ประมวลภาพ Best Moment จากเวที Miss Universe 2021

54 11
พวกเราต่างได้ทราบผลการประกวด Miss Universe กันมาตั้งแต่ช่วงเช้า   สำหรับผู้ที่ตื่นสาย ไม่ได้เกาะติดอย่างใกลชิดอาจจะไม่ได้สัมผัสกับการเชียร์แบบลุ้นสุดตัว   และ moment ที่ตรึงตราใจ

มาร่วมย้อนหลังภารประกวดสาวงามกับพวกเราเลยค่ะ




รวมมิตรผลงานของผู้ชนะ   Miss Mexico


Mexico อีกหนึ่งประเทศที่มีโอกาสได้ลุ้นมงกุฎ Miss Universe มาหลายครั้ง และเคยส่งสาวงามมาคว้าชัยชนะจากเวทีอันมีชื่อเสียงมาก่อนหน้านี้ 2 คน  นั่นคือ  Miss Universe ปี  1991 และ 2010
รวมถึงปีที่แล้วที่  Miss Mexico  สามารถก้าวเข้าสู่รอบ Top 3  แม้จะไม่ได้ไปอื้อมไปถึงรอบจับมือลุ้นวินาทีสุดท้ายก่อนมงลง  แต่ก็เรียกว่าใกล้เคียงสุดๆ


หลายๆปีที่ผ่านมา นางงามจาก Mexico ก็มักจะติดโผตัวเต็งที่จะได้เข้ารอบลึก และเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสูสีกับประเทศแถบละตินอื่นๆ

ส่วนในปีนี้   เส้นทางสู่มงกุฎผู้ชนะอันระยิบระยับของ Miss Mexico เป็นเช่นไร ?
Andrea Mezam    วิศวกรซอฟต์แวร์สาวงามที่มีส่วนสูงถึง 182 cm  และเป็นเจ้าของสัดส่วน 35-25-35  ประกาศในรอบตอบคำถาม 5 คนสุดท้ายในเรื่องมาตรฐานความงามว่า   ทุกวันนี้  ความงามไม่ได้จำกัดอยู่ที่รูปร่างหน้าตาภายนอกอีกต่อไป  แต่เป็นการเปล่งประกายมาจากทั้งจิตวิญญาณและหัวใจ รวมถึงการนำเสนอตัวตน และแนะนำว่า อย่ายอมให้ผู้ใดมา (เจ๋อ) บอกว่า คุณไม่มีค่า



เป็นเรื่องปกติของหลายประเทศฝั่งละตินที่จะถูกจัดเป็นตัวเก็งนะคะ    แฟนๆนางงามในบ้านเราอาจจะเห็นคะแนนจากการคาดเดาของบรรดาเว็บพนันต่างประเทศที่นำเสนออัตราต่อรองให้วางเดิมพันว่าใครจะเป็นผู้ชนะในปีนี้  ว่า Puerto Rico มาแรงสุดๆ   แต่เราได้กวาดตาดูการวิเคราะห์จากหลายๆแหล่งที่เป็นกลางก็เชื่อกันว่า  Miss Mexico  มีโอกาสสูงมากในการคว้ามงกุฎมาครอบครองไม่แพ้กับสาวงามชาติอื่นจาก Latin America
เธอได้ใช้ความสามารถอันหลากหลายสร้างอาชีพ ทั้งด้านวิศวกรรมsoftware ที่เจ้าตัวระบุว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เข้ามาอยู่ในสายงานที่ถูกมองว่าเป็นโลกของผู้ชาย  และเธอยังทำงานควบคู่ไปกับด้าน beauty คือเป็นทั้ง makeup artist และนางแบบอีกด้วย   


บนเวทีนั้น เธอมาพร้อมกับความมั่นใจสไตล์ที่มั่นใจไร้รอยสะดุดแบบนางงามละติน    แน่นอนว่า จะต้องไม่หลุดกรอบเรื่องการอุทิศตัวให้กับสังคม     Andrea ได้เชิดชูเรื่องสิทธิสตรี  และต่อต้านการใช้ความรุนแรงทางเพศ ด้วยผลงานโดดเด่นในการเป็นทูตเพื่อองค์กรเพื่อสตรีใน Mexico ทั้งร่วมงานและลงพื้นที่จริง เช่น แคมเปญที่เรียกร้องให้ยุคิการคุกคามผู้หญิงที่สัญจรไปมาบนท้องถนน

Andrea เริ่มเข้าสู่วงการนางงามมาตั้งแต่5 ปีก่อน และตำแหน่งสูงสุดที่เคบไปถึงคือรองอันดับ1 แห่งเวที Miss World ปี2017 ซึ่งเป็นเส้นทางของ Miss Universe ที่เราคุ้นเคยกันนะคะ จากตำแหน่งรองชนะเลิศเวทีอื่นๆ แล้วฟิตมาใหม่เพื่อคว้าชัยชนะในเวทีที่ได้ชื่อว่าทรงอิทธิพลที่สุดในวงการนางงาม

หรือน่าจะฟันธงได้ว่า  เธอไม่ใช่นางงามม้ามืดหรือ อยู่นอกกระแส  แต่คือตัวเต็งที่ได้เปรียบอยู่หลายด้านนั่นเอง


นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าวัยวุฒิของ Andrea Mezaดูเข้าทางกับทิศทางใหม่ของผู้จัดอย่าง WME/IMG ที่ผู้ชนะมักจะมีอายุมากขึ้นกว่าในอดีตที่สาววัย 18 - 20 ต้นๆเคยมงลงรัวๆ แต่Miss Universe ในยุคใหม่หลายคนจะอยู่ในวัยราวๆ24 เป็นต้นไปและมีดีกรีจากมหาวิทยาลัย รวมถึงศักยภาพในการอุทิศตนในการแก้ไขปัญหาสังคมในรูปแบบต่างๆ ทำให้ Miss Universe ในยุคหลังมีออร่าความงามสง่า และประสบการณ์ที่ดูเป็นผู้ใหญ่





มาชมชุดที่เตรียมมาเพื่อมงลงกันชัดๆค่ะ เป็น dress แดงร้อนแรงที่ออกแบบ capeแบบเปิดไหล่ ส่วนความยาวด้านลดหลั่นจากหน้าแข้ง

ดีไซน์เนอร์เชื้อชาติMexican ผู้รังสรรค์ชุด fringe แดงแรงฤทธิ์คือ Ivis Lenin  ที่เชี่ยวชาญการออกแบบชุดให้กับนางงามมาแล้วมากมาย  การประกวดครั้งที่แล้ว  Miss Mexico ก็ใส่สีแดง และเป็นชุดที่เรียกเสียงฮือฮาซะด้วย    ส่วนในปีนี้ ชุดอาจจะไม่ได้มีลูกเล่นแพรวพราวหรือฉีกแนว  แต่ก็ไม่ซ้ำกับผู้แข่งนะ


ผู้ชนะได้กล่าวอย่างปลาบปลื้มจุดยืนอย่างชัดเจนว่า


"การได้สวมมงกุฎ Miss Universeคือฝันที่เป็นจริงค่ะ   และฉันหวังว่าจะได้ทำงานเพื่อโลกของเราด้วยการอุทิศตัวเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมในระหว่างปีที่ดำรงตำแหน่งและในปีต่อๆไป"


เมื่อได้เริ่มให้สัมภาษณ์กับสื่อดัง เธอก็ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจต่อความฝันที่จะได้ครองมงกุฎนี้เกิดขึ้นตั้งแต่อายุ15ปี เมื่อได้เห็นนางงามรุ่นพี่ Ximena Navarrete กลายมาเป็นMiss Universe ประจำปี 2010 แต่ก็รู้สึกว่า ตัวเองยังไม่เข้าขั้นที่จะเดินตามรอย Ximena

"แต่ก่อนฉันไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ ฉันคิดเสมอว่าตัวเองสวยไม่พอ ฉลาดไม่พอ และหวาดกลัวการอยู่ต่อหน้ากล้องและพูดต่อหน้าไมค์ มันจึงเป็นความฝันที่ยากจะเป็นไปได้ แต่เมือ่ได้เติบโตขึ้น ฉันจึงตัดสินใจว่า นี่คือเส้นทางที่ทำให้ออกจาก comfort zone และสามารถเติบโตไปได้มากกว่านี้"





การส่งต่อหน้าที่ Miss Universe อย่างสง่างามของ Zozibini Tunzi


การโบกมือลาตำแหน่งของ Zozibini Tunzi แห่งปี 2019 ได้ทิ้งทวน statement ไว้ที่ทรงพลัง เธอได้ครองตำแหน่งยาวนานกว่า Miss Universe คนอื่นๆ เพราะไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า จะเกิดโรคระบาดที่เป็นหายนะครั้งใหญ่ของโลก จนทำให้การทำหน้าที่ของเธอนั้นต้องใช้การติดต่อสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ แต่นั่นก็ได้เปิดโอกาสให้เธอได้ใช้ platform นี้ในการเรียกร้องให้ชาวโลกต่อต้านการแบ่งแยกทางเชื้อชาติ

Zozibini ย้ำถึงความภูมิใจต่อการคว้าตำแหน่งนี้มา เพราะมันคือความฝันของบรรพบุรุษของเธอ เพราะประเทศ South Africa เพิ่งจะมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยได้เพียง 27 ปี เธอจึงจะขอสดุดีผู้ที่เคยต่อสู้เพื่อให้ลูกหลานอย่างเธอได้มีเสรีภาพ จนมีทุกวันนี้ได้ เธอยังแสดงความภูมิใจที่ตัสเองได้พยายามถึงที่สุดในการสร้างความแตกต่างเพื่อเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นได้ก้าวตามมาในวันข้างหน้า




มาพูดถึง style กันบ้างค่ะ การคว้ามงกุฎของ Zozibini เมื่อปี 2019 นั้น จุดแข็งหนึ่งคือชุดต่างๆจากการเก็บตัว ออกอีเวนท์ และที่สำคัญคือชุดที่เตรียมมาเดินเฉิดฉายบนเวที เซียนนางงามบางคนที่ได้ไปชมการประกวดของจริงได้แชร์ประสบการณ์ว่า เมือเธอปรากฏกายขึ้นมา ผู้ชมจำนวนมากต้องส่งเสียงหายใจดังด้วยความตกตะลึง นั่นเป็นเพราะชุดของเธอได้ผสมผสานวัฒนธรรมAfrican และความสร้างสรรค์ที่ทำให้ชุดงามวิจิตร ทั้งยังโดดเด่นไปจากชุดของคู่แข่ง   ครั้งนี้เธอก็ไม่พลาดค่ะ  เป็นความลงตัวของสไตล์ที่นำสมัยและวัฒนธรรมดั้งเดิมที่เธอภาคภูมิใจ 



ห่างหายไปจากมงกุฎ Miss Universe  6 ปี     และแล้วชาติ Latin America ก็คว้าชัยจนได้ค่ะ  แต่การที่มีนางงามละติน่าติด top 3  แทบไม่เคยเว้น ก็คงพิสูจน์ได้ชัดเจนว่า  พวกเค้าเป็น "สายแข็ง" ไม่เปลี่ยนแปลง



การเรียกร้องความช่วยเหลือจากอำนาจเผด็จการที่เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ที่ทำให้  Miss  Myanmar  ต้องอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการถูกจับกุม



แม้เวทีแห่งนี้จะตอบรับเสียงร้องขอให้โลกได้ส่งความช่วยเหลือไปยังประชาชน Myanmar ที่ทั้งต่อสู้และต้องหนีตายจากความโหดร้ายของอำนาจเผด็จการด้วยการมอบรางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมให้กับ Miss Myanmar   แต่สิ่งที่สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงก็คือ  รายงานข่าวว่ารัฐบาลทหารได้ออกหมายจับสาวงามผู้นี้จากการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ทั่วโลกได้จับจ้อง
Thuzar Wint Lwin ได้บรรยายถึงความพยายามในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพจากการรับตำแหน่ง Miss Universe ในช่วงที่มีการปฏิวัตินองเลือดที่บ้านเกิดว่า

"ประชาชนในชาติเรากำลังล้มตายและถูกทหารยิงทุกวัน ดังนั้น ฉันปรารถนาที่จะเรียกร้องให้ทุกคนได้แสดงความคิดต่อสถานการณ์ใน Myanmar ค่ะ"




การประกวดที่มี meme ตามมาเพียบ


ขอเริ่มต้นด้วยการจับมือทิพย์ที่เป็นการเปิดช่องว่างให้กับชาวเน็ทได้จัด meme กันอย่างสุดฝีมือ


การแสดงให้โลกได้เห็นว่า การประกวดมีมาตรการป้องกันโรคระบาดมันก็เป็นไอเดียที่สมเหตุสมผลนะ  แต่ในทางปฏิบัติ  เรื่อง social distancing กลางเวที โดยให้ยืดแขนอันเรียวยาวหากันยาวเป็นาทีนี้   หลายคนอาจจะคิดว่า   เอาอย่างนี้เลยรึ ? 


ถ้าการเกาะติด Miss Universer จะทำให้ขำเป็นบ้าเป็นหลังขนาดนี้!

เอาเข้าจริง พวกเราต่างก็เดากันออกแล้วว่า เรื่องการสัมผัสร่างกายกันของเพื่อนนางงาม 73 ชีวิตย่อมเกิดขึ้น  ไม่เพียงแต่ต่อหน้ากล้องที่สาวๆอดรนทนไม่ไหว กรูกันเข้ามาแสดงความยินดีต่อผู้ชนะ    แต่เบื้องหลังที่เราไม่ได้เห็นนั้น ไม่ว่าจะเป็นการถ่าย selfie  หรือจับมือแบบไม่ต้องเว้นระยะนั้นก็คงจะห้ามกันไม่ได้     สาวงามทั้งสองที่ยืนเหยียดแขนหากันอาจจะย้อนกลับคิดงงๆ  "แล้วทำเพื่อ ?"



การแสดงอารมณ์ทางสีหน้าของผู้เข้าร่วมงาน ทำให้ชาวเน็ทหยิบยกมาล้อเลียน โดยเฉพาะผู้ที่รู้สึกขัดแย้งกับผลการประกวด ซึ่งมันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย เพราะการเฟ้นหาสาวงามผู้สมบูรณ์แบบไปทุกด้านนั้นแตกต่างจากเกมกีฬาที่มีผลแพ้ชนะเป็นตัวเลขที่ไม่ได้มาจากคะแนนความคิดเห็น คำว่า "สวยที่สุด" ของร้อยคนอาจปรากฏมาเป็นร้อยแบบ ในแต่ละเวที ก็มีกฎเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ชนะที่แตกต่างกันไป การส่งกำลังใจให้กับนางงามที่ชื่นชอบโดยไม่ส่งแรงกดดัน หรือพลังงานด้านลบทำร้ายผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆจนเจ็บปวดก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ healthyกว่านะ


อาจจะแค่เสี้ยววินาทีที่ อดีตMU ทั้งสองแสดง "mood" ที่ดูข้องใจ แต่ก็กลายเป็นmeme สร้างความเฮฮาให้กับแฟนนางงาม



มีเพียงสองชาติจาก Asia ที่ได้เข้าถึง Top 10

ใช่แล้วค่ะ มีเพียง  Thailand และ India เท่านั้นที่เข้ามาถึงรอบลึกขนาดนี้  ในขณะที่ประเทศจากกลุ่ม Latin America ฟาดไปเกินครึ่ง
นั่นทำให้เรามั่นใจว่าศักยภาพของ Amanda Obdam นั้นไม่แพ้ใครเลย     หลายภาพของเธอปรากฏในคอนเทนท์ของสื่อตะวันตกในลุคที่โดดเด่น  รวมถึงคะแนนต่อรองใน  betting site ที่สื่อให้เห็นว่าเธอคือตัวเก็งที่หลายชาติต้องจับตามอง   อย่างไรก็ตาม  ชาติจาก Latin America ก็มีชื่อเสียงเรื่องความเป็นมหาอำนาจด้านนางงามมาหลายทศวรรษ    แม้ว่าตัวแทนจาก Thailand จะไม่ได้ไปถึงรอบห้าคนสุดท้าย แต่เธอย่อมเป็นแรงผลักดันที่สำคัญต่อการยกระดับมาตรฐานการประกวดนางงามที่บ้านเราที่หลายคนมองว่า "อีกนิดเดียวก็จะมงแล้ว!"



ตัวแทนจาก Asia อีกคนคือ Miss India ที่ไปได้ไกลถึงอันดับ 4   ซึ่งนางงามจาก India   ไม่ได้เข้ามาถึงรอบ 5 คนสุดท้ายมา 20 ปีแล้วค่ะ  ถือว่าทิ้งช่วงนานมากทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบถึงการประกวดเวทีอื่นๆที่ India เคยเป็นผู้ชนะ และเข้ารอบลึกมาแล้วหลายครั้ง


Miss Thailand and Miss Philippines


แฟนๆนางงามทิ่มแทงกันด้วยวาจาเกรี้ยวกราดสาดจอ แต่ตัวนางงามเค้าดูรักใครากันดี ไม่ได้ส่งคลื่นพลังงานด้านลบออกมาทำร้ายกัน ชาวเน็ทบางคนทางฝั่ง Philippines ยอมรับว่า หัวเราด้วยความสะใจที่ Amanda ไม่ได้เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย แต่เมือ่ได้เห็นภาพนี้จึงทำให้รู้สึกผิด ยิ่งได้รู้ว่านางงามไทยเคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากจะจับมือคู่กับ Miss Philippines ก็ยิ่งรู้สึกชื่นชมเธอ

นั่นสินะ  ทำไมต้องเสียเวลาจองล้างจองผลาญกันจนกลายเป็นสงครามน้ำลายทุกๆปี  หลายครั้งก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับคำกล่าวหาและการจับผิดกันทุกความเคลื่อนไหว  ทั้งๆที่แฟนคลับชาติอื่นก็คงไม่ดราม่าร้อนแรงถึงเพียงนี้


หลายคนน่าจะเห็นตรงกันว่า การติดตาม Miss Universe คงชวนรื่นรมย์มากกว่า หากไม่ต้องคอยยั่วยุกันด้วยข้อกล่าวหาและ cyberbully   และยังมีข้อสังเกตเด่นชัดที่หลายคนรู้สึกสะดุดใจ  เพราะก่อนหน้าที่ประเทศไทยจะเริ่มส่งนางงามเข้าสู่รอบลึก ( เข้าสู่รอบสิบคนสุดท้ายหลายปีติดต่อกัน)  ไม่ได้มีดราม่าขัดแย้งกับทางฝั่ง Philippines มาก่อน 


ชุดราตรีที่เย้ายวนแบบเปิดเผยสุดๆ


Miss Puerto Rico  เป็นอีกหนึ่งตัวเต็งที่แฟนๆนางงามหลายคนเชื่อว่าเอจะเข้าไปถึง "รอบจับมือ" 

ความโปร่งใสสไตล์ naked dress ของเธอทำให้ผู้ชมใจระทึกทีเดียว


ลุคร้อนแรงของ Miss Peru ที่มีที่มาน่าประทับใจ
 Andrea Meza ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดจากความสับสนวุ่นวายเบื้องหลังการแต่งตัวเพื่อเดินโชว์ในรอบ 10คนสุดท้ายว่า   นาทีนั้น แม้แต่ผู้ดูแลทุกคนก็ยุ่งกันมาก  เธอได้เหลือบไปเห็นว่า Miss Peruกำลังพยายามใส่ชุดที่มีน้ำหนักมากอยู่ตามลำพัง เธอจึงยื่นมือเข้าไปช่วย  

"ฉันรู้ดีว่านี่เป็นการแข่งขัน แต่คุณคงไม่อยากเป็นคนใจร้ายหรือเพิกเฉยต่อความเดือดร้อนคนอื่น เราควรช่วยเหลือกันเพราะที่สุดแล้ว คุณปรารถนาความทรงจำดีๆจากการเข้าร่วมการประกวดค่ะ"



Miss Peru ได้เข้าสู่รอบ 3 คนสุดท้ายและรับตำแหน่งรองอันดับ 2 ค่ะ


ความกดดันของ Miss Philippines


เคยได้ยินคำเปรียบเปรยว่า ในเทศกาล Moss Universe สำหรับแฟนนางามปินอย จะเปลี่ยนจากการเกาะกระแสการประกวดให้เต็มไปด้วยความคาดหวังที่เข้มข้นรุนแรงรางกับเป็นสาวกลัทธิ และนางงาม Philippines ก็ต้องแบกรับความคาดหวังนั้นไว้ด้วยความยากเย็น หลายคนมักจะยก Catriona Gray มาเป็นมาตรฐานที่ตัวแทนรุ่นหลังต้องเอื้อมให้ถึง ชุดที่งามเลิศล้ำกว่าใคร การเยื้องย่างบนเวทีที่สะกดทุกสายตา ทักษะการตอบคำถามที่ได้ใจกรรมการ ตัวแทนรุ่นใหม่จะถูกนำมาเปรียบเทียบกับ Cat แบบช็อทต่อช็อท แม้จะไม่ถูกจัดหนักหนักขนาดนางงามประเทศหนึ่งที่มักจะถูกกล่าวหาว่าเลียนแบบคนของเค้า แต่ก็ต้องพบกับกระแสโจมตีจากแฟนนางงามร่วมชาติจนต้องท้อใจ

Rabiya ก็ถึงกับปล่อยโฮมาแล้ว จากดราม่าเรื่องชุดประจำชาติที่ไม่ตรงใจแฟนๆที่คิดว่าจะมีเครื่องประกับศีรษะเหมือนตัวอย่างที่เคยเห็น แต่นั่นมีที่มาค่ะ

ดราม่าเกิดขึ้นทันทีเมื่อแฟนๆจำนวนมากได้เห็นการโชว์ชุดประจำชาติของ Rabiya และผิดหวังเพราะคิดว่า ลุคนี้ยังดูขาดอะไรไปและควรจะจัดเต็มมากกว่านี้ จากภาพตัวอย่างที่มีมงกุฎพระอาทิตย์ และบานปลายเป็นกระแสโจมตีนางงามที่ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศ
 


แต่ที่มาของชุดประจำชาติ Philippines มีความเศร้าแฝงอยู่ เนื่องจากว่าตัวดีไซน์เนอร์ที่ควบคุมการออกแบบตัดเย็บชุดนี้ได้เสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน ทำให้ทีมใหม่ที่ต้องมารับช่วงต่อในเวลาจำกัดต้องพยายามเข็นชุดตามเจตนารมณ์ของผู้ล่วงลับออกมาเป็นรูปเป็นร่างสำเร็จ แต่พบว่า มงกุฎนั้นมีน้ำหนักจนน่ากังวล ยิ่งเมื่อได้รวมกับชุด Rabiya อาจจะต้องแบกน้ำหนักถึง 60 kg บนเวที ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้ การแก้ไขชุดน้ำเบาลงก็มีข้อจำกัด เพราะต้องการรักษาดีไซน์เดิมของดีไซน์เนอร์คนเดิมไว้ และเวลาก็เหลือน้อยลงทุกที จึงต้องตัดสินใจตัดเครื่องประดับศีรษะออกในนาทีสุดท้าย

เรื่องชุดประจำชาตินี้ยังถูกลากยาวออกไป เมื่อ Catriona Gray ได้เปิดเผยถึงรายชื่อชุดจาก 6 ชาติที่เธอชื่นชอบ โดยที่ 6ชุดนั้นไม่มีชุดสีธงชาติ Philippines อยู่ด้วย การแสดงความคิดแบบไม่ได้เอาใจแฟนนางงามก็ทำให้เธอต้องเผชิญกับความเกรี้ยวกราดจากชาวเน็ทปินอย มันเหมือนกับเป็นเรืองตลกร้าย เพราะในขณะเดียวกัน Rabiyaถูกกระหน่ำโจมตีว่า ใส่ชุดที่ไม่จัดเต็มเท่าที่ควร แต่เมื่อ Cat ไม่ได้จัดให้ชุดนี้คิด top 6 กลับโดนด่า


นางงามต้องออกมาขอโทษแฟนๆากทำให้ผิดหวัง และกลั้นน้ำตาไม่อยู่ในระหว่างที่อธิบายว่าพยายามทำเต็มที่แล้ว     ทั้งตัวเธอและผู้จัดทำชุดถูกจิกกัดจนเกิดความตึงเครียด  แม้จะมีการส่งกำลังใจมามากมายเช่นเดียวกัน   แต่นั่นก็เปรียบเหมือนกับการซ้อมโจมตีหากเธอไม่สามารถเข้ารอบลึกๆได้  ซึ่งเจ้าตัวได้พบกับแรงกดดันนี้มาตั้งแต่ชนะการประกวดที่ Philippines  เพราะถูกกล่าวหาว่ามงลงเพราะโกงและยังมีการปล่อยข่าวลือโขมตี ทำให้เธอตั้งปณิธาณว่า จะต้องไปให้ไกลในการประกวด Miss Universe ที่อเมริกาเพื่อลบคำปรามาสจากบ้านเกิด


มีความคาดหวัง ย่อมมีความผิดหวัง เรื่องนางงามที่โดดเด่นจนทำให้หลายคนเชื่อมั่นว่าจะต้องเข้ารอบลึก แต่กลับตกรอบไปนั้นเป็นสิ่งที่เกิดบ่อยครั้ง อย่าง South Africa ส่งสองนางงามมาคว้าชัยชนะได้แบบปีเว้นปีนั้น เหล่ากองเชียร์ก็มั่นใจมากเช่นกันว่า ตัวแทนของประเทศพวกเค้าในปีนี้มีดีไม่ยิ่งหย่อนกว่า Miss Universe ทั้งสองคน แต่ Natasha Joubert ก็ไปไม่ถึงรอบ 21 คนสุดท้าย ในความคิดเห็นของเรา เมื่อเปรียบเทียบกับการประกวดที่ผ่านมา ก็พอเข้าใจบรรดาเน็ทที่เชื่อว่าเธอน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ เพราะจากภาพเคลื่อนไหวนั้นดูดึงดูดใจ ทั้งใบหน้าสวยหวานและ curves โดดเด่น

แต่แม้ว่าเธอจะไม่ได้ไปต่อ ก็ยังได้รับเสียงชื่นชมและกำลังใจ  ไม่ต่างจากนางงามอีกหลายชาติที่พลาดหวังในการคว้าตำแหน่ง แต่ก็ทำหน้าที่ได้ดีคว้าใจกองเชียร์


candy

candy

ติดตาม Mouth On The Web แล้วอย่าลืม Mouth On The Face นะคะ ^ ^

FULL PROFILE