LE MUN CICA Hydrating Mousse Cleanser | จากสารสกัดจากใบบัวบก สู่ขั้นตอนแรกของการปรนนิบัติผิว

Wanviset

Wanviset

ดู Profile

เรามักจะบอกเสมอว่าการทำความสะอาดคือประตูด่านแรกของการมีผิวสวย สุขภาพดี แน่นอนว่าไอเทมที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Cleanser ที่ทำความสะอาดสิ่งสกปรก-ความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ดีและอ่อนโยน เพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาผิวต่างๆ ที่จะตามมาในอนาคต ซึ่งก็ต้องขอบคุณทางแบรนด์ LE MUN(เลอ มุน) ที่ใจดีส่ง CICA Hydrating Mousse Cleanser มาให้เราได้ลองใช้และพบว่าส่วนผสมค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว ดังนั้นวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับมูสทำความสะอาดผิวหน้าขวดนี้กันฮะ

The Claim

ทางแบรนด์เคลมว่า LE MUN CICA Hydrating Mousse Cleanser(100ml./419.-) เป็นผลิตภัณฑ์มูสล้างหน้าที่เหมาะกับทุกสภาพผิว ช่วยผลัดผิวให้ดูกระจ่างใส ลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ช่วยคงความชุ่มชื้นรวมถึงช่วยลดริ้วรอยก่อนวัย ปราศจากสารกันเสีย พาราเบน สีสังเคราะห์ ซิลิโคน แอลกอฮอล์ SLS SLES ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการแพ้ระคายเคือง

Packaging & Texture

ในแง่ของ Packaging(บรรจุภัณฑ์) ทางแบรนด์เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ในรูปแบบขวดปั๊ม ซึ่งส่วนตัวแล้วนี่คือบรรจุภัณฑ์ที่เราเลิฟที่สุดในกลุ่มของ Cleanser เพราะไม่ต้องเสียเวลาในการตีฟองให้เมื่อยมือ แค่ปั๊มก็ได้ฟองที่นุ่มละมุนพร้อมใช้งาน แถมยังมาพร้อมฝาปิดที่แน่นหนาสามารถพกพาได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะหกเลอะเทอะ
ทางด้าน Texture(เนื้อสัมผัส) เป็นเนื้อมูสที่ค่อนข้างละเอียด มีความนุ่มและแน่นในระดับที่ค่อนข้างดี ซึ่งการล้างทำความสะอาดใบหน้าด้วยฟองที่นุ่มละมุนแบบนี้จะช่วยลดการเสียดสีระหว่างใบหน้ากับนิ้วมือ ทำให้ลดโอกาสเกิดการระคายเคืองและลดริ้วรอยที่เกิดจากการใช้แรงที่มากเกินไป ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความอ่อนโยน คงความอ่อนเยาว์  และรักษาความชุ่มชื้นให้กับใบหน้า

นอกจากนี้ด้วยความที่เนื้อมูสมีอนุภาคขนาดเล็ก ทำให้สามารถทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างหมดจด ล้างออกได้ง่าย ไม่เหลือสิ่งตกค้างบนผิวหน้าจึงไม่ก่อให้เกิดอาการผิวแห้ง ผิวลอกและสาเหตุของสารก่อสิว

Active Ingredients

มาถึงส่วนที่เราอยากเม้าท์ที่สุดของมูสล้างหน้าขวดนี้นั่นก็คือ Active Ingredients ที่จัดหนักจัดเต็มใส่ชุดใหญ่ไฟกระพริบด้วยสารที่น่าสนใจหลายตัว อาทิ :
  • สารในกลุ่ม oligosaccharides ของดอกกระบองเพชร ซึ่งมีงานวิจัยรองรับว่าสามารถกระตุ้นการทำงานของ Cathepsin-D, SCCE และ SCTE ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่ทำหน้าที่ในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส และมีแนวโน้มที่จะช่วยให้ริ้วรอยดูจางลงได้หลังใช้ 4 สัปดาห์ 
  • สารในกลุ่ม Biopeptide ที่สกัดจากการหมักบ่มของ Porcelain Flower จนได้เป็น Yeast ซึ่งได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับโลก In- cosmatics Global award 2018 และรางวัลเหรียญทอง In-cosmatics Asia award 2018 โดยมีรายงานว่าเมื่อใช้จะช่วยฟื้นฟูกลไกลการทำงานของปราการผิว (Skin barrier) ได้และส่งผลให้เกราะป้องกันผิวทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ลดการสูญเสียน้ำในผิว ผิวแข็งแรงและไม่ระคายเคืองง่าย 
  • นอกจากนี้ยังมีสารตัวโปรดของเราอย่าง Centella Asiatica(CICA) และ Niacinamide ที่เข้ามาช่วยลดการอักเสบ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดการเกิดสิว และลดความหมองคล้ำบนผิวเข้ามาเสริมทัพ ทำให้คลีนเซอร์ขวดนี้เป็นหนึ่งในคลีนเซอร์ที่มีส่วนผสมน่าสนใจมากๆ เลยหละครับ 


Before - After

ปิดท้ายด้วยภาพ Before - After ที่เราถ่ายไว้ตอนก่อนและหลังทำความสะอาดผิวด้วย LE MUN CICA Hydrating Mousse Cleanser จากภาพ Before(ด้านซ้าย) จะสังเกตุเห็นว่าความมันส่วนเกินที่ผลิตออกมาระหว่างวันในช่วงนี้ค่อนข้างเยอะพอสมควร แต่เมื่อเทียบกับภาพ After(ด้านขวา) ที่ถ่ายหลังจากล้างและซับหน้าเสร็จใหม่ๆ จะเห็นว่าความมันส่วนเกินบนผิวลดน้อยลงมากทีเดียว แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทำให้ผิวแห้ง ผิวโดยรวมยังดูสุขภาพดี มีความชุ่มชื้นที่เพียงพอและเมื่อแสงตกกระทบก็สามารถสะท้อนออกไปได้อย่างสม่ำเสมอไม่ได้ดูแห้งกร้าน

Conclusion

จากที่เราได้ลองใช้มาซักระยะหากจะให้เราสรุปสั้นๆ คงบอกได้ว่า LE MUN CICA Hydrating Mousse Cleanser เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน สามารถใช้ได้ทุกวัน ทุกสภาพผิว โดยรวมถือว่าเป็นคลีนเซอร์อีกหนึ่งตัวที่ทำความสะอาดได้ดี ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึงหลังล้างออก อีกทั้งเนื้อสัมผัสในรูปแบบมูสที่มีความนุ่มละมุน ช่วยลดการเสียดสีบนใบหน้า ได้ดี ยิ่งได้บรรจุภัณฑ์แบบ Auto-Pump ทำให้เราได้มูสสำเร็จรูป โดยไม่ต้องพึงตาข่ายตีฟอง ช่วยประหยัดเวลาได้เยอะเลยหละครับ

ในแง่ส่วนผสมมีสารสกัดน่าสนใจหลายตัวที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน อาทิ ช่วยลดแบคทีเรียและความมันส่วนเกินซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว-ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น ลดการสูญเสียน้ำในผิวและช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพอย่างอ่อนโยนเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราในฐานะ Real-User ธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่มีสภาพผิวผสม และในช่วงนี้ไม่ค่อยมีปัญหาผิวมากเท่าไหร่นัก ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ได้ก็ย่อมแตกต่างกันไปกันไปตามแต่ละบุคคล / ส่วนคำถามที่ว่าใช้แล้วจะแพ้ไหม จะระคายเคืองหรือไม่นั้น เราไม่สามารถตอบได้เนื่องจากอาการดังกล่าวมีปัจจัยการเกิดที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ดังนั้นก่อนจะใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใดก็ตามเราแนะนำให้ทดสอบอาการแพ้ที่บริเวรท้องแขนหรือลำคอเพื่อสังเกตุอาการแพ้ก่อนใช้บนใบหน้าขอรับ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย