Beauty Arrival

Pantone เผยโทนสีสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับเมืองไทย ผ่านคอลเลคชั่นเสื้อผ้าของ CC DOUBLE O เป็นครั้งแรก

กฤช สิงห์สัจจเทศ แบรนด์ไดเร็กเตอร์ของ CC DOUBLE O เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษประจำปี 2021 ในคอนเซ็ปต์ “Joy of Color” ซึ่งเป็นความร่วมมือกันครั้งแรกระหว่าง CC DOUBLE O และสำนักเทรนด์สีระดับโลกอย่าง Pantone

เป็นเรื่องน่าติดตามทุกปีว่าแบรนด์เสื้อผ้าอย่าง CC DOUBLE O จะสร้างเซอร์ไพร์สด้วยการสร้างสรรค์ คอลเลคชั่นพิเศษเพื่อเป็นของขวัญให้กับลูกค้า โดยในปีนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการจับมือกันเป็นครั้งแรกร่วมกับสุดยอดสำนักเทรนด์สีอย่าง Pantone Color Institute ซึ่งถือเป็นทั้ง Innovator และ Trend Setter เจ้าสำคัญที่มีอิทธิพลต่อวงการออกแบบ วงการงานดีไซน์ ตลอดจนอีกหลากหลายวงการ การคอลแลปส์กันในครั้งนี้เป็นการชวนกันมาเลือกสีสันสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับ CC DOUBLE O โดยเฉพาะ จำนวน 13 สี ซึ่งสีสันที่ได้รับการคัดเลือกมาพร้อมกับแนวคิดเกี่ยวกับเมืองไทย ที่สะท้อนผ่านมุมมองของ Pantone อาทิ

● สี Papaya Punch สีพั้นซ์พาสเทล จากส้มตำไทย อาหารที่ทั้งไทยและต่างประเทศรู้จักกันเป็นอย่างดี เฉดสีสะท้อนความสดใส สนุกสนาน เปรี้ยว หวาน เผ็ด เข้ากันลงตัว
● สี Radiant Orchid สีม่วงจากดอกกล้วยไม้ สื่อถึงความทันสมัย มีชีวิตชีวา มีความเป็นป็อปคัลเจอร์แฝงอยู่ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับความคิดริเริ่มใหม่ๆที่สร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว
● สี Geranium มาจากสีประจำวันอาทิตย์ของไทย (Thailand The Color of Sunday) สื่อถึงความสดใส พลังงาน และท้าทายสิ่งใหม่อยู่เสมอ
● สี Blue Turquoise จากสีน้ำทะเลของเกาะพีพี จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงรักทะเลของประเทศไทย
● สี Foliage Green จากใบตองห่อขนมไทย ขนมหวานไทยคือภูมิปัญญามรดกจากรุ่นสู่รุ่น การหยิบเอาสีใบตองห่อห่อขนมย่อมสะท้อนความเป็นไทยได้ดี
● สี Classic Blue จากรถตุ๊กตุ๊ก สัญลักษณ์ที่ใครๆ มาเมืองไทยต่างพูดถึง และต้องลองซักครั้ง
● สี Golden Brown จาก วัดเก่าในจังหวัดอยุธยา ความรุ่งเรืองในอดีตที่หลงเหลือในปัจจุบัน สีของอิฐที่ก่อร่างสร้างเมืองและวัดยังคงโดดเด่นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมให้ผู้คนได้มาสัมผัส
● สี Nightshadow Blue จากบรรยากาศยามค่ำคืนของถนนข้าวสาร Walking Street ที่เป็นตำนานที่มีชีวิตชีวาที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวของกรุงเทพ เมืองแห่งรอยยิ้ม และความสนุกสนานที่พร้อมต้อนรับผู้คนอยู่เสมอ

นอกจากสีพิเศษทั้ง 8 สีนี้แล้ว ยังมีสีอื่นๆ ที่มาช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับคอลเลคชั่น ไม่ว่าจะเป็นสีขาวสว่างอย่าง Bright White สีกรมท่า Dark Navy สีดำ Meteorite และที่พิเศษมากไปกว่านั้นคือการนำสีประจำปีหรือ Color of the Year ที่กำหนดโดย Pantone ประจำปี 2021 อย่างสีเทา Ultimate Gray และสีเหลือง Illuminating มาเป็นส่วนหนึ่งกับคอลเลคชั่นนี้ด้วย

พบกับสินค้าคอลเลคชั่นใหม่พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ที่ร้าน CC DOUBLE O ทุกสาขา หรือช้อปออนไลน์ที่ www.ccdoubleo.com

OPPO ปลุกพลังแห่งสีสันพันล้านสี ณ ใจกลางกรุงเทพฯ

OPPO ร่วมมือกับ National Geographic ตอกย้ำพลังของสีสันและความเปราะบางของธรรมชาติที่ไม่ควรมองข้าม ผ่านแคมเปญ “Endangered Colours” กับการเก็บภาพสิ่งมีชีวิตที่กำลังสูญพันธุ์ เพื่อตอกย้ำความสำคัญของการมีอยู่ของธรรมชาติ พร้อมแสดงให้เห็นถึงสีสันที่หายากที่สุดก่อนที่จะสายเกินไป

แคมเปญ Endangered Colours ได้เก็บสีสันแห่งธรรมชาติที่ใกล้สูญพันธ์ผ่านมุมมองของ Joel Sartore ช่างภาพระดับมืออาชีพจาก National Geographic และเลนส์กล้องของสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพ OPPO Find X3 Pro 5G ที่สามารถเก็บสีสันได้ถึงหนึ่งพันล้านสี เพื่อแสดงให้ผู้คนได้เห็นว่าความสวยงามของสีสันแห่งธรรมชาติที่น่าทึ่งนี้เป็นอย่างไร

โดยล่าสุดภาพถ่ายสีสันพันล้านสีของสัตว์นานาชนิดได้ถูกจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ ณ ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระตุ้นให้คนไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติแล้ว ยังเป็นการแสดงประสิทธิภาพกล้องของสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพ OPPO Find X3 Pro 5G ที่มาพร้อมด้วยกล้องหลักคู่ 50MP เซ็นเซอร์ Sony IMX766 ถึงสองตัวครั้งแรกของโลก และเทคโนโลยี 10-bit Full-path Colour Engine ระบบการประมวลสีตั้งแต่การถ่ายภาพไปจนถึงการแสดงผลให้สามารถสัมผัสประสบการณ์สีที่นุ่มนวลและสมจริงได้มากถึงหนึ่งพันล้านสีอีกด้วย

ร่วมรับแรงบันดาลใจจากภาพถ่ายของธรรมชาติที่ใกล้สูญพันธ์จาก Joel Sartore และพลังแห่งการถ่ายภาพสีสันหนึ่งพันล้านสีด้วย OPPO Find X3 Pro ไปพร้อมกันในแคมเปญ Endangered Colours


ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://web.facebook.com/oppothai
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ OPPO Find X3 Pro 5G เพิ่มเติมได้ที่ https://www.oppo.com/th/smartphones/series-find-x/find-x3-pro/

หนึ่งเสียงเพื่อมหาสมุทร: BIOTHERM x COCO CAPITÁN

WATER LOVERS เพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับมหาสมุทรของเรา

โครงการ Water Lovers ของไบโอเธิร์ม ทำงานเพื่อปลุกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์มหาสมุทรและสร้างความตระหนักถึงภัยคุกคามของมลพิษขยะพลาสติกในมหาสมุทรมาตั้งแต่ปี 2012 และด้วยความเชื่อว่าจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มีต่อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มหาสมุทรเพื่อให้อยู่รอดและหลุดพ้นจากความเสี่ยงทางสภาพแวดล้อมได้ แบรนด์จึงร่วมมือกับศิลปิน, นักเคลื่อนไหว, องค์กรเอกชนระดับโลก และโครงการ Water Lovers ทุกรูปแบบ เพื่อผลักดันให้เกิดการดำเนินการเพื่อปกปักรักษาแหล่งน้ำธรรมชาติของโลกเรา และเพื่อสนับสนุนแคมเปญ World Oceans Day ในปีนี้ ไบโอเธิร์มได้มีการจัดทำ 2 แคมเปญเพื่อสร้างความตระหนักถึงการอนุรักษ์ปอดสีฟ้าครามของเรา

1. A Voice for the Ocean: BIOTHERM x COCO CAPITÁN หนึ่งเสียงเพื่อมหาสมุทร: การร่วมมือกันทางศิลปะ เพื่อแผ่นน้ำกว้างใหญ่อันเปรียบเสมือนแหล่งลมหายใจ หรือ ‘ปอดสีฟ้าคราม’ ให้ได้คงอยู่สืบไป
2. Let’s Give Back To The Ocean : BIOTHERM x GEPP Sa-Ard (เก็บสะอาด) แพลตฟอร์มผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะ

ร่วมกันจัดทำแคมเปญ Let’s Give Back To The Ocean โครงการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ Give Back To The Ocean กับ BIOTHERM


#BeAWaterLover
#RecycleSaveOcean
#BiothermThailand
#สาวกแพลงตอน

ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) ชวนช้อปสินค้าในงาน Korea Grand Sale ลดสูงสุด 90 %

ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) จัดงาน Korea Grand Sale มอบส่วนลดสูงสุด 90% พบสินค้าแฟชั่น ได้แก่ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของใช้ต่างๆ ที่ส่งตรงจากเกาหลี มาให้เลือกช้อปมากมายภายในงาน พลาดไม่ได้ตั้งแต่วันนี้ – 8 มิ.ย. 64 บริเวณ พื้นที่โปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook / Instagram : themarketbangkok

TAG Heuer เปิดตัว TAG HEUER CARRERA GREEN SPECIAL EDITION โฉมใหม่สุด

ลา โชซ์-เดอ-ฟงด์, สวิตเซอร์แลนด์ : แบรนด์นาฬิกาหรูจากสวิสเปิดตัว TAG Heuer Carrera Green Special Edition ใหม่ล่าสุดได้จังหวะเหมาะเจาะกับช่วงหน้าร้อนพอดี ทั้งยังมาในเฉดสีเขียวเข้มอมน้ำเงินแฝงประกาย และผลิตเพียง 500 เรือนเท่านั้น นาฬิกาใหม่ล่าสุดนี้เป็นการผสมผสานขนบที่สืบทอดต่อมาจากจากนาฬิกา Heuer Carrera รุ่นแรกๆ เข้ากับความสง่างามทันสมัยในสไตล์ริเวียร่าที่ยากจะหาใดเปรียบ

คอลเลกชั่น TAG Heuer Carrera เป็นการแสดงคารวะต่อประวัติศาสตร์ของแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งรถผ่านการสร้างสรรค์นาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟสปอร์ตสง่าไร้กาลเวลา นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 60 กว่าปีก่อนภายใต้วิสัยทัศน์ของแจ๊ก ฮอยเออร์ นาฬิกาซึ่งโดดเด่นด้วยเส้นสายสะอาดตาและสัดส่วนที่สมบูรณ์ลงตัวนี้ก็ได้กลายเป็นผลงานไอคอนที่ทุกคนจดจำในทันที และผลงานใหม่ที่ผ่านการปรับแต่งให้ทันสมัยด้วยความเชี่ยวชาญนี้ก็เป็นการสืบสานจิตวิญญาณของผลงานรุ่นออริจินัลในปี 1963

นาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟ TAG Heuer Carrera Green Special Edition ยังคงเอกลักษณ์ของนาฬิกา Heuer Carrera ref. 2447 ทั้งขาตัวเรือน ดีไซน์ตัวเรือน ปุ่มกดที่ขัดแต่งสวยเนี้ยบ และหน้าปัดที่โดดเด่นเช่นเดียวกับรุ่นก่อน แต่ก็มีรายละเอียดใหม่อื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา และขนาดตัวเรือนที่ขยายใหญ่ขึ้นจาก 36 มม. เป็น 39 มม. เพื่อให้รับกับสมัยนิยม หน้าปัดใช้โครงสร้างแบบ tricompax ดูเรียบหรู หน้าปัดย่อยตกแต่งด้วยลายเส้นหมุนวนเป็นก้นหอย หน้าปัดจับเวลา 30 นาทีอยู่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา หน้าปัดจับเวลาชั่วโมง ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และแสดงวินาที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ส่วนเข็มชั่วโมงและนาทีดีไซน์เป็นเหลี่ยมมุมสวยงาม เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® เพื่อการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจน และส่วนกระจกแซฟไฟร์คริสตัล ‘ทรงกล่อง’ สไตล์เรโทร นั้นได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกา Heuer Carrera รุ่นออริจินัล หน้าปัดประดับโลโก้ Heuer และชื่อ Carrera

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้นาฬิการุ่นนี้โดดเด่นไม่เหมือนใครก็คือหน้าปัดเฉดเขียวเข้มขัดแต่งแบบซันเรย์ เฉดสีนี้ซึ่งไม่ค่อยปรากฏในนาฬิกาของ TAG Heuer เป็นส่วนผสมของสีน้ำเงินและสีเขียว ทำให้นาฬิกาดูครีเอทีฟ ทันสมัย และโดดเด่น เมื่อพลิกดูที่ฝาหลังตัวเรือนซึ่งเป็นกระจกแซฟไฟร์คริสตัลใส จะเห็นการแต่งแต้มด้วยสีเขียวสุดพิเศษบริเวณชิ้นส่วนคอลัมน์วีลของกลไก และบนตัวอักษรที่สลักคำว่า Calibre Heuer 02 และ Swiss Made บนโรเตอร์

สายถ่ายภาพเตรียมเฮ! X60 Pro 5G สมาร์ตโฟน Vivo รุ่นแรกพร้อมเลนส์ ZEISS เตรียมลงตลาดประเทศไทย

หลังจากประกาศความร่วมมือระหว่าง Vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนระดับโลก และ ZEISS บริษัทผู้พัฒนาอุปกรณ์เลนส์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรม เพื่อร่วมสนับสนุนและพัฒนาทางวิศวกรรม (Co-Engineer) สำหรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีกล้องสมาร์ตโฟนในปีที่ผ่านมา ล่าสุด Vivo เตรียมประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นแรกจากความร่วมมือระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี เพื่อส่งมอบประสบการณ์การถ่ายภาพระดับมืออาชีพสู่มือผู้บริโภคในประเทศไทย กับ Vivo X60 Pro สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นท็อปที่สุดของ Vivo ที่จ่อเปิดตัวเร็วๆ นี้

โดยสเปกเบื้องต้นคาดว่า X60 Pro จะมาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัวที่ผสานการทำงานร่วมกับเลนส์ที่ครบถ้วน ทั้งเลนส์หลักที่คาดว่าจะมีความละเอียดสูงถึง 48MP พร้อมรองรับระบบกันสั่นสุดล้ำ Gimbal Stabilization 2.0 VIS แบบ 5 แกน พัฒนาขึ้นมาจากรุ่นก่อนหน้า ให้ภาพและวิดีโอที่มีมิติและลื่นไหลกว่าที่เคย เลนส์สำหรับถ่ายภาพบุคคล (Portrait) ความละเอียด 13MP พร้อมโหมดที่ช่วยให้ถ่ายโบเก้ (Bokeh) ได้สวยเนียนเป็นธรรมชาติ และเลนส์มุมกว้าง Super Wide Angle ความละเอียด 13MP เก็บภาพได้ครบทุกองศา ซึ่ง Vivo X60 Pro จะถือเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่เกิดจาก Vivo ZEISS Imaging Lab ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีกล้องสำหรับสมาร์ตโฟนระดับเรือธงของ Vivo ที่มุ่งคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อพัฒนาด้านการถ่ายภาพบนมือถืออย่างสมบูรณ์แบบและยกระดับเลนส์กล้องสมาร์ตโฟนของ Vivo ขึ้นไปอีกขั้น

คาดว่า X60 Pro ที่มาพร้อมเลนส์สุดพรีเมียมจาก ZEISS จะเปิดตัวในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์การถ่ายภาพแบบมือโปรด้วยมือถือที่ทั้งสะดวกและง่ายดายกว่าที่เคย สายถ่ายภาพเตรียมอดใจรอกันอีกไม่นาน

คุ้ม 2 ต่อ! วัตสัน ส่งโปร Watsons Online B-Day Sale ลดสูงสุด 70% พร้อม On Top เพิ่ม 15% ทั้งเว็บ และแอปฯ

วัตสัน ผู้นำร้านค้าเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย ฉลองครบรอบ 6 ปี วัตสันออนไลน์ เอาใจขาช้อปส่งโปรดัง Watsons Online B-Day Sale มาให้ช้อปกันให้สะใจลุยไปไม่ต้องยั้ง ปังจริงไม่จกตา ลดสูงสุด 70% ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 – 2 มิถุนายน 2564 นี้ พร้อม On Top ส่วนลดเพิ่มให้อีก 15% ทั้งเว็บ และแอปฯ ลดแล้วก็ลดเพิ่มไปอีก! พิเศษสำหรับสมาชิกของวัตสัน เริ่มช้อปได้ก่อนใครในวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ซึ่งก็คือวันนี้ สำหรับลูกค้าทั่วไป รับส่วนลด on top 15 % เพิ่มอีกในวันที่ 1- 2 มิถุนายน 2564 นี้ เพียง 2 วันเท่านั้น ซึ่ง 2 วันนี้ลูกค้าวัตสันก็ยังช้อปกันต่อได้อีก หนึ่งปีมีครั้งเดียว สายช้อปออนไลน์เตรียมตัวรอเลย! นอกเหนือจากนั้นแล้ว สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกวัตสันคือ คุณสามารถเบิร์นคะแนนของคุณได้เลย เพราะทุก ๆ 250 คะแนน เท่ากับ 25 บาท เรียกว่าลดแล้วก็ลดเพิ่มไปอีก! คุ้มมากจริง ๆ

ไม่ว่าจะอยู่บ้าน หรืออยู่ที่ไหน ก็ช้อปสุขใจเหมือนไปซื้อเอง ไม่ต้องระวังโควิด เจอรถติดให้กวนใจ สั่งซื้อออนไลน์แล้วรอรับของอยู่บ้านแบบชิว ๆ ได้เลย สั่งสินค้าได้ที่ แอปฯ วัตสันออนไลน์ ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore หรือจะสั่งซื้อหน้าเว็บ www.watsons.co.th ก็ได้เช่นกัน และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTH และ แอปพลิเคชัน WatsonsTH

เวสป้าฉลองครบรอบ 75 ปีด้วยรุ่นพิเศษ "VESPA 75th ANNIVERSARY SPECIAL EDITION"

“เวสป้า” สกู๊ตเตอร์ที่เผยโฉมครั้งแรกในปี 1946 และในเวลาต่อมาเวสป้าได้พิสูจน์แล้วว่าเวสป้าไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ ด้วยระยะเวลาตลอด 75 ปี เวสป้าได้พลิกโฉมการเดินทางบนท้องถนนทั่วโลก กลายเป็นผู้นำกระแสใหม่ เป็นสัญลักษณ์แห่งความอิสระและวิถีชีวิตร่วมสมัยที่สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์รวมถึงเทคโนโลยีแบบอิตาเลียนอย่างแท้จริง และเพื่อเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 75 ในฐานะหนึ่งในพลเมืองของโลก เวสป้ามาพร้อมกับรถสกู๊ตเตอร์รุ่นพิเศษ “Vespa 75th Anniversary Special Edition” ที่มาในรุ่น Vespa Primavera 150 i-Get ABS 75th Anniversary Special Edition และ Vespa GTS 300 HPE 75th Anniversary Special Edition ที่มาพร้อมกับเฉดสีดึงดูดสายตา "สีทอง Giallo 75th" สีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้ โดยสื่อถึงเฉดสีแบบร่วมสมัยที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสีที่ได้รับความนิยมในยุค ‘40s "สีทอง Giallo 75th" ยังชวนให้รำลึกถึงความสำเร็จ จิตวิญญาณแห่งการสร้างนวัตกรรม และความหลงใหลในสไตล์แฟชั่นของเวสป้า พร้อมลายกราฟิกเลข 75 สัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น

ฟีเจอร์และดีไซน์ “Vespa 75th Anniversary Special Edition” ของทั้ง 2 รุ่น ได้แก่
- จอแสดงผล TFT (Full-Colour TFT Display) ขนาด 4.3 นิ้ว พร้อมเรือนไมล์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ตอบโจทย์การขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- ตัวถังเหล็กและบังโคลนหน้าประดับด้วยหมายเลข 75 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำรุ่น เล่นมิติด้วยเฉดสีที่เข้มกว่าเล็กน้อย
- เน็กไทเอกลักษณ์ดั้งเดิมที่มาพร้อมสีทองทึบแสง “Giallo Pirite” เพิ่มมิติให้กับตัวรถ
- ล้อสีเทาผสานการตกแต่งขอบสีเงิน ยกระดับความคลาสสิกได้เป็นอย่างดี
- ตะแกรงหลังโครเมี่ยมพร้อมกระเป๋าสัมภาระทรงกลมดีไซน์จากกล่องเก็บยางอะไหล่สุดคลาสสิก
- เบาะหนังนูบัคแบบพิเศษสีดำพร้อมมือจับกันตกสีเทา Grigio Fumo
- แผ่นเพลทประจำรุ่นเพิ่มความพิเศษ

● Vespa Primavera 150 i-Get ABS 75th Anniversary Special Edition สกู๊ตเตอร์รุ่นคลาสสิกระดับตำนาน เอกลักษณ์เฉพาะตัวพร้อมไฟหน้าทรงกลม
- ครั้งแรกของโมเดล Primavera ที่นำจอแสดงผล TFT (Full-Colour TFT Display) ขนาด 4.3 นิ้ว พร้อมเรือนไมล์แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบมาอยู่บนตัวรถ
- ระบบอัจฉริยะ VESPA MIA ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังสมาร์ทโฟนผ่านทาง Application Vespa เพื่อมอบประสบการณ์และความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่
- ตอบโจทย์การขับขี่ด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ด้วยเครื่องยนต์
- i-Get ขนาด 154.8 ซีซี. พร้อมไฟหน้า - ท้ายแบบ LED ขับขี่มั่นใจในทุก เส้นทางด้วยระบบเบรก ABS
ราคา 159,900 บาท (ราคานี้เป็นราคา ON THE ROAD PRICE ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ. และประกันรถหาย และ Welcome kit)

● Vespa GTS 300 HPE 75th Anniversary Special Editionที่สุดของเวสป้าเฟรมใหญ่สไตล์สปอร์ต จากตระกูลจีทีเอส (GTS) มาพร้อมสุดยอด สมรรถนะและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากเวสป้า
- เครื่องยนต์ HPE (High Performance Engine) ขนาด 300 ซี.ซี. แรงขึ้นกว่าเดิมถึง 12%
- จอแสดงผล TFT (Full-Colour TFT Display) ขนาด 4.3 นิ้ว พร้อมเรือนไมล์แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ
- ระบบอัจฉริยะ VESPA MIA ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังสมาร์ทโฟนผ่านทาง Application Vespa เพื่อมอบประสบการณ์ความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่
- ไฟหน้า – ไฟท้ายแบบ LED ขับขี่มั่นใจด้วยระบบเบรก ABS พร้อมด้วยระบบป้องกันการลื่นไถล (ASR)
ราคา 259,900 บาท (ราคานี้เป็นราคา ON THE ROAD PRICE ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ. และประกันรถหาย และ Welcome kit)

● Vespa 75th Anniversary Special Edition เน้นย้ำความเอ็กซ์คลูซีฟด้วย Vespa 75th Anniversary Welcome Kit ประกอบไปด้วย
1. Welcome Card
2. คู่มือรถ
3. แผ่นเพลทเวสป้าสไตล์วินเทจ
4. โปสการ์ดเวสป้าจำนวน 8 ใบ บอกเล่าประวัติศาสตร์ตลอด 8 ทศวรรษของเวสป้า
และ 5. กระเป๋าสัมภาระทรงกลมจากดีไซน์กล่องเก็บยางอะไหล่รุ่นคลาสสิก (พร้อมผ้าหุ้มกันน้ำ)
เป็นอีกสองรุ่นพิเศษที่เหล่านักสะสมและแฟนคลับตัวยงของเวสป้าห้ามพลาด


ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายเวสป้าทั่วประเทศ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account : vespathailand รวมถึงติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.vespa.co.th เฟซบุ๊ก Vespa และอินสตาแกรม @vespathailand

NARS THE BRONZING COLLLECTION 2021

ผยผิวดูสวยเจิดจรัสไร้ที่ติภายใต้แสงอาทิตย์ ที่กระทบผิวดูเปล่งประกายอย่างหรูหรามีระดับ กับ The Bronzing Collection ที่ NARS จะพาคุณก้าวข้ามประสบการณ์ใหม่อีกขั้นของ Bronzing ที่เปลี่ยนผิวให้ดูสวยโดดเด่นในทุกมิติของผิวที่ต้องกระทบแสง และจะทำให้ซัมเมอร์นี้ของคุณน่าจดจำกว่าที่เคย โดย The Bronzing Collection ประกอบไปด้วย Bronzing Duo ที่ประกบคู่กันของ Highlighting Powder และ Bronzing Powder ได้อย่างลงตัว และคอลเลคชั่นนี้ยังมีนวัตกรรม Cream-to-Powder ที่อยู่ผลิตภัณฑ์ Bronzing Cream ที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์เนื้อครีมเปลี่ยนเป็นแป้งบางเบาบนผิวในลุค ที่ดูเนียนนุ่ม อบอุ่น แบบแมตต์ฟินิช ได้อย่างเย้ายวนไร้ที่ติ ปิดท้ายเพื่อ Complete ลุคด้วย Eyeshadow Palette ที่ช่วยให้ดวงตาดูสวยหรูหรารับซัมเมอร์ ด้วยโทนสีประกายทองสลับกับเฉดสีบรอนซ์และน้ำตาลได้อย่างงดงาม พร้อมเม็ดสี ที่เด่นชัดอันเป็นเอกลักษณ์ของนาร์สที่ ไม่ว่าจะ ปัดหรือไล่เฉด เนื้อสีก็สามารถกระจายบนเปลือกตาได้อย่างเรียบเนียน และนี่คือทุกสิ่งที่คุณจะหาได้จากคอลเลคชั่นนี้ ดังคำล่าวของ คุณฟรองซัว นาร์ส ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ ที่กล่าวไว้ว่า “Bronzed Skin Should Look Dimensional, With Soft Contour and Warm Glow”

The Bronzing Collection ประกอบไปด้วย

● Summer Solstice Eyeshadow Palette ราคา 2,000 บาท
โดดเด่นด้วย 9 เฉดสี ที่เต็มไปด้วยประกายอบอุ่น ในหนึ่งพาเลทเดียว จุดประกายดวงตาให้เปล่งประกายดูมีเสน่ห์งดงาม น่าค้นหาในทุกมิติ แต่งได้กับทุกลุค เผยความโดดเด่นรับซัมเมอร์ได้อย่างไร้ที่ติ Summer Solstice Eyeshadow Palette มาพร้อมนวัตกรรมสุดล้ำ Liquid Binding System (กระบวนการกระจายเม็ดเพื่อมอบความเด่นชัด สมจริงในเนื้อลิควิดอย่างสม่ำเสมอทั่วถึงก่อนผ่านกระบวนการอัดแข็ง) เพื่อผลลัพธ์ของการแต่งเติมสีสันได้สดชัดสะดุดตาด้วยการปาดบนเปลือกตาเพียงแค่ครั้งเดียวด้วยประกายหรูหราดั่งทองคำ

● Summer Solstice Cheek Duo ราคา 1,900 บาท
อีกขั้นของความงามในทุกมิติ ด้วย 2 เฉดสียอดนิยมตลอดกาลที่มาพร้อมส่วนผสมและเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของนาร์สกับ Summer Solstice Cheek Duo ประกอบไปด้วย Bronzing Powder (ด้านล่าง) คลีเอทลุคที่ดูสวยโดดเด่นเปล่งประกายแต่ซ้อนความอบอุ่นนุ่มนวลได้อย่างไร้ที่ติ Highlighting Powder (ด้านบน) ฉ้ำประกายด้วยเฉดสีทองหรูหรามีระดับด้วย Seamless Glow Technology ที่พัฒนาสูตรก้าวล้ำไปอีกขั้นจากการหลอมรวมอณูมุกเข้ากับเม็ดแป้งโปร่งใส ที่ช่วยทอประกายผิวให้ดูเปล่งปลั่งเป็นเงางามเป็นธรรมชาติ จึงเป็นคู่บลัชที่ถูกสร้างสรรค์มาอย่างลงตัวเพื่อเนรมิต ผิวให้ดูสวยโดดเด่นเสมือนได้ผิวใหม่อีกครั้ง

● Sunkissed Bronzing Cream 2 เฉดสี ราคาชิ้นละ 1,700 บาท
NARS ขอแนะนำประสบการณ์สัมผัสบางเบารับซัมเมอร์ ครั้งแรกของแบรนด์นาร์สกับ Bronzing ในรูปแบบครีม เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน ที่เปลี่ยนเป็นเนื้อแป้งละมุนดุจกำมะหยี่เมื่อสัมผัสผิว (Cream-to-Powder) มอบผลลัพธ์แบบซอฟ์ทแมตต์ ราวกับผิวบ่มแดด ดูสุขภาพดีเนื้อสัมผัสเกลี่ยงานเบลนด์เข้ากับผิวได้อย่างเรียบเนียน และยังช่วยเก็บกักความชุ่มชื่นให้กับผิวพร้อมเบลอและอำพรางข้อบกพร่องของผิวและรูขุมขนได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกลิ่นหอมของ Monoï de Tahiti Oil (น้ำมัน โมนอย เดอ ตาฮิติ) จาก French Polynesian อันเป็นกลิ่นที่สัญลักษณ์ของ NARS ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ Sunkissed Bronzing Cream ถูกรังสรรค์ด้วย 2 เฉดสีประจำแบรนด์นั่นก็คือ Laguna และ Casino ที่สามารถเข้าได้กับทุกสไตล์ไม่ว่าจะแต่งหน้าแบบไหน Sunkissed Bronzing Cream ก็พร้อมที่จะทำให้ซัมเมอร์นี้คุณดูสวยเย้ายวนเกินกว่าใครจะทานไหว

● Cream Bronzer Brush ราคา 2,100 บาท
อีกขั้นของแปรงที่ถูกรังสรรค์จากประสบการณ์อันยาวนานรวมเข้ากับศิลปะขั้นสุด ของคุณฟรองซัว นาร์ส จนได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างสรรค์การแต่งหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นการ ปัด เบลนด์ และสร้างลุค (Brush. Blend. Build.) ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ใช้งานง่ายสามารถใช้คู่กับ Sunkissed Bronzing Cream ได้อย่างลงตัว ด้วยเส้นใยสังเคราะห์ที่แน่นแต่ให้สัมผัสที่นุ่มนวล ช่วยให้ลงผลิตภัณฑ์ประเภทครีมได้อย่างเรียบเนียน ไร้ร่องรอย พร้อมกับการออกแบบมาเพื่อมอบองศาในการแต่งหน้าได้อย่างดูเป็นธรรมชาติ พร้อมด้ามจับสี Metallic Bronze สุดหรูหรา ที่จะกลายเป็น Must Have Item ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับการแต่งหน้าให้กับซัมเมอร์นี้คุณโดดเด่นกว่าที่เคย

The Bronzing Collection: มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่เคาน์เตอร์ NARS ทุกสาขา, NARS Boutique Store (Siam Center & Emquartier) และทางออนไลน์ www.nars.co.th


#NARSThailand #TheBronzingCollection #Narsunderthesun #Narsissist @Narsissist

การ์มิน เปิดตัว “APPROACH S12” จีพีเอสสมาร์ทวอทช์เรือนล่าสุด เติมเต็มกลุ่มสินค้าซีรีส์ APPROACH

การ์มิน ประเทศไทย ภายใต้ Every Beat of Life – นวัตกรรมที่ก้าวทันทุกจังหวะของชีวิต ตั้งเป้าดัน GARMIN GOLF ECOSYSTEM เจาะตลาดกอล์ฟไทย ชู 3 จุดเด่นของสินค้าการ์มินกลุ่มกอล์ฟ ได้แก่ 1) แบตเตอรี่ทรงพลัง 2) ที่สุดของความแม่นยำกับเทคโนโลยีสำรวจดาวอังคารระบบ LIDAR-Lite 3) พัฒนาทักษะการเล่นได้อย่างตรงจุดกับแอปพลิเคชั่น GARMIN GOLF ตอกย้ำวิถีการพัฒนาของการ์มินภายใต้นวัตกรรมอันเป็นเอกลักษณ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักกอล์ฟได้อย่างครบครัน

วันนี้การ์มินพร้อมเติมเต็มสินค้าซีรีส์ APPROACH ให้ครบครันมากยิ่งขึ้น เดินหน้าเปิดตัว APPROACH S12 สมาร์ทวอทช์ระบบจีพีเอสสำหรับนักกอล์ฟ ตอบรับความต้องการของผู้ใช้งานด้วยการพลิกโฉมสเปกดีไซน์ที่มาพร้อมหน้าจอ ความละเอียดสูงอ่านง่ายแม้อยู่ใต้แสงอาทิตย์ พร้อมฟีเจอร์ที่รวบรวมข้อมูลสนามกอล์ฟกว่า 42,000 สนามทั่วโลก และฟีเจอร์มุมมองอุปสรรค (Hazard View) พร้อมช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจสนามมากขึ้น รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้อย่างยาวนาน ช่วยให้ผู้เล่นสนุกไปกับเกมกอล์ฟได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เหล่านักกอล์ฟยังสามารถอัปโหลดสถิติการเล่นของตนเองผ่านแอปพลิเคชั่น GARMIN GOLF เพื่อรีวิวและพัฒนาทักษะการเล่นของตนเองให้ดีมากยิ่งขึ้น

สำหรับจุดเด่นของสินค้าการ์มินกลุ่มกอล์ฟ ที่ทำให้ GARMIN GOLF ECOSYSTEM นั้นแตกต่างและโดดเด่น ทั้ง 3 ข้อ ได้แก่ 1) แบตเตอรี่ทรงพลัง - ใช้งานได้อย่างยาวนาน มอบความสนุกให้กับนักกอล์ฟได้อย่างต่อเนื่องในทุกๆ เกม 2) ที่สุดของความแม่นยำกับเทคโนโลยีสำรวจดาวอังคารระบบ LIDAR-Lite – เทคโนโลยีสำหรับกล้องเลเซอร์วัดระยะของการ์มินได้รับเลือกจากองค์กร NASA ในภารกิจสำรวจดาวอังคาร 3) พัฒนาทักษะการเล่นได้อย่างตรงจุดกับแอปพลิเคชั่น GARMIN GOLF - อัปโหลดสถิติการเล่นได้แบบเรียลไทม์ ใช้สำหรับรีวิวผลการเล่นเพื่อพัฒนาทักษะการเล่นได้อย่างตรงจุด

GARMIN GOLF ECOSYSTEM จะทำให้ผู้เล่นได้สนุกไปกับเทคโนโลยีสุดล้ำของการ์มินที่พร้อมจะยกระดับการตีกอล์ฟให้เหนือไปอีกขั้นในทุกๆ เกม

● APPROACH S12 – นาฬิกากอล์ฟระบบจีพีเอสรุ่นใหม่ล่าสุดที่ช่วยวางแผนการเล่นให้มั่นใจขึ้นในทุกสนาม โดดเด่นด้วยหน้าปัดทรงกลมแบบใหม่ขนาดใหญ่ 1.3 นิ้ว แสดงผลผ่านหน้าจอที่มีความละเอียดสูงเพื่อให้ผู้เล่นอ่านข้อมูลได้อย่างง่ายดายแม้อยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ ซึ่งมาพร้อมกับข้อมูลสนามกอล์ฟกว่า 42,000 สนามทั่วโลก ผู้เล่นสามารถเดินเกมได้อย่างมั่นใจขึ้นด้วยโหมดการแสดงตัวเลขที่ชัดเจน (Big Numbers Display Mode) ทำให้สามารถอ่านค่าหลาในสนามได้อย่างแม่นยำ และมีความสะดวกมากขึ้นเมื่อใช้คู่กับแอปพลิเคชั่น GARMIN GOLF ที่สามารถอัปเดตข้อมูลสนามที่นักกีฬาเล่นบ่อยที่สุดไว้ให้พร้อมอยู่เสมอ นอกจากนี้ด้วยแบตเตอรี่ในตัวแบบชาร์จซ้ำได้ ทำให้ APPROACH S12 ช่วยให้ผู้เล่นสนุกกับเกมกอล์ฟได้ต่อเนื่องนานสูงสุด 30 ชั่วโมงในโหมดจีพีเอส

● APPROACH S62 – นาฬิกากอล์ฟระบบจีพีเอสระดับพรีเมี่ยม รวมทุกความต้องการเพื่อเกมที่เหนือชั้นของนักกอล์ฟ ถูกออกแบบได้อย่างเรียบหรูด้วยการเลือกใช้ตัวเรือนเป็นวัสดุเซรามิกชนิดกันรอยขีดข่วนที่จะช่วยเสริมบุคลิกภาพของนักกอล์ฟให้ดูโดดเด่นทั้งในและนอกสนาม มาพร้อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัส ที่รวบรวมข้อมูลสนามกอล์ฟแบบสีกว่า 41,000 สนามและเหนือชั้นด้วยฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ ฟีเจอร์ระยะ PlayLikes ที่ช่วยให้การตีช็อตขึ้นหรือลงเนินเขาเป็นไปได้อย่างแม่นยำ และฟีเจอร์มุมมองอุปสรรค (Hazard View) ที่ให้ผู้เล่นหลีกเลี่ยงแต่ละอุปสรรคบนแผนที่และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วในแต่ละเกม รวมถึงฟีเจอร์แคดดี้เสมือนจริง (Virtual Caddie) โดยฟีเจอร์นี้จะช่วยวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญพร้อมให้คำแนะนำในแต่ละเกม เช่น ความเร็วและทิศทางลม ช่วยเลือกไม้กอล์ฟที่เหมาะกับระยะทางที่ผู้เล่นมักจะสวิงได้ในระยะนั้นๆ ในแต่ละช็อต เพื่อให้นักกอล์ฟพัฒนาจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งของตนเองได้อย่างตรงจุด

● APPROACH G80 - เรดาร์ติดตามความเร็วระบบจีพีเอสแบบออลอินวัน สะดวกในการออกรอบด้วยปุ่มลัดเข้าถึงการใช้เรดาร์เพื่อเปิดฟีเจอร์ Launch Monitor ติดตามความเร็วของหัวไม้ ความเร็วลูก Smash Factor เทมโปการสวิง และระยะทางโดยประมาณ เพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่านหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 3.5 นิ้ว พกพาง่ายด้วยรูปทรงการออกแบบที่เพรียวบางพร้อมเป็นเพื่อนคู่ใจไปในทุกสนามเพื่อพัฒนาฝีมือของนักกอล์ฟ ทั้งโหมดวอร์มอัพที่พร้อมให้คำแนะนำในการเล่นอย่างทันที และโหมดการออกรอบเสมือนจริงที่ช่วยจำลองการตีกอล์ฟในสนามที่มีการโหลดไว้แล้วกว่า 41,000 สนาม ให้ผู้เล่นได้ทดสอบตัวเองพร้อมพัฒนาฝีมือให้ดียิ่งขึ้น

● APPROACH Z82 – กล้องเลเซอร์วัดระยะระบบจีพีเอส ยกระดับการเล็งเพื่อให้ทุกการสวิงเข้าเป้าได้อย่างแม่นยำ ด้วยฟีเจอร์หาตำแหน่งธง (Flag Finder) ที่ช่วยระบุตำแหน่งของหลุมได้อย่างง่ายดาย พร้อมเสริมความมั่นใจในการตีด้วยฟีเจอร์กรีนวิว (Green View) บอกระยะทางจากด้านหน้า ตรงกลาง และด้านหลังของกรีน รวมถึงฟีเจอร์ที่จะช่วยให้ข้ามอุปสรรคในแต่ละเกมไปได้อย่างเหนือชั้นกับฟีเจอร์วัดข้อมูลแรงลม พร้อมแนะนำไม้กอล์ฟและทิศทางที่เหมาะกับการสวิงให้ลงหลุม รวมถึงฟีเจอร์การแสดงตำแหน่งของพิน (Pin Pointer) ช่วยบอกทิศทางการตีในจุดบอดที่ผู้เล่นมองไม่เห็นลูกได้อย่างแม่นยำ

การ์มิน ประเทศไทย จัดงาน ‘GARMIN APPROACH DAY – THE GREATEST SWING EXPERIENCE’ เปิดตัว APPROACH S12 นาฬิกากอล์ฟรุ่นใหม่ล่าสุด อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีเหล่านักกอล์ฟและผู้ชื่นชอบกีฬากอล์ฟชั้นแนวหน้าของไทยเข้าร่วมงานมากมาย อาทิ โปรเจย์ – วันปีย์ สัจจมาร์ค กูรูชื่อดังแห่งวงการกอล์ฟ, โปรชุ้ง - อรรณพ ตั้งกมลประเสริฐ นักกีฬากอล์ฟและผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ที่มาร่วมสร้างสีสันและเพิ่มความตื่นเต้น ด้วยการดวลวงสวิงไปกับ APPROACH S12 กันภายในงาน สร้างภาพความสนุกสนานและความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงาน

APPROACH S12 และสินค้าซีรีส์ APPROACH เปิดให้ทุกคนเป็นเจ้าของแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของการ์มินทุกสาขา ติดตามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.garmin.co.th/minisite/garmin-technology/golf-science/