เส้นทางความสำเร็จของ Fenty Beauty ที่ทำให้แม่ Riri เป็นมหาเศรษฐีพันล้านคนใหม่

55 18
คำทวงถามหาผลงานจากแฟนเพลงดูเหมือนจะกริบไปชั่วขณะ เมื่อ Forbes ได้รวบรวมตัวเลขเพื่อคำนวณความร่ำรวยของ Rihanna แล้วประกาศว่ามูลค่าทรัพย์สินของเธอมีมูลค่าถึง 1,700 ล้านดอลลาร์!!   ความรวยของเธอก็พุ่งกระฉูดชนิดที่สถานการณ์โรคระบาดไม่สามารถฉุดรั้งความสำเร็จนี้ได้เลย


จากการรายงานของ Forbes ถึงตัวเลขทรัพย์สินของ Riri ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา
2018 = 210 ล้านดอลลาร์
2019 = 600 ล้านดอลลาร์
2021 = 1,700 ล้านดอลลาร์

โดยที่แบ่งแหล่งรายได้ของเธอเป็นสามส่วน

Fenty Beauty = 1400 ล้านดอลลาร์ (เธอได้รับส่วนแบ่งรายได้50% จากแบรนด์)
Savage X Fenty = 270 ล้านดอลลาร์ (ส่วนแบ่งของเธอคือ30%)
งานเพลง(เก่า) รวมถึงงานแสดงนู่นนี่นั่น = 30 ล้านดอลลาร์

หากตีเป็นกราฟข้อมูลแล้ว เส้นรายได้ทะยานเกินเวหา  รายได้เธอมากขนาดนี้  แล้วจินตนาการถึงยอดขายของ Fenty Beauty สิว่าจะมหาศาลขนาดไหน!  


Beauty For All


ช่วงแรกที่เปิดตัวรองพื้นหลากเฉดเพื่อคว้าใจผู้บริโภคครอบคลุมหลากหลายเชื้อชาติ เสียงอวยคอนเสปท์ของแบรนด์ก็กระหึ่มไปทั่ว แม้แบรนด์อย่าง Make Up For Ever จะเหน็บแนม Fenty Beauty ว่า ได้ส่งรองพื้นสี่สิบเฉดมาวางขายก่อนหน้าตั้งนานแล้ว ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด (และก็ถูกแม่ Riri ตอกกลับว่า แล้วไง ยังไงก็หน้าเทาอยู่ดี!) แต่หลายฝ่ายได้วิเคราะห์ตรงกันว่า Fenty Beauty สร้างความโดดเด่นออกมาจากจุดยืนที่แกร่งกล้าที่จะสนับสนุน diversity ไม่ใช่การโฆษณาว่ามีเฉดรองพื้นมากที่สุด แต่เป็นการปลุกพลังใจให้ทุกคนได้ตระหนักถึงคุณค่าของความงามของตนโดยไม่มีความแตกต่างทางเชื้อชาติและ background มาเป็นข้อจำกัด กลุ่มคนที่เคยรู้สึกว่าถูกละเลย หรือเมินเฉยจากวงการ beauty ก็รู้สึกมีกำลังใจที่จะบันดาลความสวยด้วย Fenty


นี่คือเจตนารมณ์อันเรียบง่ายของเจ้าของbrand

"คุณต้องการให้ผู้คนรู้สึกชื่นชมผลิตภัณฑ์ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องมารู้สึกเซ็งว่า  โอ้ นั้นมันน่ารักดีจัง แต่มันก็คงดูสวยเฉพาะตอนคนอื่นใช้เท่านั้นแหละ"


เธอยังยืนยันว่า นี่ไม่ใช่การจงใจสวนกระแสวงการ beauty เพื่อการตลาดแต่อย่างใด


"ฉันรู้สึกช็อคที่ผู้คนบอกว่า โอ้ พระเจ้า อะไรดลบันดาลใจให้เธอทำเมคอัพสำหรับสาวผิวดำ ฉันได้แต่นึกนะว่า อะไรกันเนี่ย คุณนึกว่ามันป็นแผนการตลาดอย่างนั้นเหรอ? ทำเหมือนฉันเป็นอัจฉริยะอะไรแบบนั้น มันชวนช็อคเอาจริงๆ"

"พอได้คิดว่ามีคนทำเหมือนมันเป็นเรื่องแหวกแนวก็ทำให้เกิดความผิดหวังค่ะ  สำหรับฉันแล้ว นี่คือเรื่องปกติเลยนะ" 



เพียงแค่เปิดตัว หลาย review ของผู้ใช้จริงก็กลายเป็น viral ตั้งแต่ผู้ที่มีภาวะผิวเผือก ไปจนถึงสาวเชื้อสาย African เฉดผิวที่เข้มราวกับ dark chocolate ปฏิกิริยาสุดปลื้มปริ่มจากผู้ใช้ ทำให้คนจำนวนมากอยากรู้อยากเห็นว่าเธอจะนำเสนอผลิตภัณฑ์รูปแบบใดตามมา


ดูจากทรัพย์สินราวๆพันห้าร้อยล้านที่เพิ่มพูนขึ้นในเวลาสี่ปี แน่นอนว่า Riri ไม่ได้เจาะแต่รองพื้น การตลาดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงได้รับการขนานนามว่า The Fenty Effect Time Magazine จัดให้ Fenty เป็นหนึ่งใน 50 บริษัทอัจฉริยะ จากแรกเริ่มเดิมทีมีการจับตามองว่า ยอดขายที่กระฉูดไปถึงร้อยล้านเหรียญภายในเวลาแค่เดือนเศษๆนั้น เป็นเพียงกระแสความเห่อของใหม่ และอาจจะได้รับการสนับสนุนเพียงชั่วครั้งชั่วคราวจากบรรดา 'ติ่ง' ที่พร้อมจะควักกระเป๋าทุ่มให้กับศิลปินสุดเลิฟ

แต่จากประวัติศาสตร์การสร้างแบรนด์ธุรกิจของเหล่าเซเลบ ก็น่าจะพิสูจน์แล้วว่า ความสำเร็จที่ยั่งยืนของแบรนด์ไม่ได้มาจาก fandom ที่แข็งแกร่ง แต่เป็นคุณภาพของผลิตภัณฑ์รวมถึงวิธีการบริการจัดการธุรกิจ เพราะยิ่งเจ้าของ brand โด่งดังมากเท่าไร ย่อมมีการจ้องหาข้อบกพร่องมาวิพากษ์วิจารณ์ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Kylie Cosmetics ที่มักถูกลากเข้าสู่ดราม่าผลิตภัณฑ์ ยิ่งสร้างความร่ำรวยจากยอดขายสูงลิบลิ่วเท่าไร ก็ยิ่งถูกจับผิด และถูกเปรียบเทียบกับ Fenty อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย

แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป    การเจริญเติบโตของ Fenty ก็ได้พิสูจน์ว่า   ยอดขายของbrandไม่ได้มาจากกระแสเห่อ    ในขณะที่บางเจ้าต้องเดินเกมธุรกิจอย่างระมัดระวังเพราะสถานการณ์โรคระบาดทำให้ตลาดความงามต้องชะลอตัวลงไป    Riri กลับรวยเอาๆ   





ไม่ได้ให้ยืมแค่หน้าสวยๆและชื่อมาแปะแบรนด์


ท่ามกลางการฟาดฟันเรื่องยอดขายในวงการ beauty   การตลาดแบบ authentic ที่ทำให้ผู้บริโภคสัมผัสถึงความจริงใจของ brand         เป็นเรื่องปกติที่พวกเราจะได้เห็นคนดังผู้ก่อตั้ง brand เดินทางไปหลายประเทศเพื่อโพรโมทสินค้าและกระตุ้นยอดขายให้เกินเป้า    ฉายา 'แม่ค้า' ที่แฟนๆมอบให้ Riri นั้นได้สร้างความมั่นใจใน brand มากขึ้น     หลายฝ่ายมั่นใจว่า  เธอไม่ได้นั่งเก้าอี้เป็น big  boss แล้วรับส่วนแบ่งไปแบบสบายใจไปอย่างเดียว  แต่เธอมีข้อมูลของผลิตภัณฑ์แน่นปึ้กแบบผู้ที่คลุกวงในถึงขั้นตอนการผลิตและสามารถ 'ขาย'อย่างฉาดฉานไร้ความสะดุด    ความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของที่ฉายแรงกล้านั้นดูยั่วใจจนทำให้บางคนอาจจะกระเป๋าเบาแบบไม่รู้ตัว

ตั๋วเข้าชม Masterclass ของ Riri ที่ UAE มีราคาสูงราวๆ 1,500 ดอลลาร์ - 2040 ดอลลาร์ สำหรับสาวก beauty กระเป๋าหนัก เพื่อแลกกับโอกาสจะได้ชมลีลาของแม้ค้าซุปตาร์ในการเนรมิตลุดเริ่ดแล้วคงเป็นราคาที่คุ้มค่า แต่สำหรับคนที่งบไม่ถึง masterclass Fenty ได้รับเสียงชื่นชมว่ามีผลิตภัณฑ์หลายตัวที่มีราคาเอื้อมถึงได้แบบไม่ต้องครุ่นคิดตัดสินใจหนักหน่วง ทั้ง packaging ที่สวยงามยั่วใจ ขั้นตอนทั้งหลายในการนำเสนอสินค้านั้น Riri บอกว่าเธอมีอำนาจจัดการแบบเบ็ดเสร็จ

"ใช่เลย ฉันเขียนคำพูดทั้งหลายบนเว็บไซต์ คำบรรยายผลิตภัณฑ์ ชื่อผลิตภัณฑ์   ชือสีเมคอัพ    ฉันมีทีมขนาดใหญ่นะ    แต่ฉันก็ไม่คิดว่าความเห็นของเราจะตรงกันไปหมด  ฉันว่ามันเหมือนกับการหลอกลวงกันถ้าจะขายสินค้าที่ฉันไม่ปลื้ม"



ผู้บริโภคสัมผัสความจริงใจของแบรนด์

คุณอาจจะได้ยินคำพูดกระแนะกระแหนเรื่องการตลาดของ Fenty ว่า เป็นวิธีสร้างกระแสในสังคมที่ตื่นตัวเรื่องการเชิดชู diversity และยอมรับความแตกต่าง ( หรือที่ถูกเรียกกันว่าเป็นชาว woke) หรือคำพูดของของอดีตผู้บริหาร Victoria's Secret ที่ยืนกรานว่า แม้ใครต่อใครจะเห่อไปกับfashion show ของ Savage X Fenty แต่ VS ได้นำหน้าเรื่องการใช้นางแบบตั้งครรภ์และนางแบบ plus size มาก่อนซะอีก แต่นางแบบ plus size ไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากผู้ชม ส่วนนางแบบ transgender ก็ไม่เข้าใกล้คอนเสปท์ความเป็นแฟนตาซีของแบรนด์

แต่เพียงไม่นานภายหลัง  VS กลับพบถูกสังคมกดดันหนักจนต้อง rebrand ขนานใหญ่ และพยายามกู้ชื่อเสียงด้วยการสนับสนุน diversity ไม่แตกต่างกัน   แต่ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นช้าซะจนหลายฝ่ายถามหาความจริงใจ  เพราะที่ผ่านมา  ผู้บริหาร brand เมินเฉยต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด  สื่อบางเจ้าชี้ว่า  เพื่อก้าวออกความยึดติดในความสำเร็จในอดีต brand ยักษ์ใหญ่ก็ควรจะเรียนรู้จาก Fenty  ที่จุดประกายเรื่อง  diversityในวงการ fashion & beauty  โดยไม่ทำให้รู้สึกว่าพยายามมากเกินหรือฝืนทำเพื่อเอาใจคนอื่น   

สำหรับ Fenty หลักการว่า นี่คือความงามสำหรับทุกคนนั้นไม่ใช่เพียงการสร้างภาพ brand ได้คัดเลือกนางแบบและนายแบบเพื่อนำเสนอสินค้าโดยข้ามข้อจำกัดเรื่อง unrealistic beauty standards ผู้คนมักเคยชินกับภาพนางแบบดูสวยไร้ที่ติ มันเปรียบเหมือนกฎหมายวงการแฟชั่นที่มีเพียงสาวสวยสูงผอมเท่านั้นจึงจะได้รับอนุญาตให้เดินบนรันเวย์

Savage X Fenty อาจจะไม่ได้เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ระดับพันล้านให้กับ Riri เหมือนกับ Fenty Beauty แต่ก็โกยไปเพียบ สูงกว่ารายได้รวมเมื่อปี 2018  ทั้งตัวสินค้าและ fashion show คือการตอกย้ำหลักการเรื่องความสวยงามที่มีสำหรับทุกคน ซึ่งเป็นการสร้างเสริมความคิดในด้านบวก  มิใช่วิธีการตลาดแบบ Shockvertising  หรือการสร้างกระแสด้วยความฉาวหรือประเด็นที่สร้างความขัดแย้งเหมือนกับในอดีตที่ fashion brand หลายเจ้าใช้กระตุ้นยอดขาย


Content โดนใจ เข้าถึงง่าย ไม่ประดิษฐ์

วีดีโอ how to ของเซเลบมีอยู่มากมายเต็ม Youtube ไปหมด  แล้วเพราะอะไร Rihanna จึง stand out?    หากคุณได้ติดตามผลงานแล้วอาจจะเห็นด้วยกับเราว่า เธอ born to be (แม่ค้า) จริงๆ   ตัวเลขผู้ติดตามที่ช่อง Fenty Beauty By Rihanna  อยู่ที่เจ็ดแสนเศษๆ    แน่นอนว่า เธอมาเพื่อขาย แต่เป็นการขายที่ฟังเพลินสุดๆ  คุยเจื้อยแจ้วไปเรื่อยๆเหมือนกับนั่งคุยกับเพื่อนสาว ทั้งอารมณ์ขันรวมถึงข้อแนะนำต่างๆที่นำไปใช้ได้จริง  ไหนจะยังมีการแสดงอารมณ์ทางสีหน้าที่ปลื้มเวิ่นเวอกับผลลัพธ์ที่ออกมาจากผลิตภัณฑ์ของตัวเอง  อาจจะทำให้คุณรู้สึกเคลิบเคลิ้มอยากจะสั่ง Fenty มาใช้ขึ้นมา


ปังไม่หยุด ทุ่มงบโพรโมทเจาะตลาดคนรุ่นใหม่

ล่ำซำขนาดนี้มีรึจะหยุดอยู่กับวิธีขายแบบเดิมๆ  TikTok มาแรงนักงั้นเหรอ ?  งั้นเปิด  TikTok House เพื่อเป็นสถานที่สำหรับinfluencer มาร่วมสร้าง content สุดปังซะเลย  ดาว TikTok บางคนถึงกับเรียกร้องเพื่อโอกาสที่จะได้รับเลือกเข้าไปอยู่ในบ้านเพื่อช่วยโพรโมท Fenty ด้วย


รักษาตัวตนสุด sassy ไว้เหนียวแน่น


Riri เป็นประเภทไม่อยู่เฉย หากถูกวิจารณ์เรื่องที่ขัดกับสิ่งที่เธอเชื่อมั่น อย่างตอนที่โพรโมทครีมกันแดด SPF 30 บน Instagram แล้วมี user หนึ่งขัดว่า มันเข้าฤดูหนาวแล้ว (สื่อว่าไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสดงแดด)

คำตอบเผ็ดๆของเธอคือ

"คุณจะมีรอยเหี่ยวย่นเอาได้ถ้าคิดว่า SPFมาตามฤดูกาลเท่านั้น  แต่ก็เชิญตามสะดวกจ้ะ"



อารมณ์ขันเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ผู้คนรู้สึกเข้าถึง brand ได้เสมอ อย่างตอนที่คุณลูกค้าเผยเทคนิคเก็บกัญชาไว้ในตลับแป้ง Fenty และตั้งชื่อเก๋ๆว่า Rihuse Rihduce Rihcycle

เมื่อได้รู้เรื่องนี้ Fenty ก็รีบแชร์ลิงค์ และยกย่องว่า นี่เป็นวิธีการใช้ตลับแป้งอย่างชาญฉลาด และยังเสนอส่งแป้งไปให้ใช้ใหม่อีกด้วย

แฟนๆต่างรู้ดีว่า Riri ป็นสายปุ๊นอย่างเปิดเผย  คำตอบจาก Fenty อาจจะไม่ชวนประหลาดใจนัก  แต่ก็อดฮาไม่ได้  แฟนบางคนไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า คนที่ตอบนั้นเป็น social media team หรือตัว จ้าของbrandเองกันแน่!


สินค้าขายดีที่สุดของ Fenty Beauty



ไม่เกินความคาดหมายค่ะ Pro-Filt'r Soft Matte Longwear Foundation ที่ปัจจุบันมีถึง 50 เฉด โกยยอดขายสูงสุดจาก Sephoraและเว็บFenty Beauty      นอกจากจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้วงการ beauty ต้องฮือฮาไปด้วยเสียงชื่นชม  ยังการันตีคุณภาพด้วยรางวัล Vogue Beauty Awards และAllure Readers' Choice  


จากคำประกาศของ Forbes ว่า Rihanna คือศิลปินหญิงที่ร่ำรวยที่สุดในโลกและหยิกเบาๆว่า ไม่ได้สถานะนี้มาจากผลงานดนตรี  แต่มันก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว  ก็ลองดู Kanye West ที่ขึ้นแท่น billionaire หลังจากประสบความสำเร็จจาก Yeezy   หรือ Jay Z ที่ร่ำรวยจากการลงทุนหลากหลายตั้งแต่บริษัทแชมเปญ,  หุ้น Uber,   และ streaming service      การสร้างรายได้จนผงาดแซงหน้าศิลปินรุ่นพี่ในระยะเวลาไม่กี่ปีทำให้ผู้คนมากมายต้องทึ่ง   แม้แฟนๆจะเล่น joke เรื่องความสิ้นหวังที่จะได้เสพผลงานดนตรีจากsuperstar พันล้าน  จนมีเสียงบ่นที่บ่งบอกทั้งความปลาบปลื้มและหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน  แต่เชื่อเถอะว่า  เธอไม่ได้ตีตัวออกห่างจากดนตรี และอาจจะมี surprise    ที่แน่ๆตอนนี้ถ่าย MVกับ A$AP Rocky  แฟนหนุ่มที่เพิ่งคบหาแบเปิดเผยได้ไม่นาน     หลังจากร่วมงานกับหวานใจไปแล้ว  เธออาจจะปล่อยผลงานของตัวเองตามมาอีกไม่นานนี้ก็เป็นได้

แกล้งอำแฟนๆด้วยเสื้อยืด No More Music ใน Fenty collection ก็ทำมาแล้ว  สถานะศิลปินหญิงที่รวยที่สุดก็ complete    ก้าวต่อไปของ Riri จะเป็นอะไรนะ !


ขอแสดงความยินดีกับนักธุรกิจหญิงและศิลปินที่ประสบวามสำเร็จจนเข้าสู่ทำเนียบมหาเศรษฐีพันล้าน เรายังรอที่จะได้ติดตามเรื่องเด็ดของเธอเสมอ!




candy

candy

ติดตาม Mouth On The Web แล้วอย่าลืม Mouth On The Face นะคะ ^ ^

FULL PROFILE