เมื่อรับสายจากลูกสาวว่า ว่างไหมพาไปหาหมอจิตเวชหน่อย Ep7

Kamoltip Pocky

Kamoltip Pocky

ดู Profile

ฮายยยยยยยยยยยบบบบบ
สวัสดี นอดออยู่บ้านทุกวันนนนนนนนน
ที่บล็อกเราก็แน่นอนค่ะ เราคอนเทนท์แชร์เรื่องราวประสบการณ์จริงของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า


Ep 7 นี้เราจะมาเล่า ว่า เราเข้าสู่การรักษาอย่างไร และเราอธิบายป๋ากับม๊า ให้เข้าใจและให้พาเราไปหาหมอได้อย่างไร……

หลังจากที่เราคุยกับเพื่อนก็ ได้ มีการกลับมาที่ตัวเอง ไถ่ๆมือถือหาข้อมูล ว่า จะเริ่มต้นยังไงดี กับการเอาตัวเองเข้าสู่ กระบวนการการเข้ารับการรักษาได้อย่างไร

ในสมอง เราตัดชอยส์ ประกันสังคมออกไปเลย อันนี้เราไม่ได้ดูถูก ระบบและกระบวนการ การใช้สิทธินี้ในการรักษานะคะ แต่เป็นเพราะสเตปแรก ของประกันสังคมไม่ว่าเราจะป่วยเป็นอะไร เราต้องเสียเวลา เจอหมอโรคทั่วไปก่อน และตบหน้าเราด้วยการเอายาคลายเครียดมาให้เรากิน และนัดกลับมา วนหลูบไม่ได้เจอ หมอเฉพาะทาง หรือกว่า จะได้เจอ เราอาจจะตายก่อน แบบฆ่าตัวตาย อ่ะ อันนี้คือจินตนาการของเรานะคะ (หากในข้อนี้ทำให้ใครไม่สบายใจในระบบของประกันสังคมที่เรากล่าวถึง เราต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้เลยนะคะ)

ชอยส์ ที่สอง เรามองหาคลีนิค ที่มีข้อมูลอยู่ในอินเตอร์เน็ตมากมาก และข้อมูลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยตรง เกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงภายในครอบครัว ชีวิตครอบครัว ชีวิตคู่ บลาๆ มา จบที่คลีนิค “กายใจ คลีนิค” หรือ “Body & Mind Clinic” การเข้าถึงการรักษา เริ่มต้นด้วยการแอดไลน์ ของแอดมินคลีนิค แอดมินก็ จะ ถามถึงปัญหาของเรา “ว่าทำไมถึงคิดว่าตัวเองต้องพบแพทย์คะ??“ เราก็ตอบ เป็นข้อๆ เกี่ยวกับสัญญาญต่างๆ และเรื่องชีวิตคู่ ที่ทำให้เราใช้ชีวิตประจำวันให้ปกติไม่ได้ แอดมินก็ จะถามคิวเราว่า วันเร็วที่สุดที่เราจะมาเข้ารับการรักษา ครั้งแรก ได้เมื่อไหร่ พอเราตอบไป เค้าก็ จะ แนะนำแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านปัญหาของเรา และนัดคิว
เราขออนุญาต เอ่ยถึงชื่อคุณหมอ นะคะ เพราะคุณหมอท่านนี้ ดีมากๆ “นายแพทย์ ชวิน พรหมชัยวัฒนา” (เราไม่ได้อะไรจากคลีนิคนะ อันนี้ เป็นการแชร์จริงจังจากประสบการณ์ตรงของเรา ไม่แนบลิ้งค์ นะคะ ) อะกลับมา เราได้คิว ละ ก็จัดการ ลางานในระบบออนไลน์ของออฟฟิศเลย แม้วันนั้นจะตรงกับวันเสาร์ เราแสดงความชัดเจนเลยว่าไม่สะดวกที่จะทำงาน หรือรับสายใครทั้งนั้น ในวันที่เราจะไปพบแพทย์

อ่านมาถึงจุดนี้ คือ หัวใจหลักของ หัวข้อ Ep 7 นี้ค่ะ เราถือมือถือ เลือกที่จะ กดโทร คุยกับป๋า ก่อน เพราะ ป๋าเรา ค่อนข้าง เข้าใจอะไรยากหัวโบราณนิดนึ่ง จริงๆแล้วถ้าจะให้เรื่องมันง่ายเราแค่โทรคุยม๊า จะง่ายกว่า เพราะม๊าจะค่อนข้างปรับตัวตามยุคสมัยตลอดเวลา แต่เราเลือกที่จะบอกป๋า ก่อน เพราะเค้าจะได้ ปรึกษากัน สองคน เราหยิบมือถือ กดโทร หาป๋า พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและกลั้นน้ำตาพูดไปว่า “วันเสาร์นี้ว่างไหม ทั้งสองคนเลย ลูกอยากให้ พาลูกไปหาหมอจิตเวชหน่อย ลูกไม่ไหวแล้ว และลูกคิดว่าลูกกำลังป่วย ลูกไม่อยากไปคนเดียว อยากให้ป๋ากับม๊าพาลูกไปหน่อยได้ไหม “

ป๋า ตอบกลับมาว่า ขอคุยกับม๊าก่อนได้ไหมลูกใจเย็นๆก่อนนะ แล้ว ก็ วางสาย เราจำได้น้ำเสียงของป๋าเราตอนนั้นได้ดี คือเค้า กำลังจะร้องไห้ตามเรา ก่อนวางสายไป เวลา

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ป๋า โทรกลับมา และเปิดลำโพง เพื่อที่ม๊า จะได้พูดด้วย ทั้งสองคนบอกว่า “ไม่เป็นไรนะ ลูกป๋ากับม๊ารักลูกนะ คนอื่นไม่รัก ก็ช่างเค้า เดี๋ยวป๋ากับม๊า จะพาไปหาหมอเอง อดทนนะ อีกสองวัน เอง อย่าร้องไห้เยอะนะ อย่าคิดมาก ลูกอยากหาหมอ ป๋ากับม๊าก็จะพาไป”

ครึ่งชั่วโมงที่เค้าหายไปคือ เค้าทั้งสอง โทรไปหาน้องสาวเรา ว่าจะทำยังไงดี ซึ่งน้องสาว เรา ก็ทำหน้าที่อธิบายเบื้องต้น ว่า สิ่งที่พี่สาวตัวเองเป็น เรียกว่าโรคซึมเศร้า แต่ ไม่รู้ว่าเป็นประเภทหรือชนิดไหน แต่ม๊ากับป๋า ไม่ต้องตกใจ นะ มันคืออาการป่วยทางจิตใจ และสารเคมีในสมองที่ไม่ดี ต่ออารมณ์ความรู้สึก มันเปลี่ยนไป สิ่งสำคัญคือ ต้องพาไปหาหมอ ดีแล้ว ที่รู้ตัวเองว่าตัวเองต้องหาหมอ มันรักษาให้หายได้ แต่ต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันเวลา ม๊ากับป๋า ถามน้องสาวเราว่า เราจะฆ่าตัวตายไหม จะเหมือนในข่าวในทีวีไหม น้องสาวเราก็บอกม๊ากับป๋าว่า ในข่าวในทีวีมันคนละอย่างกัน ตอนนี้ เค้ารู้ตัวว่าเค้าป่วยเค้าอยากพบหมอ อยากรักษา ก็แปลได้ว่า การคิดจะฆ่าตัวตาย อาจจะยังไม่มีอยู่ในหัวพี่สาวตอนนี้หรอก สิ่งที่พี่สาวคิด คือการพยายาม หาทางออก ให้กับตัวเอง ด้วยการอยากรักษา เปอร์เซ็นต์ การยังอยากมีชีวิตอยู่ มีอยู่มาก

(น้องสาวเราเป็นคนไล่เรา ให้มาเล่นในนี้ตั้งแต่ Ep 1
เลยเกิดนะคะ ให้เครดิตน้องหน่อย)
>>>พี่ลินไทยเปย์ (คนดีทากันแดด2ข้อนิ้ว)<<<


ถึงวันนั้น เรา3คน ก็ ไปที่คลีนิค เราต้องวัดความดัน อัตราการเต้นของหัวใจ วัดไข้ ชั่งน้ำหนัก เราได้เอกสารแบบสอบถามมา 1 ชุด ให้เราตอบคำถาม จะคล้ายกับ ในอินเตอร์เน็ตที่เราเคยค้นหาข้อมูล แต่จะแตกต่างกับในอินเตอร์เน็ตคือ มันเป็นคำถามที่ชี้เฉพาะเจาะจง เพื่อเป็นข้อมูล ให้คุณประเมินว่าอาการป่วยเบื้องต้นของเรา อยู่ในระดับเลเวลไหน

เรานั่งรอพบแพทย์ ประมาน 10 นาที ในครั้งแรกที่พบแพทย์ เราไม่ได้ให้ป๋ากับม๊า เข้าไปด้วย เพราะปมหลายๆเรื่องมันละเอียดอ่อนมันมีความเชื่อมโยงถึงเค้าทั้งสองคนนิดหน่อย ที่เป็นสิ่งเร้า พาให้กดดัน เราเลยไม่อยากให้เค้าทั้งสองคน รับรู้ในตอนนี้
พื้นฐานนิสัยเราเป็นคนที่จะไม่แสดงออกในด้านอ่อนแอให้เค้าทั้งสองคน เห็น ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราแสดงออก เราเห็นสีหน้า เค้าทั้งสองคน คือช๊อคกับการที่เห็นลูกอ่อนแอ พูดน้อย และไม่มีรีแอคชั่นอะไร นอกจากนั่งร้องไห้ อยู่ในรถ ตลอดเวลาที่เดินทางมา ก่อนเข้าไปในห้องคุณหมอ ม๊ากับป๋าก็ถามว่าจะให้เข้าไปด้วยไหม เราก็ บอกว่า ครั้งหน้านะ ตอนนี้ลูกยังไม่พร้อม….

>>>เข้าพบคุณหมอ….ขอไป Ep 8 นะคะ รายละเอียดค่อนข้างเยอะค่ะ


เพราะEp7นี้ยาวไปละ เราเป็นห่วงทุกคนที่อ่านเรื่องของเรา ที่อ่านมาถึงตอนนี้ เพราะบางช่วงบางตอนมันอาจจะบีบหัวใจเกินไป ขนาดระหว่างที่เราพิมพ์เรายังร้องไปพิมพ์ไปเลย เนื่องจากสถานการณ์ตอนนั้นมันบีบหัวใจเรามาก เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เราร้องไห้ให้ป๋ากับม๊าได้ยินได้เห็น เราเจ็บปวดมากๆนั้นเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นสีหน้าทั้งสองคนที่ทั้งช็อคทั้งเป็นห่วงเราและไม่เข้าใจสิ่งที่ลูกตัวเองกำลังเจอ และไม่เข้าใจว่าโรคซึมเศร้าคืออะไร ลูกเราจะฆ่าตัวตายแบบในข่าวไหม สำหรับเราแล้วเวลาเห็นป๋ากับม๊าเป็นทุกข์เราจะเจ็บปวดหัวใจเป็นร้อยเท่าพันเท่า…….. 


ตัดอารมณ์กันมาค่ะ มาเรื่องแต่งหน้า

 ลุคนี้ที่ติดไว้คือลุค หวานๆ ที่ใช้ลิป Mac ชื่อสี PLEASE ME ค่ะ  

BEFORE

AFTER

About This Look!

หวานกว่านี้ก็ไปซื้อนมหวานมา (เอามาจิ้มปาโทงโก๋กิน)

Finished Look!!

กรอบหน้าต้องชัด เบาๆไม่เคยเป็นช่วยด้วย
“ กรอบหน้าต้องชัด เบาๆไม่เคยเป็นช่วยด้วย ”
Mac ชื่อสี PLEASE ME จะหมดแล้วเห็นไหมมมมมแม่ ใครจะไปซื้อ ฝากหิ้วด้วย ที่เมืองกาญไม่มีเคาท์เตอร์แมค ร้องห้ายยยยยยยย
"Mac ชื่อสี PLEASE ME จะหมดแล้วเห็นไหมมมมมแม่ ใครจะไปซื้อ ฝากหิ้วด้วย ที่เมืองกาญไม่มีเคาท์เตอร์แมค ร้องห้ายยยยยยยย"

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย