เล่าประสบการณ์ตกขาวผิดปกติจากการกินยารักษาสิว ----- > ภัยเงียบที่เราไม่รู้ว่ามันทรมานมาก

0 55
มาแชร์ประสบการณ์ให้อ่านกันนะคะ

พอดีเขียนไว้ใน Blog แต่คิดว่ามันคงเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่รักษาสิว

สำหรับใครที่ได้ยากิน (สิว) บ่อยๆ ควรอ่านนะคะ ^^


เคยรักษาสิวมานานกับคลินิค ลองหลากหลายสถานบริการ ซึ่งแต่ละที่มักจะยัดยากินให้คนไข้เสมอ

หายไม่หาย หมอก็สั่งยา แต่ยามันก็ช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น บางทีไม่เคยบอกว่าเป็นยาอะไร มีผลอะไร

บอกแต่ว่าให้กินไปควบคู่กับยาทา คนไข้หลายคนก็ไม่ถาม กินไปเรื่อย

จนวันหนึ่งเกิดผลตามมายังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร


ฝนเคยกินยาสิวหนักมากในช่วงหนึ่ง ช่วงที่ไม่ศึกษาและไม่สนใจว่ายาตัวนั้นมันช่วยอะไร

มาวันหนึ่งก็รู้สึกคันบริเวณจุ๋มจิ๋มมาก ก็ยังอดทนคิดว่าไม่มีอะไร จนไม่นานก็รู้สึกว่าตกขาวผิดปกติ

มันเป็นสีขุ่นแรกๆ และเป็นสีเขียวแบบน้ำมูกเด็ก มีกลิ่นนิดหน่อย

ฉี่ก็แสบขัด กระเพาะปัสสาวะอักเสบง่ายมากกกก

ช่วงนั้นเป็นมันเดือนละครั้งกว่าจะหายก็หลายอาทิตย์

แสบคันอย่างผิดปกติ มารู้ภายหลังว่าเราก็ติดเชื้อแคนดิดาด้วย


“เชื้อแคนดิดา แอลบิคันส์”

หรือจะเรียกกันสั้นๆว่า “แคนดิดา” คือเชื้อยีสต์ ซึ่งเป็นเชื้อราชนิดหนึ่ง

ชอบเกิดและชอบอาศัยอยู่ในช่องคลอดคุณผู้หญิง

และสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าเริ่มมีเชื้อเข้าไปในร่างกาย

ก็จะชอบเข้าไปอาศัยในช่องท้องโดยเฉพาะส่วนที่เป็นลำไส้


อาการรุนแรงมากๆ ที่ฝนประสบมากับตัวเอง คือ ใส่กางเกงในไม่ได้เลย เพราะมันจะไหลเปียกโชก

ประหนึ่งเหมือนเมนส์มา แต่เป็นสีขาว ไหลเป็นน้ำโจ๊กกก ต้องใส่ผ้าอนามัย

หรือไม่งั้นก็ต้องนอนอย่างเดียว จะได้ไม่ไหลเปรอะเปื้น แสบคันบ่อยมาก

ถุย !! ชีวิตได้อยู่พักหนึ่ง บร๊ะเจ้า !! นี่ละน๊า.. ผลของการรักษาสิวแบบไม่ลืมหูลืมตา




โห.. ทรมาน อายก็อาย กว่าจะหายก็นาน

การรักษาหมออาจให้ยาเหน็บไม่ก็ยากินแล้วแต่อาการคนไข้นะคะ

ฝนได้ยากินเป็นคีโทโคนาโซนค่ะ ให้กินควบคู่กับยาสิวทุกครั้ง

ตอนนี้ถ้าได้ไปหาหมอสิว.. ฝนจะบอกว่ามีโรคประจำตัว คือ เชื้อราในช่องคลอด หมอจะได้ทราบไว้

เพราะว่ายาปฏิชีวนะที่หมอสั่งมันมีผลข้างเคียง นับว่าเป็นประโยชน์แก่ตัวเองนะจ๊ะ

อย่าปล่อยให้อาการลุมลามเลย เพื่อนๆ ผู้หญิงทั้งหลายควรบอกหมอให้คำนึงถึงเรื่องนี้เสมอนะ




วันนี้ฝนได้แนบความรู้มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะคะ

ขอบคุณข้อมูลเสริมจาก

ตกขาว มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ระดูขาว ประจำเดือนขาว หรือมุตกิต

หมายถึงอะไรก็ตามที่ถูกขับออกทางช่องคลอดซึ่งไม่ใช่เลือด

ไม่จำเป็นต้องมีสีขาวเท่านั้น อาจเป็นสีเหลือง สีเหลืองปนเขียว หรือสีน้ำตาลก็ได้


ลักษณะการตกขาวแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ

1 ตกขาวปกติ

2 ตกขาวผิดปกติ

ตกขาวปกติ พบในภาวะที่ปกติ ธรรมชาติเป็นส่วนผสมของสิ่งที่ขับออกจากต่อมต่างๆ ของระบบอวัยวะสืบพันธุ์

เช่น อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกช่องคลอด ปากมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูก รวมทั้งหลอดมดลูก

การตกขาวตามปกติจะเพิ่มมากขึ้นในสภาวะดังต่อไปนี้

เช่น ช่วงเวลาใกล้การตกไข่ประมาณวันที่ 13-14 ของรอบเดือน

ก่อนมีระดู 2-3 วัน เป็นช่วงที่มีเลือดมาหล่อเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น

ระหว่างการตั้งครรภ์จะมีการหลุดร่วงของเซลล์บุผนังช่องคลอดแลน้ำเมือก

จากต่อมบริเวณปากมดลูกเพิ่มมากขึ้นและขณะร่วมเพศ

การกระตุ้นหรือเล้าโลมทางเพศจะมีการสร้างน้ำเมือกขาวใส

ไม่มีกลิ่นออกมา นอกจากนี้ในทารกแรกเกิดเพศหญิงอาจพบการตกขาวภายหลังคลอด

ซึ่งเป็นผลจากได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนจากแม่


ตกขาวผิดปกติ จะมีปริมาณตกขาวมากขึ้นมีสีและกลิ่นผิดปกติ ก่อให้เกิดความรำคาญ อาจมีอาการคัน

ปวดแสบร้อนบริเวณปากช่องคลอด หรือบริเวณใกล้เคียง ถ่ายปัสสาวะแสบขัด และมีอาการเจ็บขณะร่วมเพศ




สาเหตุตกขาวผิดปกติ ได้แก่
การติดเชื้อจากพยาธิในช่องคลอด (Trichomonas vaginalis) เชื้อรา เชื้อหนองใน เชื้อแบคทีเรียต่างๆ

ที่มักพบในเด็ก และเชื้อไวรัส ทำให้เกิดการอักเสบบริเวณช่องคลอด และอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก

รวมทั้งในสตรีที่หมดระดูแล้วเยื่อบุช่องคลอดบางลง มีความต้านทานต่อการติดเชื้อน้อย



รศ.นพ.ธีระพงศ์ กล่าวว่า ยาปฏิชีวนะนี่แหละตัวดี

เพราะบางคนเป็นหวัดเรื้อรัง หรือเป็นสิว ต้องกินยารักษาอย่างต่อเนื่อง


ตัวยาจะไปทำลายเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราในช่องคลอดที่อาศัยอยู่อย่างสมดุล

ทำให้มีโอกาสเป็นเชื้อราและมีปัญหาตกขาวเกิดขึ้น

ยกตัวอย่างมีคุณแม่คนหนึ่งพาลูกสาวมาหาหมอเพราะตกขาวมาก ทั้งที่ลูกไม่ได้ไปยุ่งกับใคร

พอซักประวัติจึงรู้ว่ากินยารักษาสิวมานานแล้ว




วิธีการสังเกตตกขาวมีดังนี้
ถ้ามีลักษณะเป็นเมือกใส ไม่มีกลิ่น ให้นึกถึงว่ามีไข่ตกหรือมีอารมณ์เครียด

แต่ถ้ามีลักษณะเหนียวใสถึงขาวขุ่น มีกลิ่นคาวเหมือนปลาเน่า ให้นึกถึงการติดเชื้อแบคทีเรีย

ถ้ามีสีเขียวปนเหลือง เป็นฟองมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ มีอาการคันร่วมด้วย ให้นึกถึงพยาธิในช่องคลอด

ถ้ามีสีขาวเกาะเป็นก้อนคล้ายแป้งเปียก มีกลิ่นเหม็นอับให้นึกถึงการติดเชื้อราของช่องคลอด

ซึ่งมักจะมีอาการคันร่วมด้วยเป็นๆ หายๆ





ในกรณีของเชื้อรานั้นสาเหตุส่วนหนึ่งอาจมาจากสามีเป็นเชื้อราแต่ไม่ได้รักษาเพราะไม่มีอาการ

มีเพียงภรรยาที่มารักษาแต่ไม่หายเสียทีสุดท้ายก็ต้องนำสามีมาตรวจรักษาด้วย

ส่วนการรักษาตกขาวผิดปกติจะรักษาตามสาเหตุ เช่น
เป็นพยาธิในช่องคลอด ต้องนำคู่นอนมารักษาด้วยและให้ยาในขนาดเท่ากัน

ถ้าเป็นเชื้อราให้ยาสอดช่องคลอดหรือยารับประทานโดยควรรักษาคู่นอนด้วย

มิฉะนั้นผู้ป่วยจะกลับเป็นซ้ำอยู่บ่อยๆ ภาวะต่างๆ เช่น การตั้งครรภ์ เบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ การเจ็บป่วยเรื้อรัง

การใช้ยาปฏิชีวนะ การให้ยาสเตียรอยด์ หรือยาเม็ดคุมกำเนิด เป็นเวลานานๆ

คนอ้วนมากๆ มีส่วนช่วยให้เกิดเชื้อราระดูขาวได้



ในการป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอดนั้น นพ.ธีระพงศ์ แนะนำว่า

การทำความสะอาดทวารหนักนั้น ผู้หญิงทุกคนควรเช็ดจากหน้าไปหลัง

เนื่องจากผู้หญิงมีช่องคลอดและทวารหนักอยู่ใกล้กัน จึงมีโอกาสที่จะติดเชื้อสูง

เวลาที่เข้าห้องน้ำสาธารณะ ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรใช้น้ำฉีดทำความสะอาดหลังปัสสาวะเสร็จ

แค่ใช้กระดาษทิชชูซับก็พอแล้ว กลับมาบ้านค่อยล้างออก แต่ด้วยความเคยชินปัสสาวะเสร็จต้องล้าง

เพราะคิดว่าสกปรกซึ่งไม่เป็นความจริง ปัสสาวะแค่ทำให้เกิดกลิ่นเท่านั้น




การใช้หัวฉีดทำความสะอาด คนที่ใช้ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่ามีการตกขาวหรือมีเชื้อโรคอะไร

ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรฉีดน้ำทิ้งก่อน

และการใช้น้ำฉีดทำความสะอาดทำให้เกิดความอับชื้นมีโอกาสเป็นเชื้อราสูง


ควรหลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอดโดยเด็ดขาด

เพราะมีคนไข้บางคนทำความสะอาดแบบหมดจดจริงๆ

ล้วงเข้าไปทำความสะอาด หรือใช้น้ำยาเข้าไปทำความสะอาดในช่องคลอด ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิด

เพราะช่องคลอดมีความสมดุลในตัวอยู่แล้ว ทำความสะอาดแค่ภายนอกใช้น้ำอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว

เหมือนกับการล้างหน้า ถ้ารู้สึกว่าหน้าเหนียวเหนอะหนะก็ล้างหน้า อาจเป็นวันละ 2 ครั้งก็พอแล้ว

ส่วนใหญ่ที่แนะนำ คือ ทำความสะอาดตอนอาบน้ำ โดยใช้น้ำธรรมดาไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาอะไร

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการให้ผ้าอนามัยแบบสอดเพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองติดเชื้อ

แต่บางคนติดใส่ผ้าอนามัยแบบสอด มีไม่มีก็ใส่เอาไว้ก่อน ซึ่งความจำเป็นที่ต้องใส่ทุกวันหมอว่าไม่มี





รศ. นพ.ธีระพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า
เมื่อใดก็ตามที่ตกขาวมีสีเปลี่ยน กลิ่นผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

ไม่ควรไปซื้อยามากิน หรือมาเหน็บเอง เพราะอาจไม่ตรงตามอาการที่เป็น การรักษาก็ไม่ได้ผล

และไม่ควรปล่อยปละละเลยเพราะอาจทำให้เชื้อโรคลุกลามเกิดการอักเสบ

เป็นฝีที่ปีกมดลูกต้องผ่าตัดจนถึงขั้นต้องตัดมดลูก หรือปีกมดลูกทิ้งไป



อย่ากินยาสิวเยอะ จนลืมนึกถึงผสเสียที่จะเกิดกับระบบภายในร่างกายของเรานะคะ

ด้วยความปรารถนาดี



fonkan

fonkan

ขอบคุณเวปจีบันที่ทำให้มิตรภาพดีๆ เกิดขึ้น ^^

FULL PROFILE