บุกห้องวิจัยยูนิลีเวอร์ ค้นพบเบื้องหลัง…กว่าจะมาเป็น Dove!

Jeban'

Jeban'

ดู Profile

จากที่ป้าจีนได้พบกับผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Dove damage therapy ไปแล้ว ก็ตื่นเต้นกันต่อกับข้อความในการ์ดวันต่อมา “เตรียมตัวค้นพบเบื้องหลังสุดยอดเทคโนโลยี ณ ใจกลางศูนย์วิจัยหลักของยูนิลีเวอร์” งานนี้จะเจออะไรบ้างหนอ……มามะจะพาไปดูกัน 


 





 

เช้าของวันถัดมาอากาศขมุกขมัว มีฝนตกให้ได้รู้สึกว่า “นี่เราอยู่ลอนดอนแล้วนะ” ชาวคณะออกเดินทางด้วยรถไฟ virgin train ไปยังสถานี Liverpool

ถึงแม้ว่านวัตกรรมรถไฟจะไม่ใช่อะไรที่ใหม่ แต่การที่ได้สัมผัสประสบการณ์จิบชา ชมวิวในรถไฟ  first class ที่เมืองผู้ดีอย่างนี้ ก็คงไม่ได้มีกันบ่อยๆ และไม่ได้มีกันทุกคนหรอกนะ ป้าจีนก็เลยคิดว่าควรจะตื่นเต้นให้คุ้มหน่อยนะจริงมะ (เป็นข้ออ้างของยัยบ้านนอกที่ได้นั่งรถไฟหรูนั่นเอง ฮ่าๆๆ)




ใช้เวลา 2 ชม.ก็ถึงที่หมาย….ท้องฟ้าที่ลิเวอร์พูลสดใสสวยมากกกกก ฟ้าเป็นฟ้าเมฆเป็นเมฆ อากาศดีมากมาย….รถมารับเราที่สถานีไปส่งถึงหน้าตึกศูนย์วิจัยกันเลยทีเดียว




ก่อนอื่นก็ต้องเข้าสู่โหมดเลคเชอร์ ทำความรู้จักกับบ้านเกิด Dove ประวัติความเป็นมาของยูนิลีเวอร์และพอร์ทซันไลต์กันซักหน่อย ก่อนจะมีโอกาสเดินเยี่ยมชม เปิดบ้านกันว่าห้อง lab ที่นี่เค้าทำอะไรบ้าง




เล่าคร่าวๆ ก็แล้วกันนะจ๊ะ….

ย้อนกลับไปเมื่อ 100 ปีก่อน มร.วิลเลียม ลีเวอร์ ได้สร้างโรงงานผลิตสบู่แห่งแรกขึ้นใกล้กับเมืองลิเวอร์พูล ในปี 2431 โดยมร.วิลเลี่ยมได้ให้ชื่อสถานที่แห่งนี้ว่า “พอร์ทซันไลต์” มาถึงวันนี้ สถาบันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ “พอร์ท ซันไลต์” ได้กลายเป็นแหล่งกำเนิดของหลากหลายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคลชั้นนำในเครือยูนิลีเวอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน ซึ่งภายในสถาบันวิจัยฯ แห่งนี้เป็นที่รวมตัวของนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรหลากหลายเชื้อชาติรวม 766 คน ที่มาทำงานร่วมกันเพื่อรังสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ สำหรับผู้บริโภคทั่วโลก อย่างผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เช่นโดฟ, แอกซ์, คอมฟอร์ท,โอโม, ยาสีฟันโคลสอัพ ฯลฯ ก็ได้รับการคิดค้นและทดลองที่สถาบันวิจัยฯ แห่งนี้ ก่อนจะส่งไปให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้ใช้กันนั่นเอง 


 





ทำความรู้จักกันแล้วชาวคณะก็บุกห้อง lab กัน… บอกได้เลยว่างานนี้ไม่ใช่หมูๆ กว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผมได้นี่ไม่ใช่อยู่ๆ นึกจะคั้นน้ำมะกรูดก็เอามาสระผมได้นะยะหล่อน เค้ามีการวิจัยจริงจังกันขนาดไหน ทดลองเก็บข้อมูลกันเยอะมากมาย ขั้นตอนต่างๆ ที่ดูแล้วก็ เอ่อออ…. “มีงี้ด้วยเหรอ?” ก็เยอะมากเลย เหมือนย้อนไปอยู่ช่วงวัยเรียนกันอีกครั้งเลยทีเดียว





ในห้อง Lab มีทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ทดลองทางวิทยาศาสตร์ ส่วนเก็บตัวอย่างผมต่างๆ ผมวิกผมของผมที่มีปัญหาในสภาพต่างๆ, ห้องสปอตไลท์ที่ใช้เช็คดูความเงาของผม, รวมไปถึง salon จำลอง ห้องทดสอบพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เป็นกระจกสังเกตการณ์ด้านเดียว (เหมือนในหนังสืบสวนสอบสวนเลยวุ้ย!) นักวิทยาศาสตร์อธิบายไป ไอ้ส่วนที่อึ้งอิชั้นก็อึ้งนะ แต่คิดๆ แล้วก็รู้สึกว่าคนที่ทำงานนี้ได้ต้องตั้งใจมาก วันๆ อยู่กับผม หวีผมเทสผมเป็นหมื่นๆ ช่อ ซ้ำแล้วซ้ำอีกเก็บสถิติเพื่อผลวิจัยที่ดีที่สุด ไม่รักงานนี้จริงทำไม่ได้นะเนี่ย! 





เดินชมเทคโนโลยีแล้วเราก็กลับมาเข้าห้องเรียนกันต่อ….พอได้เห็นที่ไปที่มากันบ้างแล้วก็พอจะจินตนาการให้เข้าใจกับระบบการทำงานของขั้นตอนการบำรุงและความใส่ใจของผลิตภัณฑ์กันได้ง่ายขึ้น




เราสรุปได้ว่าปัจจัยที่จะทำให้ผู้หญิงเป็นเจ้าของผมสวยอย่างแท้จริง ต้องเริ่มจากการมีสุขภาพผมที่ดีจากภายในถึงแกนในเส้นใย
(Fiber) ของผม ซึ่งคุณภาพเส้นใยผมจะสมบูรณ์ที่สุดได้ต้องประกอบด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ คือ


-   การเรียงตัวของโปรตีนภายในผมที่เป็นระเบียบ



-        โครงสร้างโปรตีนภายในผมเกาะกันอย่างแข็งแรง


-        เส้นใยผมมีแรงเสียดทานในระดับที่เหมาะสม


เมื่อผมมีคุณภาพเส้นใยที่สมบูรณ์แบบจะส่งผลให้


-        เกล็ดผมเรียบลื่นสม่ำเสมอและแข็งแรง


-        โครงสร้างโปรตีนในเปลือกผมแข็งแรง โดยโปรตีนจะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเส้นใยผม ซึ่งส่งผลให้ผมนุ่มลื่น พลิ้วไหวอย่างเป็นธรรมชาติ และง่ายต่อการจัดทรง


-        เส้นสีผมที่สดใส ส่งผลให้ผมเงางาม เปล่งประกาย



แต่จากที่ทราบกันอยู่ว่าการทำให้เส้นใยผมมีความแข็งแรงและสมบูรณ์เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีปัจจัยแวดล้อมมากมายในชีวิตประจำวันที่ส่งผลให้เส้นใยผมถูกทำลายแล้ว ความรู้สึกของผู้หญิงเมื่อต้องทำร้ายผมก็ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกวิจัยเพื่อ “ฟื้นฟู บำรุงลึก” มีความสำคัญและจำเป็นมากขึ้นไปอีก..... จะเห็นได้จากผลสำรวจของโดฟที่พบว่า ผู้หญิงจำนวนถึง 46%* รู้สึกผิดทุกครั้งที่สไตลิ่งหรือทำสีผม  แต่ไม่สามารถที่จะหยุดทำผมได้เพราะจะสร้างความไม่มั่นใจ ผู้หญิง 43%* ยอมรับว่าหากจะต้องแลกกับการทำร้ายสุขภาพผมเพื่อเป็นเจ้าของทรงผมสวยๆ ก็ยอม แต่จะดีกว่าหากสามารถที่จะทำผมได้อย่างเคย แต่ก็มีสุขภาพผมที่ดีได้ดั่งใจ ดังนั้นปัจจุบันผู้หญิงไทยจำนวนถึง 46 %* จึงมองหาผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีความสามารถในการฟื้นบำรุงและซ่อมแซมผมเสีย




*ผลสำรวจจาก Not Just a Bad Hair Day: Hair, Beauty and Damage, A Global Report. StrategyOne, 2008




Dove ใหม่ กับการทำงานของไฟเบอร์ แอ็คทีฟ คืออะไร?



ทีมวิจัยยูนิลีเวอร์ พอร์ทซันไลต์ ได้แรงบันดาลใจในการค้นคว้าและพัฒนานวัตกรรมไฟเบอร์ แอ็คทีฟจาก “ดอกกุหลาบทะเลทราย หรือ The Rose of Jericho” เนื่องจากดอกกุหลาบทะเลทรายมีไฟเบอร์ Trehalose ซึ่งช่วยป้องกันการสูญเสียโปรตีนในฤดูแล้ง และสามารถกลับมาสดชื่นสวยงามได้ใหม่เมื่อได้รับน้ำฝนอีกครั้ง


 


ถ้าเปรียบเทียบ....เส้นผมเสียก็เหมือนกับปราสาทหินที่เริ่มสึกกร่อน การฟื้นฟูให้กลับมางดงามดังเดิมได้จะต้องบูรณะทั้งจากภายในและภายนอก หากฟื้นฟูดูแลเฉพาะจากภายนอกอาคารแต่รากฐานยังผุกร่อน อีกไม่นานก็จะทรุดและเสื่อมโทรมลงอีกอยู่ดี ดังนั้นการบูรณะที่ยั่งยืนควรเริ่มจากการฟื้นฟูรากฐานให้แข็งแกร่ง


 

ปกติแล้วผมที่มีสุขภาพดีจะมีชั้นผมซึ่งมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบสำคัญประมาณ 10-15 ชั้น โดยโปรตีนมีหน้าที่หลักในการสร้างความแข็งแรงและยืดหยุ่นให้เส้นผม แต่หากโปรตีนถูกทำลายจนเกิดรูพรุน ด้วยปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะการใช้สารเคมี การทำสีผม และการจัดแต่งทรงผม ชั้นผมจะลดลงเหลือเพียง 1-2 ชั้น ส่งผลให้เกล็ดผมแตก เปราะบาง และร่อนออกเป็นชั้น ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผมแห้งเสีย แข็งกระด้างและแตกปลาย ขาดร่วง รวมถึงการจัดแต่งทรงยาก


 



การทำงานของไฟเบอร์ แอ็คทีฟ ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะใน “โดฟ แดเมจ เธอราพี สูตรใหม่” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตรงเข้าดูแลผมจากภายใน ให้สารอาหารที่อุดมด้วยแร่ธาตุจากธรรมชาติและสามารถเข้าไปทำปฏิกิริยากับโปรตีนในเส้นผมชั้นคอร์เท็กซ์ ซึ่งนับได้ว่าเป็นกลางใจของผม เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างโปรตีนที่ถูกทำร้ายให้กลับมามีสุขภาพดีและแข็งแรง


รวมถึงป้องกันการถูกทำร้ายในอนาคต ….. เรียกง่ายๆ ว่า “การดูแลลึกถึงกลาง ใจ

ของเส้นผม”นั่นเองค่ะ 





ก่อนจะจบการบรรยาย ป้าจีนและคุณพอลลีนก็ได้ร่วมทดลองเครื่องตรวจเช็คสภาพผมกันอีกด้วย ไอ้เจ้าเครื่อง Dadi นี้สามารถวัดระดับผมแห้งเสียได้ถึง 9 ระดับ ซึ่งค่าเฉลี่ยผมเสียของสาวๆ ทั่วไปจะอยู่ที่ 4….ป้าจีนจะพลาดได้ไง ยุ่งกะผมซะขนาดนี้ ขอเช็กหน่อยเหอะนะ…วัดออกมาปอยแรกก็ซัดไป 5 เลยง่ะ -_- แต่ก็หาค่าเฉลี่ยออกมากับอีกปอยที่ได้ 3 มาเป็น 4 รอดตัวไป



สาวใดอยากลอง ข่าวว่า Dove จะมีให้เทสกันตามจุดบริการต่างๆ ของ Dove ด้วยนะจ๊ะ 

 



 



  

ส่งท้ายด้วย สกู๊ปบันทึกการเดินทางทริปนี้ของเรา ของคุณพอลลีน จ้า 












 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย