ดราม่าเดือด Nicki Minaj แพร่ข้อมูลวัคซีนCOVIDไม่ถูกต้อง

candy

candy

ดู Profile

อาจจะไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า หลังจากอีเวนท์หรูเริ่ดแห่งวงการแฟชั่นอย่าง Met Gala ได้เสร็จสิ้นลงไป  จะเกิดประเด็นที่สร้างเสียงวิจารณ์ลั่นโลก internet  และนั่นไม่ได้เกี่ยวข้องกับแฟชั่นแต่อย่างใด



การส่งต่อข้อมูลข่าวสารต่างๆบนsocial media ที่ง่ายดายเพียงแค่เคลื่อนไหวปลายนิ้วนั้นอาจจะเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิตให้กับผู้คนจำนวนมากมายทั่วโลก แต่สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การตัดสินใจเชื่อมั่นในถ้อยคำบนหน้าจอโดยไม่ตรวจสอบถึงที่มาและหลักฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลทางการแพทย์ที่อาจจะชี้ความเป็นความตายของใครบางคน พวกเรายังเห็น share เชิญชวนให้ดื่มน้ำมะนาวผสมโซดาช่วยฆ่าเซลล์มะเร็ง รวมถึงทฤษฎีสมคบคิดอีกมากมายที่ผู้เชี่ยวผู้ยึดมั่นในการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่า ไม่มีรายงานหลักฐานข้อพิสูจน์ที่น่าเชื่อถือ


 ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดที่ทำให้หลายประเทศทั่วโลกเข้าสู่วิกฤติทางสังคมและเศรษฐกิจ  พวกเราก็ยังได้เห็นกลุ่มผู้ประท้วงตะเบ็งเสียงว่า 'COVID เป็นเรื่องหลอกลวง ที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อครอบงำประชาชน'      ชีวิตหลายล้านของผู้คนที่ถูกโรคร้ายนี้พรากไปก่อนอันควรนั้นดูไร้ความหมาย  และยังยืนหยัดเชื่อมั่นตามข้อมูลที่ส่งต่อกันเป็นทอดๆ โดยอาจจะระบุไม่ได้ด้วยซ้ำไปว่าใครคือผู้ปล่อยข่าวชักจูงใจ    แม้บุคลากรแถวหน้าที่ต้องอุทิศตัวเพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วย  รวมถึงแบกรับความเสี่ยงในการติดเชื้อจนอาจจะเสียชีวิตจะออกมาวิงวอนให้ประชาชนเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์การแพทย์       แต่ด้วยความขัดแย้งทางความคิดก็ทำให้เกิดทั้งการประท้วง จนบางครั้งบานปลายเป็นความรุนแรงทั้งในประเทศแถบยุโรปและอเมริกา
ผู้ชุมนุมต่อต้านวัคซีน COVID  จากความเชื่อมั่นว่า 99%จะหายจากโรคได้เองโดยไม่จำเป็นต้องรับวัคซีน
"ผู้ชุมนุมต่อต้านวัคซีน COVID จากความเชื่อมั่นว่า 99%จะหายจากโรคได้เองโดยไม่จำเป็นต้องรับวัคซีน"




เมื่อคนดังระดับ superstar ได้แสดงความเห็นที่สื่อถึงความไม่ไว้วางใจในวัคซีน และมีท่าทีที่โน้มเอียงไปความเชื่อว่า ผลข้างเคียงของวัคซีนจะส่งผลไปถึงสมรรถภาพทางเพศ ไม่ใช่ผลข้างเคียงที่ทางการแพทย์ได้ศึกษาและออกคำเตือนไว้ ปฏิกิริยาสังคมนั้นเรียกว่าเดือดเลยทีเดียว

มาติดตามเรื่องความคิดที่ขัดแย้งกันของคนบันเทิงในเรื่องวัคซีน COVID ได้เลยค่ะ


Nicki Minaj ยืนยัน  งดเดินร่วมงาน MET Gala  จากข้อกำหนดที่แขกรับเชิญจะต้องผ่านการฉีดวัคซีน  ขอรอศึกษาด้วยตัวเอง  



บางคนอาจจะสงสัยว่า เหตุใดจึงไม่ได้เห็น Nicki Minaj ใน MET Gala อันหรูหราฟู่ฟ่า จากหลายปีที่ผานมา แร็พเพอร์สาวสุดเผ้ดถูกจัดให้เป็นแขกร่วมงานที่ดึงดูดทุกสายตาด้วยแฟชั่นอลังการ ดีไซน์เนอร์จากแบรนด์ดังย่อมอยากทาบทามดึงเธอมาร่วมงานด้วย เจ้าตัวจึงได้เฉลยว่า จากความประสงค์ของผู้จัดที่กำหนดให้แขกที่ก้าวเข้างานจะต้องเป็นผู้ฉีดวัคซีนครบทั้งสอง เธอจึงตัดสินใจว่า ถ้าจะฉีดวัคซีนจริงๆ ก็จะไม่ฉีดเพื่อจะเดินพรมแดง MET Gala และขอเวลาค้นข้อมูลด้วยตัวเอง

ซึ่งคำพูดเพียงเท่านี้อาจจะไม่ได้เป็นต้นเหตุของดราม่าที่ลากยาวหลายวัน พวกเราย่อมมีสิทธิ์จะศึกษาข้อมูล 'ที่น่าเชื่อถือ มีผลการวิจัยรับรอง' จากผู้เชี่ยวชาญเพื่อประกอบการตัดสินใจเข้ารับวัคซีน ประกอบกับคำเตือนเรื่องผลข้างเคียงในรูปแบบต่างๆที่ร่างกายของแต่ล่ะคนจะมีปฏิกิริยาต่อวัคซีนแตกต่างกันไป การทำความเข้าใจเรื่องวัคซีนจึงเป็นสิ่งที่หลายคนไม่อาจจะมองข้าม

แต่ statement ต่อมาของ Nicki ทำให้กลิ่นดราม่าแบบ cancel culture เริ่มโชยมาทันที
อ้างเพื่อนของญาติฉีดวัคซีนCOVIDแล้วอัณฑะบวม ทำให้ถูกคู่หมั้นทิ้งเพราะเสื่อมสมรรถภาพ


"ลูกพี่ลูกน้องของฉันที่ Trinidadจะไม่ฉัดวัคซีนเพราะหลังจากที่เพื่อนของเขาฉีดก็นเสื่อมสมรรถภาพทางเพซ อัณฑะของเขาบวม ทั้งๆที่จะเข้าพิธีแต่งงานอีกไม่กี่สัปดาห์ แต่คนรักกลับยกเลิกการแต่งงาน ดังนั้นก็ขอภาวนาให้แล้วกัน และยึดตามการตัดสินใจที่ทำให้รู้สึกสบายใจ ไม่ใช่ถูกกดดันให้ฉีด"


อย่างไรก็ตาม เธอได้ให้ความเห็นในเวลาต่อมาว่า คงจะต้องฉีดวัคซีน เพราะจะต้องออกทัวร์ในอนาคต (ซึ่งกฎการชุมนุมนั้นจะrequire ให้ผู้เข้าร่วมรับวัคซีนให้ครบ)


แร็พเพอร์ดัง ประกาศชัด ได้รับเชิญจากทำเนียบขาวให้ร่วมหารือเรื่องข้อมูลวัคซีน Covid

"ฉันได้รับคำเชิญให้ไปที่ทำเนียบขาว และคิดว่ามันเป็นก้าวไปนำไปสู่เส้นทางที่ถูกต้อง ฉันจะไป และจะใส่ชุดสีชมพูตั้งตัวเหมือนกับ Legally Blonde เพื่อจะให้คนที่นั่นรู้ว่าฉันเอาจริง ฉันจะเป็นฝ่ายตั้งคำถามในฐานะที่เป็นตัวแทนของกลุ่มคนที่ถูกล้อเลียนเพียงเพราะแสดงความเป็นมนุษย์ทั่วไปเท่านั้น"
an.

ทำเนียบขาวชี้แจง  ไม่ได้เชิญให้มาถึงที่ แต่เสนอให้สอบถามข้อมูลที่ถูกต้องกับเจ้าหน้าที่และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโทรศัพท์โดยตรง
 Jen Psaki   โฆษกทำเนียบขาวได้ตอบคำถามสื่อเรื่องนี้ว่า    พวกเค้าได้เสนอให้ Nicki ปรึกษาแพทย์ผู้หนึ่งในทีมเพื่อข้อมูลเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีน  ซึ่งเป็นขั้นตอนตามปกติที่ทำกันมาตลอด   สำหรับผู้ที่ยังไม่ไว้วางใจที่จะรับการฉีดวัคซีน  ก็สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อพูดคุยทางโทรศัพท์ได้โดยตรง


"เราหวังว่าผู้ที่มีชื่อเสียง จะใช้ platform ในการนำเสนอข้อมูลเรื่องวัคซีนที่ถูกต้อง"



รัฐมนตรีสาธารณสุขTrinidad & Tobago ยืนยัน หลังจากใช้เวลาเต็มที่ในการตรวจสอบคำกล่าวอ้างของแร็พเพอร์ดัง ไม่มีรายงานเคสไข่บวมหลังฉีดวัคซีนแต่อย่างใด

คำกล่าวอ้างของ Nicki ก้าวข้ามเรื่อกอสสิปไปแล้ว ทั้งนักการเมืองอเมริกัน และฝ่ายรัฐบาลอังกฤษก็ต้องออกมายืนยันให้ประชาชนปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ ไม่เกิดความตื่นตระหนกเพราะคำพูดคนดัง และทำให้รัฐนตรีสาธารณสุขของ Trinidad -Terrence Deyalsingh ต้องจัดแถลงการณืเพื่อชี้แจงถึงข้อมูลอันถูกต้อง


"หนึ่งในเหตุผลที่พวกเราไม่สามารถชี้แจงเรื่องของคุณ Minaj ได้อย่างทันใจเพราะเราต้องใช้เวลาตรวจสอบว่า สิ่งที่เธออ้างนั้นเป็นจริงหรือไม่ น่าเสียดายที่เใื่อวานนี้พวกเราต้องเสียเวลาไปกับการพิสูจน์เรื่องที่มันไม่จริง.

เขาย้ำว่า

"จนถึงขณะนี้ ไม่มีรายงานเรื่องผลข้างเคียงที่ทำให้อัณฑะบวมในTrinidad หรือเท่าที่เรารู้ ไม่มีที่ไหนในโลกที่เจอรายงานเรื่องนี้เลย"



"ผมจะไม่กล่าวโทษเธอหรอกครับ แต่เธอควรจะใคร่ครวญให้ดีก่อนที่จะแพร่ข้อมูลที่ไร้น้ำหนักรากฐานใดๆนอกจากว่าได้ฟังมาฝ่ายเดียวเท่านั้น มันไม่ใช่จุดมุ่งหมายของวิทยาศาสตร์ครับ"








ทั้งสื่อและ social media จัดหนัก
Trevor Noah  ชี้ว่า เข้าใจความรู้สึกของNickiที่รู้สึกแย่ที่ผู้คนหันมาโจมตีเธอที่อยากจะศึกษาค้นคว้าข้อมูลด้วยตัวเอง  แต่ก็เชื่อว่า วิธีศึกษาของผู้คนจำนวนมากนั้นมาในรูปแบบการอ่านข้อความของจากวิจัยของคนอื่นอีกที หรือถ้าให้ว่ากันจริงๆก็เป็นการอ่านสิ่งที่แชร์กันมาตาม social media  ไม่ใช่การเข้าแล็บ เก็บตัวอย่างการทดลองด้วยตัวเอง  

"สำหรับผู้ติดตามนับล้านๆของเธอ การศึกษาค้นคว้าของพวกเค้าก็คือการอ่านtweet เรื่องไข่บวมของเธอนั่นแหละครับ คำพูดที่ว่าจะศึกษาค้นคว้า่ด้วยตัวเอง มันก็คือการเสาะหาข้อมูลเพื่อให้มั่นใจพอว่าได้ตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว ผมคงรอ Nicki ไปทำวิจัยด้วยตัวเองไม่ไหว เพราะคงต้องรออีกหลายปีกว่าเธอจะจบจากโรงเรียนแพทย์ถึงจะปล่อยอัลบั้มใหม่ได้"


พิธีกรและนักแสดงตลกผู้นี้ยังได้แนะนำอย่างน่าฟังว่า แทนที่จะโจมตี Nicki ว่าเป็น anti vaxxer เราควรโชว์ research จริงๆเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องจะดีกว่า

"สำหรับ Nicki และหลายคนที่ยังคลางแคลงใจ ข่าวดีก็คือ มีงานวิจัยจริงๆที่ยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีน สำหรับผลข้างเคียงที่ตามมานั้น มันไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับผลเสียอันร้ายแรงที่เกิดจากโรค COVID ได้เลย เค้าวิจัยกันมาแล้วครับ"





Stephen Colbert parody Super Ballมาหยิกแกมหยอก และประกาศว่า อยากจะสัมภาษณ์ 'อัณฑะ' ไซส์บึ้มของเพื่อนญาติ Nicki!



หลายคนแสดงความผิดหวังที่ในการกระทำของศิลปินที่ชื่นชม  และชี้ว่า เธอเป็นคนดังที่มีผู้ติดตามบน Twitter มากกว่า 22 ล้านคน  แต่กลับใช้ platform นี้ส่งข้อข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จนทำให้ผู้ติดตามเกิดความไม่เชื่อมั่นในประสิทธิภาพของวัคซีน   เมื่อมีการระบาดระลอกใหม่ก็อาจจะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวัง เมื่อผู้คนล้มตายกันจนแทบฝังไม่ทัน

ผู้ประกาศ CNN เชืดเฉือน ฉีดก้น-ฉีดหน้ายังทำได้ แต่โวยเรื่องฉีด vaccine

Don Lemon ผู้ประกาศเจ้าของรางวัลEmmy วิจารณ์อย่างเจ็บแสบว่า

"สำหรับพวกคนที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนที่เอาแต่เชื่อเรื่องโกหกและข้อความในเน็ทแทนที่จะเชื่อวิทยาศาสตร์ มันถึงเวลาที่ต้องเหยียดหยามคนพวกนี้แล้วตัดหางปล่อยวัดไปซะ เพราะเป็นตัวถ่วงของคนอเมริกันส่วนใหญ่"

"พวกคนที่บอกว่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอะไรผสมในวัคซีน รู้ไหมครับว่าคนพวกนี้ฉีดอะไรใส่ร่างกายกันบ้าง? ทั้งฉีดก้นให้ใหญ่โตขึ้น ฉีดหน้า พวกนี้รู้ไหมครับว่าในเข็มฉีดน่ะมีอะไรผสมอยู่ใน Botox อย่าไปรับฟังคนกลุ่มน้อยที่เป็นสร้างความเสียหายให้กับความเจริญ และไม่ได้แสดงพฤติกรรมจากการใช้ตรรกะ เหตุผล และวิทยาศาสตร์"





เจ้าตัวแสดงความหงุดหงิดกับ cancel culture จากดราม่าวัคซีน และเปรียบเทียบว่าเหมือนสังคม communist จีน


"เดี๋ยวนี้คุณตั้งคำถามอย่างบริสุทธิ์ใจในเรื่องสิ่งที่จะถูกฉีดเข้าไปในร่างกายยังไม่ได้ รู้ตัวกันบ้างรึเปล่า ฉันจำตอนที่ไปจีนได้ พวกเขาจะสั่งไม่ให้คุณพูดอะไรที่ต่อต้านคนใหญ่คนโตมีอำนาจที่นั่น แล้วเราก็แบบว่า โอเค เข้าใจ เพราะมันเป็นกฎหมายของจีน ซึ่งแตกต่างกับประเทศที่เราอยู่มาก"


"พวกคุณไม่เห็นเหรอว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้เราอยู่ในสังคมที่ผู้คนจะหันหลังให้เรา และกีดกันเรา เพียงเพราะเราตั้งคำถามแค่นั้น"

.


Nicki ยังโจมตี Twitter ที่เธอใช้เป็นพื้นที่สื่อกลางในการถ่ายทอดประสบการณ์ผลข้างเคียงจากการฉีควัคซีน COVIDของเพื่อนญาติ ด้วยการเปรียบว่า 'ถูกจองจำ' ชั่วคราวจากการเข้าถึง online platformแห่งนี้ เพราะเธอต้องการจะตั้งโพลเพื่อซาวเสียงถึงการตั้งคำถามเกี่ยวกับวัคซีน แต่กลับถูกบล็อค (เธอเล่าเรื่องนี้ผ่าน Instagram)


แต่ตัวแทน Twitter บอกกับสื่อว่า ไม่ได้ควบคุมบัญชีของ Nicki ตามที่เธออ้าง เพราะการ post เรื่อง COVIDของเธอไม่ได้ละเมิดกฎของ Twitter แต่อย่างใด เพราะเป็นการเล่าเรื่องราวส่วนตัว ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นข้อเท็จจริง







ล่าสุด แร็พเพอร์สาวไล่โต้ตอบสื่อที่ดาหน้าวิจารณ์รายตัว


หากจะตามตอบทุกคอมเมนท์ของชาวเน็ทที่เข้ามาต่อว่าต่อขานเธอทางTwitter ก็คงต้องเหนื่อยหน่อย เพราะคอมเมนท์ไหลตามมาเพียบ ไหนจะ meme ที่จับเอาเรื่องเพื่อนไข่บวม-เสื่อมสมรรถภาพมาล้อเลียน สิ่งที่กลายมาเป็นพาดหัวข่าวใหม่ คือคำผรุสสวาทใส่สื่อที่โจมตีเธอนั่นเอง

  • ไปกินอึซะ
  • นังโง่
  • กระปู๋เล็ก
  • ไอ้ตัวตลกอัปลักษณ์



เซเลบคนใดบ้างที่ประกาศจะไม่ยอมฉีดวัคซีนต้านCOVID จนถูกกล่าวหาว่าเป็น anti vaxxer

Anwar Hadid ยันไม่ฉีดแม้จะมีหลานตัวเล็กและทั้งแม่และพี่สาวมีโรคประจำตัว

แม้จะชี้ชัดว่าสองสาวพี่น้อง Hadid จะฉีดวัคซีนครบแล้ว  (จากการเข้าร่วมเทศกาลหนังเมืองCannes และ fashion week)   แต่ฝ่ายน้องชายคนเล็กได้ประกาศว่า ขอเลือกวิธีแบบธรรมชาติ  ปล่อยให้ติดเชื้อแล้วรอให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเอง  ไม่ขอฉีดสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ได้เกิดตามธรรมชาติเข้าร่างกาย  
จากการประกาศว่า ไม่มีทางฉีดวัคซีน COVID   ทำให้หลายคนกันมาโจมตี Anwar   เพราะเขาพูดถึงภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเอง ในขณะที่ Gigi มีลูกน้อยที่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วย  รวมถึง Bella และแม่ที่เคยเปิดเผยว่าต้องต่อสู่กับอาการเจ็บป่วยจากโรค Lyme disease    กระแสกดดันรุนแรงจนเขาต้องออกมาชี้แจงว่าไม่ใช่ anti vaxxer แต่อยากจะเลือกรับวัคซีนอย่างระมัดระวัง  และค้นหาเรื่องผลดีผลเสียของมัน  และอยากจะเรียนรู้อีกหลายๆวิธีในการปกป้องตัวเองและคนรอบข้าง  และยืนยันว่า จะระมัดระวังคำพูดมากกว่านี้


กระแสจับผิดเรื่อง anti vaxxer นั้นแรงขนาดที่ Bella ต้องเจอคำถามว่าไม่ยอมฉีดวัคซีนเหมือนน้องชายหรือไม่? นั่นเป็นเพราะว่า เธอไม่ได้เข้าร่วม Met Gala เหมือนกับ Nicki Minaj ซึ่งนางแบบสาวต้องโชว์หลักฐานว่าเธอรับวัคซีนครบแล้ว ซึ่งจริงๆ คนที่ติดตามเธอก็น่าจะเดากันได้ เพราะเจ้าตัวบินไปรับงานที่ต่างประเทศซึ่ง require การฉีดวัคซีนที่ผ่านการรับรองครบสองเข็มมาแล้ว

เมื่อน้องชายประกาศว่าจะไม่ฉีดวัคซีน  Bella ก็ถูกจับผิดไปด้วยจนต้องเผยหลักฐานให้ชาวเน็ทวางใจ
"เมื่อน้องชายประกาศว่าจะไม่ฉีดวัคซีน Bella ก็ถูกจับผิดไปด้วยจนต้องเผยหลักฐานให้ชาวเน็ทวางใจ"


Offset ไม่ฉีดเพราะไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ไม่สนับสนุนชุมชนเชื้อสายผิวดำ

"ผมไม่ใช่anti vaxxer นะ แต่ผมลังเลใจเพราะที่ผ่านมา ไม่เคยเห็นรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาช่วยเหลือชุมชนคนผิวดำแบบนี้เลย"

 "ผมไม่ยอมเป็นหนูทดลองให้ใครหรอก"  สามีCardi  B ประกาศ  แต่ก็ไม่ปืดใจทั้งหมด

"ผมจะรอต่อไป  ก็มีความเป็นไปได้ว่าผมจะฉีดวัคซีนนะ"


Novak Djoković  นักกีฬาระดับโลกที่มีคำว่า anti vaxxer พ่วงตามชื่อเสมอ


เมื่อปีที่แล้ว มีเหตุการณ์ที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงการเทนนิส เมื่อรายการน Adria Tour exhibition ต้องถูกยกเลิก หลังจากนักเทนนิสรวมถึงโค้ชและเทรนเนอร์ติดเชื้อ COVID กันหลายคน เมื่อไล่หาต้นตอแล้ว ก็ทำให้มีข้อสงสัยว่า เป็นไปได้ที่ Novak Djoković ะเป็นผู้แพร่เชื้อ แต่ไม่ได้มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด แต่ tournament ที่ไม่ได้วางมาตรการการsocial distancing อย่างเคร่งครัด ทั้งนักกีฬายังเดินทางไปแข่งขันสี่เมือง ทำให้มือวางอันดับ1ของโลกถูกโจมตีอย่างหนัก เพราะเขาเป็นเจ้าของผู้จัดงานนี้นั่นเอง หลายฝ่ายไม่พอใจที่เขามุ่งมั่นจะนำรายการแข่งขันนี้ให้สำเร็จตลอดรอดฝั่ง แม้จะอยู่ในช่วงโรคระบาด แต่ลงท้ายก็ต้องยกเลิกไปพร้อมกับคำแสดงความเสียใจ

(ในการแข่งขันมีผู้ชมหนาแน่น  ส่วนนักกีฬาก็มีสัมผัสใกล้ชิด ทั้งเล่นบาสเก็ตบอลแบบตัวถึงตัวและออกสังสรรค์ยามค่ำคืนด้วยกัน)  
เมื่อปีที่แล้ว  คำว่า anti vaxxer ก็ตามติดชื่อของ Novak เมื่อเขาเผยว่า ส่วนตัวแล้ว ต่อต้านเรื่องการฉีดวัคซีน และไม่ต้องการจะถูกบังคับให้ฉีดเพื่อได้รับอนุญาตให้เดินทาง

" แต่หากมันเป็นข้อบังคับขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้น ผมก็หาทางตัดสินใจให้ได้.



แต่แม้ว่าจะปีที่แล้วเคยได้รับผลกระทบจาก COVIDจนการแข่งขันที่เป็นโต้ดผจัดขึ้นมาต้องล่มลงไป เขาก็ได้แสดงความเห็นว่า ไม่ต้องการมีข้อบังคับนักกีฬาให้ฉีดวัคซีน COVID เพราะเขาเชื่อมั่นในสิทธิเสรีภาพในการเลือกของตัวเอง

"ผมจะเก็บเรื่องการตัดสินใจที่จะฉีดหรือไม่ฉีดวัคซีนไว้กับตัวเอง มันเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆและผมไม่อยากเกี่ยวข้องกับเกมการกล่าวหาว่าใครสนับสนุนหรือต่อต้านวัคซีน ซึ่งโชคไม่ดี บรรดาสื่อได้นำเรื่องนี้มานำเสนอกันในทุกเมื่อเชื่อวัน"


"ผมไม่ต้องการจะถูกตีตราว่าเป็นคนที่ต่อต้านหรือยอมรับวัคซีน   ผมจะไม่ตอบคำถามนั้น และหวังว่าทุกคนจะเคารพในจุดนี้"

.
เขาเคยชี้แจงเรื่องข้อกล่าวหาว่าเป็น anti vaxxer ว่า

"สื่อนานาชาติตีความคำพูดผมเกินจริงไป บอกว่าผมต่อต้านวัคซีนอย่างสิ้นเชิง"
"ประเด็นที่ผมติดใจก็คือ ถ้าถูกบังคับให้ฉีดอะไรเข้าไปในร่างกาย ทั้งๆที่ไม่ต้องการ มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ครับ"

"ผมไม่ได้ต่อต้านการฉีดวัคซีน แต่ผมมีฐานะอะไรที่ออกความเห็นเรื่องวคซีนได้ล่ะครับ ในเมื่อมีผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ทำหน้าที่ช่วยเหลือชีวิตคนอยู่แล้ว"

"ผมมั่นใจว่ามีวัคซีนที่เกิดผลข้างเคียงน้อยที่ช่วยผู้คน และสามารถหยุดยั้งโรคติดต่อจากทั่วโลก"

 หรือน่าจะตีความได้ว่า ยอมรับว่ามีประโยชน์ แต่มีสิทธิ์ที่จะไม่ฉีดนั่นเอง





มีใครบ้างที่สนับสนุนวัคซีนเต็มตัว และยังกร้าวใส่ anti vaxxer แบบเหลืออด


Sharon Stone จะไม่ยอมรับงานหากใน set ยังมีคนที่ไม่ยอมรับวัคซีนให้ครบ  



Mandy Moore ตอบโต้คำกล่าวหาว่าโฆษณาชวนเชื่อ


นางเอกแห่ง This IS Us เผยข้อความจากชาวเน็ทที่จิกกัดเธอว่า ขายตัวเองเพื่อโฆษณาชวนเชื่อเรื่องวัคซีนทั้งๆที่ไม่ได้ฉีดจริงๆ ด้วยการยืนยันว่า เธอขอรับวัคซีนทันทีที่มีโอกาส และถ้าวัคซีนถูกปล่อยออกมาก่อนหน้าตอนที่เธอกำลังตั้งครรภ์ ก็จะฉีดตั้งแต่ตอนนั้น

"มากล่าวหาว่าฉันปั้นแต่งเรื่องราวงั้นเหรอคะ?   ไวรัสมันคร่าชีวิตไปมากกว่าสี่ล้านคนเมื่อปีที่แล้ว  พอมีวัคซีนที่ช่วยชีวิตออกมา เราควรต้องต่อต้านมันอย่างนั้นเหรอ?"

"ฉันจะใช้สถานะของตัวเองเพื่อแสดงจุดยืนเรื่องนี้ต่อไป เพราะมันเกี่ยวข้องกับการปกป้องชีวิตของผู้คนในกลุ่มเสี่ยงค่ะ"




Arnold Schwarzenegge ถึงกลุ่ม anti vaxxer:  ทิ้งเสรีภาพไปซะ

"คนเราก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่ามีไวรัสระบาก มันทำคนตาย และมีเพียงทางเดียวที่จะป้องกันได้คือการฉีดวัคซีน สวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ และพยายามที่จะไม่คิดถึงแต่เรื่อง 'นี่เสรีภาพของฉันถูกรบกวนอยู่นะ' ไม่ครับ ทิ้งเสรีภาพของคุณไปซะ เพราะเสรีภาพมาพร้อมกับหน้าที่และความรับผิดชอบ คุณไม่มีสิทธิ์จะบอกว่า 'ฉันมีสิทธิ์จะทำนู่นนี่นั่น' ตอนที่คุณแพร่เชื้อไปให้คนอื่นแล้วกลายเป็นเรื่องร้ายแรงขึ้นมา"





Jennifer Aniston  ตัดขาดจากโคจรเพื่อนฝูงที่เป็น anti vaxxer


Jen ได้รับอนุญาตจากเพื่อนที่เคยป่วยหนักหลังจากติด COVID เพื่อเตือนให้สังคมได้ยอมรับว่า โรคนี้มีอยู่จริง และในเวลาต่อมา เธอตัดสินใจเลิกคบหากับเพื่อนฝูงที่ไม่ยอมรับวัคซีน

"ฉันเชื่อว่า(การฉีดวัคซีน)มันเป็นเรื่องของศีลธรรมและหน้าที่ของเรา เพราะเราไม่สามารถจะตรวจโรคได้ทุกวัน มันอาจจะฟังซับซ้อนเพราะทุกคนต่างมีสิทธิ์ที่จะมีความเห็นเป็นของตัวเอง แต่ที่มาของหลายๆความเห็นนั้นคือความหวาดกลัวและการหลงเชื่อในคำโฆษณาชวนเชื่อ"


ถูก anti vaxxer จิกกัด และโต้กลับด้วยเหตุผล  

แม้จะไม่ได้เป็นกระแสกดดันร้อนแรงเหมือนกลุ่มคนที่ตามโจมตี anti vaxxer แต่คนดังที่แสดงออกชัดเจนว่าสนับสนุนการฉีดวัคซีนก็จะถูกรบกวนจาก anti vaxxer เช่นกัน ในกรณีของJen เธอถูกตั้งคำถามว่า ตัวเองก็ฉีดวัคซีนครบแล้ว จะมาใส่ใจกับคนที่ไม่ได้ฉีดไปทำไม

เธอจึงใช้เหตุผลอธิบายว่า เธอที่ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังติดโรคได้ แต่แม้เธอจะเจ็บป่วยจาก COVID ก็จะไม่รุนแรงหรือเสียชีวิต แต่เธออาจจะแพร่เชื้อไปสู่ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนหรือผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอในกลุ่มเสี่ยง และเธออาจจะทำให้ชีวิตของพวกเขาเป็นอันตราย

"เราจะต้องใส่ใจให้มากกว่าการคิดถึงแต่ตัวเราเองเท่านั้น"




Sarah Hyland  นางเอกที่เคยป่วยหนักจนเสี่ยงเสียชีวิตประกาศจุดยืนชัดเจน 
 "จงเชื่อในวิทยาศาสตร์"  เธอรับวัคซีน boost เข็มที่ 3ไปแล้ว


ประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกันอาจจะทำให้มุมมองต่อวัคซีน COVID แตกต่างกันไปอย่างมากมาย ในขณะที่มีผู้คนที่เชื่อมั่นว่า COVID ไม่ใช่โรคร้ายแรง เป็นไข้หวัดที่หายไปได้เองตามธรรมชาติ และวัคซีนก็เป็นเพียงเรื่องหลอกลวงที่รัฐบาลนำมาควบคุมประชาชน แต่ฝ่ายที่ต้องการปกป้องชีวิตตัวเองและคนอื่น โดยยึดหลักของวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ คุณอาจจะได้เห็นโชว์การเข้ารับวัคซีนอย่างมั่นใจมาแล้วหลายครั้ง แต่เคสที่น่าสนใจคือ Sarah Hyland ที่ไตผิดปกติมาตั้งแต่เกิด อาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อยเมื่อเติบโต จนต้องรับบริจาคไตจากพ่อ แต่เพียงไม่กี่ปีจากนั้น ร่างกายก็มีภาวะปฏิเสธไตที่ปลูกถ่าย ทำให้น้องชายอาสาบริจาคไตให้ Sarah และต่อชีวิตให้เธอมาถึงทุกวันนี้


แต่คุณอาจคาดได้ว่า สุขภาพร่างกายภายในของSarah จะไม่ได้เต็มร้อยเหมือนกับภาพลักษณ์ภายนอกทที่ดูสดใส เพราะไม่ว่าจะออกกำลังกาย และกินอาหารสุขภาพ แต่เธอก็ยังเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะเกิดอาการร้ายแรงเมื่อติด COVID อยู่ดี



จากที่เคยผ่าตัดปลูกถ่ายไตมาแล้วสองครั้ง! ในฐานะผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจึงหวาดกลัว COVID สุดหัวใจ  

Sarah มีภูมิคุ้มกันที่ค่อนข้างอ่อนแอ โรคระบาดจึงสร้างความวิตกกังวลอย่างแรงและต้องฆ่าเชื้อสิ่งของเครื่องใช้ในบ้านตลอด

"ถ้าใครป่วยจากการติดเชื้ออะไรสักอย่างแบบแค่ชั่วข้ามวันก็หาย แต่สำหรับฉันต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือไม่ก็นานกว่านั้น มันอันตรายมากค่ะ ระดับความวิตกกังวลจึงสูงลิบลิ่ว" เธอจึงต้องหาวิธีสงบใจเพื่อผ่อนคลายตัวเองจากความเครียด และเข้มงวดกับการฆ่าเชื้อโรคอย่างเต็มที่

.
 
หากมองแต่ภายนอก คงไม่มีใครคิดว่า Sarah ผ่านการผ่าตัดมาแล้วถึง 16 ครั้ง และต้องหวาดหวั่นว่า หลังจากรอดชีวิตจากมาได้เพราะการแพทย์และการเสียสละครอบครัว โรคภัยรูปแบบใหม่อาจจะทำให้ชีวิตของเธอตกอยู่ในอันตราย

คุณอาจจะไม่สงสัยเลยว่า เพราะเหตุใดเธอจึงรับวัคซีนเข็มที่ 3 และเชิญชวนให้ทุกคนเชื่อในวิทยาศาสตร์




The End

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย