ครั้งแรกที่ได้พบหมอจิตเวช Ep.8

Kamoltip Pocky

Kamoltip Pocky

ดู Profile

ครั้งแรกที่ได้พบหมอจิตเวช Ep.8

ฮายยยยยยยยยยยยย

สวัสดี นอดออยู่บ้านทุกวันนนนนนนน

แต่งหน้าทุกวันนนนนนนนนนนนนนน

มาแล้วววววววววววววววววววววววว


มาต่อกันที่ เราติดค้างจาก Ep7 ดังนั้น Ep8 นี้ ก็จะค่อนข้างละเอียดอ่อนนะคะ บีบหัวใจใครก็ขออภัยนะคะ สิ่งที่จะพิมพ์แชร์ ต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริงทุกประการค่ะ วัน เสาร์ ที่ 13 มิถุนายน 2563


บทสนทนาเริ่มจากคุณหมอแนะนำตัวเองให้เราไม่เกร็ง และได้แนะนำตัวเองกลับ สวัสดีค่ะ หนูชื่อ กมลทิพย์ ค่ะ เพื่อนๆเรียก หนูดา หรือบางทีก็ นอดอ ค่ะ ความเงียบเกิดขึ้นหลังจากเราพูดจบ

คุณหมอเริ่มยิงคำถามประมาณว่า เหมือนเรากำลังให้คุณหมอทำความรู้จักเรา ทั้งหน้าที่การงาน ดิเทลรายละเอียดงานที่ได้รับมอบหมาย เราทำงานอยู่ในวงการอีเว้นท์/เอเจนซี่ ออร์กาไนท์เซอร์ ตำแหน่งผู้ช่วยโปรดิวเซอร์/Assistant Event เราอธิบายรายละเอียดงานของเราจบ

หมอถามว่า คุณรักงานของคุณไหมเอาความรู้สึกตอนนี้ เราส่ายหน้า และเริ่มมีน้ำตา หมอส่งกระดาษทิชชู่ให้ คุณหมอถามต่อจี้เข้าปมในใจ 

“ไม่มีความสุขเลยค่ะ กลัวที่จะทำงานทุกชิ้นทุกอย่าง กลัวความผิดพลาด กลัวการถูกคอมเพลน กลัวจนไม่รู้จะเรื่องปรับปรุงตัวเอง ตรงไหนก่อนดี สับสน และไม่มีสมาธิที่จะทำงาน ไม่สามารถทำตาม To do list ในแต่ละวันของตัวเองได้ พอหมดวัน ก็ทำอะไร ไม่เสร็จสักอย่าง อะไรๆจากที่เราไม่เคยถูกตำหนิ ไม่เคยทำพลาด ทำงานยึด to do list ของตัวเองได้สำเร็จทุกวัน ความสุขมันหายไปหมดเลย ไม่เหลือเลยค่ะ กลัวไปหมดทุกอย่าง กลัวทุกคำพูด ที่ผู้ใหญ่ในทีมตำหนิ ที่เรียกว่าติเพื่อก่อ หนูทนฟังไม่ได้ หัวใจมันรู้สึกหนักอึ้งไปหมด รู้สึกจะอ้วก คลื่นไส้เวลาถูกตำหนิด้วยถ้อยคำต่างๆนานๆ ไม่ว่า จะเป็นการพูดปกติ หรือการทุกตำหนิที่มีน้ำเสียงในการสื่อสาร ที่เป็นสถานการณ์ที่หนูรู้สึกตัวเองไม่ปลอดภัย อยากออกไปจากจุดนั้น ไม่อยากรับรู้อะไร”

เราพูดพลั้งพลูออกไปทั้งหมด ที่มันจุกอยู่ในใจทั้งหมด คำถามต่อไป ของคุณหมอก็ ธรรมดามาก แต่เรารู้สึกเจ็บมากๆ

ชีวิตคู่ของคุณกมลทิพย์ มีปัญหาที่ตรงไหน มันเริ่มต้นยังไงครับ  

“เราสองคนยังมีความรักให้แก่กัน แต่หนูกลัวที่จะอยู่ใกล้เค้ามากขึ้นทุกวัน หนูไม่รู้เลยว่าความกลัวนี้มาจากไหน เราเริ่มนอนแยกห้องกัน ด้วยปัญหาเล็กน้อยมากๆ แต่หนูโกรธเค้ามากๆ หนูไม่ชอบนอนเปิดแอร์ทั้งคืน ชอบนอนพัดลม พอหนูลุกมาปิดแอร์กลางดึก เช้าขึ้นมา เค้าก็ มาตวาดใส่ว่าแยกห้องนอนกันเลยไหม ไม่ไหวแล้ว ตั้งแต่นั้น หนูก็เลยเลือกออกมานอนที่โซฟาในห้องกลาง แล้วเค้านอนในห้องนอน เราแยกกันนอนมาเป็นเวลา 3 เดือน 
เรื่องหลับนอนด้วยกัน หนูก็รู้สึกกลัวมากเวลาที่เค้าจะมาแตะต้องตัวหนู หนูไม่รู้เลย ว่าความกลัว ทุกอย่างนี้ มันเกิดขึ้นได้ยังไง จากที่เราคุยกันน้อยลง อยู่แล้ว ตอนนี้ ก็ ไม่มีการสนทนาสัมพันธ์อะไร กันเลย พูดแค่เรื่องที่จำเป็น 
จนเค้าทนไม่ไหวมาถามว่า เกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา หนูก็ ได้แต่ตอบเค้า ว่า หนูกลัวที่จะอยู่ใกล้เค้า หนูโกรธ เวลาที่เค้าทำดี กับ หนูทำให้หนูทั้งที่เมื่อก่อนหนูต้องการ แต่ไม่เคย ได้รับ ขอให้เค้า พาหนูไปหาหมอ เวลาที่ป่วยเพราะหนูมีปัญหากับระบบย่อย หนูผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี คือทุกครั้งที่มีการต้องไปหาหมอ หนูจะขอให้เค้า พาไป เค้าก็จะบอกว่า ลาไม่ได้เกรงใจ คนที่ทำงาน หนูก็ได้แต่ยอมรับ ว่า โอเคไปคนเดียวก็ได้ เค้า ไม่เคย ที่จะใส่ใจหนู จนหนูโกรธ พอได้มีการคุยเคลียร์กันเค้าก็ พยายามแทคแคร์ หนูทุกอย่าง แต่ความรักของหนูมันกลายเป็นความโกรธ จนไม่สามารถมองการปรับปรุงตัวใหม่ของเค้า แทนที่หนูจะรู้สึกดี แต่มันยิ่งทำให้หนูโกรธ จนไปถึงขั้น รู้สึกไม่มั่นคงในการกระทำของเค้า เพราะหนูคิดไปแล้ว ว่าการที่เค้าปรับปรุงตัวเอง เพราะเค้าไม่อยากเสียหนูไป แล้ว ถ้าหนูหายโกรธ แล้ว เค้าก็ กลับมาเป็นแบบเดิม คนที่เจ็บปวด คือใคร ก็เป็นหนู หนูนั้งคิดว่า สมมติเอาตัวเลขที่คิดง่ายๆ ถ้าตอนนี้ หนูอายุ 30 ปี แล้ว เราอยู่ ด้วยกันมา 10
แล้วถ้า หนูจะตาย ในอายุ50ปี แปลว่า อีก 20 ปีที่เหลือของชีวิต หนูต้องเอาชีวิตของหนูฝากไว้ให้เค้าดูแล หรอ ทั้งหมดทั้งมวล มัน พาให้หนูคิดมาถึงจุดนี้ เพราะหนูไม่สามารถ คงความสัมพันธ์ชีวิตคู่ตอนนี้ต่อไป ได้ เราไม่ควรไปต่อแล้ว ทั้งเรื่องครอบครัวเค้าที่ ไม่ชอบหนู ทั้งเรื่องศาสนา ที่มันเชื่อมโยงกัน คำสัญญา ที่เคยพูดไว้ หนูได้รับกลับมาคือความผิดหวัง สิ้นหวัง หมดหวัง ทุกข์ใจ พอกันที มันมีแต่ประโยคนี้ พอกันที มันวนอยู่ในหัวหนู จนหนูสึก อยากเอาตัวเองออกจากตรงนี้
 อยากตายให้มัน พ้นๆ จากความรู้สึกแบบนี้ หนูรู้สึกว่า ชีวิตตัวเองตอนนี้ ทุกอย่างมันเลวร้ายไปหมด จนหนูไม่อยากมีชีวิตต่อแล้ว หนูหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้……”


 

หมอถามต่อ ทำไมถึงคิดว่าตัวเองต้องมาหาหมอ ทั้งที่คุณรู้สึกไม่อยากมีชีวิตต่อไปแล้ว ทำไมถึงมีความคิดว่าตัวเองป่วยต้องมาหาหมอครับ 

“ในวันหยุด ถ้าวันหยุดไหนที่หยุดตรงกับ กลุ่มเพื่อในเกม เราจะมานั้น เล่นบรอดเกมกัน ( บรอดเกมเป็นเกมที่ต้องเล่นกันเป็นกลุ่ม เป็นเกมกระดานที่ต้องใช้ทักษะ ไหวพริบ ความไว การช่างสงสัย ช่างสังเกต และใช้สมาธิ) หนูเล่นบรอดเกมกับเพื่อนจน เพื่อนจับผิด ความผิดปกติ ของหนู จนต้องแยกออกมาคุยกัน ประโยคแรกที่เพื่อนพูดกับหนูคือ ฉั้นว่าเธอต้องไปหาหมอ… หนูก็ตอบเพื่อนไปว่าหมออะไร ดี ละ จิตเวชหรอ ตอนนี้ ชีวิตมันตันไปหมดทุกด้านเหมือนกระดานเกมที่กูแพ้ทุกเกมตั้งแต่ต้นเกม….. เพื่อนก็บอกหนูว่าให้ลองมาหาหมอดู ค่ะ แค่นี้เลยค่ะ ไม่มีอะไรมากกว่านี้ จากนั้นหนูก็ หาข้อมูล คุยกับแอดมิน และทำการนั้นจน เราได้มานั้นคุยกันตรงนี้ค่ะคุณหมอ” 

**การตอบคำถามนี้ ทำให้เราหยุดร้องไห้สวิงอารมณ์มายิ้มอธิบายการเล่นบรอดเกม ให้หมอฟัง



หมอฟังจบ ก็ สรุปให้เราฟัง ว่าเรากำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ในระดับที่มาเริ่มรักษาทันเวลา คือถ้าคุณไม่มาหาหมอวันนี้  วันพรุ่งนี้คุณอาจจะอยากจบชีวิตตัวเอง แบบที่เล่าปัญหาให้หมอฟังมา


ตอนนี้ สิ่ง ที่คนไข้ ไม่มีเลย คือ
1. การนอนที่ดี
2. สมาธิที่ดี
3. การควมคุมอารมณ์ ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายคือ ศูนย์ควบคุมอารมณ์ของคนไข้พัง


ทีนี้หมอจะจ่ายยา ให้กิน 7 วัน ลองก่อนว่าได้ผลอะไรอย่างไร มากน้อยแค่ไหน เพราะยารักษามีหลายชนิด หลายยี่ห้อ ต้องปรับยาจนกว่า จะเจอ ยาที่ทำให้คนไข้ดีขึ้น ครับ จบการรักษาในครั้งแรก


อ่านมาถึงตรงนี้ ทุกคนคงจะรู้สึกว่าเราโชคดีที่มีเพื่อนที่ดี กล้าพูดกล้าแนะนำเพื่อน ในบางเรื่องที่มันพูดยาก แต่ ทั้งสองคนทั้งแนะนำ และหาข้อมูล
เราขอบคุณเพื่อนที่เรารัก ทั้งสองคน

คนที่ 1 ชื่อลูกปลา เป็นคนสังเกตเห็นเราเปลี่ยนไปจนทักให้เรา หาหมอ

คนที่ 2 ชื่อจุ๊ เป็นคนที่อยู่เคียงข้างเรามาตลอด เราบอกจุ๊ว่า ลูกปลา บอกให้เราต้องหมอ จุ๊ ก็จัดการช่วยกันหาข้อมูล

Ep.8 นี้ยาวมากแล้ว Ep.9 เราจะมาเล่าเรื่องผลข้างเคียงการใช้ชีวิต เมื่อเราถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ในที่ทำงาน ความรู้ประมาณว่า มีโลโก้ซึมเศร้าที่หน้าผาก


ฮี๊วววววววววววว มาค่ะ ปรับอารมณ์ กันได้แล้ว
ลุคนี้ ยกเครดิตให้น้องสาว สรรหาบันดาล คสอ. สีแปลกๆมาให้พี่สาวเสมอ และเราก็เก็บเก่ง เพิ่งจะมาใช้นี้แหละ ไม่รู้หมดอายุยังก่อนนนนนนนนนน
ใครอยากบริจาค คสอ. เรายินดีรับจ่ะ 55555
ลุคนี้ชื่อลุค “แพคของไปส่งเคอรี่สองกล่อง”
เหมือนจะขายดี แหละ ดูออก

 ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ มาเติมพลังบวกให้เรานะคะ เราดีใจมากๆที่น้องสาวไล่มาเล่นในนี้
 


(โทนสีและการแต่งออกมาไม่เชื่อมโยงนะคะเราไม่ใช่สีที่แสดงสัญลักษณ์แต่อย่างใดเราแค่เห็นสีน้ำเงินมันจะเข้ากับส้มสดไหมก็เลยแต่งออกมาเป็นสีนี้ค่ะ)

BEFORE

AFTER

About This Look!

ชื่อลุค “แพคของสองกล่อง ขายคอนแทคเลนส์ได้ สองเซ็ทแล้วขับรถไปส่งของที่เคอรี่)

Finished Look!!

ไม่มีใครอยู่ข้างเคียง แต่เหนียงจะเคียงข้างเรา
“ ไม่มีใครอยู่ข้างเคียง แต่เหนียงจะเคียงข้างเรา ”
ขนตาจะช่วยกัดแดด เชื่อเรา
“ ขนตาจะช่วยกัดแดด เชื่อเรา ”
ดูสิ ขนตามีประโยชน์
“ ดูสิ ขนตามีประโยชน์ ”
ผมจ๋าอย่าบางไปกว่านี้
“ ผมจ๋าอย่าบางไปกว่านี้ ”
ส่งเคอรี่สองชิ้น เอาน่าาาา ขายดีแหละดูออก
“ ส่งเคอรี่สองชิ้น เอาน่าาาา ขายดีแหละดูออก ”
ไม่จริงเลย 55555555 ขายยากมากกกกกกกคอนแทคเลนส์
“ ไม่จริงเลย 55555555 ขายยากมากกกกกกกคอนแทคเลนส์ ”
สวยแหละ ชมตัวเองทุกวัน เพราะไม่มีใครชม
“ สวยแหละ ชมตัวเองทุกวัน เพราะไม่มีใครชม ”
ยิ้มหวานเมื่อบราวนี่เข้าปาก
“ ยิ้มหวานเมื่อบราวนี่เข้าปาก ”
เปิดเหม่ง เผื่อจะมีออร์เดอร์เยอะเข้ามา
“ เปิดเหม่ง เผื่อจะมีออร์เดอร์เยอะเข้ามา ”

STEP

: เกียมอารมณ์ให้พร้อม ป่ะ เริ่ม

1

บรู้วววววววววว จับมารวมกัน

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย