อัมพวา ลั๊ลลา !?!

vodca

vodca

ดู Profile

ปีใหม่ที่ผ่านมาได้ไปอัมพวา 2 หน หนแรกไปกะครอบครัว ไปฉลองกันที่นั่น หนที่ 2 ไปงานวิจัยส่วนตัว  -*-  เราทั้งครอบครัวออกเดินทางกันตอนเช้ากว่าจะไปถึงดอนหอยหลอดก็ 11 โมงกว่า แวะกินข้าวที่ร้านครัวต้นน้ำ (เดี๋ยวร้านนี้เอาไว้เขียนdate dining อีกทีนะจ๊ะ) หลังจากนั้น บ้านเราขับตรงดิ่งมาอัมพวากันเลย

“แนะนำว่าไปทางด่วนครับ....ง่ายๆและตรงๆ

ออกจาก รพ.พระมงกุฏฯ........โดนบังคับเลี้ยวซ้ายไปทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ที่นุสาวรีย์ชัยฯ.......เลี้ยวซ้ายทางไป สนามเป้า,สะพานควาย,จตุจักร(ถ.พหลโยธิน)
เลี้ยวซ้ายไป...จะเห็นทางด่วน.....เลี้ยวซ้ายทันทีขึ้นทางด่วนด่านพหลโยธิน 40 บาท

ขึ้นแล้วตามป้ายซ้ายมือ "บางโคล่/ดาวคะนอง"
ผ่านช่องลง ยมราช , พระราม4(หัวลำโพง) , สีลม , ถ.จันทน์---ต่างระดับบางโคล่
วนไปทางขวาตามป้าย "ดาวคะนอง"
ข้ามสะพานพระราม9---(ผ่านช่องลง ถ.สุขสวัสดิ์)--ไปลงสุดทางด่วนดาวคะนอง
ตอนจะสุดทางด่วนเลือกป้ายขวา "สมุทรสาคร"

จะวนลง ถ.พระราม 2 (35)-----สมุทรสาคร----สมุทรสงคราม  ระยะประมาณ 60 กม.
ผ่านย่านนาเกลือ...จนใกล้ถึงสมุทรสงคราม
ขึ้นสะพานลอยทางซ้ายมือวนลงขวาเข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม
และผ่านออกเมืองไปตามทางหลวงสาย 325....ไป ดำเนินสะดวก,บางแพ
ออกจากเมืองแม่กลองไปไม่ไกล
ก็จะมีแยกซ้ายมือ....มีป้ายบอกเข้าอัมพวาครับ”


และ
Credit คุณ CR128 จาก (อธิบายละเอียดมาก เริศสุดๆ)


เราเลือกพักกันที่ home stay  ชื่อ บ้านนี้อยู่ห่างจากตัวตลาดไกลพอควร คือ 500 ม ทำให้ค่อนข้างจะสงบ และไม่แออัด แถมบ้านที่เราไปพักเป็นบ้านหลังใหญ่พักได้ เป็น 10 คน เจ้าของบ้านก็ใจดีมากๆ มีห้องน้ำ 2 ห้องที่เรือนใหญ่ ด้านหลังยังเป็นบ้านหลังเล็กๆ สไตล์บังกะโลอีก 2 หลัง มีห้องน้ำในตัว มีทีวี กาน้ำร้อน เตียง นอนได้หลังละ 3 คน  และระหว่างบ้านก็เป็นสวยๆ น่านอนเล่นมาก ได้ยินเสียงนกร้องจิ๊บๆ กันเลย และก็เงียบมากๆ ด้วย ที่โดดเด่นมาก คือ บ้านหลังใหญ่ที่เราพัก อยู่ติดคลองเลย และยังมีที่นั่งหน้าบ้าน ให้นั่งเล่น นอนเล่นกันตามสบาย  ราคา 2 พันต่อคืน พักได้ถึง 10 คน เลย ถือว่าคุ้ม ถ้าไปคณะใหญ่หน่อย

เอาของเข้าบ้าน ถือเป็นการ check in แล้วก็ออกไปตะลอนเที่ยวกันตามวัดใกล้เคียง แถวนี้มีวัดน่าสนใจและเข้าไปนมัสการเป็น 10 วัดเลย ส่วนใหญ่ ถ้าพูดถึง อัมพวา คนก็จะคิดแต่เรื่องหิ่งห้อยไง

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญใกล้เคียง
แผนที่ดูจาก reference link ท้ายคอลัมได้
- อุทยาน ร 2 อันนี้ใกล้มาก เรือนไทยงามงดไปเที่ยวเหอะ สวยดี
- บ้านแมวไทย
- วัดบางกุ้ง
- วัดบางแคน้อย
- ตลาดน้ำดำเนินสะดวก  อันนี้กลายเป็นที่ฝรั่งไปแล้ว อย่าไปเลย
- อาสนวิหาร โบสถ์คริสต์ โบสถ์นี้สวยดี ขับรถไปไม่ไกล เข้าไปดูกันก็ดีนะ

 

ตอนเย็นๆ กลับมาก็ไปเดินตลาดน้ำ เดินๆผ่านไปซักพัก เอิ่ม มันมีร้านที่ทำเป็นกึ่งผับด้วยล่ะ อยู่กลางชุมชนเลย เสียงดังจัดๆ งงว่าทำไมชาวบ้านแถวนั้นยอม หรือว่า เงินทองมันไม่เข้าใครออกใครกันแน่ อ่ะ มาต่อที่ตลาดน้ำกันต่อนะฮะ ตลาดน้ำมากมายด้วยของกิน และของน่ารัก รับรองว่าถ้าสาวๆแถวนี้ไป ต้องกระเป๋าฟีบแน่ๆ แต่ให้สังเกตว่า ไม่มีอะไรในตลาดน้ำที่เป็นเอกลักษณ์ของอัมพวาเลย เมืองมันโตเร็วมาก จนไม่มีการควบคุมแล้ว มีแต่การเข้ามาหาประโยชน์

*ตลาดน้ำที่นี่เค้าเปิดแค่ ศุกร์-อาทิตย์ รวมกันเฉพาะกิจมาก
ช่วงเวลาของตลาดน้ำยามเย็น           
วันศุกร์              15.00-22.00 น.
วันเสาร์-อาทิตย์  12.00-22.00 น




หลังจากนั้นก็ไปมูลนิธิชัยพัฒนา ที่นี่จะมีอะไรให้ดูหลายๆ อย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของอัมพวา เช่น ห้องที่ทำเรื่องราวเกี่ยวกับต้นมะพร้าว มีสวนด้านหลัง เป็นงานแสดงพันธุ์ไม้ และการจำลองสวนแบบดั้งเดิมของอัมพวาค่ะ และของที่เลือกมาขาย หรือร้านค้าที่เค้าเลือกมาลงนั้น ก็ค่อนข้างเลือกมาอย่างดี ที่นี่ก็เปิดแต่ศุกร์-อาทิตย์เหมือนกัน ตอนเย็นๆวันเสาร์อาทิตย์ซัก 5 โมง ยังมีคณะเด็กมัธยามาเล่นดนตรีไทยให้ฟังกันสดๆ ที่นี่ด้วยค่ะ หลังจากนั้นก็มาแว๊บกินอะไรริมคลองนิดหน่อย พร้อมของกินกลับบ้านที่พักเต็มมือกันเลยทีเดียว อ้อ อยากบอกว่า หอยดองอร่อยมากกกก แซ่บที่สุดในสยาม แต่พวกของย่างในเรือบางทีก็ไม่สดนะึ ของกินดังที่นี่ต้องปลาทูค่ะ เริศจริงๆ สดใหม่หวานมัน ที่นั่นห้ามสั่งปูนะคะ พวกปลา กุ้ง หอยน่ะโอเคหมด ลองสั่งปูมากินแล้วไม่สดเลย

 

 
นั่งกินข้าว คุยเมาท์ และ นั่งฟังเสียงเรือยนต์ บรื๊นๆๆๆๆ บรื๊นๆๆๆ พาคนไปดูหิ่งห้อยแล้วขัดหูขัดตามาก แบบว่าทำไมต้องขับเร็วให้มันเกิดเสียงรบกวนชาวบ้านขนาดนั้น แล้วก็เรือบางลำ นักท่องเที่ยวเปิดแฟลชถ่ายรูปชาวบ้าน ลองนึกภาพว่า ถ้าคุณนอนแล้ว ปิดไฟอยู่บนเตียงแต่มีแฟลชวูบวาบเข้าบ้านตัวเอง คงจะแย่ไม่น้อยใช่ไหมคะ ใครที่ชอบไปเที่ยวบ่อยๆ กรุณาเคารพความเป็นชุมชม เคารพธรรมชาติบ้างก็จะดีมากค่ะ

จริงๆ เรือพายก็ยังมีอยู่ค่ะ ถ้ามากลางวันแล้วไม่ตั้งใจจะไปดูหิ่งห้อยก็เรียกเรือพายชิวๆได้ แต่ราคาไม่ถูกนะคะ เช่าเหมาลำ น่าจะนั่งได้ไม่เกิน 5-6 คนเนี่ยตกครั้งละ 500 บาททีเดียว และก็พายไปไม่ไกลค่ะ ในขณะที่ดูหิ่งห้อยเสียแค่คนละ 60 บาท นั่งเรือตากลมกันไปเป็นชั่วโมงเลยแหละ

หลังจากเราเจอเรือยนต์เป็นแบบนั้น เราเลยตัดสินใจทำวิจัยบางอย่างที่นั่น กลับไปอีกรอบเลยต้องไปนั่งเรือยนต์นี่แหละ ไปดูหิ่งห้อย ที่ไม่ค่อยจะมี ฮา หิ่งห้อยมันน้อยจริงๆนะ ชาวบ้านบอกว่า เมื่อก่อนมันมีเยอะกว่านี้มาก ที่มันน้อยลงเพราะเสียงคนที่เข้าไปดู มันเลยตกใจไปอยู่ที่อื่นเรื่อยๆ กับเขม่าควันไปจับที่ปีกมัน ทำให้หิ่งห้อยตายเร็วขึ้นค่ะ ก็ไม่รู้จะเชื่อได้มากน้อยแค่ไหน แต่ที่รู้แน่ๆคือ นักท่องเที่ยวพออยู่บนเรือแล้ว ยิ่งไปเป็นหมู่คณะนี่ไม่มีเกรงใจหิ่งห้อย หรือชาวบ้านแถวนั้นเลย ส่งเสียงดังวี๊ดว๊าย บางคนเปิดแฟลชถ่ายหิ่งห้อยอีกต่างหาก -*- คนเรือก็มีแต่บังคับให้ใส่ชูชีพ แต่ไม่มีการบอกว่าการดูหิ่งห้อยควรจะปฏิบัติตัวยังไง ?


 
ตื่นเช้ามา ตักบาตรริมน้ำ เพราะพระท่านจะพายเรือมา แล้วก็ขี่จักรยานที่เค้ามีให้เข้าไปตลาดเช้า ที่ดูเงียบเหงามากๆ เลย หลังจากนั้นมาก็เก็บของกลับบ้านกัน
มาแจมหนแรก ข้อมูลยังไม่แน่นปึ๊ก และติดขัดบางอย่างไปหน่อยนะคะ ยังไงขอบคุณพื้นที่ดีๆ ของจีบัน ที่ให้เราพูดอะไรต่อโลกนี้ได้บ้าง ขอบคุณค่ะ

REFERENCE :   maeklongtoday moohin

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย