แชร์ How to ทำให้เงินงอกเงยในยุคนี้

48th

millymilk

millymilk

ดู Profile

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้มิ้ลจะมาแชร์ How to ในการต่อยอดเงินให้งอกเงย


........


 คือมิ้ลว่าเรื่องนี้สำคัญนะคะ เพราะเป็นวัยรุ่นเนี่ย ยังมีเงินไม่เยอะมาก ถ้าไม่ศึกษาเรื่องการลงทุน ลำพังรอกินดอกเบี้ยเงินฝากธรรมดาๆ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เงินจะโตเนอะ ซึ่งคำตอบของมิ้ลก็คือ การลงทุนในกองทุนรวมค่ะ

หลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก หรืออาจจะไม่เข้าใจว่ากองทุนรวมคืออะไร ดียังไง ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวมิ้ลจะมาแนะนำ ตามมาเลยค่ะ


เรื่องของเรื่องก็คือพอดีว่ามิ้ลมาเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์มีแต่ได้ ที่ธนาคารกรุงศรี เพราะรู้มาว่าบัญชีนี้ให้ดอกเบี้ยสูง คือมิ้ลลองเทียบๆ กับที่อื่นแล้ว อันนี้แหล่ะใช่ที่สุดในตอนนี้ แต่พอเปิดบัญชีออมทรัพย์เสร็จก็คิดว่าถ้าอยากจะให้เงินเราโตได้มากกว่านี้ มันมีทางอื่นอีกมั้ยนะ ก็เลยลองถามพี่พนักงานที่สาขา แล้วพอดีพี่เค้าแนะนำให้รู้จักกับกองทุนรวม ซึ่งคือตอนนั้นยังไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่พอกลับบ้านว่างๆ ก็เลยลองหาข้อมูลหาว่ากองทุนรวมคืออะไร

สรุปง่ายๆ กองทุนรวมก็คือ การที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือที่เรียกว่า บลจ. ที่เค้ามีผู้เชี่ยวชาญเรื่องการลงทุน ช่วยเอาเงินจากคนที่อยากลงทุนทั้งหลาย (ก็คนแบบเราๆ นี่ล่ะ) รวมกันเป็นเงินก้อนใหญ่แล้วนำไปลงทุนตามนโยบายที่กำหนด เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน ถ้าลงทุนแล้วเกิดผลตอบแทนขึ้น ก็แบ่งให้กับคนที่ร่วมลงทุนทุกคนตามจำนวนหน่วยที่มีอยู่




ข้อดีของการลงทุนในกองทุนรวมมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย


1. มีมืออาชีพคอยบริหารจัดการให้ เหมาะกับตัวมิ้ลที่ไม่มีความรู้มากนัก ไม่ต้องเสียเวลาไปศึกษาเอง จะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นแทน 


2. มีเงินไม่มากก็เริ่มลงทุนได้ อย่างมิ้ลก็เริ่มหลักพันค่ะ แต่บางกองทุนจะลงทุนหลักร้อยบาทก็ยังได้


3. กองทุนรวมมีให้เลือกหลากหลายตามนโยบายการลงทุนที่ต่างๆ กัน ให้เราเลือกได้ตามเป้าหมายทางการเงินของเราและความเสี่ยงที่เรารับได้


4. สะดวกมากๆ ทุกอย่าง online ผ่านแอปหมด ทั้งซื้อ-ขาย ดูผลการดำเนินงาน ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ค่ะ

แต่ๆ ขึ้นชื่อว่าการลงทุนก็มาพร้อมความเสี่ยงนะ ซึ่งเราเลือกได้ว่าเราจะรับความเสี่ยงมาก-น้อยแค่ไหน ส่วนตัวมิ้ลเอง มิ้ลรับความเสี่ยงได้ระดับนึงเลยค่ะ ก็เลยตัดสินใจเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับกลางๆ เริ่มด้วยเงินทีละน้อยก่อน เป็นการศึกษาเรียนรู้แนวทางกันไป 

มิ้ลเปิดบัญชีกองทุนรวมกับธนาคารกรุงศรี ซึ่งขั้นตอนง่ายมาก แต่ก่อนอื่นต้องมีบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงศรีก่อน เพื่อไว้ตัดเงินเวลาซื้อและรับเงินเวลาขายคืนกองทุนรวม ถ้าใครยังไม่มี ก็เปิดบัญชีออนไลน์ผ่าน KMA-Krungsri Mobile App ได้เลย แล้วก็มาเปิดบัญชีกองทุนรวมต่อได้เลย สะดวก ไม่ต้องไปสาขา 

แล้วทำไมมิ้ลเลือกเปิดบัญชีกองทุนรวมที่ธนาคารกรุงศรี คือที่นี่เค้าดีกว่าที่อื่นยังไงนะ? 


เหตุผลก็คือ ธนาคารกรุงศรีเค้าขายกองทุนรวมจากหลายบลจ. ชั้นนำ คือ มีกองทุนรวมให้เลือกเยอะเลย ไม่ได้ขายแต่กองทุนของ บลจ. ในเครือเค้าเองเท่านั้น แล้วก็คัดมาแต่กองทุนที่ผลการดำเนินงานดีๆ ทั้งนั้น อยากลงทุนเสี่ยงมาก เสี่ยงน้อย ในประเทศ หรือต่างประเทศก็มีให้เลือกครบ แถมเค้ายังมีบริการให้คำแนะนำการลงทุนที่เรียกว่า Smart advisor เป็นฟีเจอร์หนึ่งอยู่ใน KMA ให้เราเล่นฟรีๆ ได้เลยนะ จะได้เช็คดูว่าเราเหมาะกับกองทุนรวมประเภทไหน ควรมีสัดส่วนการลงทุนอย่างไร ทันสมัยมากๆ

มาถึงตรงนี้หลายคนคงสนใจอยากลงทุนในกองทุนรวมกันแล้วใช่มั้ย แต่ก่อนจะเริ่มลงทุนเรามาดูกันก่อนว่าสิ่งที่เราควรรู้มีอะไรบ้าง 

1. อันดับแรกเราต้องสำรวจตัวเองก่อน ว่ายอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งสามารถประเมินได้เบื้องต้นจากการทำแบบประเมินความเสี่ยงที่ธนาคาร หรือ บลจ. ให้เรากรอกตอนเปิดบัญชีกองทุนรวม เพื่อที่เราจะได้เลือกกองทุนรวมที่เหมาะสมได้

2. พอรู้ระดับความเสี่ยงที่รับได้แล้วก็มาเลือกประเภทกองทุนกัน ซึ่งมิ้ลขอแนะนำสั้นๆ เพื่อเป็นความรู้ และเป็นการให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกกองทุนรวมนะคะ โดยหลักๆ แล้วกองทุนรวมจะแบ่งออกเป็นประเภท ตามสินทรัพย์ที่กองทุนลงทุน หรือลักษณะพิเศษของกองทุน ได้แก่

  • กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) 

  • กองทุนรวมตราสารหนี้ (Fixed Income Fund) 

  • กองทุนรวมผสม (Mixed fund) 

  • กองทุนรวมตราสารทุน (Equity Fund) 

  • กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF)

  • กองทุนรวมที่ลงทุนในทรัพย์สินทางเลือก (Alternative Investment) 

  • กองทุนรวมที่ให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี เช่น กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) 

ซึ่งสำหรับมิ้ล มิ้ลจะชอบกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมากเป็นพิเศษ เพราะมักจะมีนโยบายการลงทุนที่คูลมากๆ เช่น ไปลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคต อย่างพวก Cloud computing หรือ AI หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางการแพทย์ หรือไปลงทุนในภูมิภาคต่างๆ ของโลกที่กำลังเติบโต คืออยากให้เพื่อนๆ ลองศึกษาเพราะธุรกิจในบางหมวดอุตสาหกรรมเนี่ย ในประเทศเรายังไม่ค่อยมี เลยต้องไปอาศัยลงทุนในต่างประเทศค่ะ ส่วนนี้ถ้าใครสนใจ แนะนำให้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ

3. ศึกษาผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนรวม เพื่อที่เราจะได้เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนรวมที่เราสนใจกับดัชนีชี้วัด (Benchmark) หรือเปรียบเทียบกับกองทุนที่อยู่ในประเภทเดียวกันได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะอยู่ใน Fund Fact Sheet นั่นเอง

4. ศึกษาค่าธรรมเนียมของกองทุนรวมแต่ละกอง โดยค่าธรรมเนียมกองทุนรวมจะมีด้วยกัน 2 ส่วน

4.1 ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วย: เมื่อมีการซื้อ-ขายกองทุนรวม ค่าธรรมเนียมส่วนนี้จะถูกหักจากยอดซื้อ-ขาย โดยอัตราเปอร์เซ็นต์ที่เก็บจะไม่เท่ากันในแต่ละกองทุนรวม หรือบางกองทุนรวมก็ไม่มีการเรียกเก็บ 

4.2 ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม: เป็นค่าบริหารจัดการกองทุนรวมให้กับเรา ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอด NAV หรือมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

5. ดูเงื่อนไขการซื้อ-ขาย เพราะแต่ละกองทุนรวมจะมีเงื่อนไขที่ต่างกันไป เราจะต้องศึกษารายละเอียดให้ครบ เช่น จำนวนเงินขั้นต่ำในการซื้อ หรือเงื่อนไขการขายคืน เพราะบางกองทุนรวมอาจไม่สามารถขายคืนได้ถ้ายังไม่ถึงกำหนดเวลา

6. หมั่นติดตามข้อมูลกองทุนเป็นประจำ ถึงแม้ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยบริหารกองทุนรวมให้เรา แต่เราก็ต้องคอยติดตามข้อมูลข่าวสารของกองทุนรวมเป็นประจำ และควรทบทวนพอร์ตการลงทุนทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี เวลาตลาดหรือเศรษฐกิจเปลี่ยนทิศทาง จะได้สามารถปรับพอร์ตการลงทุนได้ทันเวลา 

เอาล่ะ เมื่อเราศึกษาข้อมูลครบถ้วนแล้ว มิ้ลคิดว่าเราก็พร้อมที่จะลงทุนในกองทุนรวมแล้วล่ะ ตามมิ้ลมา มิ้ลจะบอกให้ว่าต้องทำอะไรบ้าง

การเปิดบัญชีกองทุนรวมไม่ยากเลย เพียงกรอกข้อมูลส่วนตัว ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ ระบบก็จะให้ทำแบบประเมินความเสี่ยง เราจะได้รู้ score ตัวเองด้วย ว่าเรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน พอเปิดบัญชีเสร็จก็จะขึ้นหน้าจอแบบนี้ค่ะ แล้วก็สามารถซื้อกองทุนรวมได้เลยทันที ซึ่งกองทุนรวมที่มิ้ลอยากแนะนำวันนี้ก็คือ กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศชื่อ KFINNO-A

KFINNO-A: กองทุนเปิดกรุงศรี Disruptive Innovation – สะสมมูลค่า

นโยบายการลงทุนของกองทุนรวมนี้ คือ ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่มีการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องหรือได้ประโยชน์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี หรือการเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ Nikko AM ARK Disruptive Innovation Fund (กองทุนหลัก) เฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV



ถามว่า KFINNO-A เหมาะกับใคร? ก็เหมาะกับคนที่มองหาโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมเปลี่ยนโลก (Disruptive Innovation) หรือคนรุ่นใหม่แบบมิ้ลนี่ล่ะค่ะ

ซึ่งรายละเอียดอื่นๆ เพื่อนๆ เข้าไปอ่านได้จากเว็บของกรุงศรีได้เลยนะ 

อันนี้เป็นกองที่มิ้ลชอบนโยบายการลงทุน และทดลองซื้อไปแล้วเลยเอามาเล่าให้ฟังนะคะ

และทั้งหมดนี่ก็คือวิธีการทำเงินให้งอกเงยสำหรับมิ้ล ย้ำนิดนึงตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี เพื่อนๆ จะลงทุนอะไรก็ต้องคิดให้รอบคอบ ต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนเสมอ และใครมีไอเดียการต่อยอดเงินแบบอื่นๆ ก็คอมเม้นบอกกันได้น้า

วันนี้มิ้ลขอจบการแนะนำไว้เพียงเท่านี้ เพื่อนๆ คนไหนสงสัยคอมเม้นต์ถามไว้ได้เหมือนกันนะคะ

ไว้เจอกันใหม่กระทู้หน้าค่ะ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย