ทายาทนายหญิงคังคุไบประนามหนังบิดเบือน ตัวจริง'ไม่ใช่โสเภณี!'

candy

candy

ดู Profile

เชื่อว่าณ เวลานี้ ของตัวละครสุดแกร่ง 'คังคุไบ กฐิยาวาฑี ' (หรือตามการออกเสียงในหนังว่า กังกูไบ) ได้ดึงดูดความสนใจจากแฟนหนังNetflixจำนวนมากมายจนกลายเป็น talk of the town   หลายคนในนั้นยอมรับว่า เป็นเวลาเนิ่นนานที่ไม่ได้ชมผลงานจากประเทศอินเดีย  แต่หลงเสน่ห์ทั้งคุณภาพของหนังและตัวละครถึงขนาดอยากติดตามค้นหาตัวตนในชีวิตจริงที่เป็นต้นฉบับว่าจะเผ็ดแสบทรวงดังที่ได้เห็นจากในหนังหรือไม่
 แม้หนังจะเริ่มต้นด้วยคำบรรยายว่า 'นี่ไม่นับเป็นหนังชีวประวัติ'    ซึ่งไม่ต่างกับการให้สัญญาณว่า มีการดัดแปลงเติมแต่งเรื่องราวให้กระชากอารมณ์  แต่หลายฝ่ายก็หยิบยกเรื่องราวของนายหญิงแห่งกามธิปุระมาเผยแพร่ในหลายแง่มุม  บ้างก็ยกให้เธอเป็นวีรสตรีที่เชิดชูสิทธิมนุษยชนจากการเรียกร้องให้สังคมยุติการกีดกัน sex workers จากการเข้าถึงสิทธิ์ที่เท่าเทียมกับผู้อื่น  บ้างก็เปรียบเปรยว่าเธอเป็นดั่งแม่พระที่คอยช่วยเหลือเด็กและผู้หญิงในย่านโคมแดงแห่งมุมไบ    แต่ก็มีผู้ที่มองถึงเบื้องหลังของการรักษาผลประโยชน์ของผู้ทรงอิทธิพลในท้องถิ่นที่สร้างตัวจากอาชีพสีเทาและอาจพัวพันใกล้ชิดกับคอร์รัปชั่น และสิ่งผิดกฎหมายอีกหลายประการ

แต่ 'ชีวประวัติ'ที่สื่อนำเสนอว่า นายหญิงเจ้าของกิจการค้ากามผู้โด่งดังเคยผ่านอดีตที่แสนขื่นขม เธอถูกล่อลวงมาขายซ่องจนต้องเลี้ยงชีพด้วยการขายบริการทางเพศนั้นมาจากรากฐานความเป็นจริง หรือว่าเป็นเพียงการผสมผสานจินตนาการกับเสียงเล่าลือ!

อเลีย บาตต์ รับบทนายหญิงใจแกร่งที่ทั้งปากจัด เซ็กซี่ และไม่ยอมคนจนแฟนๆต่างหลงรัก
"อเลีย บาตต์ รับบทนายหญิงใจแกร่งที่ทั้งปากจัด เซ็กซี่ และไม่ยอมคนจนแฟนๆต่างหลงรัก"


สมาชิกครอบครัวต่อต้านมานับตั้งแต่ได้เห็นตัวอย่างหนัง

Indian Express ได้รายงานว่า กังกูไบไม่มีบุตรทางสายเลือด แต่ได้อุปการะเลี้ยงดูบุตรบุญธรรมหลายคน   พวกเค้าเหล่านั้นได้แต่งงานสืบทอดเชื้อสายและบอกเล่าเรื่องราวของแม่บุญธรรมรู้ด้วยความภาคภูมิใจมายาวนาน   แต่เมื่อได้รับรู้ถึงเนื้อหาคร่าวๆจาก trailer หนังดัง  ก็ทั้งโกรธเกรี้ยวและอับอาย เพราะมั่นใจเต็มที่ว่าผู้สร้างหนังและนักประพันธ์หนังสือต้นฉบับได้หยามเกียรติของกังกูไบและครอบครัวด้วยผลงานที่บิดเบือนไปจากความจริงเพราะความเห็นแก่ได้!

ไม่เพียงแต่จะวิภาษผู้สร้างหนังอย่างดุเดือด แต่ถึงขั้นที่ว่า ลูกหลานบางคนได้ขออำนาจศาลให้ระงับการฉายหนังเรื่องนี้ตามกำหนดการในเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยความหวาดหวั่นว่า มันได้สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อตำนานอันดีงามของกังกูไบและส่งผลกระทบต่อสมาชิกครอบครัวจนอยู่ไม่สุข

ผู้ชมจำนวนมากได้ยึดมั่นข้อมูลจากหนังสือ Mafia Queens of Mumbai ที่บอกเล่าเส้นทางของอดีต sex worker ที่ไต่ระดับมาเป็นเจ้าของกิจการซ่องโสเภณีจนกลายเป็นผู้มีอิทธิพล แต่ที่ในอินเดีย ประเด็น profile อาชีพของเธอก็สร้างข้อโต้แย้งมาสักพักหนึ่งก่อนที่หนังจะสร้างกระแสเกรียวกราวในต่างประเทศ


บาบีต้า เกาด้า ลูกสาวบุญธรรมของกังกูไบและวิกาศผู้เป็นหลานชายได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงความผลกระทบจากหนังเรื่องนี้ว่า พวกเค้าไม่สามารถแบกหน้าไปเจอใครได้หลังจากที่ตัวตนของกังกูไบถูกนำเสนอออกมาเช่นนี้ ทั้งที่ความจริงแล้ว เธอไม่พูดสบถ และไม่ใช่ผู้หญิงที่ใช้ความรุนแรงหรือจะเอาชีวิตใครได้ มีสิ่งเดียวที่ตรงกับความจริงคือมิตรภาพของเธอกับคาริม ลาลา (ในหนังคือราฮีม ลาลา)ที่ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันดุจพี่น้อง แต่เธอไม่ได้ไปหาเขาเพราะถูกทำร้าย แต่เธอไปในฐานะตัวแทนของสาวขายบริการคนอื่นๆที่ประสบปัญหาการใช้ชีวิต และเขายื่นมือเข้ามาร่วมช่วยเหลือ ชื่อเสียงที่ดีงามโดดเด่นของเธอคืองานการกุศลต่อเหล่าเด็กกำพร้า ทำให้พวกเค้าได้รับการศึกษาและแต่งงานไปมีครอบครัวมั่นคงต่างหาก


"จากนี้เมื่อหนังถูกปล่อยตัวออกมา ชื่อของเธอกลับถูกทำให้ย่ำแย่กลายไปเป็นราชินีมาเฟีย  การอุทิศตนทำงานอย่างหนักต้องถูกด้อยค่าเพียงเพราะใครบางคนอยากสร้างชื่อเสียง"



หนังสือต้นฉบับของหนังที่สร้างกระแสเกรียวกราวที่บ้านเรา
"หนังสือต้นฉบับของหนังที่สร้างกระแสเกรียวกราวที่บ้านเรา"


ยืนยัน  กังกูไบในชีวิตจริงไม่ได้ขายบริการ  แต่กลับถูกบิดเบือนตัวตนจนไม่กล้าสู้หน้าใคร

ภารตี โสนาวาเน หลานสาวของกังกูไบได้แสดงความคับแค้นใจเพราะไม่สามารถกู้ชื่อให้กับยายได้ เธอระบุว่า ผู้สร้างหนังไม่ได้ติดต่อมายังครอบครัวเพื่อนำเรื่องราวของต้นตระกูลของพวกเค้าไปถ่ายทอดผ่านผลงานจอเงิน หน้ำซ้ำยังนำเสนอเรื่องราวที่สวนทางจากความจริงอย่างสิ้นเชิง และแม้ว่าจะติดต่อร่วมงานกับทนายมาตั้งแต่ปี 2020 เพื่อขออำนาจศาลยับยั้งไม่ให้หนังเรื่องนี้เข้าโรง แต่กลับถูกปฏิเสธ

Bharti โจมตีผู้กำกับทรงอิทธิพล ซันเจย์ ลีลา ภันสลี ว่า นี่คือการหมิ่นประมาท เพียงเพราะยายของเธออาศัยในกามธิปุระก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องขายบริการทางเพศ มิเช่นนั้น ผู้หญิงจากเขตนี้ก็คงเป็นโสเภณีกันไปหมดทุกคน นับตั้งแต่ที่เขาส่งผลงานออกมา สมาชิกครอบครัวก็ไม่กล้าสู้หน้าใคร เพราะมีแต่คำถามว่า ยายของเธอเป็นโสเภณีจริงหรือ?


"ยายพบปะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นประจำแทบทุกวัน ยายไม่ใช่โสเภณีดังที่ปรากฏในหนัง"
โปสเตอร์ประท้วงผู้สร้างหนังGangubai Kathiawadi
"โปสเตอร์ประท้วงผู้สร้างหนังGangubai Kathiawadi"

ภารตีและทนายของเธอชี้ว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้สร้างหนัง หรือ ฮัสเซน ไซดี นักประพันธ์หนังสือ Mafia Queen Of Mumbai ก็ไม่ได้ติดต่อมายังครอบครัวของกังกูไบ กระทั่งตัวไซดีเองก็ยังยอมรับด้วยซ้ำว่า เขาไม่ได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพียงแต่ปะติดปะต่อเรื่องเล่าต่างๆจากคนที่รู้จักกังกูไบมาเขียนหนังสือโดยไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่เมื่อพวกเค้าพยายามต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของกังกูไบกลับคืนมา ก็ต้องถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกันจริงหรือไม่ เพราะยายรับอุปการะแม่ของเธอมาก่อนที่การร่างกฎหมายบุตรบุญธรรม

"ยายของฉันทุ่มเททำงานทั้งชีวิตเพื่อยกระดับชีวิตของเหล่าผู้ขายบริการทางเพศ   แต่คนเหล่านั้นได้สร้างภาพให้ยายกลายเป็นอะไรไปซะแล้ว?"

ทนายยังย้ำผลกระทบที่ครอบครัวจะต้องเผชิญว่า พวกเค้ารับแรงกดดันจนตัดสินใจย้ายบ้าน หรือไม่ก็เก็บตัวจากสายตาจับผิดของคนอื่น แม้แต่ทายาทรุ่นหลังตามมาก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า กังกูไบคือนักเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ให้กับ sex workers ตามที่ได้ยินจากการบอกเล่ารุ่นสู่รุ่นในครอบครัว หรือว่าเธอเคยทำอาชีพขายตัวดังที่ได้ชมจากในหนังกันแน่







รูปปั้นของกังกูไบที่ตั้งอยูในกามธิปุระ
"รูปปั้นของกังกูไบที่ตั้งอยูในกามธิปุระ"


บาบู ราโอจี ชาห์ ลูกชายบุญธรรมได้สร้างความฮือฮาด้วยการยื่นคำร้องต่อศาลสูงเพื่อพิจารณาระงับหนังเรื่องนี้ เขาฟาดฟันคู่กรณีว่า นำเสนอภาพของแม่ของเขาอย่างหยาบโลนจนทำให้ถูกตราหน้าให้เป็นโสเภณีทำให้ผู้คนซุบซินนินทา แต่ความพยายามของเขาก็ไม่ประสบผล แม้จะมีรายงานว่า ผู้พิพากษาได้เรียกตัวผู้สร้างหนังมาเพื่อเจรจาหาข้อตกลงและแนะนำให้เปลี่ยนชื่อหนัง แต่ตัวผู้ร้องเรียนเองกลับถูกตั้งข้อสงสัยว่า เขาอาจเป็นพวกฉวยโอกาสที่แอบอ้างชื่อของกังกูไบเพื่อขู่เรียกเงินจากผู้สร้างหนัง โดยที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเป็นครอบครัวเดียวกันตามที่ประกาศกับสื่อ เมื่อขอให้นำหลักฐานเรื่องการเป็นแม่ลุกบุญธรรมมาแสดงก็ทำไม่ได้

ผู้กำกับดังได้ตอบโต้คำกล่าวหาอย่างหนักแน่นว่า พวกเค้าไม่ได้มองว่า ผู้หญิงที่ได้ดิบได้ดีจากพื้นเพค้าประเวณีแล้วหันมาทำงานเพื่อสังคมเป็นสิ่งที่น่าอับอายแต่อย่างใด ในที่สุด Gangubai Kathiawadi ก็ได้รับไฟเขียวให้เข้าฉาย และไม่นานจากนั้นก็เข้าสู่ระบบ streamingบน Netflix สร้างความฮือฮาติด top 10 หนังภาษาต่างประเทศที่มีผู้ชมมากที่สุดจาก 25 ประเทศ






มาเฟียหรือแม่พระ?

ในหนังสือ Excerpted from Cages: Love And Vengeance In A Red-Light District ได้ถ่ายทอดคำให้สัมภาษณ์ของโสเภณีผู้หนึ่งที่เคยพบกับกังกูไบในสถานีตำรวจระหว่างที่คุมตัวด้วยข้อหาค้าประเวณีว่า นายหญิงคนดังแห่งย่านกามธิปุระได้มีเมตตาพาเธอกลับมายังซ่องด้วย เธอแผ่อิทธิพลแรงกล้าขนาดที่นักเลงชื่อดังที่ก่อวีรกรรมมากมายยังต้องค้อมหัวให้ ตำรวจหน้าใหม่ที่ย้ายมาก็ต้องเข้าพบเพื่อแสดงการให้เกียรติ หรือหากว่าเมื่อเธอมีกิจธุระต้องไปสถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่ระดับสูงก็ต้องเป็นฝ่ายออกมาทักทายด้วยตัวเองราวกับเธอเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย

ฟังดูแล้วสอดคล้องกับคำยืนยันของลูกหลานว่า กังกูไบได้รับความยกย่องนับถือจากคนรอบข้างและติดต่อพบปะกับตำรวจเป็นประจำ แต่อดีตของเธอก็กลายมาเป็นปมโต้แย้งว่า งานสังคมสงเคราะห์และการเรียกร้องความเท่าเทียมที่ฟังดูก้าวหน้าในหลายสิบปีก่อนจะทำให้เธอกลายมาเป็นวีรสตรีอย่างเต็มตัวจริงหรือ?




การแสดงอันทรงพลังของอเลีย บาตต์ทำให้ผู้ชมจำนวนมากอินกับโชคชะตาอันขมขื่นของหญิงสาวที่ต้องเอาตัวรอดในสังคมกดขี่ทางเพศ   พวกเธอถูกซ้ำเติมด้วยความรุนแรงร้ายกาจจากการลักพาตัว หลอกลวง บีบบังคับให้ขายบริการ จากเดิมที่เคยถูกมองว่ามีคุณค่าเท่าเทียมกันในฐานะมนุษย์ กลับถูกปฏิบัติไม่ต่างจากเศษเดน    ในขณะที่ทายาทของกังกูไบประกาศยืนยันหนักแน่นว่า เธอไม่ใช่โสเภณี  แต่ก็ไม่ได้แตะต้องข้อเท็จจริงเรื่องกิจการค้ากามที่ยังเป็นสิ่งที่หลายคนในสังคมมองว่าเป็นมลทินติดตัวไม่สามารถลบล้างได้      แม้การทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กกำพร้าในแวดวงนี้จะทำให้เธอเป็นที่ยอมรับนับถือ ทั้งยังมีเสียงเลื่องลือว่า  เธอให้การดูแลเด็กในสังกัดเป็นอย่างดี ไม่ขู่เข็ญให้รับแขก   แต่การสร้างเนื้อสร้างตัวจากธุรกิจสีเทานี้ก็ผูกเธอติดกับด้านอื้อฉาวของสังคมมาเนิ่นนาน   เพราะในแวดวงนี้ย่อมไม่ได้มีเพียงแต่การค้าเนื้อสดเท่านั้น  แต่ยังมีปัญหาการติดสินบน คอร์รัปชั่น  ยาเสพติด ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ฆาตกรรม  นำไปถึงคำถามค้างคาใจว่า  เส้นทางอิทธิพลของเธอนั้นจะมาจากแต่งานเพื่อสังคมเท่านั้น หรือว่ามีความเกี่ยวพันเชื่อมโยงกับโลกแห่งอาชญากรรมแบบแยกกันไม่ออก



ในอุตสาหกรรมหนังและโทรทัศน์ก็เคยมีดราม่าทำนองเดียวกันมาแล้วหลายครั้งหลายครา (รวมถึง The Crown ซีรีส์จอมกวาดรางวัลแห่ง Netflix ที่ถูกกล่าวหาบิดเบือนหลายประเด็นจนทำให้ชื่อเสียงราชวงศ์อังกฤษยิ่งมัวหมอง) เพราะอาจจะมีคนกลุ่มเล็กๆที่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจกับเนื้อหาบางประการ เมื่อพยายามเรียกร้องให้แบนหนังกลับไม่ประสบผล การประกาศชัยชนะจากนักสร้างหนังที่ยึดมั่นหลัก freedom of speech ก็ดูจะเป็นการตอกย้ำมาตรฐานแห่งวงการหนัง Bollywood ที่ก้าวหน้าซะจนชวนให้นึกถึง Hollywood

บางคนอาจจะไม่ได้โฟกัสกับประเด็นตัวตนที่แท้จริงของนายหญิงแห่งกามธิปุระว่าจะใกล้เคียงกับภาพในหนังมากสักแค่ไหน    แต่เลือกรับสารอันเป็นประโยชน์ที่มาพร้อมกับอรรถรสความบันเทิง    แล้วคุณล่ะ เสียงเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากครอบครัวของผู้ถูกอ้างอิงมีความสำคัญมากแค่ไหนต่อการติดตามชมหนังเรื่องนี้?  

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย