTER SQUARE™ VATANIKA ROUGE DIAMOND LIMITED EDITION คอลเลคชั่นที่มีเฉพาะประเทศไทย ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 9 เรือนในโลกเท่านั้น ชอบดีไซน์ที่มีความโดดเด่น หรูหรา เวลาใส่แล้วเสริมบุคลิกของเราได้ค่ะ”
ด้าน ปั้น-ชิตณรงค์ วิเศษสมภาคย์ วิศวกรและนักแสดงหนุ่มมากความสามารถ กล่าวถึงการร่วมอัพเดท คอลเลคชั่นนาฬิกาก่อนใครที่งานนี้ว่า “ผมเป็นคนที่ชอบนาฬิกามากๆอยู่แล้วครับ ทั้งซื้อใส่เอง และซื้อเพื่อการลงทุน ทริคในการเลือกนาฬิกาของผมคือจะเลือกซื้อนาฬิกาแบรนด์ที่มีคุณภาพ ในชีวิตประจำวันผมจะชอบใส่สมาร์ทวอทช์ อย่างGARMIN VENU SQ MUSIC 2 เป็นตัวที่ผมใส่ทุกวัน ใส่ได้หลายโอกาส แข็งแรง ใส่แบบไม่ต้องรักษามาก เพราะผมเป็นวิศวกรทำงานแบบลุยๆ และมีไลฟ์สไตล์ค่อนข้างแอคทีฟ ชอบออกกำลังกาย ดำน้ำ ตีกอล์ฟ ใส่ไปถึงตอนนอนเพื่อวัดระดับการนอน นอกจากฟังก์ชั่นการใช้งานแล้วผมยังเลือกนาฬิกาจากดีไซน์ที่ชอบ ในงานนี้เรือนที่ผมถูกใจมากที่สุดคือ ORIS WHARK SHARK LIMITED EDITION มีดีไซน์สวยงามเป็นหนังฉลามวาฬและมีรูปฉลามวาฬอยู่ด้วย ที่ชอบเพราะผมเป็นคนชอบดำน้ำ และผมชอบฉลามวาฬมากๆ และพอได้ทราบสตอรี่ที่มาของนาฬิการุ่นนี้ว่าผลิตขึ้นเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ และปกป้องประชากรฉลามวาฬ ในปี 2016 ซึ่งมันตรงกับความรู้สึกของเรา และที่สำคัญคือเป็นรุ่นลิมิเตด ราคาไม่ตก และสามารถเพิ่มมูลค่าในอนาคตได้อีกด้วย”
ร่วมสัมผัสกับมหกรรมเพื่อคนรักนาฬิกาครั้งใหญ่แห่งปี ‘ROBINSON THE ULTIMATE WATCH FAIR 2021’ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2564 ณ เซ็นเตอร์ คอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ พร้อมมอบความเหนือระดับในการช้อปปิ้ง กับครั้งแรก! ของบริการสั่งซื้อสินค้าที่สะดวกสบายบนแพลทฟอร์มออมนิชาแนลของโรบินสัน ไม่ว่าจะเป็นช้อปผ่านเว็บไซต์ ROBINSON ONLINE ที่ www.robinson.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง ROBINSON CHAT & SHOP แชทบอกผู้ช่วยส่วนตัวที่ LINE @Robinson ROBINSON FACEBOOK INBOX และ FACEBOOK LIVE ให้ลูกค้าช้อปง่ายๆ ที่ FACEBOOK ROBINSON DEPARTMENT STORE ROBINSON CALL & SHOP โทรช้อปสินค้าผ่านเบอร์ 1425 รับสินค้าได้ทันใจ และบริการใหม่ล่าสุด PERSONAL SHOPPER ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวสำหรับทุกคน โทร.1425 กด 3 ที่จะอำนวยความสะดวก คอยให้คำแนะนำสิทธิพิเศษแก่ทุกท่านได้อย่างครบครัน
เมซอง แบร์เช่ ปารีส (Maison Berger Paris) ผู้นำเครื่องหอมบ้านระดับพรีเมี่ยมจากประเทศฝรั่งเศส สร้างอากาศบริสุทธิ์ให้ทุกมุมในบ้าน ส่งโปรโมชั่นสุดร้อนแรง ชุดตะเกียงน้ำหอม Glacon รูปทรงสี่เหลี่ยมคิวบ์ ที่ได้แรงบันดาลใจจากก้อนน้ำแข็ง มีให้เลือก 2 สี สีเขียวและสีดำ มาพร้อมน้ำหอมกลิ่น Pure White Tea ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคาปกติ 4,510 บาท พิเศษเหลือเพียง 2,350 บาท รับเพิ่มน้ำหอมชนิดเติมตะเกียงขนาด 500 มิลลิลิตร กลิ่น Summer Rain และน้ำหอมเซ็ต Trio Pack (ขนาด 180 มิลลิลิตร 3 ขวด คละกลิ่น) สามารถเลือกซื้อได้ในทุกช่องทางจำหน่ายยกเว้น สาขาเซ็นทรัลชิดลม และชิค รีพับบลิค โปรโมชั่นเริ่มแล้ววันนี้ – 19 เมษายน 2564
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02 254 2780 หรือ 02 672 0498 ต่อ 113 และช่องทางออนไลน์ ได้แก่ www.maisonbergerthailand.com, Facebook https://www.facebook.com/maisonbergerthailand, Instagram https://www.instagram.com/maisonbergerthailand, @line https://page.line.me/maisonbergerthai
เว็บไซต์นี้มีการเก็บ Cookies เพื่อปรับปรุงการให้บริการ จิ้มดู นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม