ใครทำ sushi เป็นบ้างค่ะ
aiiw15เราควรไปเรียนดีมั้ยค่ะ
หรือใครสอนทำได้รบกวน ทิ้งเมล์ไว้ให้เราหน่อยนะคะ
พกจีบันไว้ใกล้ตัว
อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป
Discussion (15)
ไม่ต้องไปเรียนหรอกค่ะ ซื้ออุปกรณ์มาฝึกทำเองที่บ้านก็ได้
วิธีและขั้นตอนการหุงข้าวซูชินะคะ
''อันดับแรกก็หุงข้าวก่อน ให้ใช้อัตราส่วนข้าว:น้ำ = 1:1
พอหุงข้าวเสร็จก็ตักข้าวมาใส่ถ้วยแยกต่างหากตามปริมาณที่จะปั้นข้าว
แล้วเติมน้ำส้มสายชูญี่ปุ่นลงไปตามอัตรา ข้าว 1 ถ้วย:น้ำส้มสายชู 2ช้อนโต๊ะ
คลุกให้ทั่วๆแล้วก็เอาเสื่อสำหรับปั้นข้าวมารอง''
เคยอัพไว้ในบล๊อกนานแล้ว ลองทำตามดูนะคะ
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ohla&month=08-2006&date=07&group=5&gblog=2
ท่านอยากเรียน อิอิ
เรียนมาทำกินเอง = =''
เรียนแถวๆอ่อนนุชอะค่ะ
ลองเสริชดูคำว่า "lek cooking"
อะค่ะ
แบบนี้จะโดนลบมั๊ยหว่า = =a
จากที่ขายๆ อย่างเดียว ตอนนี้เตรียมข้าว ทำซูชิขาย นิกิรี มากิ เตมากิ อินาริ ตามาโก ฟูโตมากิ สารพัดสารพัน ทั้งๆที่งานคือคนขาย แต่ด้วยความที่อยากทำเป็นเลยขอทำทุกอย่างเอง เชฟมันไม่สอนหรอก มันหวงวิชา แต่ลักจำเอาแล้วไปขอเจ้านายทำ เขาใจดีให้ลอง ชอบมากกกก ซึ่งร้านนี้ดังมากในเจนีวาและแพงสุดๆ เปิดมา 14 ปีแล้ว ก็ยังมีคนกินอยู่ แปลก
สำหรับเรากินไม่ลงแล้ว เบื่อสุดๆ ใครมาชวนไปกินซูชินี่โกรธเลย
เรื่องข้าว สูตรที่ร้านคือ ข้าวเหนียวญี่ปุ่น 3 ลิตร ยี่ห้อ NISHIKI ล้างสะอาดใส่หม้อหุง ใส่น้ำลงไปให้ถึงขีดเลข 18 เป๊ะๆ หม้อใหญ่ค่ะ (บอกไม่ถูกอ่ะ ถ้าใช้หม้อหุงต่างกันก็ไม่รู้จะทำยังไงต้องกะเอาแล้ว) หุงประมาณ 50-55 นาที แล้ว เอาไม้คนข้าวเสียบลงไปตามขอบข้าวเพื่อนไม่ให้ข้าวติดหม้อ เอาข้าวออกมา คว่ำหม้อข้าวลง แล้วยกหม้อข้าว (หม้อที่มันอยู่ข้างในน่ะ) ออก มันก็เหมือนเค้ก อย่าทำให้ใมันแตกนะ รีบเอาข้าวส่วนที่มันติดหม้อ แข็งๆ ไหม้ๆ ออก แล้ว ราดน้ำส้มสายชู 6.5 dl ลงไป
สูตร น้ำส้มสายชูญี่ปุ่น (มันจะทำมาจากข้าว) 5 ลิตร เกลือหนึ่งโล น้ำตาลทรายขาว 3 โล คน ค่อยๆคนให้มันละลาย ไม่ต้องเอาไปต้มค่ะ ใช้ได้นานมากกก สำหรับร้านอาหาร ถ้าทำกินเองก็ต้อง คำนวณแล้วลดลงตามสูตรค่ะ
มาต่อเรื่องข้าว แล้วก็คนข้าวในกะบะ คนให้ทั่ว อย่าให้ข้าวเป็นก้อน ทิ้งให้เย็น แล้วพลิกข้าวอีกด้าน พออุ่นๆก็ทำซูชิได้ ปลาก็ต้องไปซื้อที่ใช้สำหรับทำซูชิ เพราะต้องใช้ปลาแช่แข็งในอุณหภูมิที่ติดลบบบบบบมาก จำไม่ได้ว่ากี่สิบองศา เพราะมันมีเชื้ออะไรสักอย่างที่เป็นอันตรายต้องเอามันไปฆ่าในอุณหภูมิที่ติดลบก่อนเรากินมันดิบๆๆ ไม่ดีๆ (แต่ที่เจนีวาคือ กฏหมายบังคับด้วย) ถ้าเป็นปลาที่ขายทั่วไปเราเอามันมาทำไม่ได้ ถ้าเอาไปทำให้สุก ทอด ย่าง ปิ้ง ก็กินได้ แต่ซูชิมันสเปเชี่ยล
ถ้าทำนิกิรี ก็ปั้นข้าวเท่าหัวแม่มือ เอาวาซาบิทานิดหน่อย เอาปลาที่แล่เป็นชิ้นเล็กๆบางๆ แปะลงไป จบข่าว
ถ้าทำมากิ ก็ต้องเตรียมเครื่องที่จะใส่ข้างใน เช่น อะโวกาโ้ด้ แตงกวา กุ้ง ปู ปลา ชอบอะไรก็ใส่ลงไป แล้วเอาแผ่นสาหร่ายยากิโนริมาวางบนแผ่นไม้ไผ่สำหรับทำซูชิ กะแผ่นยากิโนริขนาดพอดี เอาข้าวแปะๆๆลงไป อย่าให้หนามาก เพราะต้องใส่ไส้อีก ทาวาซาบินิหน่อย เอาสิ่งที่เราชอบกินใส่ลงไป แล้วม้วน บอกไม่ถูกต้องม้วนยังไง ต้องลองทำแล้วจะรู้จังหวะเอง มีดที่จะใช้ตัดต้องคมมาก ถึงจะได้ซูชิที่สวย มีดทื่อๆ ตัดแล้วซูชิระเบิด ทริป ถ้าม้วนแล้วทิ้งไว้สักพัก จะทำให้ตัดง่ายขึ้น ถ้าตัดเลยยากิโนริยังแข็งๆกรอบๆ ทำให้ตัดยาก ขอบจะไม่สวย บิ่นๆ
สำหรับมือก็ต้องเย็นมาก เพราะถ้ามืออุ่นๆ ข้าวจะติดมือ ทำให้ปั้นซูชิไม่สนุกแถมรำคาญ เวลาทำก็เอาชามใส่น้ำเย็นใบเล็กๆวางข้างๆทำไปเอามือจุ่มน้ำไปเป็นพักๆค่ะ (ถ้าคนที่ทำทุกวันเป็นประจำมือจะแห้งมาก ต้องใช้ครีมทามือยี่ห้อดีๆ ไม่งั้นมือพังแน่ๆ ไม่รู้ว่ามันคุ้มกะเงินเดือนเป่า แต่อยากได้ประสบการณ์ไม่ต้องไปเรียนในโรงเรียนแพงมาก ลงทุนแค่ครีมทามือก็พอแย้ว)
ลองไปทำดูนะคะ สำหรับซุปมิโสะ ก็ ไปซื้อ ไอ้ มิโสะ (เป็นคล้ายๆเต้าเจี้ยว) มาต้มกับน้ำร้อน แล้วกรอง แล้วก็เอามาต้มต่อ ใส่ฮอนดาชิลงไป ชิมรสตามใจเราชอบ แล้วเวลาจะกินก็ใส่สาหร่าย วากามิ แล้วก็เต้าหู้เป็นอันจบพิธี
ลองดูในเวปก็น่าจะมีวิธีสอนนะคะ
หรือไปเรียนทำก็ได้ เค้าก็มีสอนเหมือนกัน
ลองดูที่เวปของหนังสือแม่บ้าน ค่าเรียนไม่แพงด้วยคะ
ตามไปดูในบล๊อคเราได้นะ
เอาข้าวไทยนี่แหละมาทำ
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=aoyjeab&date=20-09-2007&group=4&gblog=3