กันแดดมีกี่แบบ เลือกใช้ยังไงให้เวิร์คกับแดดไทย!

wararatlw

wararatlw

ดู Profile

หน้าร้อนแล้วเชื่อว่าสกินแคร์ไอเท็มที่ทุกคนเริ่มกักตุนกันเยอะที่สุดในตอนนี้คงจะหนีไม่พ้นครีมกันแดดแน่นอน ยิ่งประเทศไทยเป็นเมืองร้อนตลอดปีเรายิ่งควรให้ความสำคัญกับการทากันแดดอย่างจริงจังเป็นประจำทุกวัน และการเลือกกันแดดที่มีประสิทธิภาพและปกป้องจากรังสียูวีได้อย่างครอบคลุมก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าเราขยันทากันแดดกันทุกวันแต่ไม่ให้ความสำคัญกับการเลือกกันแดดที่ดีและมีคุณภาพก็อาจทำให้เสียแรงและเสียตังไปป่าวๆ จนน่าเจ็บใจ

ทุกคนคงเคยได้ยินมากันบ้างเมื่อมองหารีวิวครีมกันแดดว่ากันแดดนั้นมีหลายชนิดจนน่างุนงง ไม่ว่าจะเป็นกันแดด Chemical กันแดด Physical หรือกันแดดแบบ Hybrid ที่เพิ่งมาเริ่มบูมภายในไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่ากันแดดแต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียยังไง และเราควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และสภาพผิวของเราถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด ถ้าอยากรู้ก็ตามไปดูกันเลยค้า

กันแดดมีกี่แบบ


หากเพื่อนๆ ลองหารีวิวครีมกันแดดในปัจจุบัน จะเห็นว่าครีมกันแดดมักถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ครีมกันแดด Chemical ครีมกันแดด Physical และครีมกันแดด Hybrid ซึ่งแต่ละชนิดก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป และเหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่างกันอีกด้วย เราจะพาไปรู้จักครีมกันแดดทั้ง 3 ชนิดอย่างละเอียดกันค่ะ
ครีมกันแดดแบบดูดซับรังสี (Chemical Sunscreen)

ครีมกันแดดชนิดนี้ประกอบด้วยสารกันแดดดูดซับรังสี (Chemical Absorbers) ที่มีคุณสมบัติดูดซับรังสียูวี เพื่อไม่ให้ทะลุผ่านลงไปถึงชั้นผิวหนังและไปทำอันตรายต่อผิวได้น้อยลง ควรส่วนใหญ่มักรีวิวครีมกันแดดชนิดนี้ว่ามีเนื้อบางเบา แทบไม่มีสี และสบายผิวกว่ากันแดดชนิดอื่นๆ สารที่พบได้บ่อยในกันแดดชนิดนี้คือ Oxybenzone, Dioxybenzone, Avobenzone, Octocrylene, Homosalate และ Octinoxate

ครีมกันแดดแบบสะท้อนรังสี (Physical Sunscreen) 

ครีมกันแดดชนิดนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า กันแดด Physical ประกอบด้วยสารกันแดดสะท้อนรังสี (Physical Blockers) ซึ่งหลายคนมักจะรีวิวครีมกันแดดชนิดนี้ว่าทาแล้วทำให้หน้าดูขาววอก เพราะเป็นเหมือนฟิล์มสีขาวเคลือบอยู่บนผิว ที่จะทำหน้าที่ตรงกันข้ามกับสารกันแดดแบบดูดแสง ช่วยสะท้อนหรือกระจายรังสียูวีออกไปจากผิว แต่ก็อาจดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้เหมือนกันแต่จะแค่ปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนผสมหลักที่ใช้ในครีมกันแดดชนิดนี้ก็คือ Zinc Oxide และ Titanium Dioxide

ครีมกันแดดลูกผสม (Hybrid Sunscreen)

กันแดดที่เป็นลูกผสมระหว่างกันแดด Physical และกันแดด Chemical มีทั้งคุณสมบัติในการดูดซับและสะท้อนรังสียูวีได้ในตัวเดียว ซึ่งกันแดดลูกผสมที่มีขายในท้องตลาดในปัจจุบันส่วนใหญ่มีส่วนผสมของ Tinosorb S, Tinosorb M, Uvinul A Plus และ Mexoryl SX และรวมข้อดีและข้อเสียของครีมกันแดดทั้งสองชนิดด้านบนไว้ด้วยกัน

ในปัจจุบันกันแดดชนิดนี้กำลังได้รับความนิยมเพิ่มข้ึนเรื่อยๆ และหลายคนต่างรีวิวครีมกันแดดชนิดนี้ว่าเป็นสูตรที่ลงตัว ใช้ง่าย และสามารถปกป้องผิวจากรังสียูวีได้ครอบคลุมเพราะนำคุณสมบัติที่ดีที่สุดของกันแดดทั้งสองชนิดมาไว้ในตัวเดียว

แสงแดดอันตรายยังไง


แสงที่ทำอันตรายต่อผิวเรามากที่สุดก็คือ แสงอัลตราไวโอเล็ต (Ultraviolet หรือ UV) ซึ่งเป็นแสงที่เรามองไม่เห็นด้วยตาแต่ผิวของเราสามารถรู้สึกได้ มีการพิสูจน์แล้วว่าแสงอัลตราไวโอเลต 2 ชนิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังได้ ได้แก่ อัลตราไวโอเลต เอ (UVA) และ อัลตราไวโอเลต บี (UVB)

เลือกกันแดดยังไงให้เหมาะกับเรา


นอกจากการลองหารีวิวครีมกันแดดว่าตัวไหนใช้ดี ไม่วอก ไม่เทา ทาแล้วสบายผิวแล้วสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือเราต้องดูว่าไลฟ์สไตล์ของเราเป็นยังไง และสภาพผิวของเราเป็นแบบไหนเพื่อที่จะสามารถเลือกกันแดดที่เหมาะกับเราที่สุด

  • เลือกกันแดดเนื้อบางเบาแบบไม่กันน้ำสำหรับวันที่อยู่บ้านหรือไม่ได้ทำกิจกรรมกลางแจ้ง 
  • เลือกกันแดดแบบกันน้ำสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งหรือคนที่มีเหงื่อเยอะ 
  • เลือกกันแดดแบบ broad spectrum ที่ปกป้องทั้ง UVA และ UVB 
  • เลือกกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์สำหรับผิวแพ้ง่าย
  • เลือกกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือเขียนระบุว่า non-comodogenic สำหรับผิวเป็นสิว 
  • เลือกกันแดดที่มี SPF30 / PA +++ เป็นอย่างต่ำ   

สิ่งที่ควรมองหาในครีมกันแดด


เมื่อดูรีวิวครีมกันแดดเพื่อเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจซื้อครีมกันแดดที่ใช่สำหรับเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ควรมองหาบนฉลากของผลิตภัณฑ์กันแดดก็คือค่าการป้องกันรังสี UV ชนิดต่างๆ ที่จะเป็นตัวบ่งชี้ว่ากันแดดตัวนั้นๆ มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน ซึ่งค่าที่สำคัญที่นำมาใช้กับครีมกันแดดทั่วโลกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ SPF (Sun Protection Factor) และ PA (Protection Grade of UVA) 


หากลองสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่าค่า SPF30 กับ 50 ให้ประสิทธิภาพที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้น ค่า SPF ยิ่งสูงไม่ได้แปลว่ายิ่งปกป้องมากกว่าเสมอไป เพราะถ้าเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ แต่ใช้ไม่ถูกวิธีและทาไม่บ่อยอย่างเพียงพอครีมกันแดดตัวไหนก็ไม่สามารถช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของแสงแดดได้เหมือนกันค่า

ทายังไงให้ถูกวิธี


การทากันแดดให้ถูกวิธีมีความสำคัญกว่าการเลือกกันแดดที่มีรีวิวครีมกันแดดว่าดีที่สุดเสียอีก เราเชื่อว่าหลายคนอาจรู้สึกขยาดหรือลังเลที่จะใช้ครีมกันแดดทุกวัน เพราะรู้สึกว่าเนื้อครีมกันแดดส่วนใหญ่ที่เคยลองมาต่างทำให้ผิวรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ มันเยิ้ม และยังขาวลอยจนน่าหงุดหงิด แต่ยังไงการทาครีมกันแดดก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะในประเทศไทยที่อากาศร้อนมากขึ้นทุกวัน และควรทำเป็นประจำอย่างเคร่งครัดจนเป็นนิสัยเพื่อปกป้องผิวไม่ให้ไหม้เสียจากการโดนแดดเผา

ข้อควรรู้เกี่ยวกับกันแดด


อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเราเชื่อว่าบางคนอาจจะยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกันแดดอยู่ดี ไม่ว่าจะเกี่ยวกับวิธีการใช้ ควรใช้ยังไง และเมื่อไหร่ เราเลยรวบรวม 5 ข้อสงสัยที่หลายคนน่าจะต้องการคำตอบมากที่สุดมาไว้ให้ที่นี่แล้วค่า

1.ควรทากันแดดตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง

เนื่องจากความแรงของแดด (UV Index) ในประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 11-12 ซึ่งแปลว่ามีความรุนแรงสูงจัด และอากาศประเทศไทยที่นับวันยิ่งร้อนขึ้นทุกปีๆ ถ้าจะให้อิงตามคำแนะนำเดิมที่ควรทากันแดดช่วง 10:00-16:00 น. ก็คงจะไม่พอ เราแนะนำว่าหากต้องการการปกป้องที่ครอบคลุมควรทาครีมกันแดดทุกช่วงเวลาที่มีแสงอาทิตย์ หรือตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกนั่นเอง

2.อยู่แต่ในบ้านหรือทำงานออฟฟิสทั้งวันจำเป็นต้องทากันแดดมั้ย

จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะถึงแม้ว่าจะอยู่ในที่ร่มแต่ถ้าแสงแดดยังส่องถึงก็แปลว่าแสงแดดยังสามารถทำอันตรายต่อผิวได้ โดยเฉพาะยูวีเอ ซึ่งสามารถทะลุผ่านกระจกเข้ามาได้ เว้นแต่ว่านั่งในห้องที่ไม่มีหน้าต่างหรือไม่มีแสงแดดส่องถึงเลยทั้งวันก็อาจเลือกที่จะไม่ทากันแดดได้

3.ถ้าอยู่แต่ในบ้านหรือออฟฟิสจำเป็นต้องทากันแดดซ้ำหรือไม่

จำเป็น เพราะกันแดดส่วนใหญ่มีประสิทธิภาพในการปกป้องรังสียูวีได้สูงสุดอยู่ที่ 2 ชั่วโมง แต่ถ้าอยู่ในร่มทั้งวันและไม่ได้นั่งใกล้หน้าต่างหรือบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรงก็สามารถทาซ้ำทุกๆ 4-6 ชั่วโมงได้

4.ถ้าทาซ้ำระหว่างวันควรทายังไง

ถ้าไม่ได้แต่งหน้าก็สามารถฉีดสเปรย์น้ำแร่ ซับหน้าด้วยกระดาษทิชชู่แล้วค่อยลงกันแดดซ้ำ หรือถ้าใครกลัวจะหนักหน้าเกินไปก็สามารถล้างหน้าก่อนแล้วค่อยลงกันแดดใหม่ก็ไม่ว่า สำหรับวันที่แต่งหน้าอาจเลือกใช้กันแดดแบบสติ๊กหรือแบบฝุ่นสำหรับการทาซ้ำระหว่างวัน หรือจะใช้กันแดดทั่วไปบีบลงบนพัฟคุชชั่นแล้วแตะลงบนหน้าเบาๆ ให้ทั่วหน้าก็ได้เหมือนกัน แต่ย้ำว่าต้องแตะเบาๆ นะ! อย่าปาดหรือถูเพราะจะทำให้เมคอัพเป็นคราบได้ค่า

5.ทากันแดดแล้วควรล้างหน้ายังไงไม่ให้อุดตัน

ทุกครั้งที่ทากันแดด ไม่ว่าจะเป็นแบบกันน้ำหรือไม่กันน้ำก็ควรล้างหน้าด้วยการ Double Cleanse หรือล้างหน้าแบบสองสเต็ปทุกครั้งถ้าอยากให้ผิวสะอาดหมดจดและไม่อุดตัน ซึ่งสเต็ปแรกอาจเลือกใช้เป็นไมเซลล่าวอเตอร์เช็ดหน้า หรือใช้ออยล์หรือบาล์มนวดลงบนผิวให้ทั่วเพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกจากใบหน้าแล้วตามด้วยโฟมล้างหน้าในสเต็ปที่สอง ถ้าทำแบบนี้ทุกครั้งยังไงก็ไม่อุดตันแน่นอนค้า

แล้วกันแดดแบบไหนล่ะที่ดีที่สุด


บอกได้เลยว่ากันแดดที่ดีที่สุดไม่ใช้กันแดดที่แพงที่สุด หรือเฉพาะเจาะจงว่าจะต้องเป็นกันแดด Chemical กันแดด Physical หรือกันแดด Hybrid แต่เป็นกันแดดที่เราใช้แล้วรู้สึกชอบและสามารถทาได้ทุกวัน ใช้แล้วไม่แสบตา และไม่ทำให้ผิวอุดตันหรือระคายเคือง และสามารถทาซ้ำได้หลายครั้งต่อวันโดยไม่รู้สึกหนาหนักจนผิวหายใจไม่ออก เราหวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากโพสต์นี้ไม่มากก็น้อย และในโพสต์หน้าเราจะมาแชร์รีวิวครีมกันแดดฮ็อตฮิตจากผู้ใช้จริงใน Daisy เพื่อเป็นตัวเลือกให้ทุกคนกันค่ะ รอติดตามกันได้เลยค้าา 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย