; Review ไดเอ็ต เปลี่ยนยัยหมูให้กลายเป็นยัยตัวเล็ก <3

S.Momei

S.Momei

ดู Profile



อดีต น้ำหนัก 54 กิโลกรัม...

ปัจจุบัน น้ำหนัก 43 กิโลกรัม
 

เอาล่ะ เนื่องด้วยมีการถามถึงเข้ามาอย่างมากมายสำหรับเรื่องของการ ลดน้ำหนัก หลังจากช่วงขึ้นปีสองมา ที่เราเริ่มลองหันมาลดน้ำหนักอย่างเอาจริงเอาจังดู พอเปิดเทอมปุ้บ เพื่อนๆก็ทักกันเยอะเป็นประวัติการณ์ว่าผอมลง ผอมลง และยังคงผอมลงอย่างต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้
 

เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ หลายคนถามกันเข้ามาเยอะมากถึงวิธีการลดน้ำหนัก ตัวเราก็รู้สึกเหมือนกันว่าน้ำหนักลดลงไปเยอะมาก จนรูปร่างก็ดูเปลี่ยนไปเลย โดยที่เอาจริงๆก็ใช้เวลาไม่นานมาก ก็เลยตั้งใจว่าจะเขียนรีวิวการลดน้ำหนักเพื่ออธิบายรายละเอียดในวิธีการของ เราดู เผื่อว่าใครที่สนใจจะได้ลองเก็บเอาวิธีที่เราใช้แล้วได้ผลไปใช้บ้าง
 

ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อนว่า การจะลดน้ำหนัก ขอให้ระลึกกับตัวเองไว้เสมอว่าเรากำลังลดน้ำหนักอยู่ และห้ามล้มเลิกความตั้งใจเด็ดขาด บางคนมักจะรู้สึกว่า การลดน้ำหนักเป็นเรื่องยาก พอไม่เห็นผลก็หยุดไปก่อนเสียง่ายๆโดยที่ยังไม่ทันเห็นผล


เราเองก็เคยเป็นแบบนั้นค่ะ เคยคิดว่าการลดน้ำหนักเป็นเรื่องไกลตัวมาก ฉันพยายามยังไงก็คงไมได้ผล ก้มหน้าก้มตารับชะตากรรม คิดว่าตัวเองต้องเป็นคนอ้วนตลอดไป เปิดหนังสือไดเอ็ตอ่านยังไงก็ทำได้แต่ถอนหายใจกับตัวเอง อยู่กับความอ้วน เป็นมนุษย์ตัวบวมมานาน

แต่วันนี้ เราก็ทำได้แล้ว น้ำหนักของเราลดลงมาได้แล้ว

ขอร้องนะคะ ว่าถ้าจะลดน้ำหนัก อย่าเพิ่งล้มความตั้งใจ จนกว่ามันจะได้ผลค่ะ จริงอยู่ที่บางทีเราอาจตั้งคำถามว่า ทำไมบางคนเค้าดูลดง่ายจัง แต่เราลดยังไงก็ไม่ได้ซักที อันนี้ก็ต้องมาดูที่วิธีการและการเอาใจใส่ค่ะ แต่ละคนมีระบบการทำงานในรน่างกายที่แตกต่างกัน กรุ้ปเลือดที่ต่างกัน วิธีการลดน้ำหนักก็ต่างกันไปด้วย เลยอาจจะทำให้เห็นผลช้า หรือบางทีเราอาจกดดันตัวเองมาก แต่พฤติกรรมการกินก็ยังไม่เปลี่ยน

ถ้าเป็นแบบนั้นก็จะไม่เห็นผล มีแต่เครียดหนักขึ้นไปอีกไม่ได้เด็ดขาดเลย

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จริงจังนะ เราจริงจังกับมัน แต่เราจะไม่เครียดกับมัน
พูดง่ายๆก็คือ ต้องมีวินัยกับตัวเองมากๆ แต่ห้ามกดดันตัวเองเด็ดขาด

นอกจากห้ามล้มเลิกความตั้งใจไปก่อนแล้ว อีกเรื่องที่ต้องขอร้องก็คือ อย่าหาข้ออ้างให้ตัวเอง เด็ด ขาด

เช่น ฉันต้องกินข้าวทุกวัน ฉันไม่มีเวลาออกกำลังกาย ฉันอยากมีเวลาให้ตัวเองได้กินของอร่อยๆบ้าง ถ้าคุณยังมีข้ออ้างเหล่านี้อยู่ ขอใจร้ายนิดนึงที่จะพูดตรงๆว่า ตั้งใจจะลดให้ตายก็ไม่มีวันสำเร็จค่ะ

เอาล่ะ ทำความเข้าใจเบื้องต้นกันไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็มาเริ่มต้นพูดถึงทีละเรื่องกันเลยนะคะอาจจะเป็นบทรีวิวที่ยาว ไปซักหน่อย แต่เราเขียนด้วยใจ อยากให้ทุกคนได้มีรูปร่างที่ดีไปด้วยกันค่ะ

 

งดอาหารจำพวกแป้งที่เป็นคาร์โบไฮเดรตทั้งหมด
เริ่มต้นกันที่ข้อแรก ซึ่งเป็นข้อที่สำคัญมากค่ะ แล้วเราก็รู้ว่ามันเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับทุกๆคนที่อยากลดน้ำหนัก เพราะมักจะมีข้ออ้างมากั้นเสมอว่า ฉัน.จำ.เป็น.ต้อง.กิน.ข้าว.ทุก.วัน ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าการจะลดน้ำหนัก ต้องงดอาหารจำพวกแป้ง แต่ก็ยังคงอ้างอยู่ตลอดว่าถ้าไม่กินแป้งก็ไม่มีแรง อันนี้เราไม่รู้นะ ขนาดว่าเราก็เป็นโรคกะเพราะ แต่เราก็งดจริงๆ เราออกกำลังกายด้วย เรียนด้วย เราก็ไม่รู้สึกว่ามีผลกระทบอะไรเลย ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า การลดน้ำหนัก ไม่ใช่การคอบคุมน้ำหนักนะคะ ถ้าคุณอ้วนอยู่แล้วต้องการลดน้ำหนัก คุณกินอาหารจำพวกแป้งเข้าไป ยังไงน้ำหนักตัวก็ไม่ลดหรอกค่ะ เพราะมันจะเข้าไปเพิ่มเติมหรือแทนที่ของเก่าอยู่เสมอๆ การลดจำนวนแป้งให้น้อยลงหรือกินแต่พอดี เป็นเพียงการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในช่วงๆเดิม ไม่เพิ่มหรือไม่ลดเท่านั้น หากต้องการให้ลด ยังไงก็ต้องงดนะคะ แต่ถึงยังไงคำว่างดในที่นี้ก็ไม่ได้หมายความว่ากินไม่ได้เลย แต่ขอให้กินให้น้อยที่สุด ถ้ารู้ตัวว่าตัวหนักๆ น้ำหนักทำท่าว่าจะขึ้น ก็ให้หยุดทันที แต่ถ้าวันไหนรู้สึกว่าท้องโล่งมากๆ หิว จนไม่ไหวแล้ว ให้กินเสริมเข้าไปนิดหน่อยก็ดีค่ะ พอย่อยก็ค่อยหาอย่างอื่นที่ไม่ใช่แป้งกินต่อเอา ที่เราทำก็คือ เราไม่กินข้าวเลย เราหลีกเลี่ยงมาก กินอาหารในหมู่อื่นเอา ถ้าจำเป็นต้องกินข้าว ก็อย่าเสียดายข้าว กินให้พอประมาณ อิ่มแล้วให้หยุดทันที ของกินจำพวก ขนมปัง พัฟ พาย เลิกให้หมด เราไม่แตะเลยค่ะ รู้กันอยู่แล้วว่าอะไรที่ทำมาจากแป้งบ้าง อย่า กิน!
 

หันมาทานอาหารจำพวกผัก และเสริมพลังงานด้วยโปรตีนแทน
หลังจากที่มีข้ออ้างเรื่องต้องกินแป้งไป ก็มาดูตรงจุดนี้กันค่ะ บางคนอาจจะยังไม่ทราบ ว่าระหว่างแป้งกับโปรตีนจำพวกเนื้อสัตว์ โปรตีนนั้นเผาผลาญได้ง่ายมากกว่าหลายเท่าตัวเลย โปรตีนเป็นอาหารที่ให้พลังงานมากและสามารถเผาผลาญได้เร็วที่สุด เวลาคนเราเอาพลังงานเข้าไปสะสมในร่างกายเนี่ย จะเอาไขม้ันเก็บไว้ลึกที่สุด ตามด้วยแป้ง แล้วเป็นโปรตีน หมายความว่า โปรตีนนี่ กินเข้าไป ไม่นานพอใช้พลังงานมันก็ดึงออกมาใช้หมดค่ะ สังเกตดูพวกสัตว์จำพวกกินเนื้อ รูปร่างดีและปราดเปรียวกันทั้งนั้น หากว่าต้องการจะลดน้ำหนัก ให้อัดโปรตีนแทนข้าวเลยค่ะ เดี๋ยวมันจะค่อยๆไล่ของเก่า ดึงเอาแป้งกับไขมันที่สะสมอยู่ในตัวเราออกมาเผาผลาญไปเอง อาหารที่กินได้บ่อยๆไม่เบื่อที่แนะนำว่าดีสำหรับการลดความอ้วนก็คือ พวกสลัด ยำ ส้มตำ ทั้งหลายค่ะ ช่วงนี้น้ำหนักเราลดวูบไปเร็วมากๆ เพราะกินส้มตำทุกวันนี่ล่ะ มันลดเร็งมาก กินเข้าไปเยอะๆ อัดเข้าไปก็อยู่ได้ทั้งวัน อิ่มท้องค่ะ อร่อย อิ่ม แล้วยังสบายใจ ว่าไม่นานมันก็เผาผลาญไปหมดแล้ว ถึงก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เรากินตอนเย็นๆ ตอนอิ่มๆนี่พุงป่องมาเลย ทั้งผัก ทั้งเนื้อสัตว์ ทั้งน้ำ(เพราะเผ็ดจัด ๕๕๕๕) อัดกันอยู่ในท้อง แต่เช้ามาก็หายไปหมดแล้ว หน้าท้องแบนเรียบเหมือนเดิม



 

รับประทานอาหารไม่ให้เกินวันละสองมื้อ
อัน นี้ก็สำคัญมากๆค่ะ บางคนอาจคิดว่า สองมื้อเองเหรอ? ไหนเคยได้ยินมาว่าควรจะกินให้ครบทุกมื้อไง ถ้ากินให้ครบก็ต้องสามมื้อสิ? โอเคค่ะ อันนั้นเราเข้าใจ แต่อันนี้เป็นวิธีการของเรา เราถือว่าจะกินสามมื้อก็ได้ แต่ถ้าสามารถอดได้ เพื่อผลที่ไวและดีกว่า ก็ควรจะกินให้น้อยที่สุด อันนี้เราไม่ได้อยาให้ทำปุบปับค่ะ อยากให้ลองค่อยๆลดเอาดู ตอนแรกๆเราเองก็กินวันละสามมื้อเหมือนกัน แต่ดูๆเอาว่ากินอาหารประเภทไหนได้บ้าง อะไรที่กินแล้วอ้วนก็ไม่กิน พอหลังๆมาก็เริ่มลดเหลือสองมื้อ จนปัจจุบัน เรากินแค่วันละมื้อจริงๆค่ะเดี๋ยวนี้ แค่มื้อเดียวจริงๆ เราว่านั่นเพียงพอแล้วสำหรับร่างกายในหนึ่งวัน จริงๆแล้วที่คนเรากินอาหารสามมื้อ ไม่ใช่ร่างกายที่อยากหรอกค่ะ แต่เดป็นปากต่างหากที่อยากกิน แต่ตรงนี้เราก็เข้าใจว่าแต่ละคนอาจต้องใช้พลังงานมากน้อยไม่เท่ากัน อันนี้ก็ยืดหยุ่นได้ บางคนอาจจะสองมื้อหรืออะไรก็ตาม แต่ถ้ายิ่งกินได้น้อยก็จะดี ถ้าเรากินน้อยๆจนเป็นนิสัย เดี๋ยวร่างกายก็ชินค่ะ ถ้าปากหยุดที่จะอยาก ร่างกายก็จะปรับตัวตามไปเอง

ห้ามทานอาหารหลังหนึ่งทุ่ม
อันนี้ก็สำคัญมากๆ เพราะว่าการกินอาหารดึกๆ ร่างกายมันจะไม่เผาสผลาญแล้วนะคะ กินตอนดึกๆเป็นช่วงที่คร่างกายสมควรจะได้รับการพักผ่อน มันจะไม่เผาผลาญเท่าที่ควรแล้ว ยิ่งบางคนกินแล้วนอน นั่นยิ่งหนักเลย ให้ถือเป็นกฏเหล็กเลยค่ะว่าห้ามรับประทานอาหารหลังหนึ่งทุ่ม บางคนติดออกไปหาอาหารกินกับเพื่อนตอนกลางคืนจนเป็นนิสัย นั่นไม่ได้เด็ดขาด ถือเป็นความผิดร้ายแรงมากๆ ถ้าอยากกินอะไรตอนดึกๆ ลองเปลี่ยนมาเป็นของที่กินเข้าไปแล้วย่อยได้ง่ายๆ อย่างเช่น โบโลน่าซีพี หรือมินิค็อกเทลซีพี ก็ได้นะคะ พวกนี้ย่อยง่าย รสชาติก็อร่อยถูกปาก รู้สึกกินแล้วหายอยากหายหิวดีค่ะ

ดูพลังงานที่เป็นกิโลแคลลอรี่ให้เป็นนิสัย
อันนี้ก็สำคัญมากๆ เราว่าคนส่วนใหญ่ก็คงเลือกหยิบซื้อของกินกันตามใจปากตัวเองเป็นหลัก แล้วส่วนมากก็ไม่เคยดูกิโลแคลลอรี่กันเลย เผลอๆบางทีอาจมีการอุปมาไปเองด้วยว่าอันนี้น่าจะไม่อ้วนนะ อั้นนั้นน่าจะไม่เป็นไรเนอะ เพื่อความชัวร์ ก่อนจะซื้ออะไรกิน ให้พลิกดูกิโลแคลลอรี่เลยค่ะ พวกขนมหวานๆเนี่ย ถ้าคิดจะหยิบซื้อ พลิกดูเลยค่ะ พอเห็นตัวเลขกิโลกแคลอรี่ต่อหน่วยบริโภคสูงๆแล้ว คุณอาจจะรู้สึกไม่อยากมันอีกเลยก็ได้ เช่น ขนมเวเฟอร์ห่อนึงที่มีไม่กี่ชิ้น พลังงานของมันน่ะ หนักหนากว่าการกินข้าวเข้าไปทั้งมื้อ หรือต้มมาม่ากินซะอีก!

เลิกความเชื่อว่าถ้าหิวก็ให้กินมาม่า
บางคนไม่อยากกินข้าว หันมาต้มมาม่า โดยที่ลืมไปว่า มาม่านั่นน่ะ มันก็แป้งนะคะสาวๆ การต้มมาม่ากินซองนึง ก็มีพลังงานแคลลอรีพอๆกับการกินข้าวมื้อนึงนั่นแหละค่ะ บางนหิวๆดึกๆ ไม่มีอะไรจะกินก็ต้มมาม่า นั่นก็เท่ากับว่าคุณกินข้าวมื้อดึกที่เผาผลาญไม่ได้ไปมื้อนึงเต็มๆ ถ้าทำแบบนั้น รับรองค่ะ ตื่นเช้ามานี่ พุงยื่นแน่ๆ ถ้าอยากกินอะไรตอนดึกๆ ลองเปลี่ยนเป็นเดินลงไปซื้อพวกโบโลน่าซีพั หรือโยเกิร์ตไร้ไขมันที่เซเว่นกินดีกว่า โอเคกว่ากันมากเลยค่ะ



พักผ่อนให้เพียงพอ
อันนี้ก็สำคัญค่ะ พักผ่อนให้เพียงพอ อย่านอนดึก ช่วงเวลา สี่ทุ่ม-ตีสอง เป็นเวลาที่ร่างกายของเราจะฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองได้ดีที่สุด เรียกว่าเป็นช่วงเวลาทองที่จะเก็บแต้มความสวย ถ้านอนในช่วงเวลานี้ นอกจากระบบร่างกายจะทำงานดี ส่งเสริมการเผาผลาญได้ง่ายแล้ว ผิวพรรณก็จะสวย เปล่งปลั่ง หน้าใส ไม่เป็นสิวอีกด้วย นอกจากนี้สุขภาพจิตก็ดี สดชื่น สมองก็ปลอดโปร่ง ตื่นมาก็ช่วยให้มีสมาธิกับการทำงานด้วยค่ะ

รักษาระบบขับถ่ายให้ดี
เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมากๆ ถ้าร่างกายของเรารับประทานเข้าไปแล้วไม่มีการขับถ่ายออกมาคงแย่แน่ๆ รับประทานอาหารจำพวกไฟเบอร์ให้มากนะคะ ผัก ผลไม้ อาหารที่มีเส้นใย จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดี นอกจากนี้แต่ละคนก็อาจจะมีทริคแตกต่างกันออไปอีก เช่น บางคนทานพวกโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวแล้วจะขับถ่ายดีมาก หรือบางคนก็มาแปลก กินกาแฟแล้วขับถ่ายได้รวดเร็ว อันนี้ก็แล้วแต่เทคนิคกันไป แต่ก็ขอให้ใส่ใจกับการขับถ่ายให้สม่ำเสมอมากๆด้วย

เลือกกินผลไม้
บางคนคิดว่าลดน้ำหนักแล้วต้องกินผลไม้ แต่ดันไปกินผลไม้ที่ยิ่งกินยิ่งอ้วนซะงั้น เช่น ไปกินพวกกล้วยหรือมะม่วง ที่มีแป้งเป็นสารอาหาร แบบนั้นไม่ช่วยนะคะ ถ้าจะเลือกกินผลไม้ทั้งทีก็เลือกกินผลไม้ที่ช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักดี กว่า ไม่ว่าจะเป็น สตรอเบอร์รี่ ส้ม กีวี่ แอปเปิ้ล สัปปะรด พวกนี้ดีต่อการลดน้ำหนักค่ะ ช่วยในเรื่องการเผาผลาญได้เป็นอย่างดี

ศึกษาเรื่องการออกกำลังกายและการควบคุมอาหารด้วยตัวเอง
นอกจากที่จะฟังคนอื่นพูดหรือไปามมาจากคนอื่นแล้ว เราก็ควรจะศึกษาข้อมูลรายละเอียดในเรื่องเหล่านี้ด้วยตัวเองด้วย เพราะบางครั้งการฟังจากคนอื่นหรืออุปโลกเอาเอง ก็มักจะมีความเชื่อผิดๆปะปนมาด้วย การศึกษาข้อมูลเรื่องการลดน้ำหนักและการออกกำลังกายด้วยตัวเอง จะทำให้เรารู้จักจัดสรรกระบวนการลดน้ำหนักได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เราใส่ใจกับมันมากขึ้น พอเราเข้าใจอย่างละเอียด ก็จะมีความมั่นใจในการลงมือลดน้ำหนักอย่างเอาจริงเอาจัง ถือว่าเราเอ็กซ์เปิร์ตด้านนี้แล้วซะอย่าง ยังไงฉันก็ไม่พลาดแน่ๆ รู้เอาไว้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ ระหว่างลดน้ำหนักที่เราศึกษาเรื่องพวกนี้เยอะมาก จำพวกทริคเล็กๆน้อยๆต่างๆ จะได้เอามาปรับใช้กับตัวเองได้อย่างเหมาะสม เรื่องบางเรื่องก็ไม่เคยรู้มาก่อน ก็ควรจะรู้ไว้ จะได้ระวังได้ถูกค่ะ

ออกกำลังกายบ้าง
สำหรับเรา เราว่าเรื่องการควบคุมอาหารเป็นเรื่องหลักที่สำคัญที่สุด สำคัญกว่าการออกกำลังกาย แต่เรื่องการออกกำลังกายก็เป็นอีกรเองที่ควรจะทำเหมือนกัน เพราะมันก็จะช่วยเร่งการเผาผลาญให้เร็วขึ้นได้อย่างมาก ถ้าอยากผอมเร็วๆก็ใช้การออกกำลังกายนี่แหละค่ะ ช่วยเป็นทางลัดให้ อย่างเราก็เต้นโคฟเวอร์ น้ำหนักลงได้เร็วมากจริงๆ แต่เวลาออกกำลังกายแล้ว เราก็จะเหนื่อย และหิวมาก ยังไงก็อย่าแบบว่า ออกกำลังกายเสร็จแล้วจัดหนัก อะไรแบบนั้นนะคะ ต้องห้ามมากๆ บางคนออกกำลังกายเสร็จ หนักๆเหนื่อยๆ ฟาดอาหารซะชุดใหญ่เข้าไป นั่นก็เท่ากับว่าไอ้ที่อุตส่าห์ออกกำลังกายจนเกือบแดดิ้นตายไปนั่น ไม่ได้มีประโยชน์ไม่มีความหมายอะไรเลย หลังออกกำลังกาย ควรงดอาหารก่อนสักชั่วโมงเป็นอย่างต่ำค่ะ หลังจากนั้นถึงจะทานได้ เพราะจะทำให้อัตราการเผลาผลาญคงที่ แต่ก็ขอให้เป็นอาหารที่อยู่ในข้อตกลงเท่านั้น อย่ากินแป้งหนักๆหรืออาหารจำพวกไขมัน ขอให้ควบคุมอยู่เท่าเดิมจะดีกว่าค่ะ




อย่าแตะอาหารจำพวกขนม น้ำตาล ของหวาน ของทอด โดย เด็ด ขาด
อาหารพวกนี้เป็นอาหารต้องห้าม เพราะมันจะทำให้น้ำหนักพุ่งพรวดขึ้นมาได้เร็วมากๆ บางคนขนาดน้ำหนักลดลงไปแล้ว แต่บังเอิญไปกินอาหารพวกนี้เอาด้วยความไม่รู้ มันดีดกลับแน่นอนค่ะ อาหารพวกนี้มีพลังงานจากไขม้ันอิ่มตัวสูงมากๆ เราเห็นว่าชิ้นเล็กๆ กินเข้าไปนี่มันไปสะสมในร่างกายเป็นชั้นไขมันล้วนๆเลยนะคะ น่ากลัวมาก เราเคยมีประสบการณ์ กินเค้กผอยทองในเซเว่น ชิ้นเล็กมากค่ะ เล็กมากจริงๆ ใครเคยเห็นในเซเว่นคงจำกันได้ กินเข้าไป คืนเดียว เท่านั้นแหละค่ะ วันต่อมา ได้เรื่องเลย น้ำหนักดีด ขึ้นพรวด รีดลงเกือบไม่ทัน เห็นความน่ากลัวของพวกมันแล้ว ฉะนั้น ห้ามเด็ดขาดนะคะ ให้คิดซะว่า มันคือศัตรูกับการลดน้ำหนักเลย

อย่าให้รางวัลตัวเองด้วยของกิน
บางคนพอน้ำหนักลดแล้วชอบให้รางวัลตัวเองด้วยของกินค่ะ เช่น อยากกินเครปครีมมาหลายวันแล้ว วันนี้น้ำหนักฉันลดไปโลนึง ขอกินแล้วกันนะ ขอบอกว่า ความคิดแบบนี้ หยุดเลยค่ะ อย่าเชียว เพราะว่ามันจะทำให้น้ำหนักดีดกลับมาได้ง่ายๆ ระหว่างที่อยู่าในช่วงลดน้ำหนัก ขอให้ระลึกอยุ่เสมอว่าตัวเองกำลังลดน้ำหนัก มีวินัยกับตัวเองค่ะ อะไรที่กินไม่ได้ อย่ากิน รอให้อยู่ในช่วงน้ำหนักที่พอใจแล้วดีกว่า ถึงตอนนั้นถ้าน้ำหนักลดลงมากๆจนเราแน่ใจว่ามันจะไม่ดีดกลับขึ้นมาแล้ว ค่อยๆให้รางวัลตัวเองนิดๆหน่อยๆตอนโน้นก็ยังทันนะ

ชั่งน้ำหนักบ่อยๆ
บางคนอาจเคยได้ยินมาตรงข้ามกันว่าอย่าชั่งน้ำหนักบ่อย เพราะถ้ามันไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้เสียกำลังใจ เราก็เคยคิดแบบนั้นค่ะ มีช่วงนึงที่ไม่เคยชั่งน้ำหนักตัวเองเลย เผลอๆอยู่ดีๆ น้ำหนักขึ้นไม่รู้ตัวซะด้วยซ้ำ เพราะบางครั้งเราเข้าใจว่าเราทำตามกฏที่เราตั้งไว้ในการลดน้ำหนักแล้ว แต่บางทีเราอาจเดผลอตัวไปบ้าง ทำให้น้ำหนักขึ้นมา ทางที่ดี ชั่งบ่อยๆก็ดีกว่าค่ะ จะได้รู้ว่ามันเท่าไหร่ยังไงแล้ว เราแนะนำให้ชั่งแบบหยอดเหรียญที่เป็นตัวเลขดิจิตอล เพราะมันบอกค่าน้ำหนักละเอียดดี เห็นเลยว่าขึ้นมากี่ขีด เรานี่ชั่วก่อนกินหลังกินตลอด เป็นการตรวจสอบไปด้วยว่าอาหารอะไรกินเข้าไปแล้วมีเอฟเฟ็กแบบไหนบ้าง เป็นการศึกษาไป คราวหน้าจะได้ระวัง บางทีก็ให้กำลังใจเราได้ดีด้วยเช่น เรากินส้มตำไปตอนเย็น อิ่มมากๆ ท้องจะระเบิด ชั่งน้ำหนักก่อนกินกับหลังกินนี่ ห่างกันหนึ่งกิโลเลย ทุกครั้ง แต่ด้วยความที่มันเป็นอาหารที่เผาผลาญง่ายมากๆ มีแต่ผัก พอตื่นเช้ามาชั่งอีกที มันตีกลับลงมาหนึ่งกิโล เหลือเท่าเดิม เวลาได้เห็นแบบนี้ เราก็จะมีความสุขและมั่นใจมากขึ้นค่ะ

เปลือยกายดูบ้าง
อาจเป็นคำแนะนำที่แปลก แต่เราทำแบบนี้นะ ๕๕๕๕ เวลาอยู่ในห้องคนเดียว เรากจะเปลือยกายใช้ชีวิตค่ะ เพราะว่า เราจะเดินผ่านประจกบ่อย มองเห็นรูปร่างตัวเองบ่อย ก็จะทำให้รู้ว่าตอนนี้รูปร่างเราเป็นยังไงแล้ว ถ้ามันอ้วนไป มันก็จะทำให้เรารู้สึกว่าไม่อยากกินอะไรเข้าไปอีก ส่วนถ้ามันผอมอยู่ ก็อาจจะทำให้เราไม่อยากกินอะไรเพิ่มเข้าไปอีกได้เหมือนกัน เพราะว่ามันกลัวจะทำให้รูปร่างดีๆที่มีอยู่ตอนนี้เสียไป อันนี้เป็นทริคส่วนตัวค่ะ ที่เราชอบและได้ผลมากๆ ใครจะลองเอาไปทำดูบ้างก็ไม่หวงนะ




งดแอลกอฮอล์
ลดน้ำหนัก อย่าดิ่มแอลกอฮอล์นะคะ นอกจากจะเป็นอะไรที่เสียสุขภาพมากๆอยู่แล้ว ยังทำให้ตัวบวมด้วยค่ะ น้ำหนักขึ้น รูปร่างเสีย สุขภาพเสีย เปลืองเงินอีกต่างหาก ไม่มีอะไรดีเลย เพราะฉะนั้น อย่ากินเลยนะคะ ไม่ดีหรอก

งดน้ำอัดลม
เกือบลืมพูดถึงไป อันนี้ก็ต้องงดเหมือนกันค่ะ สำคัญมากด้วย ขอให้งดและลืมไปเลยว่าชีวิตนี้จะต้องกินมัน เราว่าบางคนติดน้ำอัดลมอย่างไม่มีเหตุผล พอไปกินอะไรก็ต้องสั่งมันมากินด้วย ทั้งที่มันไม่จำเป็นเลยค่ะ น้ำอัดลมนี่ทำให้อ้วนได้ง่ายมากๆ ถ้าเอามันออกจากชีวิตไปได้ รูปร่างและสุขภาพเราจะดีขึ้นมาก เวลาไปทานอะไรก็เปลี่ยนเป็นมาสั่งน้ำเปล่าแทนนะคะ ประหยัด ไม่กัดกะเพราะ แล้วก็ชื่นใจกว่าตั้งเยอะเลยค่ะ

อย่าเครียดเด็ดขาด
อันนี้ก็ขอ ย้ำอีกที เพราะหลายๆคน พอเห็นแบบนี้ก็คงนึกอยากจะเอาจริงเอาจังขึ้นมา การลดน้ำหนัก เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องมีวินัยนะคะ แต่ว่าไม่ใช่ไปเครียดกับมัน ไม่ควรไปกดดันตัวเองมากเกินไป ยิ่งเครียดไปก็เท่านั้นค่ะ ชีวิตเรามีเรื่องอื่นให้เครียดมากพอแล้วค่ะ ยิ่งเครียดระบบการทำงานในร่างกายก็จะยิ่งเสียด้วย ทีนี้หนักไปกันใหญ่เลย ฉะนั้นก็ค่อยๆทำไปดีกว่า แค่เปลี่ยนนิสัยง่ายๆ หลายๆอย่างมันง่ายมากในชีวิตประจำวัน เป็นจุดเล็กจุดน้อย เปลี่ยนมุมมองในการเลือกกินนิดๆหน่อยๆ ปรับนิสัยเราให้ชิน ทุกอย่างก็จะเป็นธรรมชาติ สบายๆ

 

เปลี่ยนนิสัยตัวเอง คิดบวก แล้วก็เชื่อมั่น
การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องยาก ทุกคนทำได้ค่ะ แค่จริงจังและจริงใจกับมันใส่ใจและมีวินัยกับตัวเอง

 

เราลดมาแล้ว เพราะฉะนั้นทุกคนก็ต้องลดได้เหมือนเรา

ถ้าทำตามที่เรากล่าวมาทั้งหมดนี้ รับรองค่ะ ยังไงก็ ลด ได้ แน่ นอน!



Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย