เปิดกรุ Clinique ที่ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้ ห้ามขาด!

mamewza

mamewza

ดู Profile

🎉สำหรับโพสต์แรกของซีรี่ย์ #ใช้แล้วใช้อีก ขอประเดิมด้วยแบรนด์ลูกรัก @cliniquethailand ที่ใช้มาตลอดตั้งแต่เริ่มใช้สกินแคร์ยันตอนนี้เลย สำหรับแบรนด์นี้มีหลายตัวมากที่ซื้อซ้ำบ่อยๆ แต่วันนี้ขอยกมาเล่าให้ฟัง 3 ตัวก่อนน้า

❤️ก่อนอื่นขอสรุปภาพรวมแบรนด์ CLINIQUE ให้ฟังก่อน จะได้รู้ว่าทำไมนี่ถึงชอบใช้แบรนด์นี้มากๆ

• เป็นแบรนด์ที่คิดค้นโดยแพทย์ผิวหนัง เลยค่อนข้างเชื่อมั่นในคุณภาพได้

• ไม่มีน้ำหอม 100% คนแพ้ง่ายน่าจะชอบตรงส่วนนี้

• ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะผ่านการทดสอบการแพ้มาก่อนที่จะวางขาย เพราะฉะนั้น % การแพ้จะต่ำมากๆ ส่วนตัวยังไม่เคยแพ้อะไรของแบรนด์นี้เลย
Clarifying Lotion 2 Twice a Day Exfoliator (สำหรับผิวผสม) | 400ml. ราคา 1,550 บาท , 200ml. ราคา 1,000 บาท
"Clarifying Lotion 2 Twice a Day Exfoliator (สำหรับผิวผสม) | 400ml. ราคา 1,550 บาท , 200ml. ราคา 1,000 บาท"
มาเริ่มพูดถึงในส่วนของสกินแคร์ที่นี่ #ใช้แล้วใช้อีก ทั้ง 3 ชิ้นกันเลย ขอไล่เรียงตาม step การใช้งานน้า

⭐️ ตัวแรกคือ Clarifying Lotion Twice a Day Exfoliator ขอเรียกสั้นๆ แบบย่อเองว่า TAD นะ

• โทนเนอร์ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ทำให้ลดการอุดตันของผิว (รูขุมขนสะอาดขึ้น) ผิวเราจะได้พร้อมรับการบำรุงที่จะตามมาแบบเต็มๆ สามารถใช้หลังล้างหน้าได้เลย ตัวนี้จะมีหลายสูตรนะ เลือกได้ตามสภาพผิว ของนี่เป็นสูตร 2 คือสำหรับผิวผสมค่อนไปทางแห้ง เพราะว่าจะมันช่วง T zone แล้วก็มีแห้งตึงช่วง U Zone

• สำหรับส่วนผสมที่สำคัญของ TAD ที่นี่ค่อนข้างสนใจ จะมี 2 อย่างคือ - สารสกัดจากต้น Witch Hazel ซึ่งจะมีฤทธิ์ฝาดสมาน หรืออธิบายง่ายๆ คือช่วยสมานผิว ทำให้รูขุมขนค่อยๆ ตื้นขึ้น พอรูขุมขนตื้น ผิวหน้าพอจับไป ก็จะรู้สึกเรียบเนียนขึ้น - Acetyl Glocasamine ตัวนี้อาจจะไม่ได้ดูแปลกแตกต่างเท่าไหร่ แต่เป็นการตอกย้ำว่า TAD จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเราอย่างอ่อนโยนจริงๆ เซลล์ผิวใหม่เราจะได้ถูกสร้างขึ้นมาได้ง่ายขึ้น

• ข้อเสียของ TAD คือคนที่แพ้ หรือไม่ชอบแอลกอฮอล์ อาจจะต้องเลือกใช้สูตร 1.0 ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะว่าสูตรอื่นๆ ตอนเปิดใช้กลิ่นแรกที่จะมาเตะจมูกก่อนคือกลิ่นแอลกอฮอล์เลยย

• สาเหตุที่นี่ซื้อตัวนี้มาใช้ซ้ำๆ เพราะว่าชอบความรู้สึกตอนใช้มากกว่า คือตอนที่ไม่ได้ใช้รู้สึกหน้ามันตอบสนองต่อเซรั่มที่ใช้น้อยลงทั้งที่เป็นเซรั่มตัวเดิมที่เคยใช้นะ เลยคิดว่าน่าจะมาจากการที่มีเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพบนหน้าสะสมเยอะ หรือรูขุมขนอาจจะไม่ได้สะอาดเท่าตอนที่ใช้

🌻 แต่จริงๆ ถ้าสำหรับคนที่มีงบจำกัด หรือเป็นคนขี้เกียจบำรุงผิวหลายๆ ขั้นตอน อาจจะตัดขั้นตอนนี้ออกไปได้นะ เพราะว่าจริงๆขั้นตอนนี้อาจจะไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น เราอาจจะไปเน้นล้างหน้าให้สะอาดแทนได้เลย
Even Better Clinical™ Radical Dark Spot Corrector + Interrupter | 50ml. ราคา 4,100 บาท , 30ml. ราคา 2,850 บาท
"Even Better Clinical™ Radical Dark Spot Corrector + Interrupter | 50ml. ราคา 4,100 บาท , 30ml. ราคา 2,850 บาท"
⭐️ ตัวต่อมาที่ใช้ซ้ำเรื่อยๆ คือเซรั่ม EBCI หรือชื่อยาวๆ คือ Even Better Clinical Radical Dark Spot Corrector+Interrupter เป็นไงล่ะยาวจริงงงง แต่ถ้าจำชื่อไม่ได้ไม่เป็นไร ตอนไปหาซื้อให้มองหาขวดที่เป็นสีโฮโลแกรมๆ น่าจะมีตัวเดียวในเคาน์เตอร์คลีนิกข์แหละ

• ตัวนี้คือดังมากกก ดังมานานนน เพราะเป็นเซรั่มที่ช่วยดูแลคนมีปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอหรือมีจุดด่างดำแบบค่อนข้างครบวงจรเลย คนที่ค่อนข้างขาวแบบนี่ น่าจะเจอปัญหาจุดด่างดำขึ้นง่าย ทั้งรอยสิว หรือรอยดำจากแดด แม้จะโบกกันแดดทุกวันแล้วก็ตาม

• ชอบตัวนี้มาก เพราะช่วยทั้งลดเลือนรอยดำ รอยแดงเก่าๆ แล้วก็ช่วยรับมือพวกจุดด่างดำใหม่ด้วย ก็คือในอนาคตจุดด่างดำจะเกิดยากขึ้น เพราะว่าเค้ามี 2 เทคโนโลยีเด่นๆ คือ
- CL-302 Complex (ลดจุดด่างดำเดิม) จะประกอบด้วยส่วนผสมหลักๆ คือ สารสกัดจากยีสต์ และ Ascorbyl Glocoside ช่วยให้จุดด่างดำดูจางลง, Glocosamine และ Salicylic Acid ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกอย่างอ่อนโยน
- Interruptor Complex (รับมือจุดด่างดำในอนาคต) มี 3 สกัดที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่มาทำร้ายผิว ช่วยทำให้ผิวสุขภาพดีขึ้น คือ สารสกัดชาเขียว Gyokuro, รากมัลเบอร์รี่ และรำข้าว

• เซรั่ม EBCI คือใช้มาหลายขวดมาก รอยแดงจากสิวคือหายไวมากกก ส่วนรอยดำคืออาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 วีค - 1 เดือนขึ้นไป จะค่อยๆ จางลง แต่ว่าสำหรับใครที่มีกระตรงช่วงแก้มแบบนี่ ส่วนตัวคิดว่าตัวนี้ไม่ได้ช่วยเท่าไหร่นะ แต่ถ้าอยากรักษากระแนะนำไป Q-switched Laser ได้เลยย เห็นผลมาก ไว้รอ Clinic เปิดเดี๋ยวอาจจะมารีวิวให้ฟังอีกทีน้า
Moisture Surge™ Extended Replenishing Hydrator 100H | 50ml. ราคา 1,950 บาท
"Moisture Surge™ Extended Replenishing Hydrator 100H | 50ml. ราคา 1,950 บาท"
--------

⭐️ และสุดท้ายที่ต้องมีติดบ้านตลอดเวลาคือ Moisture Surge Extended Replenishing Hydrator 100H

• เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว สำหรับคนผิวแห้ง หรือผิวมันขาดน้ำ

• ตัวนี้คือแบรนด์เคลมว่าให้ความชุ่มชื้นได้ 100 ชั่วโมงเลย นี่เลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมาสรุปคือที่ให้ความชุ่มชื้นได้นานขนาดนี้เพราะว่า มีน้ำหมักว่านหาง หรือเรียกว่า Aloe-vera bio ferment คือใช้ สารสกัดผงว่านหางจระเข้ มาหมักรวมกับ Lactobacillus และ Activated aloe water แล้วก็มีเทคโนโลยี Auto-replenishing hydrator ที่เป็นกังหันน้ำ ช่วยเติม ล็อค ปล่อย ความชุ่มชื้นบนผิว

• สำหรับ Moisture Surge 100H คือชอบ Texture ที่สุด เป็นเนื้อเจลครีม ตอนทาจะเย็นๆ ค่อนข้างซึมไว พอซึมแล้วจะรู้สึกเหมือนผิวถูกเคลือบบางๆ ทำให้ไม่เหนอะหน้า แล้วก็รู้สึกช่วยให้ Texture ผิวเนียนขึ้น แต่งหน้าต่อได้ ไม่ทำให้เมคอัพเป็นคราบ ส่วนเรื่องเติมความชุ่มชื้นให้ผิวคือตัวนี้ทำหน้าที่ได้ดีมากอยู่แล้ว ชอบหยิบมาทาหนาๆ แล้วนอน ช่วงที่รู้สึกผิวแห้งตึง ตื่นมาคือหน้านุ่มมาก ชอบบบบ

🌻 ใครที่เคยลองใช้ทั้ง 3 ตัวนี้ สามารถมาแชร์กันได้น้าา ว่าใช้แล้วเห็นผลหรือไม่เห็นผลยังไงบ้าง เพราะคิดว่าแต่ละคนผิวต่างกัน ผลลัพท์ที่ออกมาอาจจะเห็นผลช้าเร็วไม่เท่ากัน

✅ ส่วนใครที่อยากลองใช้ ก็สามารถไปหาซื้อตามช่องทางของ cliniquethailand ได้เลยน้าา มีหลายช่องทางเลย ทั้งออนไลน์ ทั้งเคาน์เตอร์ในห้าง (แต่ไม่รู้ห้างจะเปิดตอนไหน TT_TT)

ส่วนตัวรู้สึกว่าช่วงนี้โปรออนไลน์แรงมาก ตอนนี้ Moisture Surge 100H เหมือนมีโปร 1 แถม 1 อยู่ด้วยใน clinique.co.th เลย ไปดูมาให้จะหมดเขตวันที่ 12 สิงหานี้ ใครสนใจไปดูกันได้นะ

#MMbeautycorner

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย