น้ำหอมผู้หญิง 101 น้ำหอมมีกี่แบบ วิธีเลือกกลิ่นให้เข้ากับตัวเอง การใช้และการเก็บน้ำหอมทำยังไง รวมรีวิวตัวเด็ดมาให้แล้ว

80 18
วิธีสร้างเสน่ห์และปลุงพลังแรงดึงดูดผู้คนให้มาหลงใหลและรู้สึกดีกับคุณ ตั้งแต่เริ่มแรกหรือที่เรียกกันว่าความประทับใจแรกพบ First impression นั่นก็คือบุคลิกภาพการแต่งกาย และความหอม ซึ่งจะทำให้คู่สนทนาและคนใกล้ชิดของคุณ มีความสุขรู้สึกดีและประทับใจในตัวคุณอย่างบอกไม่ถูก สำหรับวิธีการสร้างเสน่ห์ให้คุณสาวๆไม่ต้องใช้น้ำมันพราย ไม่ต้องใช้สีผึ้งยาเสน่ห์ แต่อย่างใด เพียงแค่รู้วิธีเลือกน้ำหอมให้เข้ากับตัวเอง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ดูดีโดดเด่น มีแต่คนอยากทำความรู้จัก วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีเลือกน้ำหอมว่ามีกี่แบบ กลิ่นน้ำหอมแบบไหนที่เหมาะสำหรับคุณ และรีวิวน้ำหอมที่เข้าใจง่าย ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

ประเภทของน้ำหอม

น้ำหอมจะแบ่งเป็นหลายประเภท หลายเกรดขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของหัวน้ำหอม ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 5 ประเภทดังนี้
  1. Perfume เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มข้นสูงที่สุด จะมีหัวเชื้อน้ำหอมอยู่ที่ประมาณ 20-30% อีกทั้งน้ำหอมประเภทนี้ยังติดทนนานถึง 24 ชั่วโมง 
  2. Eau de Perfume เป็นน้ำหอมที่นิยมใช้กันมากที่สุดเนื่องจาก มีความหอมและติดทนนาน หัวเชื้อน้ำหอมอยู่ที่ประมาณ 15-20% แต่แนะนำว่าควรฉีดน้ำหอมตามชีพจรของร่างกาย เช่น ข้อมือ ข้อพับแขน ซอกคอ หัวไหล่ ซึ่งจะทำให้ความหอมติดทนนานมากยิ่งขึ้น และไม่ควรฉีดน้ำหอมลงเสื้อผ้าโดยตรงเพราะอาจจะทำให้เสื้อผ้าเป็นคราบหรือรอยเปื้อนได้
  3. Eau de Toilette น้ำหอมประเภทนี้ มีหัวเชื้อน้ำหอมอยู่ประมาณ 5-15%  ติดทนปานกลาง เหมาะสำหรับ ฉีดในช่วงซัมเมอร์หรือหน้าร้อน เป็นกลิ่นหอมละมุนเบาบางไม่ฉุนจนเกินไป
  4. cologne เป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นที่เบาสดชื่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลายซึ่งจะมีส่วนผสมของหัวน้ำหอมประมาณ 2-4% และสามารถฉีดได้บ่อยตามต้องการ
  5. Eau Fraiche น้ำหอม ชนิดนี้เป็นน้ำหอมที่เจือจางมากที่สุด ซึ่งมีส่วนผสมของหัวน้ำหอมเพียงแค่ 1-% เท่านั้นดังนั้น น้ำหอมประเภทนี้จึงติดไม่ทน ต้องฉีดซ้ำบ่อยๆ

กลิ่นน้ำหอมที่ได้รับความนิยม

น้ำหอมมีกลิ่นที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับการผสมหัวน้ำหอมแต่ละกลิ่น ซึ่ง มีการแบ่งจำแนกของกลิ่นน้ำหอม ออกมาดังนี้
  • กลิ่น floral หรือดอกไม้ น้ำหอมกลิ่นนี้ มีส่วนผสมของดอกไม้เป็นหลัก เช่น  ดอกมะลิ ดอกกุหลาบ ดอกส้ม ดอกคาร์เนชั่น และดอกไม้ประเภทอื่น ๆ ให้อารมณ์ความรู้สึกโรแมนติกหอมหวานละมุน เหมือนกับการยืนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ นานาชนิดที่อบอุ่นไปด้วยสีสันและความหอมละมุน ที่เย้ายวนใจ น้ำหอมประเภทนี้ยังเป็นกลิ่นเฉพาะที่เหมาะสำหรับสาวหวาน สายโรแมนติก เซ็กซี่ขี้เล่น และยังเป็นน้ำหอมกลิ่นติดทน รีวิวน้ำหอมกลิ่นแนะนำ คือ 
    • Chanel Gabrielle Essence เป็นน้ำหอมที่มีความหวานละมุน ดูแพงกลิ่นค่อนข้างเฉพาะ เหมาะสำหรับสาว สายหวาน หรือวันที่ แต่งตัวออกงาน อยากโดดเด่นเป็นพิเศษฉีดน้ำหอมกลิ่นนี้ รับรองว่า เดินผ่านใครก็อยากเข้าใกล้อยากทำความรู้จัก ขนาด 100 ml ราคา 7,200 บาท
    • Dolce & Gabbana Dolce Shine น้ำหอมกลิ่นนี้มีความ หอมสดใสโรแมนติก อารมณ์ดี ให้ความรู้สึก ถึงผู้หญิง คิดบวกสดใสอยู่ใกล้แล้วอบอุ่น อยากอยู่ด้วยไปนานๆ ขนาด 75 ml ราคา 5,000 บาท
    • Dior Joy EDP เป็นน้ำหอมกลิ่น Fruity floral ที่หอมละมุนจริงๆ ออกแนวกลิ่นกุหลาบดอกส้มและมีกลิ่นวนิลา รวมถึงไม้จันทร์หอม ที่ทำให้ใครได้กลิ่นแล้วต้องหลงไหล ขนาด 90 ml. ราคา 6,600 บาท
  • กลิ่น citrus หรือกลิ่นสดใสสไตล์ส้ม เป็นน้ำหอม ที่สกัดมาจากพืชตระกูลส้ม ให้ความรู้สึกสดใสมีชีวิตชีวาหวานนิดเปรี้ยวหน่อย ฉีดแล้วดูสดใสร่าเริงให้ความรู้สึกเหมือนกับการเดินทางไปท่องเที่ยว ในฤดูร้อนแสงแดดอุ่นๆในยามเช้าให้ความรู้สึกสดชื่น ซึมซับบรรยากาศบริสุทธิ์ กลิ่น citrus มาจากมะนาว เลม่อน ส้มแมนดาริน และมะกรูด สำหรับน้ำหอมกลิ่นนี้เหมาะกับผู้หญิงที่มีบุคลิกภาพสดใสร่าเริง คิดบวก สนุกสนานกับชีวิต และเป็นคนที่ เข้าได้กับทุกคน
  • กลิ่นWoodyหรือกลิ่นไม้จากธรรมชาติ น้ำหอมกลิ่นนี้จะสกัดมาจากเนื้อไม้และพืช เป็นกลิ่นหอมเฉพาะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เหมือนยืนอยู่ท่ามกลางขุนเขาในป่าใหญ่ สัมผัสบรรยากาศเย็นๆหอมละมุน สไตล์ธรรมชาติซึ่งกลิ่นนี้จะเหมาะสำหรับ ผู้หญิงที่ค่อนข้างหนักแน่นมั่นคงมั่นใจในตัวเองสูง มีบุคลิกภาพโดดเด่นสุขุมนุ่มลึก
  • กลิ่น oriental หรือกลิ่นแนวหรูหราดูผู้ดี เป็นน้ำหอมที่ มีความหวาน แอบซ่อนความเร่าร้อนไว้ข้างในน้ำหอม Oriental นี้ เหมาะสำหรับสาวๆที่ออกเดทในยามค่ำคืน ดินเนอร์ท่ามกลางแสงเทียนโรแมนติก กลิ่นกายเย้ายวนชวนฝันให้คู่เดทของคุณนั้นหัวใจหวั่นไหว รีวิวน้ำหอม ดังนี้
    • JILL STUART Night Jewel EDT เป็นน้ำหอมกลิ่นหรูหรา ที่มีความหอมละมุน นุ่มลึก มีความสุภาพ ดูแพง ใครเห็นแล้วต้องหลงรัก ขนาด 30 ml ราคา  1,750 บาท 
    • Philosophy Amazing Grace Ballet Rose เป็นน้ำหอมที่เย้ายวนและเซ็กซี่ ดูหรูหรา น่ามองสุด ๆ ขนาด 60 ml ราคา 1,990 บาท 
    • Estée Lauder Pleasures น้ำหอมกลิ่นนี้ ฉีดแล้วดูสวยสง่าและเซ็กซี่ไปในตัว เหมาะสำหรับ ใช้ในชีวิตประจำวัน ขนาด 30 ml ราคา  2,000 บาท
  • กลิ่นfruityหรือกลิ่นผลไม้หอมละมุน น้ำหอมกลิ่นผลไม้ได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากว่าเป็นน้ำหอมที่มีผสมผสานของผลไม้ ที่นุ่มนวลชวนฝัน หอมละมุน สามารถใช้ได้ทุกโอกาส ซึ่งกลิ่นฟรุตตี้จะเป็นแนว แอปเปิ้ล เบอร์รี่ มะม่วง พีช กีวี เหมาะสำหรับฉีดไปเที่ยวไปปาร์ตี้ไปเดท หรือฉีดไปทำงานก็ได้สามารถใช้งานได้หลากหลายไม่น่าเบื่อ รีวิวน้ำหอมแนะนำ ดังนี้
    • DKNY Be Delicious น้ำหอมกลิ่นสดชื่น หอม ใช้ได้ทุกโอกาสกลิ่นไม่ฉุนรับรองใครได้กลิ่น จะต้องประทับใจแน่นอน ขนาด 100 ml. ราคา 4,700 บาท
    • Burberry brit sheer เป็นน้ำหอมกลิ่นผลไม้นานาชนิด บอกได้เลยว่าหอมสุดๆ กลิ่น ลูกพีช ลิ้นจี่ และส้มแมนดาริน ให้อารมณ์เหมือนอยู่ท่ามกลางสวนผลไม้ ใครได้กลิ่นต้องหลงใหลและอยากจับจองเป็นเจ้าของ ขนาด 100 ml. ราคา 3,300 บาท
    • BVLGARI Omnia Coral เป็นน้ำหอมสไตล์ฟรุตตี้กลิ่นโกจิเบอร์รี่ผสมกับมะกรูด ฉีดแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกับการที่คุณได้เดินทางไปท่องเที่ยวในสวนดอกไม้ ท่ามกลางแสงแดดอุ่นๆเก็บดอกไม้เพลินๆละมุนละไม มีความสุขสุดๆ ขนาด 100 ml. ราคา 4,150 บาท
  • กลิ่น Green หรือกลิ่นใบไม้ที่สดชื่น เป็นกลิ่นหอมของใบไม้ที่ไม่เหม็นฉุน เบาสบายเหมาะสำหรับ ใช้ในชีวิตประจำวัน ไปเรียนไปทำงาน ชิวๆบ้านดูซีรีย์ ก็ได้เป็นน้ำหอมที่สดชื่นใช้ได้บ่อยๆ
  • กลิ่น Oceanic หรือกลิ่นแนวธรรมชาติ ภูเขาทะเล น้ำหอมกลิ่นนี้ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนกับไปยืนบนไหล่เขา หรือเดินเล่นชายทะเล เหมาะสำหรับสาวๆที่ต้องการ ไปงานที่ค่อนข้างเป็นทางการเช่น สัมภาษณ์งานประชุมหรือต้องออกไปพบปะผู้ใหญ่ กลิ่นนี้จะทำให้ภาพลักษณ์ดู ดี มีความเป็นผู้นำ อบอุ่น และเข้าถึงง่าย รีวิวน้ำหอม  แนะนำ ดังนี้ 
    • Aesop Hwyl กลิ่นนี้เป็นน้ำหอมแนวสดชื่น ให้อารมณ์และความรู้สึกเหมือนกันไปยืนกลางป่า ท่ามกลางต้นไม้ และทุ่งหญ้า มีกลิ่นหอมละมุน ไม่ฉุน ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ขนาด 50 ML ราคา 4,100 บาท 
    • Jo Malone London Wood Sage & Sea Salt เป็นน้ำหอมที่ให้ความรู้สึกเหมือนไปเดินเล่นริมชายหาดสบายๆ ผ่อนคลาย สดชื่น ใช้ได้ทุกวัน ขนาด 100 ML ราคา 5,500 บาท
  • กลิ่น Spicy หรือกลิ่นเครื่องเทศที่เร่าร้อน กลิ่นนี้มีความดุเด็ดเผ็ดร้อนเพราะใช้ส่วนผสมของ เครื่องเทศหลายชนิด เช่น อบเชย ขิง กานพลู เป็นกลิ่นดึงดูดใจ เหมาะสำหรับ ต้องการความโดดเด่นเป็นพิเศษ เช่น ไปประกวด ไปออกงาน ไปเลี้ยงลูกค้าในยามค่ำคืน กลิ่นนี้จะมีความ ละมุนนมลึกและซับซ้อนน่าค้นหา

วิธีการใช้น้ำหอมให้ติดทนนาน

หากฉีดน้ำหอมไม่ถูกวิธี นอกจากจะทำให้กลิ่นฉุน กลิ่นเพี้ยน เสื้อผ้ามีคราบแล้ว น้ำหอมยังติดไม่ทนอีกด้วย ไปดูกันดีกว่าว่า วิธีการฉีดน้ำหอมอย่างถูกต้อง ทำอย่างไร 
  1. ฉีดน้ำหอมตามจุดชีพจรในร่างกาย ซึ่งมนุษย์จะมีจุดชีพจร คือ บริเวณข้อมือ ข้อพับแขน ข้อพับขาและบริเวณซอกคอใต้ใบหู ซึ่งจุดชีพจรนี้จะทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังบริเวณนี้ค่อนข้างอุ่น บวกกับอัตราการเต้นของชีพจร จะทำให้กระจายความหอมได้ดีกว่า และช่วยให้น้ำหอมติดทนนานยิ่งขึ้นด้วย
  2. ทาโลชั่นบำรุงผิวก่อนฉีดน้ำหอม การทาโลชั่นไม่จำเป็นจะต้องเป็น กลิ่นเดียวกับน้ำหอมแต่การทาโลชั่นจะช่วยให้ผิวไม่แห้ง ผิวมีความสมดุล จะช่วยกระจายกลิ่นได้ดีกว่าน้ำหอมติดทนนานมากยิ่งขึ้น
  3. ทาปิโตรเลี่ยมเจลบริเวณชีพจรก่อนฉีดน้ำหอม จะช่วยให้น้ำหอมติดทนนานมากยิ่งขึ้น และควรทาก่อน ฉีดน้ำหอมประมาณ 1-2 นาที
  4. ฉีดน้ำหอมในอากาศแล้วเดินผ่าน วิธีนี้เป็นวิธีการที่ทำให้น้ำหอมติดทนนานมากยิ่งขึ้น แต่ขอแนะนำว่า เหมาะสำหรับน้ำหอมประเภท EDP วิธีการฉีดน้ำหอมแบบนี้คือฉีดน้ำหอมใส่อากาศ ให้ห่างจากคุณประมาณ 5 นิ้ว จากนั้นให้รีบเดินผ่านละอองน้ำหอม วิธีนี้จะทำให้น้ำหอมกระจายตัวทั้งเรือนร่าง กลิ่นน้ำหอมไม่ฉุน และน้ำหอมยังติดทนนาน
  5. ฉีดน้ำหอมบนแปรงหวีผมช่วยให้ผมหอมยาวนาน นอกจากเรือนร่างของสาว ๆ จะต้องหอมละมุนแล้ว ผมก็ต้องหอมเช่นเดียวกัน ให้ฉีดน้ำหอมบริเวณ แปรงหวีผม1-2ครั้ง จากนั้นหวีผมทันที วิธีนี้ป้องกันไม่ให้ แอลกอฮอล์ในน้ำหอมไปทำลายเส้นผม และยังทำให้ผมของคุณหอมเป็นกลิ่นเดียวกับร่างกาย
  6. รีบฉีดน้ำหอมทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ เนื่องจากว่าผิวหนังมีความชื้น และผิวยังไม่แห้งการฉีดน้ำหอมทันที จะทำให้น้ำหอมติดทน กลิ่นไม่เพี้ยน

วิธีเก็บน้ำหอม

คุณสาวๆรู้หรือไม่คะว่าการเก็บน้ำหอมอย่างถูกวิธี จะทำให้คงความหอมยาวนานและกลิ่นไม่เพี้ยน ซึ่งบางคนเคยเจอปัญหา เมื่อเปิดกล่องออกมาน้ำหอม หอมละมุนมาก แต่เมื่อใช้ไปนานๆ และเก็บไม่ถูกต้อง กลิ่นเพี้ยนกลิ่นฉุน กลิ่นจาง เร็ว ดังนั้นไปดูกันดีกว่าว่าวิธีเก็บน้ำหอมอย่างถูกต้องทำอย่างไร
  1. ไม่ควรเก็บน้ำหอมที่มีแสงแดดเข้าถึง น้ำหอมกับแสงแดดไม่ถูกกัน ดังนั้นหากน้ำหอมถูกแสงแดดจะทำให้เสื่อมสภาพได้ง่าย เนื่องจากว่าน้ำหอมผสมประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหยและแอลกอฮอล์ ซึ่งสารทั้งสองตัวนี้ จะเสื่อมสภาพหากอยู่ในอุณหภูมิที่ร้อนเกินไปดังนั้นควรเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าลิ้นชักจะดีที่สุด 
  2. ไม่ควรเก็บน้ำหอมไว้ในห้องน้ำ สาวๆหลายคน เข้าใจว่าอาบน้ำเสร็จปุ๊บ ฉีดน้ำหอมทันทีและการวางน้ำหอมไว้ในห้องน้ำ ก็สะดวกสบายใช้งานง่ายแต่ความเป็นจริงแล้ว น้ำหอมค่อนข้าง sensitive อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงจะทำให้กลิ่นน้ำหอมเปลี่ยนไป ซึ่งภายในห้องน้ำนั้นอุณหภูมิไม่แน่นอน ทั้งร้อนชื้น ส่งผลให้น้ำหอมเสื่อมสภาพได้ง่าย 
  3. ต้องปิดฝาน้ำหอมหลังจากใช้งานทุกครั้ง น้ำหอมเป็นสารระเหย ดังนั้นหากเปิดทิ้งไว้จะทำให้อากาศ เข้าไปแทนที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมี ทำให้น้ำหอมมีกลิ่นเพี้ยน น้ำหอมระเหยไว ดังนั้นปิดฝาทุกครั้งหลังใช้งาน 
  4. ระมัดระวังอุณหภูมิในการเก็บน้ำหอม อาจจะเคยได้ยินว่าน้ำหอมไม่ถูกกับอากาศร้อน แต่ในขณะเดียวกันน้ำหอมเมื่ออุณหภูมิที่เย็นจนเกินไปก็อาจจะทำให้กลิ่นเพี้ยนหรือน้ำหอมเสื่อมสภาพได้ ดังนั้นอุณหภูมิที่เหมาะสมที่จะเก็บน้ำหอมคือควรเป็นอุณหภูมิที่ค่อนข้างเสถียรไม่เปลี่ยนแปลงง่าย จะดีที่สุด
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเคล็ดลับดีๆ ที่เรานำมาก ไม่ว่าจะเป็น วิธีเก็บน้ำหอม รีวิวน้ำหอม และวิธีเลือกน้ำหอมให้เหมาะกับบุคลิก รับรองว่าสาวๆจะสามารถเลือก น้ำหอมที่โดนใจ ฉีดแล้วปัง ฉีดแล้วสวยหรูดูแพงโดดเด่นในแบบฉบับของคุณเองได้ไม่ยากเลยค่ะ

อ่าน Content น้ำหอมผู้หญิง เพิ่มเติม


DaisyBeauty

DaisyBeauty

Admin Daisy Content

FULL PROFILE