ทำไม mesoestetic aox ferulic ถึงเป็น Vitamin C เซรั่มที่เราหลงรัก!!

Wanviset

Wanviset

ดู Profile

เราชื่นชอบผลิตภัณฑ์กลุ่ม "Vitamin C" มานานมากแล้วโดยเฉพาะวิตามินซีรูฟอร์มดั่งเดิมอย่าง Ascorbic acid และถ้าย้อนเวลาไปช่วงแรกเริ่มที่เราใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ครั้งแรกราว 10 ปีที่แล้ว เทคโนโลยีในการผลิตและการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ แตกต่างกับขณะนี้มากพอสมควร แน่นอนว่าเราก็ผ่านการลองผิดลองถูกมาก็ไม่น้อย จึงไม่แปลกที่ปริมาณของผลิตภัณฑ์ที่เราใช้แล้วชอบจะมีจำนวนน้อยกว่าตัวที่ใช้แล้ว failed

แต่เมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้วช่วงที่เราเริ่มรู้จักแบรนด์ mesoestetic และได้ลองสั่ง aox ferulic มาใช้กลายเป็นว่าเราแทบจะไม่เปลี่ยนใจไปใช้วิตามินซีเซรั่มแบรนด์อื่นเลย นับว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกพอสมควรด้วยความที่เป็นคนชอบลองอะไรใหม่ๆ แต่ทำไมกลับหยุดที่เซรั่มวิตซีขวดนี้ เพราะงั้นวันนี้เราเลยอยากมาแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ Vitamin C ผ่านประสบการณ์ของเราและขอหยิบ mesoestetic aox ferulic ที่ใช้มาประมาณ 1 ปีมารีวิวแบบเจาะลึกความรู้สึกทั้งหมดฮะ บอกเลยว่าบทความนี้ยาวแน่ๆ เพราะงั้นไปต้มมาม่า, ทำป๊อปคอร์น, เตรียมเครื่องดื่มแล้วมาลุยกันเลยฮะ!

What is Vitamin C...?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Vitamin C เป็นสารในกลุ่ม antioxidant(สารต้านอนุมูลอิสระ) ซึ่งเจ้าอนุมูลอิสระ(Free radical) ส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากการที่สารกันแดดบนผิวจับกับรังสี UV จนเกิดเป็นความร้อนและก่อให้เกิดเป็นอนุมูลอิสระ ที่ส่งผลเสียต่อผิวโดยเฉพาะในเรื่อง Photo-aging ที่ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น หยาบกร้าน สร้างเม็ดสีที่ผิดปกติรวมถึงริ้วรอยแห่งวัย ดังนั้นการทาผลิตภัณฑ์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระจึงช่วยลดผลกระทบต่างๆ ที่เกิดจากอนุมูลอิสระได้ โดยเราสามารถแบ่ง Vitamin C ออกเป็น 2 กลุ่มง่ายๆ คือ
  • Active Form : ฟอร์มดั้งเดิมตามธรรมชาติหรือที่รู้กจักกันในชื่อ Ascorbic acid ซึ่งมีงานวิจัยรองรับมากที่สุดและมีผลการทดลองในคนที่ค่อนข้างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสถียรที่ค่อนข้างต่ำ 
  • Vitamin C Derivative(อนุพันธ์วิตามินซี) : ที่ผ่านการปรับแต่งโครงสร้างจากวิตามินซีฟอร์มดั้งเดิมเพื่อให้เกิดความเสถียรเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังมีงานวิจัยรองรับที่น้อยกว่าฟอร์มดั้งเดิมอยู่พอสมควร 
แน่นอนว่าเราชอบวิตามินซีในรูปแบบ Active Form มากกว่าเพราะมีงานวิจัยรองรับเยอะกว่าและส่วนตัวแล้วเราเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่ามาก แต่บนโลกนี้ไม่มีอะไร Perfect เพราะความที่มันไม่ค่อยเสถียรทำให้ต้องรับบทนางเอกในละครไทยที่ดูอ่อนแอและโดนทำร้ายง่ายทั้งจากแสง, ความร้อน, อากาศ, น้ำ, ไออนหรือโลหะ แถมตัวมันเองยังต้องการค่า pH ที่เป็นกรด(ประมาณ pH 3.5) เพื่อสำแดงฤทธิ์อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ในกลุ่มวิตามินซีค่อนข้างยุ่งยากทั้งในแง่ของการตั้งสูตรจนถึงการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อช่วยคงประสิทธิภาพของวิตามินซีให้อยู่ได้นานที่สุด

What are the qualities of a good Vitamin C ?

อย่างที่เราพูดไปแล้วว่าวิตามินซีเป็นหนึ่งในสารที่ไม่ค่อยเสถียรและถูก Oxidized ง่ายมากๆ เมื่อเจอกับปัจจัยต่างๆ ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์กลุ่มวิตามินซีคุณควรจะ...
  • เลี่ยงสูตรที่ทำละลายในน้ำ : เพราะน้ำจะทำให้ Oxidized ได้ง่ายส่งผลให้อายุการใช้งานค่อนข้างสั้นกว่าผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ Oil Based, Glycol หรือ Silicone 
  • มี Chelating Agent : อย่าง EDTA เพื่อช่วยจับไอออนหรือโลหะหนักที่อยู่ในน้ำหรือส่วนผสมที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ 
  • มีสาร Stabilizer : อย่าง Vitamin E และ Ferulic acid จะช่วยเพิ่มความเสถียรแถมยังช่วย recycle วิตามินซีที่ oxidized ไปแล้วให้นำกลับมาใช้ได้ใหม่อีกหนึ่งครั้ง 
  • ความเข้มข้นเหมาะสม : จากงานวิจัยต่างๆ พบว่าความเข้มข้นที่คาดหวังผลได้อยู่ระหว่าง 5-20% 
  • อยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ดี : บรรจุภัณฑ์ที่เสี่ยงการสัมผัสกับอากาศทำให้วิตามินซี oxidized ง่ายดังนั้นควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่อยู่ในระบบปิด และมีวัสดุที่ทำจากแก้ว/พลาสติกสีชา หรืออะลูมิเนียม 
นอกจากนี้ยังมีเรื่องการเก็บรักษา จริงอยู่ที่วิตามินซีสามารถวางไว้ในห้องตามปกติได้ แต่เพื่อนๆ ต้องไม่ลืมพิจารณาถึงอุณหภูมิของประเทศไทยที่ค่อนข้างร้อน รวมถึงแสงที่อยู่ภายในห้อง เพราะงั้นเราแนะนำว่าหลังใช้เสร็จแล้วควรปิดฝาให้สนิท-เก็บไว้ในตู้เย็นที่มีความเย็นและแห้งทุกครั้งขอรับ

ประเด็นสุดท้ายซึ่งอาจจะเป็นปัญหาจากสภาพผิวของเราเองแต่ก็อยากนำมาแชร์ให้ฟัง คือ เนื้อสัมผัสของวิตามินซีเซรั่ม จริงอยู่ที่เราบอกว่าวิตามินซีที่ดีไม่ควรอยู่ในรูปแบบ Water-Based แต่เนื่องจากเราเป็นคนที่มีการอุดตันในรูขุมขนได้ค่อนข้างง่าย เพราะงั้นการใช้วิตามินซีเซรั่มที่เป็น Oil Based, Glycol หรือ Silicone จึงเพิ่มความเสี่ยงในการอุดตันได้มากขึ้นหากล้างทำความสะอาดได้ไม่ดี รวมถึงส่วนตัวแล้วเราชอบความเบาสบายผิวของ Water-Based มากกว่ารูปแบบอื่นๆ เพราะงั้นในจุดนี้เพื่อนๆ ก็ต้องลองชั่งน้ำหนักตามความเหมาะสมดูนะครับ

Why I love mesoestetic aox ferulic ? 


เกริ่นมาซะยืดยาวกว่าจะได้พูดถึง mesoestetic aox ferulic ที่อยู่กับเรามาประมาณ 1 ปีได้แล้ว ซึ่งถ้าเพื่อนๆ สังเกตุใน Social ของเราก็น่าจะเห็น aox ferulic แทรกอยู่ใน skincare routine ของเราอยู่เสมอและแทบจะไม่เปลี่ยนใจไปแบรนด์อื่นเลยนั่นก็เพราะ...
  • Active Ingredients : ทางแบรนด์เลือกใช้ Ascorbic Acid ซึ่งเป็นฟอร์มที่เราชอบที่สุด แถมยังใส่ความเข้มข้น 15% ก็สามารถคาดหวังผลในเรื่อง Antioxidant(ต้านอนุมูลอิสระ), Brightening และ Promotes Collagen Production(การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน) ได้จริง / นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังใส่ Stabilizer อย่าง Vitamin E & Ferulic acid เข้ามาเพื่อเพิ่มความเสถียรและช่วยรีไซเคิลไวตามินซีที่ Oxidized ไปแล้วให้กลับมาใช้ได้ใหม่อีกครั้ง และที่เด็ดไปกว่านั้นคือส่วนผสมพิเศษอย่าง "Protech-cell Complex" ซึ่งเป็น Combination ของสาร antioxidant ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายจากปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด, แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์(HEV) รวมถึงรังสีอินฟาเรด(IR) ได้อีกด้วย
  • Texture : เนื้อสัมผัสของเป็นแบบ Water-Based ที่เหมาะกับสภาพผิวและความชอบส่วนตัวของเรา ทำให้เวลาทาไปแล้วไม่ทิ้งความรู้สึกเหนอะหนะเอาไว้บนผิว และตั้งแต่เราใช้มาก็ไม่พบการอุดตันเพิ่ม แต่ก็ต้องแลกมากับโอกาสที่จะ oxidized ได้ง่ายกว่าในตัวทำละลายอื่น 
  • Stability : ในแง่ของความเสถียรเป็นอุกจุดที่เราต้องยอมให้จริงๆ เพราะจากประสบการณ์ที่เราใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Vitamin C มาเยอะ หลายครั้งถึงแม้เราจะชื่นชอบในตัวผลิตภัณฑ์มากเท่าไหร่ แต่ด้วยปัญหาเรื่องความเสถียรกลับกลายที่เป็นจุดอ่อนสำคัญ ในขณะที่ mesoestetic aox ferulic นั้นเราหลังเปิดใช้แล้วทางแบรนด์เคลมว่าสามารถใช้ได้นานถึง 1 ปี ซึ่งเวลานานที่สุดที่เราเคยใช้คือประมาณ 4 เดือนและพบว่ามีการ oxidized เพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแบรด์อื่นๆ 

Result


มาถึงอีกหัวข้อที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะเริ่มตั้งคำถามว่า "ผลลัพธ์" หลังใช้เป็นยังไงบ้าง ก่อนอื่นเราต้องพูดกันตามตรงว่าด้วยลักษณะของสิ่งที่เราทำ คือการทดลองผลิตภัณฑ์และรีวิวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทำให้มีการหยุดใช้ aox ferulic เป็นบางช่วงเพื่อควบคุมตัวแปรในการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์อื่นๆ ดังนั้นผลลัพธ์ที่เพื่อนๆ จะได้ชมต่อจากนี้จะเป็นผลลัพธ์ในช่วง 1 ปีที่แล้วซึ่งเป็นก่อนใช้ mesoestetic aox ferulic เทียบกับสภาผิวในปัจจุบันขอรับ
เราสังเกตุว่าผิวในช่วงก่อนที่เราจะเริ่มใช้ mesoestetic aox ferulic จะเห็นรูขุมขนที่ข้างข้างชัดกว่าในปัจจุบัน รวมถึงริ้วรอยเล็กๆ บริเวณใต้ตาก็ดูเหมือนจะตื้นขื้นเล็กน้อย ในแง่ของความกระจ่างใสก็อย่างที่เพื่อนๆ รู้กันว่าในช่วงที่ผ่านมาเราอยู่ในช่วงที่เผชิญสถาการณ์โรคระบาด COVID-19 ทำให้โอกาสที่จะออกไปข้างนอกน้อยลงไปมากทีเดียว ดังนั้นผิวโดยรวมของเราจึงไม่ได้คล้ำขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเราก็รู้สึกได้ถึงการการกระจายตัวของแสงที่มาตกกระทบลงบนผิวอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับความยืดหยุ่นของผิวหากพิจารณาถึงอายุที่เพิ่มขึ้นบวกกับปริมาณคอลลาเจน-อิลาสตินที่น่าจะถูกทำลายมากขึ้น รวมถึงความสามารถในการสร้างใหม่ก็น่าจะลดน้อยลงไปตามวัย แต่ในทางกลับกันเมื่อดูจากภาพด้านขนผิวเรามีความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้น สุขภาพผิวโดยรวมแข็งแรงมากกว่าในปีที่แล้วเสียอีกฮะ

Personally Speaking

แต่ก็อย่างที่เราบอกไปแล้วว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ใดในโลกที่จะสมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั่ง mesoestetic aox ferulic ที่เราเลิฟก็ยังมีบางจุดที่เราอยากให้ปรับแก้นั่น คือ "บรรจุภัณฑ์" จริงอยู่ที่ทางแบรนด์เลือกใช้ขวดแก้วสีชาในการลดผลกระทบจากแสง แต่ด้วยลักษณะของขวดแก้วพร้อมหัวดรอปเปอร์ทำให้ทุกครั้งที่เปิดใช้จะต้องมีการสัมผัสกับอากาศและเสี่ยงต่อการปนเปื้อนทุกครั้ง ดังนั้นเราคิดว่าหากสามารถปรับเปลี่ยนเป็น Airless Pump (บรรจุภัณฑ์แบบหัวปั๊มสูญญากาศ) ก็น่าจะช่วยปกป้องประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ได้ดีกว่านี้อีกเยอะเลยทีเดียวหละครับ

สุดท้ายอย่างเราพูดเสมอว่าผลลัพธ์ที่เพื่อนๆ ได้เห็นในบทความนี้ Based-on สภาพผิวในปัจจุบัน, การดูแลตัวเอง, ไลฟ์สไตล์รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ร่วมกันเป็นหลัก ดังนั้นผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลครับ // ส่วนคำถามว่าใช้แล้วจะแพ้ไหม สิวจะขึ้นหรือไม่ ? เป็นสิ่งที่ไม่สามารถตอบให้ได้เนื่องจากสภาพผิวและปัจจัยที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน ดังนั้นเราแนะนำว่าก่อนจะทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใดก็ตาม ควรทดสอบอาการแพ้ที่บริเวณท้องแขนหรือลำคอก่อนทุกครั้งครับ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย